เ้าหญิงปีศาจ
ตอน ชื่อที่เอ่ยไม่ได้
หลังจากการปราบโจรสลัดทำให้ชื่อเสียงของอนาสตาเซียดังไปทั่วสารทิศ
เมื่อเรือไม้เก่าๆที่ขับโดยเด็กชายฟันหลอกับหมีั์เทียบท่า ชาวบ้านต่างรุมล้อมและยืนสองฟาก มือโปรยดอกไม้ลงพื้นทรายด้่งเนรมิตรทางให้เ้าหญิงย่ำเดิน
"ได้โปรดเอ่ยนามของท่านได้ไหมท่านหญิง และท่านชาย" ผู้เฒ่าหมู่บ้านะโถามสาวน้อยที่เดินนำหน้าหนุ่มใหญ่
"เอาไงดีล่ะ บอกชื่อจริงไม่ได้ด้วยซิ ขืนความแตกว่าข้าเป็ทายาทบัลลังก์ มีหวังเมืองหลวงต้องระดมคนมาตัดหัวเราแน่เลย" เ้าหญิงเอ่ยถามหนุ่มใหญ่ข้างหลังแบบไม่หันกลับมา
"เ้าฉลาดล้ำนางฟ้าของข้า" เอาแล้ว อัศวินทองกำลังเคลิบเคลิ้มกับความรัก คงช่วยอะไรไม่ได้มาก
หันมองข้างหลังก็เห็นลูกโอเล่กับหมีโตโต้ก้มเก็บเหรียญเงินเหรียญทองที่ชาวบ้านโปรยให้เป็รางวัล
"ชื่อข้าเอ่ยไม่ได้" เ้าหญิงตอบ
"ทำไมล่ะท่านหญิง ทำไมล่ะ ๆ" ชางบ้านะโถาม
"ชื่อข้าต้องคำสาป ใครเอ่ยแล้วจะต้องตาย" เ้าหญิงโมเมเองทั้งสิ้น
"โอ ช่างน่ากลัวนัก ๆ " ผู้เฒ่าเอ่ยพร่ำ ชาวบ้านรีบโค้งคำนับให้อย่างเกรงกลัว
"พอจะมีอะไรให้ทางเราตอบแทนได้ไหม ท่าน้าอะไรได้โปรดบอก" พ่อค้าที่ดูรวยมากๆคนนึงเอ่ยเมื่อเห็นทีมเ้าหญิงกำลังจะจากไป
โขรก! เสียงท้องมิเรียเรสดังขึ้นเป็คำตอบ ครั้นหันมองหลังก็เห็นลูกชายกับหมีเข็นรถเข็นที่มีแต่หีบสมบัติ ไม่มีอาหารเลย
"มีอาหารอร่อยๆไหม" เ้าหญิงหันหลังแล้วย่างกลับเข้าเมืองริมทะเลสวย
"มีสิ มีทุกๆอย่างที่ท่าน้า พวกเราจะทำให้ท่านชิมเอง" ชาวบ้านแย่งกันพูด แม่บ้านหลายคนต่างยิ้มอย่างภูมิใจที่จะได้โชว์ฝีมือตัวเอง
"งั้นข้าขอชาบู ชาบูให้พวกเราเยอะๆเลย" เ้าหญิงกอดแขนอัศวินเดินกลับมา เอาแก้มแนบกล้ามแขนโตๆไว้อย่างมีความสุข
"ชาบูมันเป็ยังไงเหรอท่านหญิง" ชาวบ้านถาม
"ก็เออ เอาเป็ว่าเดี๋ยวข้าสอนเอง" สาวน้อยบอก
"เหย ต้องเข็นกลับอีกแล้วเหรอ" โอเล่บ่น
โครมมม! หมีั์ที่เข็นรถไม้ล้มลงไปนอนหงายเงิบ บนรถมีแต่หีบสมบัติ
ทุกบ้านต่างแยกกันไปทำอาหาร สักพักก็มีเหล่าผู้ชายเอาโต๊ะไม้มาเรียงรายกันอยู่ริมหาด
ไม่นานอาหารหลากหลายก็จัดเรียงเต็มโต๊ะ ชาวบ้านชายหญิงและเด็กมานั่งเรียงรายกันแบบงานปาร์ตี้
เ้าหญิงนั่งหัวโต๊ะ ข้างขวามีผู้เฒ่าหมู่บ้าน ข้างซ้ายมีอัศวินหน้าหล่อนั่งอยู่ โอเล่และหมีป่าเดินรอบๆโต๊ะแล้วหยิบของที่อยากกิน พวกเค้าดูมุมมามมากแต่ไม่มีใครว่าอะไร ออกจะขำเสียมากกว่า
ริมหาดทรายขณะที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน ทุกคนดื่มกินสังสรรค์กันอย่างเพลิดเพลิน
