เอี๊ยด –
เสียงประตูบ้านที่สภาพทรุดโทรมเปิดออก มีเงาของเด็กสาวก้าวเดินออกมา ไม่นานก็ปรากฏภาพของรุ่นเยาว์ 4 คน
“พี่”
เด็กสาววัยแรกแย้มอายุ 13 ปี ที่มีผมและดวงตาสีแดงกลมโตที่ราวกับอัญมณีก็โผเข้ากอดชิกก้าอย่างทันควันก่อนที่จะร้องสะอื้นออกมาเพราะพวกเขาเห็นเื่ของชิกก้าทุกอย่างในโทรทัศน์
ไม่นานเสียงที่สองและสามก็ดังตามมาเป็เสียงร้องไห้ของเด็กน้อย
“ข้า ข้าขอโทษ”
เมื่อเห็นเหล่าน้องๆ รู้สึกเ็ปจากการกระทำของเขา ชิกก้าก็ได้แต่อดกลั้นและหลับตาลง ขณะนี้ในใจของเขาเต็มไปด้วยความละอายใจและสังเวชในตัวเองพร้อมๆ กัน เพราะการหนีปัญหาของเขาด้วยการจากไปโดยทิ้งน้องๆ ให้อยู่อย่างยากลำบาก มันไม่ต่างจากเดรัจฉานเลยแม้แต่น้อย
ชิกก้าหันไปมองนพเก้า หากไม่ได้อาจารย์ช่วยไว้เขาคงจะทำในสิ่งที่หวนกลับมาไม่ได้อีก
“อืม”
นพเก้ามองดูอย่างเงียบๆ ดูเหมือนครอบครัวนี้จะรักใคร่กันดี
“หึ คิดว่าแค่ขอโทษแล้วมันจะเื่มันจะจบงั้นรึ?”
พูดไม่ทันขาดคำ เด็กสาวตาโตที่สวมกอดชิกก้าอยู่ก็ใช้หมัดซ้ายตุยเข้าที่ท้องน้อยอย่างทันควัน
ปัก
แค่ก
ชิกก้าหน้ามืดและคุกเขาลงกับพื้นขณะที่สำลักน้ำลายออกมา เท่านั้นไม่พอก่อนที่ชิกก้าจะลืมตาขึ้น บาทาหลายคู่ก็เข้ามาประทับใบหน้าและลำตัวของเขา
เพี๊ยะ!
“หน็อย นี่เ้าคิดฆ่าตัวตายเพราะถูกสาวหักอกงั้นรึ ปัญญาอ่อนสิ้นดี”
เด็กชายอายุ 9 ขวบที่มีเกล็ดสีดำตามร่างกายพูดออกมาห้วนๆ ก่อนที่จะใช่ฝ่ามือตบไปที่หัวล้านของชิกก้า ดูไม่มีสัมมาคารวะแต่น้อย
ผลัวะ!
“จะว่าไปป้าถังก็โสดอยู่เช่นกัน ถึงจะอวบเล็กน้อยก็เถอะ เอาเช่นนี้เป็อย่างไร ทำไมเ้าไม่ลองไปจีบนางดูล่ะ”
สาวน้อยอายุ 7 ที่มีทรงผมสีเขียวหางม้าพูดออกมาด้วยสีหน้าชั่วร้ายขณะที่ใช้เท้าซ้ายกระหน่ำไปที่สีข้างของชิกก้า นางรู้สึกว่าแผนของนางนั้นยอดเยี่ยม จากความคิดของนางผู้หญิงที่ดูอวบและเคยมีลูกแล้วจะต้องเป็แม่ที่ดีอย่างแน่นอน โดยหารู้ไม่ว่าคนที่นางพูดถึงเป็หญิงสาววัย 40 ปีที่มีน้ำหนัก 300 กิโลกรัม และเคยหย่าร้างไปแล้ว 4 ครั้ง นี่ไม่ใช่ลักษณะของคำว่าอวบเล็กน้อย
“คิกๆๆ ใช่แล้วๆ ข้ารู้สึกว่าทั้งคู่จะต้องเข้ากันดีอย่างแน่นอน”
ชายหนุ่มอายุ 16 ปี ที่มีดวงตาคล้ายสุนัขจิ้งจอกเฝ้ามองอยู่ห่างๆ และหัวเราะออกมาขณะที่โบกพัดในมืออย่างมีมารยาท ดูแล้วเป็การกระทำที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
...
