13
ทางฝั่งของสำนักเทพกระบี่หลังจากที่ได้ออกเดินทางจากเมืองหลวงของแคว้นแล้วก็ได้มาถึงหน้าสำนักเทพกระบี่กันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งทางเข้าของสำนักเทพกระบี่นั้นมันก็คือป่าดีๆ นี่เองป่านั้นก็คือป่าอสูรเทวะ ซึ่งเป็นป่าที่มีความน่ากลัวและความใหญ่พอกันกับป่าเทวะทมิฬของแคว้นฉู่ เลยทีเดียว เมื่อมาถึงแล้วผู้อาวุโส 5 ก็ได้ประกาศออกไปว่า
" ตอนนี้พวกเราได้มาถึงหน้าทางเข้าสำนักเทพกระบี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปจะเป็นการทดสอบรอบที่ 2 หากผ่านการทดสอบรอบที่ 2 แล้วพวกเจ้าก็จะถือว่าเป็นลูกศิษย์ของสำนักเทพกระบี่โดยสมบูรณ์ "
" ส่วนเรื่องการทดสอบรอบที่ 2 นั้นคือการทดสอบการเอาชีวิตรอดในป่าอสูรเทวะ เวลา 3 วัน "
เมื่อผู้อาวุโส 5 พูดจบก็มีเสียงร้องโวยวายตกใจของศิษย์ใหม่ดังขึ้นทันที จนผู้อาวุโส 5 ต้องพูดออกไปเสียงเข้มว่า
" พวกเจ้าเงียบ! หากใครไม่อยากไปต่อก็จงเดินออกมาแล้วกลับบ้านของพวกเจ้าไปซะ "
เมื่อผู้อาวุโส 5 พูดจบก็ได้มีลูกศิษย์ประมาณ 10 คนเดินออกจากกลุ่มถือได้ว่า 10 คนนั้นสละสิทธิ์และยอมกลับบ้าน
" เอาล่ะนี่ก็เลยเวลามามากแล้ว การทดสอบรอบที่ 2 เริ่มขึ้นณ บัดนี้ "
สิ้นเสียงผู้อาวุโส5ทุกคนก็ต่างพากันรีบวิ่งเข้าป่าไปทันทีเหลือก็แต่ไป๋ชิงที่ยังยืนอยู่
ผู้อาวุโส 5 แล้วก็สองพี่น้องตระกูลหลิงต่างก็พากันมองไปที่ไป๋ชิงอย่างเกร็งๆ พร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้
" ฮื่ม มีเวลาให้ 3 วันใช่หรือไม่ท่านผู้อาวุโส "
ผมถามออกไปอย่างตื่นเต้น
" ชะใช้แล้วขอรับท่านไป๋ชิง " ผู้อาวุโส 5 เอ่ยตอบ
" อืม เอาล่ะฉีหมิง ท่านไม่ต้องตามข้าไปนะข้าจะเข้าไปในป่าเอง ท่านเองก็ไปทำธุระของท่านเถอะ "
" แต่ว่าข้า " ฉีหมิงกำลังจะพูด
" ไม่มีแต่ " ผมพูดขัดขึ้น
" ไหนๆ ท่านก็เป็นถึงประมุขของสำนักดาราทมิฬแล้วในเมื่อท่านมาถึงที่นี่เเล้ว ก็จงไปคุยเรื่องพรรคมารกับสำนักเทพกระบี่เถอะ " ผมพูดออกไป
" อะไรนะท่านเป็นประมุขสำนักดาราทมิฬ "
ผู้อาวุโส 5 ร้องขึ้นอย่างตกใจ
" ใช่ เป็นข้าเองผู้อาวุโส "
ฉีหมิงตอบออกไปอย่างนอบน้อมเพราะถึงยังไงผู้อาวุโส 5 ก็เป็นถึงผู้อาวุโสของสำนักเทพกระบี่และมีพลังอยู่ในระดับเซียนราชันย์
" เอาล่ะในเมื่อพวกท่านรู้จักกันแล้วก็จงไปทำธุระของพวกท่านซะ ส่วนท่านผู้อาวุโส 5 ท่านไม่ต้องเป็นห่วงระหว่างอยู่ในป่าข้าจะคอยดูแลลูกศิษย์ของพวกท่านเอง "
" ส่วนท่านฉีหมิง ความรู้ที่ข้าเคยให้กับสำนักดาราทมิฬท่านควรเอามาถ่ายทอดให้กับสำนักเทพกระบี่ด้วยถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสำนักและจะได้กระจายความรู้เกี่ยวกับพืชผักผลไม้ให้พวกเขาได้รู้ด้วย "
