เอ๋อร์เตา ครั้นได้ยินคำพูดที่โอหังของอี้เฉิน เขาไต่ถามย้ำคำพูดของอี้เฉินในทันใด “เจ้าเอาจริงหรืออี้เฉิน ที่จะทำเช่นนี้”
“ข้าก็เอาจริงนะสิ” ก่อนอี้เฉินจะโบกฝ่ามือ เรียกชายหนุ่มให้ขึ้นมา ด้านบนสนามประลอง อย่างไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน
ฉับพลันที่เอ๋อร์เตา ห้อตะบึงขึ้นมา ด้านบนลานประลองได้ บัดนี้พวกเขายืนเป็นจุดตัดสามเหลี่ยม แผ่รัศมีคลื่นความไม่ธรรมดา เข้าใส่กันในทันใด ร่างวิถีธรรม มังกรเพลิง ที่ราวกับเป็นสัตว์ร้ายลืมตาตื่นขึ้นมา จากด้านหลังของเอ๋อร์เตา ปรากฏร่างวิถีธรรม มังกรเพลิงตัวเขื่อง ขึ้นมาจนเด่นชัด ก่อนเอ๋อร์เตา เขาจะหันปรายตาไปบอกกล่าว หวังเหยียน ด้วยน้ำเสียงที่โอหังแข็งกร้าว “เจ้าลงไปเสีย ข้าต่อสู้กับเขาเอง”
หวังเหยียน เขาที่ได้ยิน มีท่าทีไม่จำยอมในทันใด แม้พวกเขาจะอยู่นิกายเดียวกัน ก็ไม่ได้หมายความว่า จะญาติดีต่อกันเสียทีเดียว ครั้นหวังเหยียน ระเบิดปราณพลังสายฟ้า ภายในกายปะทุขึ้นมา จนรอบกายาเต็มไปด้วย สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ราวกับมีมังกรสายฟ้า พุ่งทะยานสู่สวรรค์ชั้นฟ้า แม้แต่10ประตูวิถีด้านหลัง หวังเหยียน ยังสำแดงออกมาอย่างไม่มีเก็บออม
ภาพนั้นต่างก็พาให้หมู่ชนที่มามุงดู ต่างก็ก้าวฝีเท้าถอยหลัง อย่างไม่รู้ตัว เมื่ออยู่ต่อหน้าร่างวิถีธรรม ที่ก่อร่างขึ้นมา สู่ครรลองสายตาหมู่ชน พร้อมรอยยิ้มแสยะออกมากว้าง
ครั้นหวังเหยียน แค่นเสียงแข็งกร้าว ออกมาดังก้อง “เจ้านั่นแหละที่ควรลงไปเอ๋อร์เตา ส่วนไอ้เวรอี้เฉิน ข้าจะเป็นคนจัดการมันเอง”
สายตาที่แหลมคมพวกเขาทั้งสอง เชือดเฉือนกัน ราวกับจะเกิดประกายไฟ ไม่มีท่าทีว่าจะยอมกันแม้แต่น้อย แต่เมื่อพวกเขาเห็นอี้เฉินบัดนี้ เปลี่ยนไปมาก จากวิถีอาชูร่า ที่เข้าครอบงำอี้เฉิน ในเสี้ยวพริบตา ส่งให้ดวงตาอี้เฉิน แปรเปลี่ยนเป็นสีทับทิมเลือด มันก็ทำให้พวกเขา สีหน้าบึ้งตึง หนังหัวชาวาบในทันใด
“เจ้าจะมัวเถียงกันอีกนานหรือไม่” ทันใด ร่างวิถีอาชูร่า หกแขน ที่ฉายทอดยาวลงมาของอี้เฉิน ส่งฝ่ามือ พุ่งปราดเข้ามาจับคว้า ร่างวิถีธรรม พวกเขาทั้งสองในทันใด
หมู่ชนที่เห็นต่างก็เบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าอี้เฉิน จะมีพลานุภาพมากขนาดนี้ ครั้นร่างวิถีธรรมของพวกเขาทั้งสอง บัดนี้กำลังจะถูกอี้เฉิน ใช้ร่างวิถีธรรมยักษ์6แขนไล่ต้อน เสียงร่างวิถีธรรม มังกรสายฟ้า มังกรเพลิง ทั้งสอง ร้องคำราม ออกมาดังกู่ก้อง สนั่นไปทั่วมิติ เมื่อมันพัวพันเข้าโรมรันต่อสู้
โฮก!! ตู้ม!! ที่ดังออกมา ด้วยความกราดเกรี้ยว บ้าคลั่ง ส่งให้ผู้ชมที่มองภาพ ฉากการต่อสู้เบื้องหน้า ต้องหายใจแรง หนักถี่ขึ้นมาทันที