ดูเหมือนนพเก้าจะมองผิดไป บางที่กลุ่มนี้อาจจะเป็เด็กเปร-
“พอแล้ว หยุดรังแกพี่จ๋านะ แค่กๆ”
เสียงะโนี้เต็มไปด้วยความอ่อนแรง ไม่นานหญิงชราหลังค่อมก็เดินออกมาที่ประตูบ้านขณะที่จูงรถวิลแชร์ที่มีเด็กสาวขาพิการนั่งอยู่
“ตงตง เ้าออกมาทำไม ข้างนอกอากาศหนาวมากเดี๋ยวก็ป่วยอีกกันพอดี”
เด็กสาวอายุ 13 ขวบที่ตุยท้องชิกก้าไปเมื่อครู่ พูดกับเด็กสาวที่อายุที่อายุน้อยกว่าตัวเองด้วยความกระวนกระวาย
“รังแก รังแกอะไรกัน สิ่งนี้เรียกว่าบาทาแห่งความรักต่างห่างล่ะ”
เด็กสาวอายุ 7 ขวบพูดออกมาด้วยท่าทีหนักแน่น
“ใช่ๆ ถึงอย่างไรพี่ใหญ่ก็เป็จอมยุทธ์ โดนตีสักทีสองทีจะเป็อะไรไป”
เด็กชาย 9 ขวบที่มีเกล็ดดำตามตัวกล่าวเสริมและผงกศีรษะ ดูไม่มีความสำนึกเลยแม้แต่น้อย
...
ชายหนุ่มอายุ 16 ปีไม่ได้ตอบกลับอะไร เพียงหันหน้าไปทางอื่นชมนกชมไม้
“พ- พวกเ้า”
เด็กสาวที่นั่งวิลแชร์้าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ดูเหมือนอาการป่วยจะกำเริบจนเริ่มหอบหายใจออกมา
ปัก! ปัก!
เสียงไม้เท้าตบศีรษะดังขึ้นสองครั้งติดกัน
“หยุดเลย! รั่วซี ฮุ่ยเจียงเข้าไปในบ้านและยืนเข้าหากำแพงเป็เวลา 3 ชั่วยาม ไม่งั้นก็อดข้าวเย็น”
เสียงพูดของหญิงชราหลังค่อมเต็มไปด้วยคำขาด นางหญิงกระปุกยาออกมาและหยิบใส่ปากของเด้กสาวขณะลูกหลังอย่างเคยชิน
“โอว ต้องให้แเื่มาเห็นสภาพเช่นนี้น่าละอายเสียจริง”
หญิงชราพูดขึ้นขณะที่มีไม้เท้าพยุงประสานมือไปทางนพเก้าและคาริสที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ท่านยาย”
ชิกก้าพูดออกมาด้วยเสียงเบาขณะลุกขึ้นมาและไม่กล้าสบตา
“ฮึ่ม เื่ของเ้าเอาไว้ก่อนเถอะ ว่าแต่ การที่บุคคลสำคัญเช่นนี้มาเยี่ยมเยือน พวกท่าน้าอะไรงั้นรึ?”
คุณยายของชิกก้ามองไปที่นพเก้าและคาริส ท่าทางและคำพูดดูแล้วไม่ค่อยอยากจะต้อนรับมากนัก
“ฮึ้ย”
คาริสรู้สึกขนลุกขนพองตามสัญชาตญาณขณะที่ถูกสบตา ตัวตนเช่นนี้หลบซ่อนอยู่ในเมืองสิงห์คำรนได้อย่างไรโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว ระดับพลังคงไม่ต่ำจักรพรรดิยุทธ์หรืออาจจะมากกว่านั้น
(เอ่อ ผู้าุโ นี่)
คาริสมองดูนพเก้าที่สบตาหญิงชราอย่างเงียบงัน เขากลัวว่านิสัยอันธพาลของอีกฝ่ายจะกำเริบและเริ่มลงมืออีกครั้ง หากเกิดอีกครั้งเขาเองก็ไม่้าอยู่ต่อ
หืม
นพเก้ารู้สึกประหลาดใจในสัญชาตญาณของคาริส หากเป็นพเก้าที่ไม่มีประสบการณ์จากชีวิตก่อนก็คงประเมินว่าหญิงชราคนนี้เป็เพียงคนธรรมดา ดูเหมือนจะไม่เสียหายอะไรห่างดึงอีกฝ่ายมาเป็ลูกสมุน เพราะเดิมทีนั่นก็เป็วัตถุประสงค์อีกอย่างของเขาเช่นกัน เพราะลึกเข้าไปในจิติญญาเขาััได้ถึงคุณลักษณะมารถึงแม้จะเล็กน้อยก็ตาม