ผมพูดขึ้นพร้อมกับจัดแจงให้เสร็จสรรพพูดจบผมก็วิ่งเหยาะๆ เข้าไปในป่าทันที
ส่วนคนที่มองอยู่ข้างหลังก็ได้แต่ถอนหายใจ ป่าอสูรเทวะที่อันตรายเทียบเท่าได้กับป่าเทวะทมิฬขนาดผู้ฝึกตนระดับสวรรค์ไปจนถึงระดับราชันย์ยังต้องเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง เพราะว่าภายในป่าตั้งแต่ชายป่าส่วนนอกเข้าไปจนถึงส่วนลึกด้านใน ไปด้วยสัตว์มีพิษและพืชมีพิษมากมายยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ยิ่งเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่มีความน่ากลัวเป็นอย่างมาก
แต่คนคนนี้กลับวิ่งเหยาะๆ เข้าไปยังกับป่านั้นเหมือนเป็นป่าที่อยู่หลังบ้านยังไงยังงั้น
เมื่อเห็นว่าไป๋ชิงเดินเข้าไปในป่าแล้วทั้งหมดรวมทั้งฉีหมิง ก็ได้พากันไปยังตัวสำนักเทพกระบี่ทันที
เมื่อผมเดินเข้ามาในป่าอสูรเทวะเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้เดินชมนกชมไม้? ที่อยู่ตามทางไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไรจนกระทั่งมีเสียงเสียงดังมาว่า
" เฮ้ เจ้าน่ะ เข้าร่วมทดสอบรอบที่ 2 นี้เหมือนกันใช่หรือไม่"
เมื่อผมหันไปมองตามเสียงนั้นก็เจอกับเด็กหนุ่มรูปร่างอ้วนท้วมอายุอานามน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับผม แต่งกายด้วยชุดที่ดูจะจะหรูหราพอควร
" เจ้าพูดกับข้าหรอ " ผมเอ่ยถามออกไปอย่างสงสัย
" แล้วเจ้าเห็นคนอื่นนอกจากเจ้ากับข้าไหม " ชายคนนั้นถาม
ซี้ดดเลยแรงมากแม่! แล้วผมก็ได้ถามกลับไปหลังจากที่พึมพำกับตัวเองเสร็จว่า
" เจ้ามีอะไร "
" ข้าก็แค่กลัวเจ้าไม่มีเพื่อนร่วมเดินทางแค่นั้นก็เลยมาถามว่าเจ้าสนใจให้ข้าไปเป็นเพื่อนไหม นี่ข้าไม่ได้อยากเดินร่วมทางไปกับเจ้านะข้าแค่กลัวว่าเจ้าจะไม่มีเพื่อนเฉยๆ "
เด็กหนุ่มร่างอ้วนตอบ
เชอะ~ ชิ~ อยากมีเพื่อนเดินทางก็บอกมาเถอะเจ้าอ้วนผมคิดในใจแต่ภายนอกนั้นกลับพูดว่า
" ไม่อ่ะข้าชอบเดินคนเดียว "
" นี่เจ้าไม่คิดบ้างหรอทำไมตอบเร็วจัง ในป่านี้อันตรายนะข้าจะบอกให้ "
" เคยเข้ามา? " ผมถามออกไป
" ไม่ " เด็กหนุ่มร่างอ้วนยตอบ
" หื่มม งั้นข้าไปล่ะ " ผมพูดจบแล้วกำลังจะเดินจากไป
" เดี๋ยวสิ จะมาเดินหนีข้าแบบนี้ไม่ได้นะถึงข้าไม่เคยเข้ามาแต่ข้าก็เคย "
" เคยอะไร " ผมถามออกไป
" เคยได้ยินคนเขาเล่าลือกันว่าป่าอสูรเทวะนี้อันตรายมาก มากๆ เลยด้วย "
" เฮ้ออ " ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
ในขณะที่ผมกำลังจะพูดอะไรออกมานั้นก็มีเสียงอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมาอีกว่า
" มีพวกเจ้าน่ะ กำลังทำอะไรอยู่น่ะ "
" อะไรกันอีกวะเนี้ย " ผมพึมพาออกมาจะหันไปดูทางต้นเสียงก็เจอกับ ผู้ชายกับผู้หญิงคู่หนึ่ง กำลังเดินมาทางนี้
