โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 69 ในระดับที่สูงกว่า

    “ในฐานะที่ท่านและข้าได้พบกันเป็นครั้งแรก และบางทีอนาคตพวกเราอาจจะได้เป็นสหายกัน ข้าขอร้องท่านให้ปล่อยศิษย์ในนิกายของข้าไปได้หรือไม่?”

    ชายชราได้กล่าวถามเซน อย่างไรก็ตามเซนนั้นกลับไม่ได้มีท่าทีตอบสนองอะไรเลย ท่าทางของเขาแข็งกระด้างอย่างมากและมีก็กำลังกำคอของเฟิงหยุนแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชายชราเห็นการปฏิบัติตัวของเซนสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน ก่อนที่เซนจะค่อยๆ กล่าวออกมาอย่างไม่เกรงกลัว

    “แล้วถ้าข้าไม่ปล่อยท่านจะทำอย่างไร?”

    คำกล่าวของเซนนั้นเห็นได้ชัดว่ากำลังท้าทายอีกฝ่าย เขากำลังต้องการวัดความสามารถที่แท้จริงของตนเอง ชายชรานั้นได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับเซน ดังนั้นชายหนุ่มต้องการทดสอบว่าขีดจำกัดของเขาอยู่ที่ไหน และเขาสามารถเอาชนะคนที่อยู่ในระดับเดียวกันได้หรือไม่

    ชายชราที่มีใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเมื่อสักครู่นั้นตอนนี้ใบหน้าของเขากลับเย็นชาอย่างถึงที่สุดพร้อมกับกล่าวออกมา

    “ดูเหมือนว่าท่านจะยังอ่อนต่อโลกมาก หากท่านคิดว่าตัวท่านสามารถท้าทายข้าได้ก็ลองดู!”

    ผู้อาวุโสลำดับที่สองได้กล่าวพร้อมกับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นั่นทำให้เซนประหลาดใจอย่างมากและรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลชายหนุ่มรีบกวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณทันที อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถตรวจพบชายชราได้ ก่อนที่เขานั้นจะรู้สึกถึงอันตรายที่มาจากด้านหลังของเขา

    ผู้อาวุโสอันดับสองปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของเซนด้วยเทคนิคบางอย่างพร้อมกับปรากฏออร่าสีเขียวอ่อนหมุนวนรอบมือของเขาราวกับเป็นสว่าน พลังหมุนของมันนั้นแทบจะทำลายหน้าดินในรัศมีร้อนเมตรแถบนั้นทั้งหมด นั่นทำให้เซนรับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายที่กล่าวก่อนหน้าว่ามีระดับฝีมือเทียบเท่ากับเขานั้นไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย แต่มีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่ก็คือชายชรานั้นเป็นออร่ามาสเตอร์

    เซนเมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีทางเลือกมากนักเขาโยนร่างของเฟิงหยุนทิ้งไปพร้อมกับโฟกัสกับการหลบการโจมตีแทน เขาได้ใช้ความยืดหยุ่นของร่างกายทั้งหมดในการเอนตัวหลบหมัดนั้นของผู้อาวุโสสองซึ่งเขาสามารถทำมันได้สำเร็จอย่างหวุดหวิด แต่เขาก็ยังได้รับผลจากการโจมตี

    [พลังชีวิตของท่านลดลง 88,544 หน่วย]

    เมื่อหมัดนั้นพุ่งผ่านเซนรู้สึกเจ็บปวดบริเวณร่างกายเล็กน้อย และเขาตกตะลึงกับดาเมจที่ได้รับจากการโจมตีครั้งเดียวทั้งๆ ที่ชายหนุ่มนั้นสามารถหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้ และนั่นทำให้เซนตระหนักได้ว่าเขาในตอนนี้ไม่สามารถเอาชนะชายชราได้

    ในอีกด้านนั้นชายชราตกใจอย่างมากไม่แพ้กันเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีใครสามารถหลบการโจมตีทีเผลอของเขาได้ โดยเฉพาะกับคนเบื้องหน้าที่เป็นผู้เยาว์ และในตอนนั้นเองในขณะที่ชายชรากำลังตกตะลึงอยู่นั้นหมัดของเซนก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับปืนใหญ่ปะทะเข้าที่กลางหน้าอกของชายชรา

    อย่างไรก็ตามก่อนที่หมัดของเซนนั้นจะปะทะเข้ากับชายชรามันได้ปรากฏออร่าสีเขียวอ่อนมาป้องกันหมัดของเขาเอาไว้

    “บึ้มมมมมม!”