ก่อนหวังเหยียน หมุนวาดฝ่ามือ ส่งวิถีมังกรอัสนี ระเบิดแขนอาชูร่าหกแขนของอี้เฉิน ทางด้าน เอ๋อร์เตาเขาเองก็ส่งเปลวเพลิงที่บ้าคลั่ง ออกมาเผาผลาญเช่นกัน ส่งให้ร่างวิถีธรรมที่ก่อร่างขึ้นมา แตกกระจัดกระจายออกไปทั่ว ปัง!! ปัง!! ตู้ม! ดังออกมาดังก้อง
เพียงเวลาไม่กี่เสี้ยวอึดใจ ฉากการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ก็ปะทุ ขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด แสงพร่างพราว สาดกระจายออกไปทั่วผืนฟ้า ครั้นร่างวิถีธรรม อาชูร่ายักษ์6แขน ถูกอี้เฉินหมุนวาดฝ่ามือ ออกไปด้วยความอำมหิต ฉีกกระชากร่างมังกรวิถี ธรรม ของทั้งสองอย่างง่ายดาย จนเต๋า ธรรม ภายในกายพวกเขา ถูกตัดขาดสะบั้นทั้งหมด ในเวลาไม่กี่เสี้ยวอึดใจ
ส่งให้ร่าง เอ๋อร์เตา กับ หวังเหยียน ก้าวฝีเท้าถอยหลัง หัวเข่าข้างหนึ่ง ทรุดลงกับพื้น ริมฝีปากกระอักเลือด ออกมาคำใหญ่ในทันใด ด้วยความไม่อยากเชื่อว่า อี้เฉินจะมีพลังมากขนาดนี้ เพียงเสี้ยวพริบตา ถึงกับทำให้พวกเขาบาดเจ็บ เข่าทรุดลงกับพื้นได้
แม้แต่หมู่ชนที่มุงดู เห็นภาพเบื้องหน้า พวกเขายัง กายาเย็นเหยียบ หนาวสั่น ด้วยความหวาดกลัว ครั้นเห็นพลังที่แท้จริง ที่อี้เฉินสำแดงออกมา “อี้เฉิน!! เขา!! หรือว่าตลอดมา เขาเก็บซ่อนพลังที่แท้จริงไว้”
คุณชายหยู ที่กลับมาพร้อมกับท่านพี่ ภายในตระกูล เขากล่าวออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อ “เป็นไปได้อย่างไร ผู้มีรายชื่อติดอันดับจะพ่ายแพ้ ให้กับคนดินแดนเทพต่ำต้อย มันไม่น่าจะเป็นไปได้ซิ”
หมู่ชนรอบด้านที่มามุงดู พวกเขาต่างก็เต็มเปี่ยม ไปด้วยความเชื่อมั่น โอหัง ทะนงตนของคนดินแดนจักรพรรดิ ว่าพวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ อันดับหนึ่ง แต่ภาพเบื้องหน้า ที่พวกเขาเห็นคนดินแดนจักรพรรดิ พ่ายแพ้ให้ชายหนุ่มติดๆ กัน มันจะไม่ให้พวกเขา ประหลาดใจได้อย่างไร
ทว่าเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าอี้เฉิน ที่ดังก้องขึ้นมา มันก็สั่นคลอนความเชื่อมั่น ภายในใจของพวกเขา จนสิ้นในทันใด เมื่อรัศมีคลื่นแรงกดดัน จากฝีเท้าอี้เฉิน เหยียบย่ำลานประลอง แพร่กระจาย ออกมารอบทิศทาง ปัง!! ปัง!! ปัง!! เสียงฝีเท้าที่ดังก้อง ส่งให้หัวใจหมู่ชนรอบด้าน เต้นตามจังหวะการก้าวฝีเท้าของอี้เฉิน ลมหายใจหอบถี่ ด้วยความหวาดกลัว ครั้นรับรู้แรงกดข่ม ที่บ้าคลั่ง แผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง
ส่งให้กายาผู้คนรอบด้าน ถูกแรงกดดันอี้เฉิน กดทับร่าง พร้อมเสียงหมู่ชน เอ่ยพูดออกมาเสียงดังระเบ็งเซ็งแซ่ “อี้เฉิน เขามีพลัง ไปแตะอยู่ในขั้นราชันสวรรค์ ไปอยู่ระดับเทียบเท่า เหล่าศิษย์อัจฉริยะของนิกายใหญ่ มันเป็นไปได้อย่างไร ดินแดนเทพที่ต่ำต้อย เหตุใดถึงสร้างจอมยุทธ์ เช่นนี้ขึ้นมาได้”