นพเก้าหยุดคิดแล้วขอเข้าไปพูดคุยในบ้าน จากนั้นก็บอกหญิงชราไปตามตรง ทั้งเื่ที่รับชิกก้าเป็ศิษย์รวมถึงจะย้ายทั้งครอบครัวของชิกก้าไปอยู่ในตระกูลหวงด้วย เขาไม่ได้้าจะใช้เื่ครอบครัวกดดันชิกก้า แต่นี่เป็สวัสดิการเบื้องต้นในอดีตนิกายของเขา หากครอบครัวของลูกศิษย์นิกายมีชีวิตที่ดี พวกเขาก็จะสามารถฝึกฝนได้อย่างสบายใจ
“ดีดีๆ เื่ชิกก้าก็คงต้องรบกวนท่านแล้ว แต่-”
คุณยายกล่าวขอบคุณ แต่เว้นวรรคเล็กน้อย
“เฮ้อ ถึงอย่างไรเด็กๆ ก็เติบโตอยู่ที่นี่และก็ผูกพันกลับบ้านหลังนี้ไม่ใช่น้อย การจากไปเช่นนี้คงไม่ใช่เวลาที่ดีนัก เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็เสียแม่ไปในนาน”
หญิงชราถอนหายใจและพูดออกมาโดยมีความสั่นเครือในน้ำเสียง
อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ทำให้นพเก้าหนังตากระตุก นี่มันใช่เหตุผลจริงๆ หรือ เขาจะไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อยหากอีกฝ่ายเป็เพียงคุณยายใจดีธรรมดา หาใช่จิ้งจอกชราไม่
นพเก้าเริ่มตรวจสอบข้อมูลในระบบอีกครั้ง
ติ้ง
[ค่าสถานะของหยางหงหยู]
อายุ: 13 (อายุขัย 420 ปี)
เขตแดน: หลอมศิลาขั้นที่ 7 ขั้นสูงสุด (ค่าพลังปราณ : 840 เมตร)
ทักษะการต่อสู้: รัศมีอคฺคิ (วิชาปฐีขั้นต้น) , ก้าววายุ (วิชาปฐีขั้นต้น)
เคล็ดวิชา: เพลิงผลาญโลหิต (วิชา์ขั้นต้น)
พร์: กายาหงส์เพลิงะ (สายเืไม่สมบูรณ์)
พลังเทพ: 0
โชคชะตา: ผู้มีศักยภาพระดับสูงสุด
นพเก้ามองดูค่าสถานะของเด็กสาวตาโตแม้แต่ใน์ชั้นที่ 1 ก็เป็ระดับศิษย์สายหลักในนิกาย จากนั้นก็สลับไปที่เด็กชาย 9 ขวบที่มีเกล็ดสีดำ
ติ้ง
[ค่าสถานะฮุ่ยเจียง]
อายุ: 9 (อายุขัย 220 ปี)
เขตแดน: หลอมศิลาขั้นที่ 1 ขั้นกลาง (ค่าพลังปราณ : 180 เมตร)
ทักษะการต่อสู้: กิ้งก่าศิลา (วิชาปฐีขั้นต้น)
เคล็ดวิชา: จั่กจั่นลอกคราบ (วิชาปฐีขั้นกลาง)
พร์: กายาบรรพบุรษเต่าดำ (สายเืไม่สมบูรณ์)
พลังเทพ: 0
โชคชะตา: ผู้มีศักยภาพระดับสูงสุด
“เ้าเด็กที่พูดจาห้วนๆ ดูท่าจะค่อนข้างี้เี”
นพเก้าเลื่อนไปดูหน้าจอถัดไป
ติ้ง
[ค่าสถานะรั่วซี]
อายุ: 7 (อายุขัย 98 ปี)
เขตแดน: หลอมศิลาขั้นที่ 3 ขั้นกลาง (ค่าพลังปราณ : 347 เมตร)
ทักษะการต่อสู้: หมัดบัวบาน (วิชาปฐีขั้นปลาย)
เคล็ดวิชา: หยาดทิพย์และดวงดาว (วิชาปฐีขั้นสูง)
พร์: กายาัคราม (สายเืไม่สมบูรณ์)
พลังเทพ: 0
โชคชะตา: ผู้มีศักยภาพระดับสูงสุด
“ส่วนยัยเด็กน้อยจอมแก่นก็มิต่างกัน ฝึกวิชาผกผันกับธาตุตัวเอง ในอนาคตอาจจะอกแตกตายในสักวัน”
