พลเอกนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อเพียงดาวเอ่ยถึงเหตุผลที่เธอกลับบ้านมาในวันนี้แต่เพียงครู่เดียวเขาก็ปรับสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม และเตรียมจะเดินออกจากบ้านไป
“วันนี้ฉันมีประชุมดึกนะอิ่มฉันอาจจะไม่กลับบ้าน”
พลเอกแกล้งเอ่ยกับน้าอิ่มแต่ทั้งที่จริงแล้วก็้าให้ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นได้ยินโดยทั่วกัน
หลังจากพูดจบแล้วเขาก็เดินออกจากบ้านไปในทันที
“เพียงลูกอย่าไปสนใจเขาเลย กลับมาเหนื่อย ๆ ขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะลูกนะ”
น้าอิ่มแกล้งเปลี่ยนเื่คุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศแย่ไปกว่านี้แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เพียงดาวรู้สึกดีขึ้นเลย
“ทำไมพ่อต้องเกลียดเพียงขนาดนี้คะน้าอิ่ม”
เพียงดาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“คุณพ่อไม่ได้เกลียดเพียงหรอกลูก่นี้คงเหนื่อย ๆ ไม่ต้องคิดมากนะ”
คนเป็น้าพยายามปลอบใจหลานสาวตัวเองทั้งที่ในใจก็ร้อนรุ่นเช่นกัน
“เดี๋ยวเพียงจะออกไปข้างนอกนะคะน้าอิ่มคืนนี้เพียงจะจัดงานวันเกิดให้คุณพ่อ เหมือนที่เราจัดกันทุกปีส่วนคุณพ่อจะกลับบ้านรึเปล่าก็ไม่เป็ไรค่ะ”
หลังจากเพียงดาวขึ้นห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเธอก็ออกจากบ้านมากับทอฝันมุ่งตรงไปยังห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านเพื่อซื้อของเตรียมงานวันเกิดให้พ่อของเธอ
ระหว่างทางเพียงดาวนั่งเงียบมาตลอดทางภายในใจมีแต่ความรู้สึกทุกข์ใจ และความเศร้าหมอง เธอนั่งทบทวนเื่ราวต่าง ๆถึงความสัมพันธ์ของเธอและพ่อ รวมถึงเื่ของเธอและทอฝันหากวันนี้เธอตกลงแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อเลือกมาให้บางทีความวุ่นวายในบ้านอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้
“เป็อะไรคะคนเก่งหน้านิ่วเชียว”
ทอฝันเอ่ยถามพร้อมกับเอื้อมมือมากุมมือเพียงดาว
“เหนื่อยหัวใจจังเลยค่ะพี่ฝันเพียงเหนื่อย เหนื่อยที่ต้องพบเจอกับเื่ราววุ่นวายต่าง ๆ”
เพียงดาวพูดในขณะที่สายตาของเธอนั้นทอดออกไปยังนอกหน้าต่างรถวิวข้างทางที่รายล้อมไปด้วยตึกรามบ้านช่องยิ่งทำให้รู้สึกหนักหน่วงในใจ
“คิดถึงบรรยากาศของหมู่บ้านบนเขาที่เราไปเที่ยวกันจังเลยค่ะเพียงชอบที่นั่น”
เพียงดาวละสายตาจากวิวข้างทางหันกลับมามองหน้าทอฝัน
“อยากไปอีกไหมคะ”
“อยากไปค่ะแต่ไม่รู้จะมีโอกาสอีกรึเปล่า”
“มีแน่นอนค่ะเชื่อพี่นะคะคนดี วางความกังวลใจทั้งหมดลงแล้วเราไปซื้อของเตรียมงานวันเกิดให้คุณพ่อกันนะคะ”