    อานุภาพของหมัดที่เต็มแรงของเซนนั้นทำให้ร่างของชายชราถอยร่นออกมาหลายเมตร ก่อนที่มันจะนำพาหายนะมาสู่เกาะแห่งนี้โดยการกวาดผ่านและลบทั้งภูเขาหายไปในพริบตา

    [พลังชีวิตของท่านลดลง 101,033 หน่วย]

    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวของเซนพร้อมๆ กับเลือดของชายหนุ่มที่อาบย้อมกำปั้น กำปั้นของเขาไม่สามารถเจาะผ่านการป้องกันของออร่าได้ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ชายชรานั้นไม่กล้าจะลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า เขาตัดสินใจรีบหยุดการต่อสู้ทันที

    “พลังกายของท่านมากเสียกว่าผู้ใดที่ข้าเคยเจอมา…ท่านคงมาถึงระดับสูงสุดและขีดจำกัดของกึ่งเทวะแล้ว…”

    ชายชราถอนหายใจพร้อมกับก้มหัวขออภัยเซนที่ก่อนหน้านี้เสียมารยาท แน่นอนว่าหากสู้กันต่อนั้นชายชราจะได้รับชัยชนะไปในที่สุดเนื่องจากเซนนั้นไม่สามารถใช้ออร่าได้ แต่ชายชรานั้นคิดไม่ถึงเรื่องนี้อย่างแน่นอน เขาเพียงคิดว่าชายหนุ่มเบื้องหน้ากำลังออมมือให้กับเขาอยู่

    “ขอบคุณท่านที่ชี้แนะ”

    เซนโค้งคำนับเล็กน้อย เขาได้รับผลประโยชน์จากการต่อสู้ครั้งนี้มากมายเลยทีเดียว และเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าในทวีปที่ชายชราคนนี้จากมานั้นจะมีผู้แข็งแกร่งมากมายขนาดไหน

    “ข้าจะไม่เอาเรื่องศิษย์จากนิกายท่าน แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้าขอถามท่านเกี่ยวกับทวีปที่ท่านจากมาได้หรือไม่…ข้านั้นตลอดมาได้ฝึกฝนอยู่ในทวีปนี้และไม่เคยออกไปไหน”

    ชายชราที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวอยู่นั้นเมื่อได้ยินคำกล่าวของเซน เขาก็ได้กล่าวออกมาทันทีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

    “แน่นอนว่าข้าเต็มใจอย่างยิ่ง!”

    ชายชราก้มขอบคุณเซนอีกครั้งก่อนที่เขาจะเดินไปแบกร่างของเฟิงหยุนที่สลบไปจากแรงกระแทกจากการต่อสู้เมื่อสักครู่พร้อมกับกล่าว

    “ข้า รวมถึงศิษย์น้อยผู้นี้ และคุณหนู พวกเรามาจากทวีปฟ้ากระจ่าง เป็นทวีปที่ใหญ่กว่าทวีปเอวาแห่งนี้เกือบร้อยเท่าได้ และระดับพื้นฐานของประชากรคือระดับ 35 ซึ่งสูงกว่าทวีปนี้มากนัก!”