นพเก้าส่ายหน้าขณะมองดูหน้าจอถัดไป
[ค่าสถานะลี่ิ]
อายุ: 16 (อายุขัย 140 ปี)
เขตแดน: ขัดเกลาศิลาขั้นที่ 2 ขั้นกลาง (ค่าพลังปราณ : 1247 เมตร)
ทักษะการต่อสู้: ฝ่ามือกำเนิดสายลม (วิชา์ขั้นต้น) , แปรลักษณ์ (วิชาปฐีขั้นสูง) , เสน่ห์ปลายพู่กัน (วิชา์ขั้นกลาง)
เคล็ดวิชา: เตาหลอมเทียนจุน (วิชา์ขั้นต้น)
พร์: กายาเสือขาวอัสนี (สายเืไม่สมบูรณ์)
พลังเทพ: 0
โชคชะตา: ผู้มีศักยภาพระดับสูงสุด
นพเก้ารู้สึกพูดไม่ออก การกระทำช่างสวนทางกับชื่อแซ่เสียจริง เพราะวิชาเสน่ห์ปลายพู่กันมันหาใช่วิชาเกี่ยวกับศิลป์ แต่เป็วิชาโปรยเสน่ห์เพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม เมื่อรวมเข้ากับวิชาแปรลักษณ์ที่สามารถปลอมแปลงรูปลักษณ์ได้บางส่วนมันจะกลายเป็วิชาที่พวกเพลย์บอยต่างก็ถวินหา ดูเหมือนเ้าเด็กนี่นิสัยจะเข้ากับเ้ายอดชายได้ดี
นพเก้าถอนหายใจแล้วดูหน้าจอถัดไป มันตรงกับที่เขาคาดเดาเอาไว้
[ค่าสถานะลี่ิ]
อายุ: 12 (อายุขัย 23 ปี)
เขตแดน: -
ทักษะการต่อสู้: -
เคล็ดวิชา: -
พร์: กายากิเลนวายุ (สายเืไม่สมบูรณ์)
พลังเทพ: 0
โชคชะตา: ผู้มีศักยภาพระดับสูงสุด
อืม นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญ เพราะการที่สายเืไม่สมบูรณ์ อาจเป็ได้ไปได้ทั้งการหลอมรวมสายเืระหว่างตั้งครรภ์ หรือโอนถ่ายเข้าไปแทนที่สายเืดั้งเดิมขณะที่เป็ทารก
สิ่งนี้คงจะเป็แผนการบางอย่างของจิ้งจอกชราเฒ่าตรงหน้า เพราะลำพังการปฏิสนธิไม่สามารถเกิดเื่เช่นนี้ได้
“เอ่อ ท่านครู นี่ก็เริ่มดึกแล้ว สรุปแล้วท่านตัดสินใจว่าอย่างไร?”
หญิงชรามองไปที่นพเก้าก็สายตาแปลกประหลาด อยู่ดีๆ อีกฝ่ายก็ทำสีหน้าประหลาดใจ ฉันพลันก็เปลี่ยนไปเป็ดูแคลน ส่ายหน้า แล้วถอนหายใจ สรุปแล้วบุรุษหนุ่มตรงหน้าใช่คนบ้าหรือไม่ เพราะคนปกติคงไม่อยากรับชิกก้าเป็ศิษย์มากนักเพราะถึงอย่างไรก็เป็สายเืต่างถิ่น
“อะแฮ่ม หากพวกท่าน้าอยู่ต่อแล้วข้าจะทำอะไรได้ เอาเป็ว่านี่ถือเป็สวัสดิการเบี้ยเลี้ยงเล็กน้อยก็แล้วกัน”
นพเก้าวางแหวนมิติไว้บนโต๊ะหลังจากนั้นก็เดินจากไป
หญิงชราไม่ได้หยิบแหวนขึ้นมาดู เนื่องด้วยระดับของนางสามารถรู้ได้ว่ามีอะไรบ้างเพียงแค่มองดู
“ฮึม สุ่รุ่ยสุร่ายเสียจริง”
หญิงชราค่อนแคะขณะสำรวจสมบัติที่กองพะเนินภายใน มันเต็มไปด้วยเม็ดยาหลายระดับั้แ่ระดับ 1 ถึง 6 ดาว และเคล็ดวิชาระดับ์ขั้นสูงมากมาย ระดับนี้มันไม่ใช่สวัสดิการแล้ว แม้แต่นิกายใหญ่ในแดนศักดิ์สิทธิ์นี่ก็ถือเป็สิ่งที่เก็บหอมรอมริบมาหลาย 100 ปี
ไม่ได้การ ดูเหมือนนางจะต้องไปสืบดูภูมิหลังจักรพรรดิยุทธ์ผู้นี้เสียหน่อย
เอ๊ะ!
ทันใดนั้นหญิงชราก็หยุดชะงัก เพราะในมุมหนึ่งมันมีสมบัติที่แปลกตาแยกอยู่ 5 กอง และมีเคล็ดวิชาและสมุนไพรในการพัฒนาสายเืโบราณของสัตว์เทพทั้ง 5
“รู้ตัวแล้วยังงั้นรึ”
หญิงชราส่ายหัว สิ่งนี้ไม่น่าเป็ไปได้ เพราะการรับรู้สายเือย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับเดียวกับนาง ขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์เป็อย่างน้อย
อย่างไรก็ตามก่อนอีกฝ่ายจะจากไป นางควรไปถามสักเล็กน้อยเพื่อคลายความกังวล เพราะหากอีกฝ่ายรู้แผนการขึ้นมาจริงๆ นางก็สามารถกำจัดได้อย่างทันท่วงที
“เ้าไม่เบื่อตำแหน่งตุลาการบ้างรึ?”
เมื่อนพเก้ามาถึงด้านนอกประตูบ้านของชิกก้าก็ถามคาริสที่รอคอยอยู่ด้านนอก
“เอ่อ คือ”
คาริสรู้สึกไปไม่เป็ เขาไม่แน่ใจว่านพเก้า้าชักชวนหรือแค่ถามเพราะความสงสัย
“เอาล่ะ เ้าไม่ต้องพูดแล้ว เอานี่ไป เ้าจงไปหาสมุนไพรมาตามนี้ แล้วข้าจะรักษาโรคไข้พิษมรกตให้เ้า โอวใช่หากเ้าทำได้ดีข้าจะพิจารณาให้เ้ามาเป็คนเฝ้าประตูนิกายในอนาคต”
นพเก้าพูดตัดบท ก่อนที่จะส่งรายชื่อสมุนไพรที่ยาวเหยียดเป็หางว่าวให้คาริสแล้วตบไหล่อีกฝ่าย ก่อนที่จะหันหลังกลับไปสนทนากับชิกก้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นี่ข้าถูกเชื้อเชิญงั้นรึ?”
คาริสอึ้งงัน แต่ไม่นานเขาก็ตั้งสติได้ สิ่งสำคัญคือประโยคก่อนหน้านั้น หากนพเก้ารักษาโรคไข้พิษมรกตที่แม้แต่หมอเทวะระดับ 5 ดาวยังทำไม่ได้แค่นั้นก็นับว่าเพียงพอแล้ว เพราะนี่เป็ไข้พิษที่เขาได้รับจากสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุด หากเขาไม่รักษาภายในเวลาที่เหลืออีก 5 ปีก็เตรียมลาโลกได้เลย เพราะถ้าหาก้าพบหมอเทวะระดับ 6 ดาว เขาสามารถหาได้เพียงในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้คอนเนคชั่นของเขายังไม่มากพอจึงได้แต่ลงทุนสร้างผลงานสารพัดวิธีแม้ว่ามันจะผิดครรลองครองธรรมก็ตาม ไม่มีใครอยากตายก่อนวัยอันควรจริงไหม
“ตำแหน่งตุลาการรึ สภาฝ่ายปกครองรึ ข้าลาออกไปเสียก็ดี ฮ่าฮ่าฮ่า”
เดิมทีตำแหน่งของเขาก็มีศัตรูมากมายที่้าแย่งชิงตำแหน่งเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว และจากเหตุการณ์เมื่อ่เย็นที่นพเก้าเทศนาจนมีผู้บรรลุขอบเขตครึ่งก้าวจ้าว์ขึ้นมามันควรจะเป็เื่น่ายินดี อย่างไรก็ตามมันโชคร้ายที่บุคคลนั้นเป็ศัตรูกับกู่ิเทียนที่มีความคิดในการปกครองเมืองแบบสมัยใหม่ แตกต่างกับกู่เทียนิที่้าปกครองด้วยระบอบขุนนางและศักดินา นึ่งจึงเกิดการแบ่งเป็สองฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อผู้ใหญ่เล่นเกมการเมืองกัน เด็กๆ เช่นเขาก็ต้องติดร่างแหไปด้วย และ่เวลาถัดจากนี้ก็เป็ดั่งนรกของพวกเขาแทนที่จะสร้างผลงานเพื่อใต่ระดับกลับต้องประคับประคองตำแหน่งตัวเองแทน คนอื่นอาจจะอยู่อย่างตายทั้งเป็ แต่เขาตายแน่นอน
“บางทีนี่อาจเป็โอกาสครั้งเดียวในชีวิต”
หากเป็คนอื่นอาจจะไม่กล้าเสี่ยงแบบนี้ แต่คาริสเชื่อในสัญชาตญาณว่านพเก้าสามารถทำได้จริง เพราะลำพังกายาเทพโอสถเป็ไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีขุมกำลังเื้ั
ฟรึบ!