ทอฝันบีบมือเพียงดาวเบาๆ เป็การให้กำลังใจบาง่เธอเหลือบไปมองใบหน้าของเพียงดาวแล้วยิ่งรู้สึกสงสารอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น
แค่คนสองคนอยากจะรักกันทำไมถึงได้ยากเย็นถึงเพียงนี้ ทั้งที่ความรักของเราไม่ได้ผิดอะไรเลยแต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะอยู่ข้างเพียงนะพี่จะไม่ปล่อยให้เพียงต้องเผชิญเื่ราวต่าง ๆ เพียงคนเดียว
ทอฝันคิดในใจแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปให้อีกฝ่ายรับรู้เธออยากให้เพียงดาวเห็นการกระทำของเธอมากกว่า
หลังจากที่ทั้งสองคนมาถึงห้างสรรพสินค้าเพียงดาวมุ่งตรงไปยังแผนกผลไม้และของสดทันที เธอจำได้ดีว่าพลเอกชอบเมนูอะไรชอบผลไม้ชนิดไหน ชอบทานของหวานแบบใดในหนึ่งปีก็คงจะมีแค่หนึ่งวันที่บ้านจะมีความสุขที่สุดก็คือวันเกิดของพลเอกแต่ไม่รู้ว่าวันนี้จะเป็เหมือนทุก ๆ ปีรึเปล่า
“ซื้อของเยอะแยะแบบนี้้าลูกมือมั้ยคะ”
ทอฝันเอ่ยถามขณะที่กำลังเข็นรถเข็นตามหลังเพียงดาว
“แน่นอนค่ะพี่ฝันและน้าอิ่มจะเป็ลูกมือของเพียงวันนี้ ไม่อย่างนั้นเพียงต้องเป็ลมแน่ ๆกว่าอาหารจะครบทุกอย่าง”
“ได้เลยค่ะแต่ก่อนกลับพี่ขอแวะไปซื้อของขวัญก่อนนะคะ”
เพียงดาวขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินทอฝันพูดแบบนั้น
“ของขวัญอะไรเหรอคะ”
“ของขวัญให้พ่อของเพียงไงคะ”
“พี่ฝันจะให้ของขวัญคุณพ่อด้วยเหรอคะเอ่อ พี่ขวัญไม่กลัวคุณพ่อโกรธเหรอคะ เอ่อ เพียงหมายถึง ถ้าท่านรู้เื่ของเรา”
สีหน้าของเพียงดาวแสดงถึงความกังวลขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงเื่ของความสัมพันธ์ระหว่างเธอและทอฝัน
“ถ้าโกรธก็ไม่เป็ไรนี่คะเพราะถึงยังไง เื่ของเราคุณพ่อก็ต้องรู้อยู่ดีแต่พี่คิดว่าวันนี้ถือเป็โอกาสที่ดีที่เราจะบอกท่านนะคะ”
“พี่ฝันคิดแบบนั้นเหรอคะ”
“ใช่ค่ะเชื่อพี่นะคะ วันนี้ต้องเป็วันที่ดีค่ะ”
เพียงดาวไม่พูดอะไรต่อเพียงแต่ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วเดินซื้อของอีกหลายอย่างจนครบตาม้า
หลังจากนั้นทอฝันจึงพาเพียงดาวเดินมายังแผนกเสื้อผ้าผู้ชายซึ่งมีหลากหลายแบรนด์ มีทั้งชุดทำงาน ชุดใส่เที่ยว หรือเนกไท แจ็คเก็ตก็มีให้เลือกรวมถึงรองเท้าหนังที่ราคาสูงลิบลิ่ว
“พี่ฝันจะซื้ออะไรให้คุณพ่อเหรอคะ”
เพียงดาวเอ่ยถามคนข้างๆ ขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินดูสินค้ามากมายอย่างลานตา
“เสื้อสูทดีมั้ยคะหรือเนกไทดี”
“ปกติแล้วคุณพ่อไม่ค่อยพิถีพิถันเื่เสื้อผ้ามากนักค่ะแต่คุณพ่อจะชอบรองเท้าหนังมาก ๆ บางคู่ซื้อไว้แต่ก็แทบไม่ได้ใส่ ซื้อเพราะทรงสวยหนังสวย”
“งั้นเราไปเลือกรองเท้าให้คุณพ่อกันค่ะ”
พูดจบทอฝันก็จูงมือเพียงดาวเดินไปยังแผนกรองเท้าหนังของสุภาพบุรุษ
“เอาหนังแบบไหนดีคะหรือเอาสีอะไรดี”
ทอฝันเอ่ยถามเพียงดาวที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่สายตากำลังจดจ่ออยู่กับรองเท้าหนังหลายคู่ตรงหน้า
“คุณพ่อท่านชอบหนังสีน้ำตาลค่ะ”
“งั้นคู่โน้นดีมั้ยคะ”
ทอฝันชี้ไปยังรองเท้าหนังคู่หนึ่งที่วางอยู่บนชั้นสาเหตุที่วางแยกจากรองเท้าหนังคู่อื่น ๆ เพราะคู่นั้นน่าจะมีคู่เดียวเป็รูปทรงและหนังรุ่นพิเศษ ส่วนราคาก็สูงกว่าคู่อื่น ๆ
“คู่นั้นมันแพงไปนะคะพี่ฝัน”
“แต่พี่ว่ามันก็เหมาะสมกับคุณภาพของรองเท้านะคะอายุการใช้งานก็คงจะใส่ได้หลายปีเลย อีกอย่างเพียงบอกว่าคุณพ่อชอบรองเท้าหนังมาก ๆแต่พี่ว่าคู่นี้คุณพ่อน่าจะยังไม่มีนะคะ”
ทอฝันตัดสินใจซื้อรองเท้าคู่นั้นอย่างไม่ลังเลและบอกพนักงานขายว่าช่วยห่อเป็ของขวัญให้เธอด้วยเมื่อได้ของแล้วทั้งคู่ก็รีบกลับมาบ้านเพื่อเตรียมงาน
บรรยากาศของบ้านวันนี้ดูจะมีสีสันขึ้นมาในทันทีเมื่อมีงานเลี้ยงเกิดขึ้นถึงแม้จะเป็งานเลี้ยงภายในเล็ก ๆ ก็ตาม คนงานหลายคนช่วยกันจัดสถานที่โดยมีลุงสมชายเป็หัวหน้าในการดูแลเื่สถานที่
ต้นไม้หลากหลายต้นถูกตัดแต่งกิ่งก้านอย่างสวยงามบริเวณสวนหน้าบ้านมีโต๊ะและเก้าอี้สีขาวสี่ถึงห้าชุดวางอยู่นอกจากนี้ยังมีดวงไฟสีส้มดวงเล็ก ๆ ห้อยระโยงระยางตามกิ่งไม้และลูกโป่งหลากหลายสีที่ลอยอยู่ทั่วบริเวณ
ในส่วนของเมนูอาหารในคืนนี้แน่นอนว่าทุกเมนูคือเมนูโปรดของพลเอกโดยเฉพาะขนมหวานที่เป็บัวลอยมะพร้าวอ่อนนั้น เพียงดาวตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือั้แ่การนวดแป้ง ปั้นแป้งเธอทำเป็รูปดอกไม้และใช้สีผสมอาหารแต่งแต้มเป็ดอกไม้ที่ดูสวยงามน่ากินมาก
และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือไวน์ที่คุณพ่อชอบทาน จะต้องเป็ไวน์องุ่นขาวที่ผ่านการหมักมาอย่างดีส่วนมากก็จะเป็ไวน์จากต่างประเทศที่พลเอกชอบสั่งมาไว้ที่บ้านเมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยือน ก็จะต้อนรับด้วยเครื่องดื่มเหล่านี้
นอกจากนี้เพียงดาวยังลงมือทำเค้กวันเกิดให้พลเอกด้วยตัวเองแม้เธอรู้ดีว่าพ่อของเธอไม่ชอบกินเค้กแต่ทุกปีของงานวันเกิดพลเอกก็จะมีเค้กให้ได้เป่าเทียนทุกครั้งเพราะหากไม่มีเค้กก็ดูเหมือนงานวันเกิดจะไม่สมบูรณ์
วันนี้เพียงดาวเลยเลือกทำเค้กกาแฟก้อนเล็กๆ ที่ตกแต่งด้วยครีมวนิลา พร้อมกับลูกเชอร์รีสีแดงสดและแช่มันไว้ในตู้เย็นเพื่อเตรียมเซอร์ไพรซ์เ้าของงานวันเกิด
เวลาของวันนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วอาจเพราะทุกคนต่างเร่งมือช่วยกันเตรียมงานจนถึงเวลาพลบค่ำทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย
เวลาเดินไปเรื่อยๆ จนถึงสี่ทุ่มก็ยังไร้วี่แววของพลเอกเพียงดาวจึงสั่งให้คนงานทุกคนแบ่งอาหารกันไปทานและเข้านอน เพราะทุกคนต้องตื่นมาทำงานแต่เช้าณ สวนหน้าบ้านในเวลานี้จึงเหลือเพียง น้าอิ่ม เพียงดาว และทอฝัน
“เพียงลูกเราเข้าไปในบ้านกันก่อนดีมั้ย ถ้าได้ยินเสียงรถของคุณพ่อเราค่อยออกมานี่ก็สี่ทุ่มแล้วนะลูก”
น้าอิ่มเอ่ยถามเพียงดาวด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรค่ะน้าอิ่มอีกเดี๋ยวพ่อก็คงมา”
เพียงดาวตอบพร้อมกับสายตาที่จับจ้องไปยังประตูรั้วหน้าบ้านตลอดเวลา
เพียงดาวเฝ้ารอการกลับบ้านของพลเอกจนเวลาล่วงเลยมาจนเที่ยงคืนเสียงรถของพลเอกจึงดังขึ้น
“คุณพ่อมาแล้วค่ะน้าอิ่มพี่ฝัน คุณพ่อมาแล้ว ๆ”
เพียงดาวเขย่ารางของน้าอิ่มและทอฝันที่ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ
พลเอกเดินตรงมายังสวนหน้าบ้านตรงโต๊ะที่ทั้งสามคนยืนอยู่
“ทำอะไรกันไม่นอนกันอีก”
“เพียงรอคุณพ่อกลับมาเป่าเค้กวันเกิดไงคะเพียงทำเองเลยค่ะ อาหารทุกอย่างก็เป็ของโปรดคุณพ่อทั้งนั้นเลย คุณพ่อดูสิคะ”
เพียงดาวเดินเข้าไปหาพลเอกพร้อมกับจับมืออีกฝ่ายเดินไปยังโต๊ะวางอาหารที่อยู่ไม่ไกลนัก
มือของเพียงดาวที่กุมมือพลเอกไว้แน่นนั้นทำให้เขานึกถึงเมื่อครั้งลูกสาวของตัวเองเพิ่งหัดเดินมือเล็กคู่นี้ที่เขาฟูมฟักอุ้มชูมาั้แ่เด็กส่วนลึกของหัวใจคนเป็พ่อนั้นความเกลียดชังไม่ได้มีอยู่ในจิตใจแม้แต่น้อย มีเพียงแต่ความกลัวกลัวเสียจนคิดว่าหากวันหนึ่งต้องเสียลูกไปตนจะอยู่อย่างไร
และสิ่งที่กลัวที่สุดนั้นคือกลัวชีวิตของลูกที่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจจะไปพบเจอใครที่ทำให้เจ็บช้ำเสียใจจึงคิดว่าคนที่ตนหามาให้นั้นจะดีพอเสมอเทียบเท่าลูกของตนเองจนมาถึงตอนนี้จึงได้รู้ว่าความคิดว่าตัวเองนั้นไม่ถูกต้องเสมอไป
เพราะความรักเป็เื่ของหัวใจไม่ใช่เื่ของเพศ หรือยศตำแหน่ง เงินทองใด ๆ
“คุณพ่อทานอาหารก่อนนะคะเดี๋ยวเพียงรินไวน์ให้นะคะ แล้วก็คุณพ่อนั่งรอตรงนี้สักครู่นะคะ”
เพียงดาวเอ่ยพร้อมกับวิ่งกุลีกุจอเข้าบ้านไปตรงนั้นจึงเหลือแค่ทอฝันส่วนน้าอิ่มก็เดินตามเพียงดาวเข้าไปในบ้านเพื่อช่วยเตรียมเื่เค้ก
“สุขสันต์วันเกิดนะคะ”
ทอฝันยื่นกล่องของขวัญที่เธอเตรียมมาให้พลเอกอีกฝ่ายเหลือบมองมันเพียงเลยน้อย
“...”
ไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากพลเอก ทอฝันจึงพูดต่อ
“จะไม่เปิดของขวัญดูหน่อยเหรอคะ”
“ฉันไม่ยกเพียงดาวให้แกหรอกนะอย่าคิดมาทำดีหวังผล”
พลเอกพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยและไม่คิดจะแตะต้องกล่องของขวัญที่เพียงดาวตั้งไว้ตรงหน้า