    เซนเมื่อได้ยินก็ตกใจเป็นอย่างมากระดับ 35 แม้แต่เขาเองยังไม่ถึงระดับ 20 ด้วยซ้ำ เขารู้ดีว่าการเก็บระดับนั้นยากเย็นขนาดไหน จากนั้นชายชราก็ได้กล่าวต่อไปว่า

    “จริงๆ แล้วประชากรของทวีปเราตั้งแต่แรกไม่ได้แข็งแกร่งหรือต่อสู้เก่งแตกต่างจากทวีปท่านมากนัก แต่มันเกิดขึ้นเพราะสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งนั่นทำให้พวกเราต้องดิ้นรนและเก็บเกี่ยวระดับเพื่อให้อยู่รอดได้ง่ายยิ่งขึ้น…”

    “ข้าพอเข้าใจ”

    เซนพยักหน้าอย่างเข้าใจ สภาพแวดล้อมของทวีปฟ้ากระจ่างนั้นต้องโหดร้ายเป็นอย่างมากแน่นอนหากชายชราได้กล่าวเช่นนั้น เซนจึงอดไม่ได้ที่จะก้าวสู้ทวีปอื่น

    “แล้วเหตุใดท่านที่เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งจึงได้มาทวีปนี้กัน?”

    ชายชราเมื่อได้ยินคำถามของเซนเขาก็ได้กล่าวตอบด้วยสีหน้าอันขมขื่น

    “จริงๆ แล้วข้ามาทวีปแห่งนี้เพื่อตามหารากแห่งจิตวิญญาณ ซึ่งเชื่อว่ามันจะอยู่ในดินแดนแห่งการทดสอบของทวีปนี้ หรือที่พวกท่านเรียกกันว่าโลกใต้พิภพนั่นแหละ”

    เซนนั้นไม่รู้จักรากแห่งจิตวิญญาณแต่เขาได้จดจำชื่อของมันเอาไว้และคิดว่าจะเก็บไว้ไปถามอาจารย์โซเฟีย เพราะมีเรื่องมากมายที่เขาต้องการถามชายชราเบื้องหน้าและเวลานั้นมีไม่มากนักก่อนที่ผู้คุมสอบจะมาถึงที่นี่

    “ท่านรู้จักโลกใต้พิภพด้วย?”

    เซนกล่าวถามออกมาด้วยความประหลาดใจ แต่ชายชรากลับกล่าวตอบในสิ่งที่เขาต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม

    “แน่นอนว่าพวกเรารู้จักมันเป็นอย่างดี พวกเราเรียกมันว่าดินแดนแห่งการทดสอบ มันมีทั้งหมดสามด่านที่ทุกเผ่าพันธุ์แต่ละทวีปจะต้องร่วมกันเพื่อให้ผ่านการทดสอบของทวีปตนเอง ในทวีปฟ้ากระจ่างของพวกข้านั้นไม่ได้มีดินแดนแห่งการทดสอบปรากฏขึ้น แต่กลับเป็นสิ่งที่เรียกว่าดินแดนแห่งหายนะปรากฏขึ้นแทน…”

    เซนรู้สึกงงเล็กน้อยเมื่อได้ฟังจึงนิ่งเงียบ อย่างไรก็ตามชายชราก็ได้กล่าวอธิบายให้กระจ่าง

    “ดินแดนแห่งหายนะคือด่านทดสอบของพระเจ้าผู้สร้างโลกในระดับสูงขึ้นไปกว่าดินแดนแห่งการทดสอบ จะมีเพียงผู้ที่ผ่านการทดสอบสามด่านแรกเท่านั้นจึงจะสามารถก้าวเข้าสู่ดินแดนหายนะที่แท้จริงได้ และแน่นอนว่ามันยากกว่าเป็นร้อยเท่า!”

    เซนพยักหน้าก่อนที่จะกล่าว

    “นั่นหมายความว่าข้าจำเป็นต้องผ่านการด่านของดินแดนใต้พิภพทั้งสามด่านจึงจะสามารถเข้าดินแดนแห่งหายนะที่ตั้งอยู่ในทวีปฟ้ากระจ่างได้ถูกต้องหรือไม่?”

    “ถูกต้อง”

    ชายชรากล่าวยืนยัน ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปอีกครั้งพร้อมกับกล่าวต่อ

    “อย่างไรก็ตามหากท่านผ่านสามด่านทดสอบได้ ท่านจะถูกบังคับให้เข้าสู่ดินแดนแห่งหายนะอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งดินแดนแห่งหายนะต่อให้เป็นตัวตนระดับท่าน…ก็ยังต้องพบกับความยากลำบาก”

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน