ยินว่านเสียรีบนำเหล่าบุคลากรชั้นสูงของลัทธิหมื่นวิญญาณที่อยู่ด้านหลังเข้าไปหมอบกราบอยู่บนพื้นทันทีพร้อมกับตะเบ็งเสียงดังสนั่นออกมาว่า
“ยินว่านเสียนำเหล่าศิษย์ลัทธิหมื่นวิญญาณมาเคารพ‘ท่านอาจารย์บรรพบุรุษ’ ”
มีเงาร่างสายหนึ่งค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นจากทางอีกฝั่งของประตูมายืนอยู่เหนือหัวของพวกเขาขณะเดียวกันก็มีน้ำเสียงที่ดูอ่อนเยาว์อย่างไม่เป็นธรรมชาติดังขึ้น
“ลุกขึ้นเถอะ...ว่านเสีย ไม่ได้พบตั้งหลายปีแต่เจ้าดูจะแก่ชรามากกว่าอาจารย์เจ้าเยอะเลยนะ”
ยินว่านเสียนำกลุ่มลูกศิษย์คนอื่นๆ ให้เงยหน้าขึ้นผู้คนทั้งหมดพลันตาเบิกกว้างอย่างอดไม่ได้ ไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ตัวเองกำลังมองเห็นอยู่ตรงหน้านี่เลย
“ท่านอาจารย์ ทำไมท่าน...?”
ยินว่านเสียตอนนี้มีอายุปาเข้าไปแปดสิบกว่าแล้วดังนั้นคนที่เขาเรียกว่าอาจารย์นั้นอย่างต่ำๆ ก็ต้องมีอายุเกินร้อยเป็นแน่
แต่คนที่โผล่ออกมายืนอยู่ต่อหน้าผู้คนจากอีกฟากของประตูมิติสีดำนั้นกลับเป็นชายหนุ่มรูปงามที่ดูแล้วน่าจะมีอายุแค่ราวๆ ยี่สิบกว่าเท่านั้น
ชายหนุ่มผู้นี้มีผมสีดำสนิทราวกับหมึกพู่กัน คิ้วคมดุจใบดาบสันจมูกที่สูงโด่งและริมฝีปากที่อวบอิ่มเป็นชายหนุ่มที่ดูองอาจสง่างามอย่างน่าเหลือเชื่อ
โดยเฉพาะดวงตาที่มีสีดำเข้มจนแทบมองไม่เห็นเนื้อสีขาวเลยนั้นมันดูแวววาวราวกับอัญมณีก็ไม่ปาน มันเปล่งประกายแสงแห่งความชั่วร้ายออกมาตลอดจนชวนให้ผู้พบเห็นต้องหวาดกลัวจนตัวสั่น
ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวว่า “ฮ่ะฮ่ะ นี่แหละคือความมหัศจรรย์ของวิชามารของ ‘ลัทธิวิญญาณอสูรแห่งความมืด’ ช่วงแรกที่เริ่มฝึกมันจะทำให้พวกเจ้าดูพิสดารราวกับไม่ใช่คนแต่ทันทีที่สามารถขึ้นไปถึงระดับโพ่ไห่ได้พวกเจ้าจะได้กลับมามีรูปร่างแบบมนุษย์อีกครั้งและถึงขั้นสามารถหวนกลับคืนสู่วัยเยาว์ได้อีกครั้งเหมือนอย่างที่อาจารย์เป็นอยู่นี่อย่างไรล่ะ”
มันพิสดารถึงเพียงนี้เชียว!!
ยินว่านเสียและคนอื่นๆ อีกสิบกว่าคนต่างก็ตาเป็นประกายในใจต่างก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่มีต่อวิชามารของ “ลัทธิวิญญาณอสูรแห่งความมืด”ซึ่งมาจากภพภูมิที่สูงกว่านั่นอย่างสุดซึ้ง
“พวกเซ่าเทียน จิ่วโยวล่ะ?”
ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายเห็นว่าคนน้อยผิดปกติจึงเอ่ยถามขึ้น
บรรยากาศในที่แห่งนั้นพลันเย็นเยือกลงมาทันที
ตึง
ยินว่านเสียที่เพิ่งลุกขึ้นยืนนั้นก็กลับไปคุกเข่ากระแทกพื้นอย่างแรงอีกครั้งถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีน้ำตา แต่เวลาพูดก็จำต้องกัดฟันไว้
“ท่านอาจารย์ที่ครั้งนี้ศิษย์จำต้องขอความช่วยเหลือจากลัทธิอสูรของท่าน ก็เป็นเพราะเรื่องนี้...เซ่าเทียน จิ่วโยว แล้วก็โม่ซาง ทั้งหมด ทั้งหมดล้วนถูกคนฆ่าตายไปแล้ว!!!!”
