ภาคที่ 2 GAMES START ตอนที่ 13แล้วไงต่อ
ตลอดทางที่ผ่านมามีแต่ซากสัตว์ที่ถูกฆ่าเละเทะและกระจัดกระจายไปทั่ว
"เฮ้ เราจะทำยังไงต่อล่ะ มานาจะหมดแล้ว " สเตล่าเอ่ยออกมาขณะที่พวกเขาแอบอยู่หลังต้นไม้จากจระเข้ั์ตัวหนึ่ง
"แค่อาวุธกับแรงเราก็น่าใช้ได้แล้วแหละ " เซนยิ้มหัวเราะด้วยความสนุก และวิ่งเข้าใส่จระเข้ั์ที่อยู่ไม่ห่างมันวิ่งเข้ามาด้วยขาสี่ข้างเร็วจนน่าเหลือเชื่อ
"ย๊าก ! " เซนะโร้องด้วยความคึกคะนองขณะที่มันอ้าปากกำลังจะกัดเขาม้วนตัวหลบไปทางขวาและฟันเข้าไปที่ตัวของมัน
"แข็งชะมัดเลย " ดาบของเซนเจาะผิวแข็ง ๆของมันไม่เข้าวินาทีที่ดาบัักับผิวก็เกิดแรงสะท้อนเข้ามาที่มือของเซนแทน
หลังจากที่กัดพลาดไปมันก็สะบัดหางเข้าฟาดตัวเซนจนกระเด็นห่างออกไปหลายเมตรโชคดีที่เซนยกแขนขึ้นมากันได้ทัน
"นายจัดการตัวนั้นไป เดี๋ยวพวกเราจะไปเก็บตัวอื่น "คานะและสเตล่าใช้จังหวะที่มันกำลังเล็งมาที่เซนวิ่งออกไปไกล
"เออ ! ฉันจะจัดให้มันเอง " เซนใช้มือยันตัวเองลุกขึ้นยืนขณะที่มันวิ่งตรงเข้ามาหา
เซนปักดาบลงไว้ที่พื้นชั่วพริบตาที่มันกำลังจะอ้าปากจะกัดเซนก็ะโขึ้นเหนือหัวมันกัดเข้าที่ดาบจนเืออกเซนใช้จังหวะที่มันใออกแรงดันตัวจระเข้ให้พลิกท้องขึ้นมาด้วยแรงทั้งหมดที่มี
"อ๊าก ใกล้จะ... "เส้นเืและกล้ามที่ปูดออกมาจนเหมือนจะะเิ เซนพลิกตัวจระเข้ขึ้นมาได้สำเร็จเขาไม่รอช้าหยิบดาบที่ปักอยู่ข้าง ๆ แทงและฟันไม่ยั้งไปที่ท้องของมันขณะที่จระเข้ดิ้นไปมาพยายามจะพลิกตัวกลับ
"วะฮู ! " เสียงะโโฮร้องด้วยความดีใจและสะใจเซนนั่งอยู่บนซากศพจระเข้ั์ยิ้มจนเห็นฟันและหัวเราะด้วยความสนุกสนาน
"เขาว่าเนื้อจระเข้คล้าย ๆ ไก่สินะ " เซนนั่งเหม่อคิดถึงรสชาติตอนที่กินเ้าเนื้อนี่
"เอาไปครึ่งตัวละกัน " เซนค่อย ๆผ่าตัวจระเข้ออกเหลือส่วน้า คว้านเอาเครื่องในออกหมดจนเบาพอที่จะขนไปได้
"พวกคานะไปถึงไหนแล้วนะ ? " เซนลากซากจระเข้ไปโดยเอาด้านที่เป็ผิวแข็งรองพื้นเขาเดินไปตามทางที่คานะมุ่งหน้าไปนานหลายสิบนาทีก่อนจะเห็นพวกคานะสู้กับงูั์อยู่
คานะคอยยิงธนูอยู่ไม่ไกลเธอต้องรักษาระยะห่างไว้ส่วนสเตล่าที่รับมือกับมันในระยะประชิด
"ถ้าฉันบอกให้หลบเมื่อไหร่ก็หลบออกไปเลยนะ "เสียงะโจากคานะบอกสเตล่าที่หลบการชกจากมันอยู่
ต้องใช้เวทไม่งั้นก็จัดการได้ยาก แต่ก็ต้องใช้ให้น้อยที่สุด คานะเล็งธนูไปที่หัวของมันที่ส่ายไปมาจับจังหวะได้ยากออร่ามานาจำนวนหนึ่งกำลังรวมอยู่ที่ปลายลูกธนู
"หลบ ! " สิ้นเสียงของคานะลูกธนูก็ได้ยิงออกมาด้วยความเร็วสูงสเตล่าะโหลบออกไปก่อนที่ลูกธนูจะพุ่งเข้าที่หัวของมันพอสเตล่าได้เงยหน้ามองหัวของงูตัวนั้นก็ได้หายไปพร้อมกับลูกธนูของคานะขณะที่ตัวของมันยังชูหัวยกคอขึ้นและขยับไปมาเหมือนกับไม่รู้ตัวว่าได้ตายไปแล้วลูกธนูกับหัวของมันได้ปักอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่งด้านหลังห่างออกไปหลายสิบเมตร
"กินมานาเยอะเหมือนกันจะเนี่ยแต่ถ้าเราจัดการพวกมันได้ในลูกเดียวก็ถือว่าดี "คานะและสเตล่าเดินเข้ามาตรวจสอบตัวงูพร้อม ๆ กับที่เซนที่เดินมาถึงพอดี
"ธนูดอกเมื่อกี้น่ากลัวจริง ๆ ถ้าฉันโดนก็คงได้เป็รูโบ๋แน่ "เซนหัวเราะหยอกล้อ ขณะที่พวกเธอสองคนจ้องไปที่ซากจระเข้มากกว่า
"อะไร...ก็เสบียงฉุกเฉินไง "เซนเข้ามาดูซากงูที่เหลือลักษณะคล้ายกับงูเหลือมแต่ตัวใหญ่กว่า
"ตัวนี้ก็น่ากินนะ " เซนเอ่ยขึ้นมาทำเอาสเตล่างงตาแตก
"นายเป็คนขนละกัน " คานะก็ดูจะอยากกินอยู่เหมือนกัน
เห พวกนายจะกินทุกอย่างเลยใช่ไหมเนี่ย ? สเตล่ายืนมองดูพวกคานะผ่าท้องและควักไส้ของงูตัวนั้นออก
"แค่ชั้นนี้ชั้นเดียวเราก็เสียเวลาไปนานมาก ๆ แล้ว "เซนมัดซากงูไว้กับจระเข้และลากต่อไป
"ยังจัดการได้ไม่หมดเลยด้วยซ้ำยังเหลืออีกตั้งหลายตัวถ้าเป็ซึฮากิจะทำยังไงนะ ? " คานะบ่นขณะเดินมองไปรอบๆ หามอนสเตอร์ที่ยังเหลืออยู่
"กรี๊ด ! " เสียงร้องด้วยความใของสเตล่าที่อยู่ดีๆ ก็มีนกั์บินโฉบลงมาแย่งซากงูไป
"ไอ้เวรเอ๊ย คานะยิงมันเลย " เซนะโออกไปด้วยความโมโหขณะที่คานะเล็งธนูขึ้นไปที่นกตัวนั้น
มันบินขึ้นลงจนคานะไม่สามารถยิงได้ไม่นานมันก็บินลงไปในป่าฝั่งตรงข้าม
"ไม่ให้หนีหรอกโว้ย ! " เซนวิ่งตามไม่คิดชีวิตตาเบิกกว้างกัดฟันแน่นพร้อมที่จะไล่ฆ่าเ้านกตัวนั้น
"เดี๋ยวสิเซน ! " แม้คานะจะพยายามเรียกแต่ก็ไม่ทันแล้วพวกเธอทำได้แค่วิ่งตามไป
"เอ๊ะ ? " คานะพึ่งสังเกตเห็นปุยที่เกาะอยู่บนหัวเซนข้างหน้า
เราวางปุยไว้ตรงทางเข้าป่าไม่ใช่เหรอ ? คานะจ้องมองไปที่ปุยด้วยความสงสัย
ซึฮากิเคยบอกกับพวกเราว่าปุยเอาตัวรอดเองได้เราเลยไม่ห่วงแต่ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้?
"แกอยู่ไหน ? ห๊ะ ! "เซนวิ่งเข้าไปในป่าฝั่งตรงข้ามกับทางที่พวกเขามา
พวกเขาหยุดอยู่หน้ารังนกขนาดั์ เซนพักหายใจอยู่ตรงนั้น
"อ้าวปุย " เซนพึ่งจะรู้ตัวเมื่อปุยะโลงมาอยู่ตรงหน้า
"เราจะจัดการมันยังไงดีล่ะ ? " สเตล่าถาม
"ยิงโดนให้ตายในดอกเดียวยากมาก แถมมานาก็เหลือน้อยแล้วด้วย "คานะมองดูสเตตัสของตัวเองพลางมองทางรอบ ๆ ไปด้วย
"รอมันนอนแล้วค่อยยิงสิ "เซนอุ้มปุยขึ้นมาและชี้นิ้วขึ้นไปที่รังของมัน
"ตามนั้นก็ได้ แต่เราจะรอมันนอนจริง ๆ ใช่ไหม ? แล้วเมื่อไหร่มันจะนอนล่ะ ? "
เซนยืนคิดอยู่พักหนึ่ง " ไม่กลับบ้านสักวันคงไม่เป็ไรหรอกมั้ง" เซนหัวเราะแห้ง ๆ ขณะที่ลูบตัวปุย
"นอนรอละกัน "เซนทิ้งตัวลงนอนบนพื้นหญ้าตรงนั้นทันทีวางปุยไว้ข้าง ๆ
"นายจะนอนตรงนี้เนี่ยนะ ? " สเตล่ากล้า ๆกลัว ๆ ที่นอนพื้นโล่ง ๆ เธอมองไปรอบ ๆ หาจุดที่สามารถนอนได้
"ใช่ ตรงนี้ก็เย็นสบายดีออก "เซนนอนอย่างสบายใช้ปุยอย่างกับหมอนข้าง ๆ ที่จับกอดเป็ว่าเล่น
"อา...เขาหลับไปแล้ว เดี๋ยวฉันเฝ้ากะแรกเองเธอก็นอนเก็บแรงก่อนดีกว่า " สุดท้ายสเตล่าก็นอนข้าง ๆกับเซนใช้กระเป๋าใส่ของเป็หมอนรองหัวไม่มีการก่อกองไฟ
ธนูเหลืออยู่ห้าดอก คงต้องไปหาเพิ่มที่หมู่บ้าน เธอมองดูพวกนกที่กำลังกินซากงูตัวนั้นอย่างเอร็ดอร่อยมีนกตัวเล็กที่ชะเง้อคอมองไปที่แม่ของพวกมัน ก่อนจะฉีกซากงูและป้อนพวกนกน้อย
เสียงขู่ฟ่อที่อยู่ไม่ใกล้คานะชักมีดออกมาเตรียมตัวสู้เธอจ้องเข้าไปในป่างูั์กำลังเลื้อยเข้ามาหาพวกเธอ
คิดสิ จะฆ่ามันยังไงโดยไม่ใช้เวท คานะวิ่งเข้าใส่ให้ไวที่สุดเท่าที่ทำได้ ขณะที่มันพยายามจะชกเธอแต่โชคดีที่ผ่านหัวไปพอดีเพียงพริบตาที่มันชกมาเธอใช้มีดแทงขึ้นไปที่ท้องของมันมิดด้าม
เสียงร้องขู่ออกมาจากเ้างูตัวนั้นมีดของเธอยังปักคาอยู่ที่ตัวของมันไม่มีอาวุธจะสู้ต่อได้แต่เธอก็ไม่ถอยไปไหนเพราะมีพวกเซนที่นอนอยู่ด้านหลังและตัดสินใจที่จะใช้ธนู
บ้าเอ๊ย เธอเหลือบไปเห็นปุยะโสั้นๆ นำหน้าเธอเข้าไปหางูตัวนั้นเธอจ้องมองมันด้วยความเป็ห่วงและพยายามเข้าไปอุ้มมันกลับมาแต่นั้นก็สายแล้ว
"... " หัวของงูตัวนั้นได้หลุดกระเด็นลงมาตรงหน้าเธอ รอยขาดเกิดจากการกัดไม่ใช่คมของมีดหรืออาวุธ ที่ปากของปุยมีเืติดแค่เธอได้เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ฝีมือของใครไม่สิตัวอะไรต่างหาก
ปุย คานะนั่งลงกับพื้นขณะที่ปุยะโเข้ามาหาเธอใส่ผ้าเช็ดปากของมันและล้างน้ำจนสะอาด
รู้แล้วว่าทำไมกิถึงพูดแบบนั้น คานะลูบหัวมันเล่นระหว่างเฝ้ายาม ภายใต้ใบหน้าที่แสนจะน่ารักและขนปุกปุยกลับแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ
ผ่านไปหลายชั่วโมงจนถึงเวลาที่เธอจะพักบ้างคานะได้ปลุกเซนขึ้นมาเป็คนเฝ้าต่อแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีตัวอะไรมาอีกเลย
จนเมื่อเ้านกนั้นนอนหลับเซนก็ได้ปลุกทุกคนขึ้นมาเตรียมตัวต่อสู้คานะหยิบลูกธนูใส่เข้าในคันและเริ่มง้างธนูระหว่างนั้นก็ร่ายเวทเข้าไปด้วย
ทันทีที่ลูกธนูได้ยิงออกไปเสียงและแรงสั่นเกิดจากลูกธนูดอกนั้นทำให้นกนั่นลืมตาตื่นแต่ก็สายไปเมื่อมันหันมาสบตากับพวกเธอลูกธนูดอกนั้นก็พุ่งเข้าใส่ที่ดวงตาและกระชากหัวของมันให้ขาดกระเด็นไปพร้อมกับลูกธนูนั่นปักเข้ากับกำแพงดันเจี้ยนพอดี
"สวยงามมากคานะ " เซนพูดออกมาด้วยความดีใจเผลอเกิดคานะไปครู่หนึ่งโดยที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรแต่คานะกลับยืนนิ่งหน้าแดงทำตัวไม่ถูก
"พวกเราไปดูกันดีกว่า " เซนวิ่งหน้าตั้งนำพวกเธอไป
"รอด้วยสิ " คานะอุ้มปุยขึ้นมาก่อนจะวิ่งตามไป
รังที่ทำขึ้นบนเนินหินขนาดใหญ่ นกตัวแม่ที่นอนตายเืไหลใส่พวกลูก ๆของมัน เสียงแหลมเจี๊ยวจ๊าวจากนกตัวน้อยที่ร้องหาแม่ พวกเขาปีนขึ้นไปบนรังของมัน
"นี่พวกเธอจะฆ่ามันจริง ๆ เหรอ ? " สเตล่ามองพวกมันด้วยความสงสารไม่กล้าจะทำอะไรได้แต่หลบตาไปทางอื่นเมื่อเซนและคานะไล่ฆ่าพวกมันทีละตัว
"ก็มันไม่มีเหตุผลที่ต้องปล่อยไว้น่ะสิ "เซนตอบกลับขณะที่ตรวจสอบดูนกตัวแม่อยู่
"เดี๋ยวมันก็ตายอยู่ดีจากการขาดอาหารเราก็แค่ฆ่าให้ไวที่สุดจะได้ไม่ทรมาน "คานะพูดต่อจากเซนพอดีและเดินเข้ามาหาสเตล่ามองเข้าไปในตาของเธอ
"เฮ้อ...แล้วนกตัวพ่อมันอยู่ไหนล่ะ ? " สเตล่าถามมาประโยคเดียวทำเอาพวกเธอยืนนิ่งไปพักหนึ่ง
"จริงด้วยสิ " เสียงนกร้องดังสนั่นจาก้านกตัวใหญ่กว่าตัวแม่เกือบเท่าตัวมันกำลังโมโหสุดขีดตาแดงก่ำพร้อมจะอาละวาด
"วิ่ง ! "พวกเขาพยายามวิ่งหนีสุดชีวิตแต่คานะโดนมันบินลงมาโฉบไปเสียก่อนเธอยื่นมือออกมาให้ไกลที่สุดขณะที่เซนพยายามจะคว้ามือของเธอไว้แต่ก็ไม่ทันท่ามกลางความใหน้าซีดของพวกเธอ
"กรี๊ด ! " คานะถูกขาที่มีกรงเล็บขนาดใหญ่จับไว้แน่นขณะที่เซนและสเตล่าพยายามวิ่งตาม
มันเริ่มบินออกห่างจากพวกเซนมากขึ้นเรื่อย ๆ
"โถ่เว้ย ! " เสียงหายใจแรงและถี่จนสเตล่าที่ได้ยินยังกลัวเซนขบฟันจ้องตาเขม็งด้วยความโกรธ
"[ เสริมกำลังระดับห้า ] " เสียงะโร่ายสกิลดังขึ้นออร่ามานาปกคลุมไปทั่วร่างกายเพียงชั่วพริบตาเดียวเขาก็วิ่งหายไปจากสายตาของสเตล่าเสียแล้ว
"ต้องไวกว่านี้ ! "เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ได้เห็นเ้านกตัวนั้นบินอยู่ไม่ไกลมากเมื่อเข้าใกล้มากพอเซนออกแรงะโสุดแรงพุ่งตรงเข้าไปหามันอย่างรวดเร็ว
"คานะ ! " เซนเกาะขาของมันได้พอดีมันพยายามสะบัดขาข้างนั้นให้เซนกระเด็นออกมา
"เซน " เขาไต่ลงมาหาคานะและพยายามจะงัดกรงเล็บออก
"นายไปจัดการมันก่อนเลย "เซนพยักตอบรับก่อนจะไต่ไปตามตัวและขนของมันขึ้นไปถึงหลังคอและเกาะไว้แน่น
"อ๊าก ! " มันบินเอาเซนกระแทกกับกำแพงดันเจี้ยนหลายต่อหลายครั้งเซนได้จังหวะชักดาบออกมารวบรวมมานาจำนวนมากที่รายล้อมดาบนั่นกลายเป็เปลวไฟสีชาดตวัดฟันเข้าไปที่คอของมัน
ขณะเดียวกันนั้นที่มันกระแทกกับกำแพงดันเจี้ยนเซนที่ใช้ดาบฟันคอของมันไม่ได้เกาะไว้ทำให้ร่วงลงมาคอของมันถูกตัดไปได้ถึงครึ่งและห้อยหักลงมาก่อนจะหยุดกระพือปีกและร่วงหล่นเช่นกัน
คานะหลุดออกจากกรงเล็บนั่นและชักมีดขึ้นมาร่ายเวท " [เสริมกำลังระดับห้า ] "พวกเขาทั้งหมดกำลังร่วงหล่นกระแทกพื้นจากความสูงเกือบร้อยเมตร
เกิดอะไรขึ้น ? สเตล่าตามมาถึงที่ที่พวกเธอตกลงมาแต่กลับพบทางลงไปชั้นต่อไปแทน
หรือว่าพวกเธอจะตกลงไปข้างล่างแล้ว สเตล่าพยายามเดินลงไปดูข้างล่างที่ค่อยๆ มืดลงตลอดทาง ปุยะโเข้ามาใส่ที่ขาของเธอทำให้ใสะดุ้ง
"แกส่องแสงได้นี่หว่า "สเตล่าอุ้มปุยขึ้นมาแสงก็สว่างขึ้นทำให้เธอเดินทางไปต่อได้ง่ายขึ้น
"เซน ! คานะ ! "เธอะโร้องเรียกไปทั่วทุกทิศทางแต่ก็ไม่มีการตอบกลับ
"โอ๊ย ๆ เราอยู่ที่ไหนเนี่ย ? " เซนตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดพื้นดินแห้งๆ มีฝุ่นติดตามตัวเต็มไปหมด
"คานะ เธออยู่ไหน ? " เซนพยายามควานหาดาบของตัวเองแต่ก็ไม่เจอสักทีจนเขาต้องใช้มีดสั้นที่เก็บไว้ร่ายเวทไฟขึ้นมา
"คานะ ! "แสงไฟสาดไปโดนเข้ากับร่างของคานะที่นอนหมดสติอยู่ห่างออกไปหลายเมตรเนื้อตัวมอมแมมและมีแผลถลอกเต็มไปหมด
เซนตรวจดูลมหายใจและแผลโดยรอบ " คานะ ๆ " เชาพยายามส่งเสียงเรียกและตบที่หน้าเบาๆ
"ซ-เซน " เธอตื่นมาด้วยสภาพที่ยังสติไม่เต็มร้อยมึน ๆ งง ๆ อยู่
"มานาฉันก็จะหมดแล้วด้วย เราอาจจะต้องนั่งพักกันก่อนค่อยหาทางออกไป" เซนค่อย ๆ หรี่ไฟลงขณะที่มองหน้าคานะ พวกเขานั่งพิงกำแพงดันเจี้ยนอยู่ข้างๆ กันก่อนจะดับไฟ
"เราจะกลับออกไปได้ไหม ? " เสียงอันเศร้าหมองที่แม้จะไม่ได้เห็นหน้าก็รู้ได้
"ไม่ต้องห่วงหรอกคานะ พักสักชั่วโมงหนึ่งก็น่าจะพอแล้ว "เซนเอามือลูบหัวและเอื้อมไปโอบไหล่อีกฝั่งไว้
ไม่นานพวกเขาก็เผลอหลับไป คานะและเซนต่างก็พิงไหล่ซึ่งกันและกัน
"ไอ้เ้าซึฮากิ ! ทำไมคิโนริถึงาเ็ขนาดนี้" เสียงะโด้วยความโมโหแยกเขี้ยวใส่พร้อมจะซัดหน้ามังกี้เอามือเขกหัวซึฮากิไปทีหนึ่ง
"ผมขอโทษครับ " ซึฮากินั่งพับเพียบง่อยเป็หมาก้มหน้ารับผิด
"จริง ๆ เลย " เธอเอามือกุมขมับ
"อย่าโทษพี่กิเลย หนูยังเก่งไม่พอเอง " คิโนริที่นอนบนเตียงพร้อมผ้าพันแผลข้าง ๆ กันนั้นก็มีเอด้วย
"ก็ได้ ๆ แต่อย่าให้มีคราวหน้าอีกส่วนพวกเธอก็นอนพักสักอาทิตย์เลยละกัน...เจี๊ยก " มังกี้ตะคอกซึฮากิก่อนหันหน้ามาพูดคุยกับคิโนริด้วยรอยยิ้มที่เป็ห่วง
พวกเซนยังไม่กลับมาอีกเหรอ ? นี่มันก็มืดแล้วด้วยสิ ซึฮากิช่วยมังกี้จัดเตรียมอาหารและป้อนให้กับคิโนริและเอด้วย
"แล้วพวกเซนยังไม่กลับมาอีกยังงั้นเหรอ ? " มังกี้นั่งบนโต๊ะอาหารกับซึฮากิสองคน
"ถ้าเป็ห่วงพวกเขา เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปดูให้นะครับ "มังกี้เหมือนจะวางใจขึ้นและก็ยังแสดงสีหน้าไม่สบายใจอยู่
"ก็ดี ขอให้ไม่เป็อะไรละกัน "หลังจากกินอาหารทำความสะอาดเสร็จพวกเขาก็แยกย้ายกันไป
พวกเขาคงไม่เป็อะไรหรอกถ้าพูดเื่ประสบการณ์การอยู่ในดันเจี้ยนก็ค่อนข้างจะชำนาญ ซึฮากินอนในห้องอย่างโดดเดี่ยว
แต่ถ้าไปเจอกับาาดันเจี้ยนประเภทที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ล่ะก็... ซึฮากินอนหลับเก็บแรงไว้ให้พร้อมสำหรับพรุ่งนี้
18 กันยายน พ.ศ.2575
ซึฮากิเตรียมเสบียงสัมภาระต่าง ๆ รวมถึงอาวุธด้วย
"คุณมังกี้ฝากบอกคิโนริด้วยนะครับว่าถ้าพวกเรายังไม่กลับมาไม่ต้องเป็ห่วง แล้วก็ห้ามมีใครตามมาเด็ดขาดนะครับ"
"ถึงเ้าไม่บอกข้าก็จะพูดแบบนั้นอยู่แล้ว...เจี๊ยก "มังกี้ยืนกอดอกคุยกับซึฮากิอยู่หน้าบ้าน ซึฮากิยิ้มอ่อนตอบรับและเดินทางออกไป
ข้ารู้ว่าพวกเ้าแข็งแกร่ง แต่ที่ดันเจี้ยนนั้นมีอีกชื่อที่ถูกเรียกชื่ออะไรนะ ? อ๋อ ! วงกตอันมืดมิด
จัดการเรียบร้อยดี ซึฮากิเดินลงมาเรื่อยผ่านชั้นต่างๆ ที่มีเศษซากและเนื้อที่เน่าเสียไปตามเวลาเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะลงมาถึงชั้นที่เป็ป่า
ที่นี่คงเป็ชั้นที่เซนเล่าให้ฟัง "[ เสริมกำลังระดับสอง ] " ซึฮากิวิ่งไปเรื่อย ๆจนได้หลุดออกมาจากป่ามองเห็นซากสัตว์ที่กระจายไปทั่ว
เ้าพวกนี้ยังไม่เน่าสักเท่าไหร่คงจะพึ่งตายไม่นานมานี้ ซึฮากิวิ่งไปทั่ว จู่ ๆก็มีจระเข้ั์ที่เหลือรอดโผล่ออกมาจากบ่อน้ำตรงกลาง
กระโจนเข้ากัดซึฮากิด้วยความเร็วจนน้ำในบ่อสาดกระเด็นเป็วงกว้างซึฮากิตวัดมีดฟันด้วยเวทลมเข้าไปในปากขณะที่เดียวกับที่มันอ้าั้แ่ปาก่บนถูกตัดขาดออกไปพร้อมกับหัวของมัน ตัวเกยขึ้นมาบนบกก่อนจะค่อย ๆไหลลงน้ำไปอีกครั้ง
ทั้งพื้นที่และมอนสเตอร์ก็แปลกไปจากดันเจี้ยนอื่น ๆไม่คิดเลยว่าจะมีสภาพแวดล้อมแบบนี้ในดันเจี้ยนได้อาจจะมีสักที่ที่สามารถใช้เป็ที่ทำการเกษตร อุตสาหกรรม โรงงานต่าง ๆ ซึฮากิยังคงวิ่งไปรอบๆ ชั้นนั้นกินเวลาไปหลายชั่วโมงก็หาพวกเขาไม่เจอ
ถ้าให้เดินเท้าคงจะใช้เวลาเป็วัน ๆที่แปลกไปกว่านั้นเลยก็คือไม่มีทางลงไปชั้นต่อไปหรือชั้นนี้จะเป็ชั้นสุดท้าย ซึฮากิหยุดวิ่งและปีนขึ้นต้นไม้สูงต้นหนึ่งมองไปรอบๆ
ถ้าเป็ชั้นสุดท้ายก็ต้องมีาาดันเจี้ยนถ้าคิดให้แย่เลยก็คือพวกเซนถูกาาดันเจี้ยนฆ่าแล้วกินไปทำให้ไม่เจอศพแต่ถ้าเป็แบบนั้นทำไมเราที่วิ่งไปทั่วแล้วาาดันเจี้ยนก็ยังไม่โผล่มา
ตรงนั้นมีอะไรแปลก ๆ ซึฮากิมองไปเห็นรอยเืที่ติดอยู่กับกำแพงดันเจี้ยนเขารีบวิ่งแจ้นมาทันที
รอยเืเหรอ ? ซึฮากิเงยหน้ามองคราบเืที่ติดอยู่ตรงนั้น
แต่แถวนี้ก็ไม่มีร่องรอยการต่อสู้อะไรเลยสักนิด พูดไม่ทันขาดคำซึฮากิก็เหลือบไปเห็นรอยเืที่ติดอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆ ที่แหลมออกมาจากป่าเด่นกว่าต้นอื่น ๆก่อนที่ต่อไปจะเป็ที่โล่งขั้นป่าทั้งสองฝั่งไว้