คาริสรีบบินจากไปพร้อมกับรายชื่อสมุนไพรที่ยาวเป็หางว่าวทันที โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อครู่มีหญิงชราชะเง้อมองดูอยู่
ยายของชิกก้ามองไปที่นพเก้าที่ยัดแหวนมิติจำนวนมากล้นใส่มือชกก้าจากนั้นส่งชิกก้าที่ตกตะลึงขึ้นรถไปแล้วโบกมือลา
“ท่านครู สมบัติ 5 กองที่จัดแยกให้นี่หมายความว่าอย่างไรรึ?”
ยายของชิกก้าเดินเข้าหานพเก้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่เป็รอยยิ้มแข็งค้างที่ดูแล้วน่าขนลุก
“โอ้ว บังเอิญว่าข้าริบทรัพย์มาได้เยอะพอสมควรจากมรณะทางตอนใต้”
นพเก้าพูดขึ้นขณะที่เล่นกับไข่นกกระทาสีเขียวในมือ เขาสงสัยว่าเมื่อเขวี้ยงปาใส่สตรีมันจะเกิดอะไรขึ้น
“หึหึ บังเอิญงั้นรึ แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้น”
ฮึ่ม
เสียงอาณาเขตแห่งเต๋าสีดำรูปทรงโดมแผ่ขยายออกมาจนถึงตัวนพเก้า นาง้าดึงตัวอีกฝ่ายเข้าไปในโลกของนางแล้วสืบสวนทันที เพราะจากกระดาษเมื่อครู่ล้วนแล้วเป็สมบัติที่ใช้ยกระดับสายเืทั้ง 5 นาง้าล้วงความลับของนพเก้าว่ารู้ได้อย่างไร นอกจากนี้กายาเฉกเช่นกายาเทพโอสถล้วนเป็สมบัติหายากอย่างถึงที่สุด หากนางได้มานายเหนือหัวจะต้องพึงพอใจอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามนพเก้าก็เป็จอมวางแผนเช่นกัน
“หืม เป็ไปได้อย่างไร!”
หญิงชราตกตะลึง เหตุใดอีกฝ่ายถึงเดินเข้ามาหานางราวกับไม่รู้สึกอะไร เพราะตามจริงด้วยอาณาเขตเต๋าทมิฬมันควรจะกัดกินร่างเหนือจนเหลือเพียงิญญาในเสี้ยววินาที
ฟึบ!
อย่างรวดเร็วนพเก้าปรากฏตัวตรงหน้าของหญิงชราด้วยการเสริมพลังของจิตตาภาแล้วปาไข่หรรษาเข้าที่ใบหน้าอีกฝ่าย
แผละ!
กลิ่นเหม็นของไข่เน่าตลบอบอวลในอากาศ
“อ๊า นี่เ้าทำอะไร”
หญิงชาย้ากรีดร้องด้วยความขยะแขยง แต่ทันใดนั้นก็แข็งค้างไป
“ตอนนี้แหละ”
จิตตาภาปรากฏตัวออกมาชั่วขณะแล้วดึงหญิงชราเข้าไปในโลกจิตใต้สำนึกของนพเก้า เมื่ออยู่ในจิตใต้สำนึกผู้อื่นจึงทำให้นางมีข้อจำกัดบางส่วนเช่นการนำสิ่งมีชีวิตเข้าไปในมิติตัวเอง ด้วยขอบเขตพลังของนางไม่สามารถใช้กฎเกณฐ์มิติระดับนั้นได้
แกรก! เพล้ง!