ฮูมม
อยู่ๆ ก็เกิดลมอันเย็นยะเยือกสายหนึ่งพัดขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดไปทั่วห้องโถงใหญ่นี้
รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นพลันสลายไปในเสี้ยวพริบตาเส้นผมสีดำสวยของเขาถูกพลังฟ้าดินอันน่าหวาดหวั่นนั่นพัดขึ้นจนชี้ขึ้นฟ้า
“เกิด อะ ไร ขึ้น?”
ทุกคำพูดของเขานั้นทั้งเย็นชาและอำมหิต ทำเอาผู้คนรู้สึกเสียวสันหลังวูบไปหมด
ยินว่านเสียโขกหัวลงไปอย่างแรงจากนั้นก็นำเรื่องที่เกิดขึ้นในทะเลสาบเมฆาอัสนีทั้งหมด รายงานให้กับอีกฝ่ายไปพอพูดถึงส่วนสุดท้ายแล้วดวงตาอันเหี่ยวแห้งทั้งสองข้างของยินว่านเสียก็มีน้ำตาหลั่งไหลออกมา
“ท่านอาจารย์ผู้สูงส่ง ว่านเสียเพียงแค่อยากจะช่วยลัทธิอสูรเปิดเผยความลับของสมรภูมิฝังเทพนั่นจึงได้ขอศพโลหิตจากท่านมา ใครจะรู้ว่ามันจะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่โตขนาดนี้... ว่านเสียขอร้องท่านอาจารย์ช่วยถีบศิษย์ให้ตายคาเท้าท่านเสียแล้วใช้ร่างกายของศิษย์ไปสร้างเป็นศพโลหิตขึ้น เพื่อจะได้ไปล้างแค้นให้พวกเซ่าเทียน!!!!”
ชายหนุ่มชั่วร้ายนั่นฟังเรื่องเล่าจนจบจากนั้นก็เงียบไปไม่พูดอะไรเลยนานกว่าหนึ่งนาทีเต็มๆ
พอผ่านไปครู่หนึ่งแล้วมุมปากเขาก็แสยะยิ้มชั่วร้ายขึ้นจนน่าหวาดกลัวน้ำเสียงพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาและกระหายเลือด ราวกับเสียงพูดทุ้มต่ำของเทพแห่งความตาย
“ข้า เมี่ยชางเซิง เพิ่งออกไปจากทวีปชี่อู่ได้แค่สามปีก็มีคนที่ไม่เห็นหัวของพวกเราลัทธิหมื่นวิญญาณขนาดนี้แล้วรึ หึหึ ได้ ได้เลย!!”
ทุกคำที่พูดออกมานั้นก็ทำให้อุณหภูมิในห้องโถงมันเย็นลงมาส่วนหนึ่งพลังชั่วร้ายสีดำอันน่ากลัวนั้นทรงพลังน่าเกรงขามราวกับมีแรงกดดันอันมหาศาลราวกับขุนเขาก้อนหนึ่งกำลังกดทับพวกเขาอยู่จนเงยหัวไม่ขึ้น
“ดูท่าทาง มันคงจะถึงเวลาที่เราต้องรื้อฟื้นให้ผู้คนของทวีปชี่อู่ได้รับรู้ถึงความน่าหวาดกลัวของพวกเราลัทธิหมื่นวิญญาณอีกครั้งแล้วละ...ฮ่าฮ่า...”
หัวหน้าของฝ่ายลัทธิหมื่นวิญญาณ เมี่ยชางเซิงนั้นเริ่มแสยะยิ้มออกมาแล้วแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูราวกับภูตผีที่กำลังเศร้าโศก
อสูรร้ายที่กลับมาสู่ทวีปชี่อู่จากลัทธิวิญณานอสูรแห่งความมืดนั้นไม่รู้ว่าครั้งนี้เขาจะสร้างมหันตภัยร้ายแรงอะไรขึ้นที่ทวีปชี่อู่แห่งนี้กันแน่
..................................
