การกลับมาอีกครั้งของน้ำมนต์
บ้านวิริยนุกุลกร
ประมุขของบ้าน แทนไท วิริยนุกุลกร หนุ่มใหญ่วัย 37ย่าง 38 ที่หน้าตายังดูเด็กกว่าวัยอยู่มาก รูปร่างสูงใหญ่หล่อคมเข้มแบบฉบับชายไทยจมูกโด่งคมชัดริมฝีปากหยักหนาดูมีเสน่ห์จนน่าหลงไหล ั้แ่ภรรยาคนที่สองจากไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อสี่เดือนก่อน ปกติก็เป็คนเงียบขรึมอยู่แล้วการสูญเสียครั้งนี้ยิ่งทำให้เขาเงียบขรึมเข้าไปใหญ่ ดีที่ยังมีเ้าของร่างบางหุ่นสะโอดสะองที่ยังนอนอยู่ชั้นบนนั่นที่พอจะทำให้แทนไทมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้บ้าง
"แหววทำไมคุณน้ำยังไม่ลงมาอีก ไม่สบายหรือเปล่า" ประมุขของบ้านเอ่ยถามแม่บ้านที่กำลังตักข้าวให้กับเขาอยู่แต่เขากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของคนเป็ลูกเลี้ยง
"คุณน้ำฝากแหววบอกคุณท่านว่าให้คุณท่านทานก่อนได้เลยวันนี้จะไม่ลงมาทานอาหารเช้าค่ะเพราะว่าอยากนอนตื่นสายสักวัน"
แทนไทคิ้วขมวด ั้แ่น้ำมนต์กลับมาอยู่บ้านซึ่งนั่นมันก็สามเดือนกว่าแล้วปกติลูกเลี้ยงของเขาไม่เคยตื่นสายแม้จะเป็วันหยุดก็ตาม
"ไม่สบายเหรอ"
"เอ่อ" เด็กแหววอึกอัก
"แหวว!"
"มะ..เมื่อคืนคุณน้ำมนต์กลับดึกน่ะค่ะ เลยน่าจะ.."
"ไปไหนมาถึงกลับดึก!เธอพอจะรู้ไหม"
"ไม่ทราบค่ะ"
"อืม เดี๋ยวฉันไปถามเขาเองเธอไปทำงานของเธอเถอะ" แทนไทลุกจากโต๊ะอาหารแล้วตรงไปยังห้องของลูกเลี้ยงทันที
"อ้าว แล้วอาหารเช้า..ล่ะคะ??" ได้แต่พูดเบาๆกับตัวเองพลางก้มลงมองอาหารที่คุณท่านยังไม่ได้แตะแม้แต่น้อย
"น้ำๆ น้ำตื่นหรือยัง แด๊ดขอเข้าไปนะ"
ไม่มีเสียงตอบรับแทนไทเลยลองหมุนลูกบิดดู อืม ไม่ได้ล็อก เดินเข้ามาด้านในก็เห็นเ้าของร่างบางนอนหลับอุตุอยู่ในผ้าห่มผืนหนาอย่างมีความสุข แทนไทนั่งลงบนขอบเตียงแล้วมองหน้าอ่อนเยาว์ของลูกเลี้ยงอย่างเอ็นดู เด็กคนนี้คือลูกติดเมียของเขา ครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กคนนี้ก็รู้สึกเอ็นดูทันที ดวงตากลมโตสุกใส ริมฝีปากบางแดง แก้มกลมแดงระเรื่อจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย น่ารักจนเขาเผลอยิ้มเอ็นดูออกมา
เขาอยากมีลูกมานานแล้วแต่ภรรยาเก่าที่เลิกรากันไปไม่เป็ใจให้เขาเพราะเธอห่วงรูปร่างและสรีระด้วยอาชีพนางแบบของเธอ เขาเคยร้องขอให้เธอเลิกอาชีพนั้นเพื่อมาสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ด้วยกันแต่เธอปฏิเสธเขาทันที เธอบอกว่าเธอยังไม่พร้อม ยังสนุกกับงานอยู่ สุดท้ายเธอก็เลือกงานไม่เลือกเขาแต่ก็เลิกลากันไปด้วยดี
จนมาเจอแม่ของน้ำมนต์เขาเลยตัดสินใจที่จะแต่งงานอีกครั้ง เธอน่ารักอ่อนหวานช่างเอาอกเอาใจและตามใจเขาไปเสียทุกอย่าง เขาไม่เคยรังเกียจที่เธอมีลูกติดเพราะเขาเองก็เอ็นดูเด็กคนนี้ไม่น้อยเลย แถมยังหมายมั่นปั้นมือจะมีลูกกับเธออีกสักคนสองคนแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีวี่แววจนเธอได้จากเขาไป แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีเพราะเธอทิ้งลูกชายที่แสนจะน่ารักในวัยสิบเจ็ดย่างสิบแปดของเธอไว้ให้กับเขา เขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเขาจะไม่แต่งงานกับใครอีกจะทำแต่งานกับอยู่เลี้ยงดูเด็กคนนี้ประดุจลูกแท้ๆของเขาเอง คิดมาถึงตรงนี้รอยยิ้มบางๆก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมหล่อพลางเอื้อมมือไปแตะไหล่บางเพื่อปลุกให้ตื่น