ชาวบ้านเล่นดนตรีจากเครื่องเป่า หลายคนลุกยืนและจับคู่กันเต้นรำสนุกสนาน
เด็กๆยืนเป็วงกลมแล้วเต้นระบำโยกย้ายไปมา โตโต้เอาโอเล่ขึ้นขี่คอและเต้นเลียนแบบคนอื่น
"โค้งขอข้าสิ" เ้าหญิงบ่นขณะที่อัศวินกำลังกัดกินน่องไก่อย่างเอร็ดอร่อย ปากมันแผล็บ
"นี่หยุดกินได้แล้ว ขอข้าเต้นสิ" เ้าหญิงหยิกแก้มมิเรียเรส
โอ๊ย! ๆ เค้าร้องเจ็บและวางอาหารลงในจาน
หนุ่มหล่อล่ำที่ตัวสูงสง่าก้มโค้งและยื่นมือขอเ้าหญิงเต้นระบำคู่
ฮริ! ๆ เธอทำเขินอายก่อนจะลุกยืน มือน้อยแปะลงบนฝ่ามือใหญ่ๆ อีกข้างโอบเอวกันและกันก่อนจะเต้นคลอไปตามเสียงเพลง
แปะ! ๆ ๆ ชาวบ้านนับร้อยยืนสดุดีและปรบมือให้คู่รักที่เหมาะสมกันเกินบรรยาย
ความแตกต่างช่างเข้ากันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ผู้ชายล่ำใหญ่ ผู้หญิงเอวเล็กแขนขนเล็กเพรียวงาม
ใบหน้าหล่อคมดุดันก้มมองใบหน้าที่เล็กเรียวสว่างใส เรือนร่างที่อรชรโดนร่างใหญ่กอดรัดและโยกย้ายไปด้วยกัน
ขณะที่สบตากันพาหัวใจให้สั่นไหว อัศวินหนุ่มไม่เคยหัวใจเต้นแรงและประหม่าขนาดนี้เลย
ดวงตาสีเขียวกับสีน้ำตาลอิ่มชุ่มน้ำตาที่แวววาว เ้าหญิงรู้สึกหัวใจพองโตเท่าโลกใบนี้
นี่หรือความรัก มันอบอุ่นและตื่นเต้นยังไงไม่รู้! เ้าหญิงคิดในใจ
จู่ๆก็มีทหารม้าสิบนาย พวกมันควบม้าผ่าความมืดเข้ามาเรียงแถวอยู่ข้างๆโต๊ะอาหาร (มันคือทหารลาดตระเวนจากวังหลวง)
"นี่มันอะไรกัน ใครบอกให้พวกเ้าจัดงานรื่นเริงโดยไม่ขออนุญาติ" หัวหน้าทหารที่ใส่ชุดเกราะอัศวินสีเงินะโร้องอย่างไม่พอใจ
"เอ่อ ๆ คือว่า คือพวกข้าเเค่จะขอบคุณท่านหญิง" ผู้เฒ่าตอบเสียงสั่น ชาวบ้านผวาถอยมายืนหลบหลังเค้าอีกที แต่ละคนชายหญิงตัวสั่น มือไม้สั่นไปหมด
"ใคร มันเป็ใครถึงได้รับการสรรเสริญเช่นนี้ หัวหน้าทหาระโขู่ ผู้เฒ่าตัวสั่นพั่บๆไปแล้ว ลูกน้องของมันควบม้ามาชักดาบควงเล่น
ชาวบ้านเงียบกริบ
"เอ่อ คือนางอยู่ที่นี่ แต่เอ่ยนามไม่ได้" ผู้เฒ่าตอบแบบก้มหน้ามองดิน เค้าไม่กล้าสบตาอัศวินชั่วคนนั้นเลย
"ใคร นางเป็ใคร แกเป็ใครเอ่ยชื่อมา" อัศวินชั่วชี้ปลายดาบไปรอบๆชาวบ้านแต่ละคน
มันดูบ้าอำนาจมาก ไม่ต้องบอกเ้าหญิงก็รู้ว่าพวกนี้ข่มเหงและข่มขู่รีดไถชาวบ้านจนพวกเค้ากลัวเกรง
หมีพาโอเล่ขี่คอไปหลบในความมืดข้างหลังต้นมะพร้าว ชาวบ้านก็ถอยหนีอย่างหวาดกลัว ดั่งคำขอบคุณไม่มีค่าแล้ว ดั่งพวกเค้ากลัวทหารจนต้องหันหลังให้เ้าหญิงต้องรับกรรม