เวลาก็ได้ผ่านเลยไปอีกหนึ่งเดือนอย่างรวดเร็ว
ณ อาณาจักรชูอวิ๋น หลินหยางกำลังอยู่ในสนามฝึกซ้อมลับที่อยู่ด้านล่างของคฤหาสน์ส่วนหลัง
แต่วันนี้ดูจะมีเงาร่างเยอะกว่าปกติแถมยังเป็นยอดฝีมือที่มีพลังไม่ธรรมดาทั้งนั้นพวกเขาต่างก็สวมใส่ชุดที่ไม่เหมือนกันพวกเขาต่างก็กำลังจ้องมองไปที่การต่อสู้ระหว่างเงาร่างสองสายที่กำลังปะทะกันอยู่บนสนาม
หนึ่งในนั้น คือคนคุ้นเคย นั่นก็คือเทพสงครามอันดับหนึ่งแห่งดินแดนทะเลทรายตะวันตกจากราชอาณาจักรเหมิงจี๋เลี่ย หมาป่าโลหิตผู่อาหมาน
ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งและบ้าพลังผู้นี้กำลังถือกระบองยักษ์ “ดาวอำมหิต”ไว้ในมือพร้อมกับใช้มันไล่หวดไล่บี้คู่ต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง
บนโลกใบนี้ ผู้ที่สามารถต่อกรกับผู่อาหมานได้ตรงๆ นั้นเกรงว่าคงมีไม่ถึงห้าคนแต่ตอนนี้ที่ตรงหน้าของผู่อาหมานกลับมีเงาร่างสีเงินสายหนึ่งกำลังร่ายรำกระบองยาวสีดำในมืออย่างเกรี้ยวกราดดุดันแถมยังสามารถต่อกรกับผู่อาหมานได้อย่างทัดเทียมอีกด้วย
คนที่กำลังยืนมุงอยู่รอบนอกนั้นมีหลายคนที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตากันดี
ทั้งเป้ยเค่อแห่งราชอาณาจักรเทียนฉางโม่เชาหยันแห่งเผ่าฝูโปและแม้แต่เถ้าแก่ดาวเหลืองฮว๋างฉางจากกลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้าเองก็ยังมาอยู่ในที่แห่งนี้เพียงแต่สีหน้าของพวกเขาทุกคนตอนนี้ดูแปลกประหลาดกันสุดขีด
เป็นสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเห็นใจและอึดอัดแทนไม่น้อย
เพราะฝ่ายที่ถูกคู่ต่อสู้ลุกไล่อยู่กลับเป็นผู่อาหมานเองเสียนี่
“ไปตายซะ!!!!”
ตูม!!
หมาป่าโลหิตได้ใช้พลังไปถึงเก้าส่วนแล้วบนกระบองดาวอำมหิตก็ได้ปลดปล่อยเขี้ยวของมันออกมาหมดแล้ว มันหวดฟาดใส่คนๆ หนึ่งอย่างดุดันปานหมาป่าที่กำลังขย้ำเขี้ยวใส่ศัตรูอยู่
แต่ผลคือ เงาร่างสีเงินนั่นกลับใช้ชุดเกราะที่เปล่งแสงสีเงินออกมานั่นเข้ารับการโจมตีเอาไว้เต็มๆเขาใช้บริเวณหน้าอกเข้าไปรับการโจมตีอันดุดันอำมหิตของหมาป่าคลั่ง ขณะเดียวกันก็ได้หวดกระบองในมือออกไปฟาดใส่เต็มๆหน้าผู่อาหมานอย่างแรง
เป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก
การโจมตีสุดแรงของผู่อาหมานกลับมีคนสามารถใช้ร่างกายไปต้านรับตรงๆได้?
แต่ดูผู้คนรอบๆ จะไม่ค่อยตกใจกันสักเท่าไรแต่กลับมองไปที่เงาร่างในชุดเกราะสีเงินนั่นที่กำลังสาดวาจาหยาบคายออกมาด้วยสีเหยเก
“ถุย!! เป็นอย่างไรล่ะไอ้ผู่อาหมาน คราวนี้ซ่าไม่ออกเลยล่ะสิ!! เฮ้ย เจ้าอย่าหนีสิวะมาให้ท่านเซวี่ยเทียนผู้นี้ฟาดอีกสักหลายป้าบเสียดีๆ!!”
ใช่แล้ว
ไม่ได้ฟังผิดแน่ๆ
ตอนนี้ผู้ที่ทำให้ผู่อาหมานถึงกับตกที่นั่งลำบากอย่างสาหัสสากรรจ์อยู่ก็คืออดีตกัปตันแห่งกลุ่มโจรสลัดสายลมทมิฬซึ่งตอนนี้ได้เปลี่ยนมาดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสฝ่ายผู้คุมกฏของ “กลุ่มพันธมิตรการค้าติ่งชาง”แล้ว เซวี่ยเทียนนั่นเอง
หนึ่งปีก่อนหน้านี้ เจ้าเซวี่ยเทียนนี่ไม่มีทางกล้าทำตัวห้าวเป้งแบบนี้ต่อหน้าผู่อาหมานแน่นอน
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่กล้าทำตัวเหิมเกริมเท่านั้นมันยังถึงขั้นกล้าด่าทอใส่ผู่อาหมานอีกด้วย
“โว้ว!! เข้ามาอีกสิ!! ถ้าวันนี้ข้าไม่จับเจ้าฟาดเสียให้เข็ด เจ้าก็คงไม่รู้หรอกว่าท่านเซวี่ยเทียนผู้นี้แน่สักแค่ไหนเอากระบองไปกิน!!!!”
ย้าก!!
ฮึบ!!