"น้ำ น้ำมนต์ตื่นได้แล้วครับ แด๊ดจะไปทำงานแล้วนะไม่ตื่นไปส่งแด๊ดหน่อยเหรอ หืมม"
"อื้ออ แด๊ดดด" ร่างบางเปิดผ้าห่มเอามากองไว้ตรงอก เอื้อมมือมาล็อกเอวหนาแล้วซบหน้าลงตรงหน้าท้องเกร่งของพ่อเลี้ยงสุดหล่อ
ตึก ตึก ตึก.. ทำไมหัวใจเขาเต้นแรงกับความขี้อ้อนของลูกเลี้ยงแบบนี้นะ
"..."
"ขอโทษนะครับที่ตื่นสายอดกินข้าวเช้ากับแด๊ดเลย" ว่าพลางถูไถใบหน้าหวานไปมากับหน้าท้องแกร่งที่ตอนนี้เกร็งจนตะคริวแทบจะกิน
"ทำไมลูกของแด๊ดขี้อ้อนจังเลยล่ะฮึ" ว่าพลางยกมือหนาขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มลื่นอย่างรักไคร่
ลูกเหรอ เฮ้อ!ไม่อยากเป็ลูกเลยแฮะ :( คิดพลางยู่หน้าอย่างขัดใจ เอ่อ ใจเย็นนะไอ้น้ำมนต์แม่สุดที่รักของมึงเพิ่งจะเสียทำบุญ 100 วันไปได้ไม่กี่วันเองอย่าเนรคุณได้ไหม ความคิดตบตีกันอยู่ภายในใจจนยุ่งเหยิง
เมื่อเห็นลูกเลี้ยงทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแถมยังดูคล้ายติดอยู่ในภวังค์อะไรสักอย่าง เขาก็ได้แต่สงสัยกับท่าทางของลูกเลี้ยงขี้อ้อนแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไป
"เอ่อ..แล้วทำไมถึงตื่นสายได้ล่ะครับเมื่อคืนแอบหนีแด๊ดไปเที่ยวไหนมาตัวแสบ"
"เปล่าหนีเที่ยวซะหน่อยน้ำไปติวหนังสือกับเพื่อนมาเพราะใกล้จะสอบแล้วครับ"
"จริงสิแด๊ดลืมไปเลย เราจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนี่นา เร็วจัง!เด็กมอหนึ่งในวันนั้นกำลังจะก้าวไปเป็เด็กหนุ่มมหาลัยแล้วสินะ เตรียมพร้อมหรือยัง จะเรียนที่ไหนแล้วเรียนอะไรล่ะ หืม แด๊ดคนนี้พร้อมสนับสนุนเต็มที่เลยนะ"
"เดิมทีน้ำนัดกับเพื่อนๆว่าจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยต่างจังหวัดด้วยกันพอดีมะ"
"แด๊ดไม่ให้ไปหรอกนะ..เรียนที่กรุงเทพฯนี่แหละถ้าเราไปเรียนที่โน่นแล้วแด๊ดจะอยู่กับใครล่ะ ไม่ห่วงแด๊ดเหรอครับ"
ไม่ต้องรอให้ตัวแสบพูดจนจบผมรีบสวนไปทันทีนาทีนี้ใครจะว่าผมอ้อนหรือเรียกร้องความสนใจจากลูกเลี้ยงก็ยอม ไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว การที่มีสองคนแม่ลูกเข้ามาในชีวิตทำให้ชีวิตผมเริ่มมีความหมายมากกว่าเดิม เดิมทีผมใช้ชีวิตไปวันๆทำงานหาเงินทั้งๆที่ก็มีอยู่มากมายอยู่แล้วไม่รู้ว่าจะต้องตายๆเกิดๆอีกกี่ชาติถึงจะใช้หมด หิวก็กินง่วงก็นอนเงี่ยนก็หาคนมาระบายเพื่อปลดปล่อย แต่พอมีสองแม่ลูกเข้ามาทำให้ผมเข้าใจคำว่าครอบครัวเข้าใจความหมายของความสุข ถึงแม้ว่าตอนนี้อีกคนจะจากไปแล้วก็ตามแต่ก็ยังมีอีกหนึ่งคนที่เหลืออยู่ซึ่งก็อยู่ตรงหน้าของผมตอนนี้ ผมจะไม่มีวันยอมเสียคนๆนี้ไปอย่างแน่นอน
"เอ๋.."
