ไอหมอกสีขาวขุ่นลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวดินที่ยังชุ่มโชกไปด้วยน้ำฝน แสงสว่างรำไรของเช้าวันใหม่พยายามลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้กระท่อมร้างเข้ามาฉาบไล้บนร่างของคนสองคนที่อิงแอบกันอยู่เพื่อขอไออุ่น พายค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตา กลิ่นจางๆ ของแมกไม้และกลิ่นอายดินป่าที่ติดอยู่บนเสื้อลายพรางของไนท์ซึ่งเธอยังคงสวมอยู่นั้น ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดจนเธอไม่อยากจะขยับตัวออกไปจากอ้อมแขนที่แสนมั่นคงนี้
ทว่าความสงบสุขนั้นช่างสั้นนัก เมื่อเธอรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากร่างกายของชายหนุ่มข้างกาย ไนท์ไม่ได้หลับเลยตลอดทั้งคืน แววตาสีนิลของเขาจดจ่ออยู่กับวิทยุสื่อสารเครื่องเล็กในมือที่ส่งเสียงซ่าจางๆ สลับกับรหัสสัญญาณลับที่พายไม่เข้าใจ แสงสลัวเผยให้เห็นร่องรอยของความเหนื่อยล้าบนใบหน้าคมเข้ม แต่มันกลับถูกฉาบทับด้วยความดุดันและเย็นเฉียบเมื่อเขาสังเกตเห็นบางอย่างผ่านรอยแยกของประตู
"พาย... ตื่นแล้วใช่ไหม" เสียงทุ้มต่ำของเขากระซิบชิดใบหูจนพายรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่สั่นน้อยๆ ของเขา ไนท์ประคองร่างพายให้ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะชี้ให้เธอมองไปยังลานกว้างกลางหมู่บ้านที่มีไอหมอกปกคลุมอยู่หนาตา ท่ามกลางหมอกขาวนั้น พายเห็นร่างของคนในชุดเครื่องแบบทหารกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง พวกเขาไม่ได้มองหาศัตรูในป่าลึก แต่กลับมุ่งตรงมายังกระท่อมที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ด้วยพิกัดที่แม่นยำเกินไป
ไนท์ขบกรามแน่นจนนูนเป็สันเมื่อเขาเห็น 'เครื่องหมาย' บางอย่างบนปกเสื้อของชายที่เป็คนนำกลุ่มนั้น มันคือสัญลักษณ์เดียวกับหน่วยที่เขาเคยสังกัด ทว่าการปรากฏตัวของพวกเขาท่ามกลางสถานการณ์ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกแบบนี้ มีเพียงเหตุผลเดียวที่อธิบายได้นั่นคือการหักหลัง "พวกมันไม่ได้มาเพื่อช่วยเราพาย... มีคนส่งพิกัดสุดท้ายของเราให้พวกมันก่อนที่พายุจะถล่ม" ความเ็ปฉายชัดในแววตาของไนท์เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่เยือกเย็น
พายรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปตามสันหลัง เธอเลื่อนมือไปเกาะกุมมือหนาของไนท์ไว้แน่นเพื่อบอกให้รู้ว่าเธอจะอยู่เคียงข้างเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แสงแดดที่เริ่มแรงขึ้นเผยให้เห็นรอยเท้าใหม่บนดินโคลนที่บ่งบอกว่าวงล้อมเริ่มบีบกระชับเข้ามาทุกที ความจริงที่แสนโหดร้ายคือในวินาทีนี้ พวกเขาไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยนอกจากคนตรงหน้าที่กำลังหายใจสอดประสานกันอยู่ท่ามกลางเงาของความตาย
ไนท์กระชับปืนไรเฟิลคู่ใจไว้ในมือหนึ่งข้าง อีกข้างหนึ่งบีบมือพายไว้เป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะเริ่มเคลื่อนตัวออกจากกระท่อมทางประตูลับด้านหลัง "ถ้าเกิดอะไรขึ้น ให้คุณวิ่งไปที่น้ำตกแล้วซ่อนตัวอยู่ในโพรงหินที่ผมเคยบอกไว้... อย่าหันหลังกลับมามองผมเด็ดขาด" คำสั่งที่แฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างที่สุดนั้นทำให้น้ำตาของพายรื้นขึ้นมา แต่เธอรู้ดีว่าในสมรภูมิที่หัวใจเริ่มละลายเข้าหากันนี้ ความเข้มแข็งคือสิ่งเดียวที่จะทำให้พวกเขารอดชีวิต