" พวกเจ้าน่ะข้าพูดกับพวกเจ้าอยู่ไม่ได้ยินหรือยังไงผู้อาวุโสให้เวลาพวกเรา 3 วันในการเดินทางไปยังสำนักเทพกระบี่ทำไมพวกเจ้าถึงยังมายืนคุยกันอยู่ตรงนี้ล่ะทำไมถึงไม่รีบออกเดินทาง "
หญิงสาวคนนั้นพูดขึ้น
" ข้าแค่กลัวเขาไม่มีเพื่อนร่วมเดินทางเท่านั้นก็เลยเสนอตัวมาเดินเป็นเพื่อน " คนร่างอ้วนตอบ
ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากได้เพื่อนหรือยังไงกันผมคิดในใจ
" ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าสนใจเดินทางไปกับพวกเราไหมไปกันหลายคนน่าจะปลอดภัยดี " ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นอีก
" ไปสิพวกเราไป " ชายร่างอ้วนรองขึ้นอย่างดีใจโดยไม่ได้ถามไป๋ชิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เลยสักนิด
เจ้าอ้วนนี้ ไม่คิดจะถามกันบ้างหรือยังไงกัน ผมคิดในใจก่อนที่จะตอบกลับไปว่า
" อื่ม ก็ได้ เอาล่ะในเมื่อตกลงกันอย่างนั้นก็ไปด้วยกันเถอะ ข้าชื่อไป๋ชิงมาจากแคว้นฉู่ แล้วพวกเจ้าล่ะชื่ออะไร มาจากที่ไหนกันบ้าง "
" ข้าชื่อจินหวง มาจากแคว้นหู่ " ชายร่างอ้วนรีบตอบ
" ข้าชื่อเย่หลิง มาจากแคว้นหวง ส่วนคนนี้ ชื่อ อี้เซียว เป็นเพื่อนข้ามาจากแคว้นอี้ เราเพิ่งเจอกันเมื่อตอนคัดเลือกรอบที่ 1 "
" อ๋อ อืม เอาล่ะถือว่าเราเป็นเพื่อนกันแล้วเรามาออกเดินทางกันเถอะนี่มันก็ใกล้จะค่ำแล้วเราต้องหาที่พักให้ได้ก่อนตะวันตกดิน "
ผมพูดขึ้นก่อนที่พวกเรา4 คนจะพากันออกเดินทางทันที
เมื่อเดินทางมาได้ซักพักพวกเราก็เจอเข้ากับถ้ำแห่งหนึ่งมีขนาดพอดีที่จะทำเป็นที่พักได้ พวกเราจึงได้เลือกเอาถ้ำนั้นเป็นที่พักสำหรับคืนแรก โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าภายนอกถ้ำนั้นกำลังมีบางสิ่งกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่
ทางด้านฉีหมิงและผู้อาวุโส5 ที่ได้มาถึงสำนักเทพกระบี่แล้ว ก็ได้พากันเข้าไปหาท่านประมุขทันที เมื่อเข้าไปแล้วฉีหมิงก็ได้เล่าเรื่องพรรคมารให้ทุกคนได้ฟังทันทีนั่นสร้างความตกใจให้กับคนในสำนักเทพกระบี่เป็นอย่างมาก
เมื่อได้คุยกันเรียบร้อยเเล้วฉีหมิงเลยขออยู่ดูการทดสอบศิษย์ใหม่รอบที่สองด้วยซึ่งประมุขสำนักเทพกระบี่ก็อนุญาตแล้วทุกคนจึงได้พากันเดินไปที่ห้องรับชมทันที
กลับมาทางด้านไป๋ชิงและเพื่อนๆ ที่ได้พักอาศัยกันอยู่ในถ้ำ
" เดี๋ยวข้าจะออกไปหาอะไรมาให้กินนะ "
ผมพูดขึ้นเพราะระหว่างทางที่เดินเข้ามาในถ้ำผมเห็นว่ามีผลไม้มากมายขึ้นอยู่ระยะใกล้ๆ นี้เต็มไปหมด
" งั้นข้าไปด้วยๆ " จินหวงพูดขึ้น
" นี้เจ้าคิดจะเกาะติดข้าไปทุกที่เลยยังไงฮะ " ผมหันไปพูดกับจินหวงอย่างเซ็งๆ ทันที
" ก็ข้าอยากจะไปหาอาหารเป็นเพื่อนเจ้านี่ ข้ากลัวเจ้าไม่มีเพื่อน " จินหวงก็หันมาตอบไป๋ชิงทันทีเช่นเดียวกัน
" เอาล่ะเอาล่ะพวกเจ้าอย่าเถียงกันไปกันทุกคนนั่นแหละ "อยู่ๆ เย่หลิงก็พูดขัดขึ้น
" ชิ~ "
" เชอะ~ "
ผมและจินหวง กอดอกสะบัดหน้าหนีกันไปคนละทางก่อนจะรีบเดินออกจากถ้ำไปในทันที
เมื่อออกมาด้านนอกถ้ำผมก็รีบวิ่งเข้าไปหาต้นผลไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ในทันที
" ว้าววมีเยอะเลย โน้นก็มี นั้นก็มี นี้ก็มีอีกอย่างกะสวนผลไม้อะ "
ผมร้องอุทานออกมาด้วยความดีใจแล้ววิ่งเข้าไปเก็บผลไม้พวกนั้นทันที
ซึ่งผลไม้ที่อยู่บริเวณนั้นมีทั้ง ผลไม้ที่เป็นไม้ยืนต้นและผลไม้ที่เป็นประเภทขึ้นอยู่เต็มไปหมดผมจึงเลือกสิ่งที่มันสามารถเก็บง่ายๆ ผมจึงได้วิ่งเข้าไปยังดงของแตงโมที่อยู่แถวนั้น ซึ่งแตงโมนั้นมันมีลูกที่มีขนาดใหญ่มากแถมยังมีหลายลูกต่างหาก และห่างออกไปจากดวงแตงโมก็ยังมีดงกล้วยที่สุดเหลืองอยู่หลายต้น และยุทธหัตถออกไปก็ยังมีผลไม้อื่นๆ อีกที่สามารถเก็บได้โดยไม่ต้องปีน
" นี่มันสวรรค์ชัดๆ " ผมรองอุทานออกมาอย่างดีใจก่อนจะเรียกจินหวงให้มาช่วยเก็บ
" นี่เจ้าอ้วนเจ้าจะยืนอยู่ทำไมล่ะรีบมาช่วยกันเก็บผลไม้กลับไปสิ " ร้องบอกออกไป
ส่วนจินหวงที่มองไป๋ชิงด้วยสายตาแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วจึงได้พูดออกไปว่า
" นี่เจ้าจะบ้าหรือยังไง เจ้าจะเก็บพวกวัชพืชพวกนี้กลับไปทำไมกัน มันกินไม่ได้นะไม่มีใครเขากินกัน "
" เจ้าน่ะสิบ้าของกินพวกนี้มีแต่ของดีทั้งนั้นข้ารับรองว่ากินได้ก็เก็บๆ ไปเถอะนะ เชื่อข้า "
" มันกินได้จริงหรอ " จินหวงถามขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ
" กินได้เชื่อข้า ข้ามาจากแคว้นฉู่นะ เจ้าไม่เคยได้ยินข่าวเลยหรือยังไง " ผมพูดออกไป
" อ๋อข่าวที่ว่ามีเทพเซียนจากป่าเทวะทมิฬ และเรื่องที่คนแคว้นฉู่เอาลูกวัชพืชจากป่าเทวะทมิฬมากินได้อย่างงั้นน่ะหรอ "
จินหวงถามออกมาด้วยความตื่นเต้น
" ก็ใช่น่ะสิเพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าสิ่งพวกนี้กินได้แล้วก็อร่อยด้วย " ผมพูดออกไปด้วยความมั่นใจ
ไม่ให้อร่อยได้ยังไงล่ะพวกนี้อยู่ในโลกของผมทั้งนั้น แถมผลไม้พวกนี้ในโลกก่อนของผมนั้นบางชนิดโคตรจะแพงบางชนิดนั้นผมไม่มีปัญญาที่จะซื้อกินด้วยซ้ำเพราะว่ามันแพงเพราะเป็นผลไม้นำเข้าและเป็นผลไม้ที่แพงกันตามฤดูกาล
เมื่อจินหวงได้ยินผมพูดแบบนั้นก็เลยรีบมาช่วยผมเก็บทันทีผมจึงได้เรียกเอาตะกร้าจากมิติออกมาแล้วให้จินหวงผลไม้ใส่ตะกร้านั้น
" ลูกวัชพืชนี้เรียกว่าอะไรงั้นหรอ " จินหวงถามผมออกมาและชี้นิ้วไปที่ลูกแตงโม
" มันเรียกว่าแตงโม " ผมพูดตอบออกไป