ต้นไม้ต้นนี้เอียงได้ยังไง ? เขามองด้วยความสงสัยต้นไม้มันเอียงอย่างกับมีคนมาดัดมันไว้
ซึฮากิเดินไปรอบ ๆมองเห็นต้นไม้อีกต้นที่เอียงเหมือนกันอยู่ตรงข้ามจากต้นเดิมไปไม่ไกลมากมีลักษณะและตำแหน่งคล้ายคลึงกัน
หรือมันจะมีอะไรมากกว่าที่เห็น ซึฮากิวิ่งไปรอบดันเจี้ยนมองหาต้นไม้ที่เอียงแต่ก็ไม่พบอีกเลย
ใช่แน่ ๆ มันต้องมีอะไร ซึฮากิเดินไปมาระหว่างต้นไม้สองต้นนั้นคิดอะไรหลายๆ อย่าง
มุมการเอียงของมันชี้เป็เส้นตรงตัดกับอีกต้นเป็สามเหลี่ยม เขามองตามแนวการเอียงและได้จุดที่ตัดกันพอดี
แล้วไงต่อล่ะ ? ซึฮากิยืนอยู่ตรงจุดตัดกำลังมึนงงคิดไม่ตกแต่ทันใดนั้นพื้นตรงหน้าก็เลื่อนออกเกิดเป็ทางลงไปชั้นต่อไป
ให้ตายเถอะ ในดันเจี้ยนมีกลไกแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย
เขาเดินตามทางที่ลาดชันลงมาเรื่อย ๆทุกก้าวที่ย่างเข้ามาก็ได้มืดลงจนมองอะไรไม่เห็นเมื่อซึฮากิหันหลังไปมองประตูทางเข้าก็หายไปเสียแล้ว
ไม่ได้เตรียมไฟมาด้วยสิ ถ้าจะให้เดินสุ่มไปเรื่อย ๆ มันก็อันตราย เส้นทางอันดำมืดที่ต้องเดินไปของซึฮากิที่ไม่สามารถใช้เวทไฟหรือส่องแสงได้เหมือนปุย
"เซน ! คานะ ! " นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่เราเดินหาพวกเขาจนต้องนอนหลับไปรอบหนึ่งไม่งั้นก็หมดแรงแน่ ๆ สเตล่าอุ้มปุยส่องแสงเดินตามหาพวกเซนต่อไปไม่เจออะไรเลยแม้กระทั่งมอนสเตอร์
"เซนตื่น " คานะเขย่าตัวเซนด้วยความใกลัว
"อือ...ห๊ะว่าไง ? " เซนสะดุ้งตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมองไม่เห็นใบหน้าของคานะ
"ฉันได้ยินเสียงแปลก ๆ นายช่วยจุดไฟได้ไหม ? " คานะพูดอ้อนวอนขอร้องด้วยน้ำเสียงที่ดูจะสั่นนิด ๆ
"ด-ได้ " เซนหยิบมีดขึ้นมาจุดไฟส่องสว่างหันหน้ามองไปทั่ว
"อาจจะหูฝาดก็ได้นะ "เซนลุกขึ้นยืนเช่นเดียวกับคานะที่กอดแขนเซนไว้ด้วยความกลัว
"งั้นเราคงต้องหาทางออกแล้วแหละ " เซนออกเดินเท้าไปเรื่อย ๆกับคานะแสงไฟที่จุดขึ้นมาที่ปลายมีดก็สว่างได้ไม่มากขนาดนั้นเขามองเห็นได้แค่ในระยะไม่กี่เมตร
เสียงของเท้าที่เดินเหยียบและเตะก้อนกรวดก้อนหินในบางครั้งก็เหมือนกับเสียงนั้นมาจากที่อื่นบรรยากาศที่เงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเร็วกว่าปกติพวกเขาทั้งสี่คนจะหาทางออกไปได้หรือไหม ?