เสียงกระจกแตกร้าว โดมสีดำแตกเป็ชิ้นๆ แล้วหายไปในอากาศ เมื่อผู้ใช้พลังหายไปก็ทำให้อาณาเขตแห่งเต๋าหายไปด้วย
“นี่มันที่ไหนกัน เ้าเป็ใคร ปล่อยข้าออกไปเดี๋ยวนี้ อ๊ากก”
หญิงชราพูดไม่ทันจบก็กลายเป็ลูกบอลแสงแล้วลอยเข้าไปในฝ่ามือของจิตตาภาและถูกดูดกลืนพลังจิติญญาอย่างช้าๆ
“ฮึ่ม โชคดีที่หญิงชราผู้นี้าเ็หนัก ไม่เช่นนั้นอาจจะต่อกรด้วยลำบากสักหน่อย”
จิตตาภาพูดขึ้น นางรู้สึกว่าชายผู้นี้ใช้งานนางหนักจนเกินไป
นพเก้าไม่ได้ตอบกลับ เขากำลังรอการคำนวณรางวัลจากระบบ
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีที่โฮสต์สามารถทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อได้ โฮสต์ชนะขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์ขั้นปลายที่สูญเสียพลังจนเหลือขอบเขตจ้าว์ขั้นสูงสุด: เต๋า (ระดับ 5) ด้วยการยืมมือจากผู้อื่น รางวัล: ช่องทรัพยากร +50]
“ระบบ เหตุใดจึงได้น้อยกว่าครั้งที่แล้ว”
นพเก้าโต้แย้งทันที
[ติ๊ง การกระทำสิ่งเดิมซ้ำๆ นั้นไร้ความหมาย การเป็เ้าสำนักที่ดีจะต้องรู้จักฝ่าฟันอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมไม่เช่นนั้นเ้าจะเป็บุคคลที่ไร้เทียมทานได้อย่างไร]
ระบบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
เหมือนเห็นสถานการณ์เช่นนี้ นพเก้าก็ไม่ถามกลับ คนเราจะไม่ได้อะไรหากคุยกับโปรแกรมที่ตอบกลับได้เพียงประโยคเดียว
“ในที่สุดก็เจอกันเสียที”
เสียงไพเราะของหญิงสาวและเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นถนนดังขึ้น
“หืม ท่านคือ-”
นพเก้าหันมองกลับไป เป็นาง
ในป่ามรณะทางตอนใต้ลึกเข้าไปในใต้ดินมีสถานที่ลับที่คนส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้
ลึกเข้าไปในคุกใต้ดินที่มีเพียงเสียงลมกัดเซาะผนังและหยดน้ำตกลงมาจนกังวานไปทุกห้อง มีหญิงสาวนอนขดตัวอยู่ในสภาพถูกมัดมือไว้ด้านหลังด้วยโซ่ตรวน
อึก
หญิงสาวลืมตาขึ้นมาแล้วด้วยความสะลึมสะลือก่อนที่จะมองไปทั่วทั้งห้องขังเดี่ยวสีดำรูปทรงจัตุรัส 4x4
“นี่มันที่ไหนกัน?”
ฉินโหย่วเอ๋องุนงง
นางจำได้ว่าเมื่อคืนก่อนนางไปหาซ่งอวี้หานที่รังลับ อย่างไรก็ตามนางไม่พบร่องรอยใดๆ จึงได้แต่ใช้สมบัติลับประจำตระกูลติดตามกลิ่นอายซ่งอวี้หานไป
จนกระทั่งไปจนถึงไนต์คลับสราญรมญ์ หลังจากทุบตีและเค้นข้อมูลจากเ้าถิ่นทำให้รู้ว่าพวกมันพยายามวางยาหญิงสาวและมีบุรุษหนุ่มเข้ามาช่วยเอาไว้
หลังจากทราบเื่ราวนางก็ตัดตอนพวกมันเพื่อไม่ให้ไปทำร้ายผู้อื่นอีกก็ที่จะตามแกะรอยต่อไป จนกระทั่งถูกของแข็งบางอย่างตีที่ศีรษะ
“ไม่ได้การ ต้องขอความช่วยเหลือโดยด่วน”
นางใช้หลังดันกำแพงพยุงตัวขึ้นมาอย่างยากลำบากเพราะถูกสะกดพลังไว้และยังไม่ฟื้นตัวดี นางเริ่มเดินไปออกไปสำรวจหน้ากรงขัง
“นี่”
นางรู้สึกใเพราะหลายห้องขังมีคนจำนวนมากถูกขังรวมตัวกัน มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และวัยชรา บางห้องมีซากมนุษย์ที่กำลังเน่าเปื่อยและเศษกระดูกที่ผุกร่อนตามกาลเวลา
(บางทีนี่อาจเป็ลัทธิที่ทำพิธีกรรมบางอย่าง หรือไม่ก็ค้ามนุษย์)
หืม
นางสังเกตเห็นใครบางคนหน้าคุ้นๆ จากห้องขังที่หนึ่งทางซ้าย ดูเหมือนจะเป็บิดาของหวงอวี้เฟย
“ท่านลุง ทำไมกัน เหตุใดจึงทำเช่นนี้?”
บุรุษหน้าซีดวัยกลางคนที่มือซ้ายจับแขนขวาที่ขาดเต็มไปด้วยเืมองไปยังทิศทางหนึ่ง สายตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ฉินโหย่วเอ๋อมองไปทางซ้าย ในความมืดมิดเห็นแผ่นหลังของชายชราที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับรูปปั้น
ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!