การต่อสู้ในเช้าวันนี้ไม่ใช่แค่การหนีจากการ 'ล่า' ของคนร้ายตัดไม้ แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความจริงที่เ็ปที่สุดเมื่อศัตรูที่แท้จริงอาจเป็คนที่เคยสาบานว่าจะปกป้องกันและกัน ท่ามกลางกลิ่นไอฝนที่ยังไม่จางหาย ความเชื่อใจที่พายมีต่อไนท์กลายเป็โล่กำบังเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ ขณะที่ทั้งคู่เริ่มก้าวเท้าเข้าสู่การปะทะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนดินโคลนแฉะเริ่มดังถี่ขึ้นจนพายััได้ถึงแรงสั่นะเืจางๆ บนพื้นไม้เก่า ไนท์ขยับตัวประชิดขอบหน้าต่าง แสงสว่างจ้าจากภายนอกสะท้อนกับหยดน้ำฝนที่ค้างอยู่บนใบไม้ เผยให้เห็นเงาของชายในชุดลายพรางที่เริ่มกระจายกำลังปิดล้อมกระท่อมร้างแห่งนี้ไว้อย่างแ่า ความเงียบที่เคยเป็เพื่อนร่วมทางบัดนี้กลับกลายเป็เพชฌฆาตที่กำลังบีบคอพวกเขาให้หายใจไม่ออก
"พาย... ฟังผมนะ" ไนท์หันกลับมาสบตาเธอ แววตาสีนิลที่เคยเยือกเย็นบัดนี้กลับสั่นไหวด้วยความอาวรณ์ที่ปิดไม่มิด เขาเอื้อมมือมาประคองใบหน้าของเธอไว้ด้วยฝ่ามือที่สากกร้านแต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ซึมลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ "เมื่อผมให้สัญญาณ คุณต้องวิ่งออกทางประตูด้านหลังเลาะไปตามแนวลำธาร อย่าหยุดมอง อย่าสงสัยในตัวผม... เชื่อใจผมเป็ครั้งสุดท้ายนะ"
พายรู้สึกเหมือนก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ เธอเกาะกุมแขนเสื้อลายพรางของเขาไว้แน่น ราวกับว่าถ้าเธอปล่อยมือในวินาทีนี้ เขาจะเลือนหายไปกับม่านหมอกตลอดกาล "แล้วคุณล่ะคะ... คุณจะตามฉันไปใช่ไหม" คำถามที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวถูกตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่แสนขมขื่นของทหารหนุ่ม เขาไม่ได้ตอบเป็คำพูดแต่กลับก้มลงประทับริมฝีปากบนหน้าผากของเธอแ่เบา ััที่แสนสั้นแต่กลับละลายความหวาดกลัวทั้งหมดให้กลายเป็ความกล้าหาญที่เด็ดเดี่ยว
เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นทำลายความเงียบของป่าแม่ฮ่องสอนจนฝูงนกป่าบินแตกฮือขึ้นสู่ท้องฟ้าสีหม่น ไนท์ผลักร่างพายให้ออกวิ่งไปตามเส้นทางลับที่เขาเตรียมไว้ ก่อนที่ตัวเขาเองจะพุ่งออกไปรับะุและดึงความสนใจของพวกคนทรยศไว้เพียงลำพัง เสียงะโสั่งการและเสียงปะทะดังระงมอยู่เื้ั ทว่าพายกลับไม่ได้ยินสิ่งใดนอกจากเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวสลับกับเสียงคำรามของน้ำตกที่อยู่ไกลออกไป
พายวิ่งฝ่าพุ่มหนามและโขดหินลื่นๆ ไปอย่างไม่คิดชีวิต หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มปนเปไปกับหยดน้ำฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง เธอรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวที่จู่โจมเข้ามา แต่ความอุ่นจางๆ จากเสื้อลายพรางของไนท์ที่เธอยังคงสวมอยู่นั้นคอยย้ำเตือนว่าเขาไม่ได้ทิ้งเธอไปไหน ความรักที่ผลิบานในสมรภูมิที่เต็มไปด้วยการหักหลังนี้กำลังกลายเป็แรงผลักดันเดียวที่ทำให้เธอต้องรอดชีวิตเพื่อกลับไปหาเขา
ท่ามกลางหมอกหนาที่พิกัดน้ำตก พายหยุดยืนหอบหายใจอยู่ริมหน้าผา สายตาของเธอพร่าเบลอไปด้วยน้ำตาขณะที่มองย้อนกลับไปทางหมู่บ้านเงาที่มีควันไฟจางๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ความเป็ตายของไนท์ยังคงเป็ปริศนาที่บีบคั้นหัวใจ ทว่าในวินาทีที่เธอเกือบจะถอดใจ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาตามลมป่าที่เย็นเยียบ ร่างสูงที่เปื้อนไปด้วยคราบเืและฝุ่นดินปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางม่านน้ำตกที่ขาวโพลน
ไนท์ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอด้วยสภาพที่สะบักสะบอม ทว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นยังคงทอประกายความห่วงใยไม่เสื่อมคลาย พายโผเข้ากอดเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะเป็เพียงภาพลวงตา ความเงียบสงบกลับมาปกคลุมริมน้ำตกอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและการหลอมรวมของหัวใจสองดวงที่ผ่านพ้นความตายมาได้ด้วยกัน ความรักที่ 'ละลาย' ท่ามกลางการ 'ล่า' บัดนี้ได้กลายเป็เกราะกำบังที่ไม่มีวันพังทลายลงได้อีก