ฉับพลันที่ผู้คนเอ่ยพูดถึงตัวอี้เฉิน ออกมาเสียงดังก้อง ข่าวคราวของอี้เฉิน เริ่มกลับมาหลอกหลอนพวกเขา เหล่าคนดินแดนจักรพรรดิอีกครา จากชื่อเสียงที่เรื่องลือของอี้เฉิน
ชายหนุ่มกล่าวพูดออกมา พร้อมเสียงกลืนน้ำลาย ลงคอไปอึกใหญ่ เมื่อเห็นอี้เฉินยังไม่หยุดฝีเท้า ก้าวเดินออกมาเบื้องหน้า ด้วยความองอาจ ฝีเท้านั่นแฝงไว้ด้วยพลังกดข่ม ที่รุนแรง “อี้เฉินหรือว่า เขาจะฆ่าสังหาร หวังเหยียนกับ เอ๋อร์เตา”
ภาพที่ฝีเท้า อี้เฉินราวกับจะขยี้ปฐพี ให้แหลกเป็นผุยผง พร้อมร่าง หวังเหยียน เอ๋อร์เตา ที่กัดกรามกรอด เข่าทรุดลงกับพื้น ด้วยความไม่จำยอม ทว่าพวกเขาไม่มีท่าทีว่า จะร้องขอชีวิตแม้แต่น้อย เมื่อเห็นฝีเท้าอี้เฉิน เตรียมจะเหยียบย่ำ ข้ามผ่านพวกเขาไป
ทันใดที่เสียงปัง!!ดังออกมาก้อง หวังเหยียน เอ๋อร์เตา พวกเขาต่างก็หลับตาแน่น แม้แต่คนอื่นๆ ที่ดูชมยังไม่กล้ามอง ฉากอันน่าหวาดเสียว ทว่ามันผิดคาดหมู่ชนไม่น้อย เมื่อผู้คนเห็นผลึกโลหิตสีแดง แพร่กระจายออกไปทั่ว ส่งกลิ่นอายคาวเลือด ความตายออกมาหนาแน่น
ก่อนฝีเท้าอี้เฉินจะเหยียบผลึกเลือด ขึ้นไปอย่างเนิบช้า ทุกการย่างก้าว เต็มเปี่ยมไปด้วยความโอหัง ผู้คนที่รับรู้ว่ามันคืออะไร เอ่ยพูดออกมาทันใด “หรือว่าจะเป็นญาณ วิเศษ ประเภทเขตแดน อี้เฉินเขาคิดจะทำอะไรกันแน่”
หมู่ชนที่เห็นภาพ ผลึกโลหิตที่ก่อร่างขึ้นมา ราวกับเป็นสรวงสวรรค์แห่งความตาย พร้อมปราณพลัง ที่แพร่กระจัดกระจาย ก่อร่างเป็นมังกรโลหิต ให้อี้เฉินขึ้นไปนั่ง พร้อมกับเส้นผมสีขาวโพลน ของอี้เฉินที่โบกสะบัดโยกไหว ไปกับสายลมเย็นอย่างบ้าคลั่ง ภาพนั้นต่างก็ทำให้หมู่ชน เดือดดาล มองว่าอี้เฉินโอหังเกินไป
น้ำเสียงหนึ่งจึงกล่าวพูดออกมา ท่ามกลางหมู่ชนในทันใด “เจ้าอย่าทำตัวโอหัง ไปหน่อยเลยจักรพรรดิ ผู้ปกครองดินแดนเทพอี้เฉิน ที่นี่ดินแดนจักรพรรดินะ ไม่ใช่ดินแดนเทพของเจ้า”
คุณชายหยู กล่าวพูดเห็นด้วยในทันใด “ใช่ๆ ชนะหวังเหยียน กับ เอ๋อร์เตา ได้ ไม่ใช่เจ้าที่เป็นอันดับหนึ่ง เสียหน่อย”
ฉับพลันที่อี้เฉินโบกฝ่ามือ แรงกดดันที่บ้าคลั่ง แพร่กระจาย ซัดสาดออกมาทั่วทิศอย่างรุนแรง ส่งให้หมู่ชนแทบทุกผู้ทุกคน ภายในมิติแห่งนี้ เข่ากระแทกลงกับพื้นเบื้องล่าง จนเกิดเสียงปัง!! ปัง!! ดังออกมาไม่ขาด พร้อมเสียงสบถด่า ในตัวอี้เฉินดังออกมาก้อง ราวกับพวกเขาอยู่ต่อหน้า จักรพรรดิหนุ่มผู้รุ่งโรจน์ กำราบศัตรูให้อยู่ภายใต้แทบเท้า ก็มิปาน
ก่อนอี้เฉินจะผายฝ่ามือ ครั้นเห็นผู้คนดินแดนจักรพรรดิ ไม่พร้อมที่จะรับฟังคำของเขา เมื่อเสียงก่นด่า เบาบางเงียบลงไปได้ อี้เฉิน เขาแค่นเสียงแข็งกร้าวขึ้นมาทันใด “พวกเจ้าดูถูกข้า ดูถูกคนดินแดนเทพของพวกเรา มากเกินไปแล้วกระมัง ไอ้คนดินแดนจักรพรรดิ”