"นะครับ เรียนที่กรุงเทพฯอย่าหนีแด๊ดไปอยู่ไกลๆอีกเลยนะ"
"คะ..ครับไม่ไปก็ไม่ไป เรียนที่ม.ในกรุงเทพฯก็ได้" เด็กแสบยอมจำนน
"แล้วอีกอย่าง ไม่อยู่คอนโดได้ไหมแด๊ดไม่อยากอยู่คนเดียวเลย มันเหงา" จริงนะผมไม่อยากให้ตัวแสบไปอยู่คอนโดเลย แค่คิดว่าบ้านทั้งหลังจะมีแค่ผมที่อยู่ก็รู้สึกว่าบ้านหลังนี้ใหญ่ขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล
"คิก คิก เพิ่งรู้ว่าแด๊ดเป็คนขี้เหงา" ผมยื่นมือไปบีบจมูกเด็กชอบแหย่ด้วยความหมั่นเขี้ยว
"โอ๊ะ! แด๊ด สายแล้วแด๊ดรีบไปทำงานเลยครับ ขอโทษที่น้ำมัวชวนแด๊ดคุยจนเพลินเลย แหะๆ" เหมือนเด็กแสบเพิ่งนึกออกแต่ผมน่ะรู้ตัวนานแล้วว่าสาย แต่ช่างปะไรบริษัทผมเองจะเข้าสายหรือเข้าบ้างไม่เข้าบ้างก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ใช่ไหม? นานๆจะมีเวลาอยู่กับตัวแสบทั้งที หึ
ผมลงมาส่งแด๊ดไปทำงานเสร็จก็เดินขึ้นมาบนห้องว่าจะนอนต่อสักเดี๋ยวค่อยลงไปกินข้าว บ่ายๆมีนัดกับเพื่อนๆเพื่อติวข้อสอบกันอีก ส่วนเื่ของผมกับแด๊ด ผมมาคิดดูแล้วว่าผมจะปล่อยไปแบบนี้ก่อนเพราะผมก็ไม่แน่ใจว่าถ้าแด๊ดรู้ว่าผมคิดไม่ซื่อกับแด๊ดแด๊ดจะยังรักและเอ็นดูผมอยู่ไหม บางทีแด๊ดอาจจะเกลียดผมและไล่ผมออกจากบ้านไปเลยก็ได้
บางทีที่เป็อยู่มันก็อาจจะดีอยู่แล้วก็ได้ผมเองก็จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดบาปต่อแม่ด้วย แค่แอบรักสามีของแม่ก็ว่าผิดแล้วถ้าถึงขั้นเอาตัวไปพันพัวจะไม่ยิ่งผิดบาปหนักไปกว่านี้เหรอ หากตายไปแล้วจะเอาหน้าไปเจอแม่ได้อย่างไรกัน เฮ้อ! จะมีความรักทั้งทีทำไมคนๆนั้นต้องเป็คนใกล้ตัวแบบนี้ด้วยวะไอ้น้ำมนต์
+++++
รักก็รัก รู้สึกผิดต่อแม่ก็รู้สึก
ไหนจะแด๊ดอีกถ้ารู้ว่าน้องคิดแบบไหนกับตัวเองแล้วจะรับได้ไหม
จะเกลียดน้องแบบที่น้องกลัวไหม?
แทนไทน้ำมนต์
++++++++
TBC.