อยู่ๆ เปลวไฟก็ปรากฏขึ้นบนคบเพลิงแล้วเริ่มสว่างขึ้นตามลำดับแล้วจากนั้นก็หยุดชะงักลง เผยให้เห็นเพียงกรงขังจำนวนมากหลายชั้นที่เรียงติดกันและเชื่อมต่อเป็ครึ่งทรงกลม โดยมีชายชราเป็จุดศูนย์กลางระหว่างพื้นที่มืดมิดและสว่าง
ก๊อก
เสียงเคาะไม้เท้าของชายชราดังขึ้นก่อนที่จะค่อยๆ ก้าวเดินไปทางขวาอย่างช้าๆ บรรยากาศเงียบขรึมนั้นเต็มไปด้วยเสียงสะท้อนของรองเท้าและไม้เท้ากังวานเป็จังหวะคงที่
“อะไรกัน!”
เมื่อทราบว่าอีกฝ่ายเป็ใคร ฉินโหย่วเอ๋อก็ตกตะลึง เพราะนางรู้จักบุคคลผู้นี้เป็อย่างดี เขาคือบุคคลที่บังคับพ่อของนางให้ทำเื่หมั้นหมายกับนพเก้า อดีตเ้าตระกูลหวงไท่
ตึง! ตึง!
“หวงไท่ เ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร รีบปล่อยข้าออกไปเดี๋ยวนี้นะโว้ย ข้าขอสั่งในฐานะนักปรุงโอสถระดับ 3 ดาว”
ซั่งกั่วรุ่ยที่ถูกขังอยู่ทางขวาสุดและถูกโซ่กุญแจมือล่ามไว้เคาะประตูเสียงดัง และะโออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายเป็บ้า เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แค่สอบตรงเป็นักปรุงโอสถระดับ 4 ดาวต้องทำกับเขาขนาดนี้เชียวหรือ
“ไม่ ชู่ว- พอแล้ว”
บรรดาคนของสาขาที่สองที่ควรจะตายไปแล้วต่างก็นั่งชิดติดกำแพงด้วยความหวาดกลัวจนตั่วสั่น มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้ากระซิบเตือนซั่งกั่วรุ่ยเพราะไม่อยากถูกร่างแหไปด้วย
“ฮึม พวกเ้าเป็บ้าอะไร จะกลัวอะไรกันนักหนา”
ซั่งกั่วรุ่ยมองเหล่าคนสติไม่ดีด้านหลังที่สั่งงกงัก ดูเหมือนนอกจากดุแลหอคัมภีร์แล้วเื่ต่างๆ จะไม่มีอะไรดีแล้วกระมัง
ก็อก
เสียงไม้เท้าหยุดลงตรงที่หน้ากรงขัง
“โอ้ว พี่หวงไท่ เมื้อกี้ข้าพูดเล่น ท่านช่วยปล่อยข้าไปได้ก่อนได้หรือไม่ ข้าสัญญาว่าชีวิตนี้จะไม่ออกไปจากตระกูลหวงอีกเลย-”
ซั่งกั่วลุยรีบเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วและพูดแก้ต่างให้ตัวเอง
อย่างไรก็ตามวินาทีต่อมาที่เขากำลังจะพูดต่อ กรามของเขาก็แข็งค้างไป เพราะในระดับสายตาของเขาเห็นเพียงมือและไม้เท้าและลำตัวท่อบนที่ยืดออกไป
“อ- อ่า”
ซั่งกั่วรุ้ยอยู่ดีๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบและรู้สึกเหมือนเืเดือดปุดๆ ขึ้นมา มันคือบรรยากาศของความตาย เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นแล้วพบกับสิ่ที่ไม่อาจบรรยายได้
“น- นี่”
สิ่งที่ปรากฏ้าเป็ลำตัวท่อนบนของหวงไค่ที่ยืดสูงออกไปอย่างผิดธรรมชาติ และใบหน้านิ่งเฉยที่มีดวงตาลึกกลมโบ๋สีดำมองลงมาที่เขาอย่างไร้อารมณ์ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันร้าย
ฟึบ! แพละ!
อย่างรวดเร็ว เสียกัดดังขึ้น จุดที่ซั่งกั่วรุ่ยยืนอยู่เหลือเพียงลำตัวท่อนล่างที่ค่อยๆ เสียสมดุลและล้มลง โลหิตไหลนองเต็มพื้น
กร้วม! กร้วม!
เสียงเคี้ยวเนื้อและกระดูกดังขึ้นก่อนที่จะมีเสียงกลืนชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ตามมาจนทุกคนสามารถได้ยินได้
ไม่นานหลังจากนั้นเงาประหลาดก็ยืดหดลงกลายเป็ชายชราธรรมดา
“ฮึ่ม คิดไม่ดีกับหลานสาวข้างั้นรึ ช่างสมควรตายเสียจริง”
หวงไค่พูดขึ้นมาขณะเช็ดเืที่เคราก่อนที่จะค่อยๆ หันศีรษะกลับไปมองฉินโหย่วเอ๋อ