การโดนทอดทิ้งนั้นเ้าหญิงเข้าใจดี เธอมีเพียงมิเรียเรสคนเดียวที่ไม่เคยทอดทิ้งไป
เมื่อมียอดชายอยู่เคียงข้างหัวใจดวงน้อยก็ไม่สะทกสะท้านกับความตาย เธอเอามือบีบกล้ามแขนอันใหญ่โต แก้มแนบชิดอกหนุ่มใหญ่ ก้มมองหน้าท้องที่บดชนกัน
เอวบางเฉียบถูกรัดด้วยท่อนแขนที่ทรงพลังจนประมาณมิได้
ช่างสุขใจยิ่งนัก ไม่น่ามีคนมาขวางเลย! สาวน้อยคิดในใจ
เธอเขย่งเท้ายืนแล้วกระซิบหูอัศวินรับใช้เบาๆ "เ้าบอกว่าในโลกนี้เ้าฆ่าใครหน้าไหนได้หมดเพียงแค่ข้าออกคำสั่งใช่ไหม"
"ได้ทั้งหมด หัวใจของข้า" มิเรียเรสตอบหวานเวอร์
"ข้าจะถามอีกครั้งสุดท้าย ใคร นางคือใคร ไม่เอ่ยชื่อ ข้าจะจับคนพวกนี้ไปเป็คนงานเหมืองแร่ให้หมด" ทหารชั่วขู่เ้าหญิงให้แสดงตัว
"ข้าชื่อสตาร์เซีย" เ้าหญิงเอ่ยชื่อปลอมที่มิเรียเรสตั้งให้เธอแต่เด็ก เค้าตั้งตอนที่พาเธอหนีตายออกจากวัง
"สตาร์เซีย ฮ่า! ๆ ๆ " ทหารชั่วและลูกน้องหัวเราะเยาะ พวกมันลงจากม้า เดินควงดาบหมุนๆเข้ามาล้อมรอบ หมายจะรุมฟันเธอและมิเรียเรสให้ตายไปพร้อมๆกัน
หมับ! อัศวินทองละแขนจากเอวบาง เอามือใหญ่ล้วงไปจับด้ามดาบสีทองที่หลังอย่างเยือกเย็น
"เอ่ยนามนางอีกทีซิ" พ่อหนุ่มรูปงามกราดตามองรอบๆและเอ่ยขึ้น
"สตาร์เซีย! ๆ ๆ ๆ " ทหารทั้งหมดล้อเลียนชื่อและเอียงหน้าทำตาถลน บ้างแลบลิ้นล้อเลียน บ้างง้างดาบจะฟันเธอ
ครืน! ๆ ๆ จู่ๆท้องฟ้าบนหัวก็มืดดำ เสียงฟ้าคำรามดังสนั่นพร้อมกับแสงวูบวาบบนหัว
อัศวินรูปงามบีบด้ามดาบสุดกำลังจนแขนสั่น
เปรี๊ยงงงง! ๆ ๆ สายฟ้าแหวกอากาศเสียงดัง แสงแว๊บๆและเสียงแผดลั่นน่ากลัวมาก มันดิ่งลงมาทั้งๆที่มิเรียเรสยังไม่ได้ชักดาบ
ตูม! ๆ ๆ ๆ แสงไฟดิ่งลงมาบนหัวทหารแบบตรงเผงทุกตัว
ร่างพวกมันดำเป็ตอตะโกโดยที่ไม่ทันได้ร้องซักแอะ ไม่ทันได้ล้มลงมาลมก็พัดร่างแหลกสลายหายไปเป็จุล
"โห เอ่ยชื่อไม่ได้จริงๆด้วย" ชาวบ้านซุบซิบกันอย่างขนลุก ทุกๆคนมีแววตาหวาดกลัวและขอบคุณเ้าหญิงในเวลาเดียวกัน
ฮริ! ๆ เ้าหญิงกลับไม่สนใคร เธอเงยหน้ามองตามิเรียเรสและยิ้มให้เค้าอย่างชื่นอกชื่นใจ
"สั่งให้ฆ่าคนทั้งโลกได้จริงเร้อ" เ้าหญิงแซว
"ได้สิ ทุกๆคนเลย" มิเรียเรสตอบ
เ้าหญิงเขินหนักจนไม่กล้าหวานตอบ เธอนึกครึ้มลองใจเลยหยอกหนุ่มหล่อเล่น "งั้นฆ่าตัวเ้าให้ตายไปซะ"
หนุ่มหล่อสบสายตาดุดันลงมา สีหน้าหล่อๆเข้มขรึมเหมือนจะเอาจริง
"ไม่ต้องถึงมือข้าหรอก แค่เ้าบอกว่าไม่รักข้าก็ตรอมใจตายแล้ว"
"โห คิดได้ไงเนี่ย ฮิ! ๆ"
เ้าหญิงตอบแล้วซุกใบหน้าสวยจมหายไปในอ้อมอกของอัศวิน