ไอ้เจ้าเซวี่ยเทียนนี่มันคางคกขึ้นวอชัดๆ
ทำเอาผู่อาหมานตอนนี้โมโหจนแทบจะบ้าตายไปแล้ว
ลองจินตนาการภาพว่าหมาป่าตัวหนึ่งกำลังเผชิญหน้าอยู่กับหมาจรจัดหนึ่งตัวแต่เพราะไอ้หมาจรจัดนั่นมันกลับได้ชุดเกราะออกศึกบ้าบอตัวหนึ่งมาใส่ทำให้หมาป่าตอบโต้ไม่ได้ต้องปล่อยให้หมาจรจัดนั่นขึ้นมาถ่ายของเสียอยู่บนหัว
ผู่อาหมานตอนนี้กำลังรู้สึกแบบเดียวกับหมาป่าตัวนั้นอยู่เลย
“ไปไกลๆ !! ไป!! ไป!!”
เขาหวดฟาดใส่เซวี่ยเทียนอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดแต่ไม่ว่าจะฟาดไปมากแค่ไหนก็ล้วนถูกชุดเกราะสีเงินบนตัวมันสลายกำลังจนหายไปเสียหมดจนกลับกลายมาเป็นถูกเซวี่ยเทียนไล่หวดคืนเสียยับเยิน
บ้าบอที่สุด
ไอ้ชุดเกราะบ้านี่นอกจากจะพลังป้องกันมหาศาลจนน่าตกใจแล้วมันยังช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ให้เซวี่ยเทียนอีกด้วย
ลูกกระจ๊อกระดับอวิ้นหลิงขั้นกลาง พอใส่มันเข้าไปแล้วมันกลับสามารถประมือกับผู่อาหมานที่อยู่ในระดับอวิ้นหลิงขั้นสูงสุดได้อย่างทัดเทียม
หลังจากที่การต่อสู้นี้ได้ผ่านไปราวๆ สิบนาทีแล้ว ในที่สุด
หลินหยางที่อยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงขึ้นมาว่า
“เอาละ เซวี่ยเทียน พอแค่นี้ก่อนเถอะ”
“อย่าเพิ่งสิลูกพี่ เทียนน้อยยังสู้ไม่อิ่มเลย!! นั่นมันผู่อาหมานเลยนะ ให้ข้าได้สนุกต่ออีกเสียหน่อยเถอะ!!”
เทียนน้อย...
ผู้คนรอบข้างแทบอ้วกออกมาแล้ว
แต่หลินหยางพลันเคร่งขรึมขึ้นมาทันที “หยุดได้แล้ว”
“ก็ได้!!”
เซวี่ยเทียนหยุดชะงักทันทีแล้วรีบกระโดดกลับมายืนอยู่ข้างกายหลินหยางที่ก้าวออกมาแล้วพร้อมกับคืนชุดเกราะกลับไปเชื่อฟังสมกับเป็น เทียนน้อย จริงๆ
ตึง!!
ตรงหน้านี้ ผู่อาหมานได้กระแทกกระบองเขี้ยวหมาป่า ดาวอำมหิตลงบนพื้นพร้อมกับพ่นควันสีขาวออกมาจากจมูก เขาโมโหจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว
แต่คนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ กลับนั่งไม่ติดที่แล้ว
“คุณชายหลินชุดเกราะราชันเงินขาวตัวนี้ของท่านสามารถเริ่มผลิตได้เมื่อไหร่พวกเรากลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้าน่าจะมี สิทธิพิเศษในการซื้อก่อน อยู่ใช่ไหม?”
ฮว๋างฉางเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นมา ในแววตาของเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความตื่นเต้น
“ไอ้หยา!! ในใต้หล้านี้ยังมีเรื่องหน้าไม่อายอย่างสิทธิพิเศษในการซื้อก่อนด้วยหรือ?น่าขำชะมัดยาดเลยนะฮ้า...”
ข้างกันนั้น ก็มีน้ำเสียงอันสะดีดสะดิ้งของเป้ยเค่อดังขึ้น “น้องหลินหยางน้อย เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากหรอกนะไม่ว่าพวกผีบ้าแถวนี้มันจะให้ราคาเจ้าเท่าไรอาณาจักรเทียนฉางเราจะจ่ายให้มากกว่านั้นสามเท่าตัว ชุดเกราะนี่มีเท่าไรพวกเราเอาหมดเลยนะ”
ป้าเจ้าสิ
คิดว่ามีเงินแล้วเก่งมากนักหรืออย่างไร!! ไอ้กระเทยบ้า!!!!
ชุดเกราะราชันเงินขาวทำให้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายนี้เสียอาการอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่โม่เชาหยันแห่งเผ่าฝูโปเองคราวนี้เขายังเข้ามาแจมด้วยเลย