หลังจากที่หนิงฮวาได้ฟังลุงของตนเล่าเื่ผู้ฝึกตนในโลกไปนี้ให้รู้แล้ว เธอจึงพยักหน้าอยู่คนเดียวเงียบ ๆ สักพัก
เื่นี้เป็เื่ใหม่สำหรับเธอเกี่ยวกับโลกใบนี้ หานเฟิงก็เช่นกัน เขานั่งฟังนายท่านกับคุณหนูของตนพูดคุยเื่เหลือเชื่อ ด้วยสีหน้ากระตือรือร้น
“ผมขออนุญาตถามได้ไหมครับคุณท่าน” หานเฟิงถามนายท่านจง ดวงตาเป็ประกายเสียจนหนิงฮวาสามารถมองออกได้ทันที ว่าเขาจะถามอะไร
“ว่ามาสิอาเฟิง” ชายวัยกลางคนตอบอย่างใจดี
“คนทั่วไปสามารถฝึกปราณได้หรือเปล่าครับ นายท่านได้ฝึกปราณเหมือนลุงหวางไหมครับ” เขาถามอย่างรอคอยคำตอบ
“ไอ้ฝึกน่ะมันได้ แต่การจะเริ่มเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกตน จะต้องมีโอสถก่อเกิดปราณ ที่จะทำให้เราสามารถรวบรวมพลังิญญา เพื่อเริ่มต้นการฝึกปราณให้ได้ก่อน ซึ่งมีสมุนไพรหายากหลายตัว แพทย์โอสถต่างเสาะหากันเืตาแทบกระเด็น ดังนั้นจึงยากเย็นนักกว่าจะหลอมตัวยาออกมาได้ ทำให้เวลามีข่าวว่ามีตัวยาออกมา ตระกูลใหญ่ก็เร่งเสาะหามาให้ลูกหลานในตระกูลกันจ้าละหวั่น ราคาเปิดประมูลในแต่ละครั้ง ไม่ต้องบอกนายคงรู้นะว่ามูลค่ามันมหาศาลแค่ไหน”หวางจิ้งเป็ผู้ตอบแทนนายท่านจง
หานเฟิงเผยสีหน้าผิดหวังออกมาอย่างไม่ปิดบัง เขาคงไม่ได้เป็ผู้ฝึกตนแน่นอน เพราะไม่มีโอสถก่อเกิดปราณ
“ฮ่า ๆ ๆ เ้าเด็กนี่ทำหน้าเหมือนฉันตอนรู้เื่นี้ครั้งแรกเป๊ะ ๆ เลยนะเนี่ย ลุงหวางก็ตอบฉันในตอนนั้นเหมือนที่ตอบกับนายในตอนนี้นี่แหละ ส่วนใหญ่เป็ตระกูลใหญ่ที่มีทรัพยากร ที่เป็ประโยชน์ในโลกผู้ฝึกตน เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกัน เงินน่ะมันแทบไม่มีความหมายสำหรับพวกเขาเลยล่ะอาเฟิง เราเป็ตระกูลพ่อค้าไม่ใช่ตระกูลผู้ฝึกตนมาก่อน จึงไม่มีของพอจะไปแลกเปลี่ยนยาล้ำค่านั้นได้ เลยมีแค่ลุงหวางนี่แหละที่เป็ผู้ฝึกตนคนเดียวของตระกูลเรา” นายท่านจงอธิบายชายหนุ่มอย่างใจเย็น เขาเหมือนเห็นตัวเองในวันวาน เมื่อมองใบหน้าสิ้นหวังของหานเฟิงในตอนนี้
หนิงฮวานั่งฟังพวกเขาตอบโต้กันเงียบ ๆ ไม่ได้ออกความคิดเห็นในเื่ที่พวกเขาพูดคุยกัน
หลังจากแยกย้ายกันไปพักผ่อน หญิงสาวกลับมาที่ห้องพักที่ลุงกับป้าจัดเตรียมไว้ให้ เธอเดินออกไปยังระเบียงที่ยื่นออกไปยังสวนดอกไม้ทางด้านข้างของคฤหาสน์ เพียงชั่วพริบตาร่างของหวางจิ้งก็ปรากฏตัวตรงด้านหน้าของหนิงฮวา
“ขออภัยคุณหนู ที่ผมได้ทำการล่วงเกินเมื่อตอนหัวค่ำที่ผ่านมา ผมจะไม่ให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นอีกขอคุณหนูอย่าถือสา” หวางจิ้งรีบกล่าวขออภัยต่อหญิงสาวทันทีที่ปรากฏตัว เพราะเขารู้ว่าหากเธอมีโทสะขึ้นมาชีวิตวัยชราของเขา ได้ดับสูญไปอย่างไม่มีทางหวนกลับแน่
“ลุงหวางอย่าได้คิดมาก ฉันมีเื่อยากจะถามลุงนิดหน่อยค่ะ คิดว่าลุงคงรู้อะไรมามากกว่าคุณลุงของฉันแน่ ๆ” ร่างบางเอ่ยอย่างไม่ถือสา
“คุณหนูเชิญถาม ถ้าผมรู้ผมไม่มีทางปิดคุณหนูแน่นอนครับ”
“ลุงมาอยู่กับตระกูลจงได้ยังไงคะ ในเมื่อตระกูลจงไม่มีผู้ฝึกตนสืบทอดมา” เธอถามในสิ่งที่อยากรู้ออกไปทันที
“ผมเคยถูกเพื่อนนายท่านจงช่วยชีวิตไว้ ต่อมาเขาไหว้วานให้ผมมาดูแลความปลอดภัยของนายท่านจงเป็การตอบแทนบุญคุณ เนื่องจาก่นั้นตระกูลจงระส่ำระสายจากพวกสายรองและคู่แข่งทางธุรกิจ จึงทำให้เขาโดนลอบสังหารบ่อยครั้ง ถึงขั้นส่งผู้ฝึกตนมาก็มี ดีที่ผมมาช่วยเหลือไว้ทันเขาจึงรอดมาได้ หลังจากหมดเื่การตอบแทนบุญคุณแล้ว ผมก็อยู่คอยดูแลความปลอดภัยของคนตระกูลจงต่อไป เพราะผมเพียง้าใช้ชีวิตอย่างสงบสุข อีกทั้งตระกูลจงก็เป็ตระกูลที่มีคุณธรรมสูงมาก ทำให้ผมไม่อยากให้ตระกูลนี้ล่มสลายลงไปด้วยน้ำมือคนชั่วทั้งหลาย ที่เล็งเป้ามาทางนี้อีก” ชายชราตอบตามความจริง
“แล้วตระกูลเพื่อนคุณลุง ทำไมถึงไม่ให้คุณลุงกลับไป ผู้ฝึกตนหายากมากไม่ใช่หรือคะ หากเขาจะใช้ประโยชน์จากลุงซะเอง ฉันก็ว่ามันไม่ใช่เื่แปลกอะไร” เธอถามอย่างใคร่รู้
“เพื่อนของนายท่านจงอยู่ในตระกูลทหารครับ พวกเขามีผู้ฝึกตนอยู่ในตระกูลตัวเองอยู่หลายคน ไม่มีใครสนใจลุงแก่ ๆ แบบผมหรอก” หวางจิ้งตอบติดตลก
“คนของกองทัพสินะ . . . ” หญิงสาวพึมพำเงียบ ๆ
“งั้นตอนนี้ลุงก็ไม่ได้ติดต่อกับตระกูลผู้มีพระคุณอีกแล้ว แต่เป็คนของตระกูลจงเต็มตัวสินะคะ” เธอถามเพื่อความแน่ใจ
“ผมไม่ได้ติดต่อพวกเขา ั้แ่นายท่านจงขึ้นรับตำแหน่งผู้นำตระกูลอย่างมั่นคงแล้วครับคุณหนู เพราะเขาไหว้วานให้ช่วยเพียงแค่ถึงตอนนั้น”
“ดีแล้วค่ะ ไม่อย่างงั้นฉันคงคิดว่าลุงเป็สายจากกองทัพ ที่ถูกวางไว้เพื่อขโมยความลับในตระกูลจง” เธอเอ่ยเสียงเย็น
“คุณหนูโปรดวางใจ ผมเป็คนตระกูลจง ไม่มีทางทรยศต่อตระกูลจงเด็ดขาด” ชายชราเอ่ยเสียเข้ม
“ขอบคุณที่ลุงหวางคิดแบบนั้น และดูแลตระกูลจงมาโดยตลอด แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่วางใจอยู่ดี หวังว่าลุงหวางจะเข้าใจความกังวลของฉันด้วย” เธอเอ่ยสิ่งที่คิดออกมาแบบตรงไปตรงมา
“ผมเข้าใจครับ ว่าการเอ่ยปากเปล่าแบบนี้ยากจะเชื่อ เพราะผมก็ไม่ใช่สายเืของตระกูลจงั้แ่ต้น”
“งั้นลุงมาทำพันธสัญญากับฉันได้ไหม เป็การรับประกัน ว่าลุงจะไม่มีวันทรยศหรือเป็ภัยต่อตระกูลจง แลกกับการที่หากลุงทำตามพันธสัญญานี้ ความเร็วในการรวบรวมพลังิญญาของลุง จะเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัวนั่นจะเป็ประโยชน์สำหรับลุงอย่างแน่นอน แต่หากลุงไม่สบายใจที่ต้องทำแบบนี้ ฉันขอให้ลุงไปจากตระกูลจงเสียเถอะ ไปใช้ชีวิตอิสระ เพราะฉันไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น เพราะถ้าหากอยู่ ๆ ลุงมีความโลภบังตา ฉันอาจต้องสูญเสียครอบครัวของฉันที่เหลืออยู่นี้ก็เป็ได้ ไม่มีใครรู้เื่ราวในอนาคตเหล่านี้เลย” เธอพยายามอธิบายในมุมของเธอ เธอจะจำต้องปกป้องครอบครัวตระกูลจงที่ดีกับเธอในทุกทางที่ทำได้
หนิงฮวาเข้าใจดีว่าการที่อยู่ ๆ เธอมาขอให้ผู้มีพระคุณของตระกูลจงทำแบบนี้ ดูเป็คนเนรคุณสิ้นดี แต่เธอก็ต้องป้องกันผลเสียที่จะเป็ไปได้ทุกทาง ที่จะสามารถเกิดกับคนตระกูลจง ในตอนที่เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ให้ได้
“ผมเข้าใจคุณหนูดีครับ ผมยินดีทำพันธสัญญากับคุณหนู ถึงเหล่าผู้ฝึกตนเช่นผมจะไม่ได้แสวงหาอำนาจ แต่ก็ใช่ว่าวันหนึ่งจะเปลี่ยนความคิดนั้นไม่ได้” ชายชราเอ่ยอย่างเข้าใจในความกังวลใจของหญิงสาว
“ขอบคุณลุงหวางที่เข้าใจฉัน ฉันจะไม่ทำให้ลุงหวางต้องรู้สึกเป็ คนนอกแบบนี้อีกแน่นอน” หนิงฮวายิ้มออกมาเมื่อได้ยินอย่างนั้น
“ขอบคุณคุณหนูเช่นกันครับ ที่ไม่เลือกทำสัญญาบังคับเอาเปรียบผม แต่เป็สัญญาที่ให้ประโยชน์กับชายแก่ ๆ แบบผมอย่างนี้”
“เราต่างต้องมีการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมค่ะ แต่ครั้งนี้เหมือนฉันจะได้เปรียบนะคะ เพราะได้ลุงหวางมาดูแลทุกคนในตระกูลแบบนี้”
“ผมสัญญาครับ ว่าจะดูแลลูกหลานตระกูลจงแบบนี้ตลอดไป ไม่ให้ใครเข้ามาทำอันตรายพวกเขาเด็ดขาด”
“ขอให้ลุงจงจำคำสัตย์ของลุงไว้ตลอดไป และฉันจะช่วยลุงด้วยอีกแรงค่ะ” หญิงสาวกล่าวจบ ก็วาดนิ้วไปบนอากาศตรงหน้าหวางจิ้ง ปลายนิ้วปรากฏอักขระสัตย์สาบานที่จดจำคำพูดของผู้เอ่ยคำสัตย์ออกมาอย่างจริงใจ
ผู้ร่ายอักขระเป็ผู้ผนึกคำสัตย์นั้น หากผู้เอ่ยเกิดทรยศต่อคำสัตย์ที่ตนกล่าวเมื่อใด ิญญาเขาจะถูกแผดเผาจนดับสูญทันที แต่หากยิ่งยึดมั่นในคำสัตย์ของตนมากเท่าใด ก็จะส่งผลให้พลังในร่างรวบรวมพลังิญญาได้เร็วขึ้นถึงสองเท่า
หวางจิ้งยืนตัวสั่นด้วยความตกตะลึง เพราะเขาเพิ่งเคยเห็นการร่ายอักขระต่อหน้าเป็ครั้งแรกในชีวิต ในโลกผู้ฝึกตน ตัวตนของผู้ใช้อักขระหายากกว่าผู้ใช้โอสถหลายเท่านัก เขาเคยแต่อ่านเจอในหนังสือเท่านั้น ไม่เคยพบเจอตัวตนสูงส่งเ่าั้เลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ใช่เพียงพบเจอแต่โดนร่ายอักขระติดตัวอีกด้วย
“อักขระที่ฉันร่ายนี้มันจะแผดเผาลุงหวางไปจนถึงิญญา ถ้าลุงหวางคิดทรยศหักหลังตระกูลจง แต่หากลุงหวางยึดมั่นในคำสัตย์สาบานของตน อักขระจะช่วยให้ลุงหวางรวบรวมพลังิญญาเข้ามาในร่างได้เร็วขึ้นเป็เท่าตัว ลุงคงเข้าใจที่ฉันจะสื่อใช่ไหมคะ” หนิงฮวาเอ่ยบอกชายชรา
“ขอบคุณคุณหนูมากครับ ผมจะไม่ทำให้คุณหนูผิดหวัง” หวางจิ้งกล่าวขอบคุณหญิงสาวอย่างไม่ต้องคิด
เพราะเขาไม่เคยมีความคิดทรยศตระกูลจงอยู่แล้ว เขามองคนในตระกูลเป็ดั่งลูกหลาน ดังนั้นอักขระที่ถูกร่ายใส่เขาจึงมีแต่ให้ประโยชน์ต่อเขาทั้งสิ้น เขาทั้งใและซาบซึ้งที่ถูกหนิงฮวาร่ายอักขระแบบนี้ใส่ ใช่ว่าตัวตนของผู้ใช้อักขระจะสามารถเจอได้ทั่วไปเหมือนเดินเจอตามตลาดเสียเมื่อไหร่
“ลุงไปพักเถอะค่ะ ฉันรู้เื่ที่อยากรู้หมดแล้วถ้ามีอะไรฉันจะบอกอีกที” ร่างบางเอ่ยกับชายชราหลังทำเื่ทุกอย่างเรียบร้อย
“หากมีเื่อะไรสามารถเรียกผมได้ทุกเมื่อ ผมไม่รบกวนแล้วครับ” หวางจิ้งกล่าวจบร่างของเขาก็หายไปทันที
‘วิชาท่าเท้าของลุงหวางใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย ไปมาไร้ร่องรอย เมื่อมีบ้านเป็ของตัวเอง คงต้องเริ่มฝึกวิชาต่าง ๆ ของตนบ้างเช่นกัน อีกทั้งยังต้องปลูกสมุนไพรไว้ทำโอสถต่าง ๆ ไว้ใช้บนโลกใบนี้อีกด้วย’
แพทย์โอสถหรือจะสามารถทำโอสถได้ยอดเยี่ยมเท่ากับเทพพฤกษา ผู้รอบรู้ทุกสรรพสิ่งเกี่ยวกับพืชและสมุนไพร
หนิงฮวาคิดวางแผนคร่าว ๆ แล้วกลับเข้าห้องเพื่อรวบรวมพลังิญญา เพื่อเพิ่มพลังปราณของตนเองอีกครั้ง เพราะอยู่บ้านของลุง เธอจึงไม่อยากฝึกวิชาอะไรในตอนนี้ ทำได้เพียงเพิ่มพลังปราณให้กับตนเองให้มากที่สุด ก่อนจะย้ายไปยังบ้านของตนเองเท่านั้น
*น้องห่วงตระกูลหลักมากเพราะเหมือนเป็สิ่งเดียวที่ชีวิตน้องเกี่ยวข้อง
(⊃。•́‿•̀。)⊃
#ทักทายติชมเข้ามาได้นะคะ
ʕ•ᴥ•ʔ