ถึงโลกนี้มันจะเหมือนโลกของจีนโบราณก็เถอะนะแต่ใครบอกว่าผมเคยเรียนภาษาจีนกันล่ะที่จบม. 6 มาได้ก็ถือว่าบุญขนาดไหนแล้ว แถมยังไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยอีก เพราะฉะนั้นเรื่องภาษาเลยไม่ต้องพูดถึงได้แค่ภาษาไทยนั่นแหละ
" แตงโมงั้นรึ ชื่อประหลาดนัก " จินหวงพูดออกมา
" จะประหลาดอะไรก็ช่างเถอะรีบเก็บกันเถอะแล้วจะได้รีบกลับ "
พูดออกมาพร้อมกับเรียกตะกร้าออกมาอีกใบนึงแล้วก็เดินไปเก็บกล้วยที่อยู่บนต้นจะขึ้นอยู่ใกล้ๆ แล้วก็เก็บผลไม้อย่างอื่นมีทั้งเงาะ ทั้งส้ม ผลไม้เต็มตะกร้าทั้งสองคนและในระหว่างที่ผมเก็บผลไม้แต่ละอย่างก็จะมีเสียงจินหวงถามดังขึ้นมาว่านั่นเรียกว่าอะไรที่เรียกว่าอะไรอยู่ตลอดแต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร จนกระทั่งผมเก็บไปสักพักก็ไปเจอกับสิ่งๆ หนึ่งเข้าจนทำให้ผมจนกลับต้องอุทานขึ้นมาอย่างลิงโลดซึ่งสิ่งนั้นมันก็คือ
" นั่นมันเห็ดนี่นา เป็นเห็ดโคนด้วยมีแต่ดอกใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย"
ผมร้องอุทานขึ้นมาเสียงดังด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่ผมได้เจอกับดงเห็ดดงใหญ่ ในหัวก็ได้คิดถึงเมนูเกี่ยวกับเห็ดขึ้นมาในทันที
ส่วนจินหวงที่อยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงผมร้องตะโกนขึ้น จึงได้วิ่งเข้ามาหาผมทันทีพร้อมร้องถามว่า
" ไป๋ชิงเจ้าเป็นอะไรทำไมถึงได้ตะโกนเสียงดังขณะนี้เจออะไรงั้นหรอ "
" ข้อ " ผมตอบออกไปด้วยความดีใจ
" เห็ดงั้นรึ มันคือสิ่งใดกัน "
" นั่นไงนั่นไงขึ้นอยู่เยอะเลย " ผมพูดพร้อมชี้มือไปทางดงเห็ดโคน
" เจ้าของพวกนี้มันกินได้ด้วยหรือ " จินหวงถามขึ้น
" กินได้เดี๋ยวข้าจะทำให้พวกเจ้ากินเองมาช่วยข้าเก็บเร็วแล้วจะได้กลับกัน "
ผมพูดพร้อมกับเรียกตะกร้าออกมาอีกใบนึงแล้วก็วิ่งปรี่เข้าไปเก็บเห็ดทันที จินหวงที่เห็นแบบนั้นจึงได้เข้าไปช่วยเก็บเมื่อพวกเราสองคนเกิดเหตุเสร็จแล้วจึงได้พากันแบกตะกร้าทั้ง 3 ใบกลับไปในทันที โดยไม่รู้ว่าการกระทำของพวกเขาทั้งสองคนนั้นตกอยู่ในสายตาของบุคคล 2 กลุ่มกลุ่มแรกคือกลุ่มของอาวุโสในสำนักที่ได้จ้องมองดูการทดสอบของศิษย์ใหม่อยู่ส่วนกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มของพวกพรรคมารที่ได้เข้ามาเพื่อจัดการลูกศิษย์ใหม่ของสำนักเทพกระบี่และได้แอบดู ไป๋ชิงกับจินหวงอยู่นานแล้วเช่นกัน
ทางฝั่งของพวกพรรคมารที่เห็นทั้งสองคนเก็บเอาลูกวัชพืชต่างๆ ใส่ตะกร้าและได้ยินทั้งสองคนคุยกันว่าวัชพืชเหล่านี้กินได้ต่างก็พากันหัวเราะออกมาพร้อมมองด้วยสายตาเหยียดหยาม
" เจ้ามนุษย์ 2 คนนี้สงสัยจะวิกลจริตแล้วเป็นแน่ถึงได้เอาลูกไม้พวกนี้ไปกินได้ "
" ข้าก็ว่าเช่นนั้นสำนักเทพกระบี่รับคนวิกลจริตมาเป็นลูกศิษย์ด้วยล่ะ "
ว่าแล้วพวกมันก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน