ตอนที่ 30 สมาคมนักผจญภัย
ตอนนี้ช่องมิติของเขาถูกใช้ไปแล้ว 2 ใน 8 อันแรกเก็บโพชั่นเพิ่มชีวิต 96 ขวดซึ่งมันสามารถซ้อนกันได้อย่างกับไอเทมบล็อคในเกมที่เขาเคยเล่นในโลกก่อนเลย เป็นเรื่องที่เคลว้าวไม่น้อย ส่วนอีกช่องใส่ดาบเคลย์มอร์ และชุดเกราะเขาสวมใส่ไว้อยู่ อย่างน้อยรูปลักษณ์ก็ดูดีไม่ต้องกังวลเรื่องบุคลิก และการค้าดั่งพี่น้องของเขาได้กำไรมาเพียง 400 เหรียญทอง แต่ว่าเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นเงินเช่นกัน พวกเขาสี่คนต่างควักเงินซื้อเม็ดยารวบรวมเวทย์ไปคนละ 2 เม็ด ราคา 2000 เหรียญทอง ช่วยไม่ได้นักเพราะเขายังเป็นนักผจญภัยแรงค์ D ระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงเท่านั้น แถมการมีเงินเก็บเป็นพันเหรียญทองได้แบบนี้ก็ได้ใช้เวลาเป็นเดือนกว่า ๆ เลยเชียว จะเรียกโชคดีหรือเปล่าเคลไม่แน่ใจนัก แต่เพราะว่าสำหรับพวกเขาทั้ง 4 การบ่มเพาะของพวกเขานั้นก็เหมือนกับผู้วิเศษคนอื่นทั่ว ๆ ไป พวกเขาไม่ได้มีหัวใจพิเศษแบบเฟค ตำราบ่มเพาะหัวใจแบบเคล แนวทางการฝึกฝนแบบอัศวิน ความเชื่อแห่งพาลาดิน ศรัทธาของนักบวช หรือเคล็ดลับของตระกูลใหญ่ต่าง ๆ สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด คือเหล่าผู้วิเศษที่แข็งแกร่งกว่าในระดับเดียวกัน และพวกเขาเหล่านั้นถึงได้ครองอำนาจมากกว่าผู้วิเศษทั่วไปยิ่งนัก แต่ว่าสมาคมนักผจญภัยก็ไม่น้อยน่าเช่นกัน โชคของเหล่านักผจญภัยไม่อาจดูถูกได้ พวกเขาแข็งแกร่งจากประสบการณ์ พบเจอไอเทมเพิ่มพลังมากมาย อุปกรณ์ขั้นสูงที่ช่วยลดความต่างระหว่างนี้ลงได้ เฟคเองนอกจากหัวใจพิเศษแล้ว เขายังฝึกฝนเคล็ดลับบ่มเพาะพลังเวทย์จากตระกูลใหญ่เช่นกัน ทำให้เขาต้องการบริโภคเม็ดยารวบรวมพลังเวทย์จำนวนไม่น้อย แต่สำหรับพวกเขาทั้ง 4 ขอแค่ได้บริโภคเม็ดยา 10 เม็ดก็มากพอจะทำให้พวกเขาทะลวงไประดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงสุดได้อย่างสบาย ราคา 10000 เหรียญทอง! มูลค่าที่สามารถเลื่อนขั้นได้ 1 ขั้นย่อย สิ่งที่เขาต้องทำคือใช้เวลาเก็บเงิน เพียงไม่ถึง 10 เดือนก็สามารถเลื่อนขั้นพลังได้จากเดิมที่ควรจะปี ๆ แต่ว่าก็ต้องเลือกระหว่างทุ่มไปกับบ่มเพาะพลังหรือจะเข้าใจกฎเกณฑ์ธาตุอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะสรรพคุณเม็ดยาให้ได้สองอย่าง พวกเขาจะวางแผนอะไรยังไงก็ไม่ได้เกี่ยวกับเคลอยู่แล้วแต่ว่าเขาก็แนะนำไปว่า “จะแนะนำให้นะว่า ถ้ากฎเกณฑ์ธาตุเท่ากับระดับพลังมันจะสามารถยกระดับพลังต่อสู้ได้ดีมากยิ่งขึ้นละนะ” สิ่งที่เขากล่าวนั้นคือสิ่งที่เขาตกผลึกไว้แล้ว ด้วยความที่เคยผ่านมันมาก่อนจึงเข้าใจ ด้วยระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นกลางแต่ว่าพลังเวทย์ของเขานั้นเท่ากับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงสุด และกฎเกณฑ์ธาตุของเขาก็อยู่ในระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงสุดอย่างธาตุลม เมื่อใช้มันออกมาประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขายอดเยี่ยมมาก ตอนนี้เขาเข้าใจกฎเกณฑ์ธาตุลมในระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงสุด และธาตุบริสุทธิ์ระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูง ธาตุดินระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นกลาง และธาตุน้ำกับธาตุไฟระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้น เคลคิดวางแผนต้องทุ่มไปกับเข้าใจเกณฑ์ธาตุให้สูงสุดในระดับผู้ใช้เวทย์ซะก่อนและค่อยบ่มเพาะพลังตามหลังเขาเคยลองที่จะทะลุไประดับนักเวทย์แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ถ้าระดับพลังยังไม่ขึ้นไประดับนักเวทย์ ยังไงซะเขาก็มีเม็ดยารวบรวมเวทย์ไม่อั้น แถมมีเงินกว่า 7 แสนเหรียญมากพอจะใช้ได้ยาว ๆ ฉะนั้นขณะนี้จึงโยนเม็ดยาเข้าปากห้าเม็ดและอมไว้อย่างกับเป็นเม็ดลูกอม พลางเดินทอดน่องตามหลังซิลเวอร์ไป ทำไมถึงต้องใช้เกินขนาดนั้นก็เพราะเขาใช้หนึ่งเม็ดมันไม่เพียงพอยังไงละ ดูเหมือนตำราบ่มเพาะหัวใจจะแข็งแกร่งอย่างแท้จริง! เขากำลังลากรถเข็นที่มีศพบรรทุกไว้อยู่ แต่ว่าก็เอาผ้าคลุมปิดบังไว้ เพื่อป้องกันการตื่นตระหนกของคนทั่วไปที่อยู่ตรงทางเดิน เดินได้อีกไม่ไกลก็มาถึงตึกปูนขนาดใหญ่ 3 ชั้น ที่ติดป้ายว่าบอกชื่อว่า ‘สมาคมนักผจญภัย’ ด้านข้างก็มีกำแพงล้อมไว้ยาว คล้ายกับว่าข้างในของสมาคมนักผจญภัยสาขาเมืองคอนสแตนตินมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่อยู่ภายใน เมื่อเคลเดินเข้าไปแล้ว ก็ได้ความรู้สึกวุ่นวายและครื้นเครงดั่งเช่นที่เขาเคยเข้ามา เป็นเหล่านักผจญภัยทั้งหลายที่นั่งดื่มกินหลังจากผจญภัยกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ที่โรงอาหารประจำสมาคมนักผจญภัย นอกจากจะรับดูแลภารกิจ และดูแลนักผจญภัย ก็ยังมีการทำธุรกิจอาหารด้วย วัตถุดิบส่วนใหญ่ก็รับซื้อมาจากนักผจญภัยนี่แหละ ทำให้เงินส่วนใหญ่ก็หมุนเวียนอยู่ในสมาคมจำนวนมาก และนั่นเป็นเหตุผลที่สมาคมนักผจญภัยอยู่ได้มาอย่างยาวนาน ซิลเวอร์เดินไปคุยธุระเกี่ยวกับพนักงานสมาคมคนหนึ่ง ซึ่งเขาคนนั้นก็ตกใจก่อนจะวิ่งขึ้นไปชั้น 3 และลงมาเชิญซิลเวอร์ขึ้นไปข้างบน เพราะงั้นแล้วจึงเหลือเคลคนเดียว “งั้นก็ทำตรานักผจญภัยแรงค์ D เลยแล้วกัน” เคลพึมพำและเดินไปหน้าเคาน์เตอร์เพื่อคุยกับพนักงานสมาคมอีกคน “ยินดีต้อนรับสู่สมาคมนักผจญภัยต้องการมาติดต่อเรื่องอะไรคะ?” “สมัครเป็นนักผจญภัยน่ะ” “อืมถ้างั้นก็กรอกใบสมัครลงตรงนี้เลย” “อ่อผมเคยลงทะเบียนไปแล้วนะไอ้นั่นใช่ไหมนะ ที่เปิดให้คนธรรมดาได้เป็นนักผจญภัยแรงค์ D น่ะ” “หรือว่าจะสามารถเข้าสู่หนทางพลังแล้วงั้นเหรอคะ?” “ใช่แล้ว” เคลพยักหน้าและแผ่พลังเวทย์ให้ดู ซึ่งพนักงานสมาคมสาวก็รับรู้ “ถ้างั้นก็รอสักครู่นะคะว่าแต่บอกชื่อได้หรือไม่ว่าชื่ออะไรเพื่อจะอัปเดตข้อมูลให้” พนังงานสมาคมสาวถาม ซึ่งเคลก็ได้บอกข้อมูลส่วนตัวไป เมื่อพนักงานได้รับข้อมูลแล้วก็หันหลังเปิดประตูเข้าไปทำอะไรสักอย่าง ไม่นานก็ออกมาและยื่นเหรียญตรานักผจญภัยแรงค์ D ให้ เป็นเหรียญทองแดงที่สัญลักษณ์ D สลักไว้ “สิ่งนี้เป็นตรายืนยันว่าได้เป็นนักผจญภัยอย่างแท้จริงได้โปรดเก็บรักษาไว้ให้เป็นอย่างดีด้วย เนื่องจากสิ่งนี้ได้ถูกสลักอาคมเวทย์ไว้” “อาคมเวทย์?” เคลเอ่ยอย่างสงสัยเขาไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้เลย “ใช่แล้วค่ะ อาคมเวทย์สิ่งนี้ถูกสลักเอาไว้เป็นพิเศษสามารถยืนยันการทำภารกิจ รับภารกิจ และข้อมูลส่วนตัวของนักผจญภัยด้วยค่ะ” “โอ้ดูมีประโยชน์มากเลยนะนั่นแล้วทำไมถึงสามารถสร้างอาคมเวทย์ได้กันละเนี่ย?” “เรื่องนี้ฉันเองก็ไม่รู้เช่นกันค่ะ เห็นว่าถูกสร้างมาจากพวกนักปราชญ์” ‘นักปราชญ์?’ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เคลได้ยินเข้า จึงรู้สึกสนใจกับตัวตนนักปราชญ์เสียจริง “ถ้าเข้าใจได้ฉันก็จะอธิบายการรับภารกิจและการเลื่อนแรงค์ภารกิจให้นะคะ” “โอเคจัดมา” “การรับภารกิจง่ายดายนักเพียงไปที่บอร์ดและเลือกภารกิจตามระดับแรงค์ของตัวเองไม่สามารถรับภารกิจที่สูงกว่าแรงค์ตัวเอง” “ส่วนการเลื่อนแรงค์จากระดับ D ไป C จะต้องรับภารกิจระดับ D ครบ 100 ภาจกิจและมายื่นร้องขอการเลื่อนแรงค์ ซึ่งทางสมาคมจะให้ภารกิจ C จำนวน 1 ภารกิจและต้องทำให้สำเร็จถึงจะได้ถูกรับรองการเลื่อนขั้นแรงค์อย่างแท้จริง- “100 ภารกิจ!” เคลได้ฟังก็ลิ้นห้อย ความยากของมันก็ไม่เท่าไหร่ สิ่งที่ยากคือภารกิจที่ต้องแย่งจากคนอื่นนี่แหละ จำนวน 100 ภารกิจเป็นตัวเลขที่เยอะมาก และยิ่งในเมืองนี้คนธรรมดาเองก็ถูกรับรองเป็นนักผจญภัยแรงค์ D ได้ด้วยอีก เขาต้องแข่งขันอย่างดุเดือดแน่นอน “ลำบากหน่อยนะคะแต่ว่าถ้าเลื่อนแรงค์ได้แล้วก็จะสบายมากขึ้น” พนักงานสมาคมสาวพูดปลอบ เพราะเธอก็รู้ดีถึงความโหดหินนี้ ซึ่งเคลก็พยักหน้าเห็นด้วย 10 ปีที่อยู่มาเขาเองก็เคยสมัครนักผจญภัยที่ทำเควสแรงค์ D มาก่อนเช่นกัน แต่ว่าเควสแรงค์ D ที่ไม่ต้องมีกำหนดว่าต้องมีพลังเวทย์แล้ว มีจำนวนมากมายนัก แต่ก็ไม่เพียงพอกับความกระหายเงินของมนุษย์ ใช่มันยากลำบากอย่างแท้จริง! ทั้งชีวิตเขาทำได้แค่ 32 ภารกิจเท่านั้นเอง น่าสมเพชจัด ๆ “ไม่ต้องกังวลหรอกนะคะคุณเคล เควสแรงค์ D ที่กำหนดว่าต้องมีพลังเวทย์ก็มีเยอะมากมาย ถึงแม้จะต้องแย่งชิง แต่ฉันคิดว่า 6 เดือนน่าจะเพียงพอที่จะครบ 100 ภารกิจนะคะ” “อืม..ฉันเข้าใจแล้ว” เคลคอตก แต่ว่าก็เหมือนเขาได้ยินเสียงสวรรค์ “โอ้ไอ้หนูเคลฉันรายงานเรื่องของนายถึงหัวหน้าสมาคมแล้วนะ เขาอนุมัติให้นายสามารถสอบเลื่อนขั้นเป็นแรงค์ C ได้เลยเพราะถือว่ามีส่วนรวมในการกำจัดสิ่งนั้น!” “เอ๋คุณเคล..เด็กเส้นเหรอคะเนี่ย?”เสียงตกใจของพนักงานสมาคมดังลั่น จนทำให้นักผจญภัยทั้งสมาคมหันมามอง “เวรแล้วไงเหมือนโดนสายตาจ้องมองอย่างน่ารังเกียจเลยนะเนี่ย!”