เมื่อเวินเฉวียนเห็นท่าทางที่ทั้งดูไร้เดียงสาและขี้ขลาดของเวินจื่อถง ก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น
เวินเฉวียนเดินตรงเข้าไปบีบแก้มเล็ก ๆ ของเวินจื่อถงอย่างแรง พร้อมกับหัวเราะว่า
"ฟังไม่รู้เื่ก็ไม่เป็ไรหรอก ในเมื่อฟังไม่รู้เื่ ก็ลงไปหาพ่อแม่ที่ตายไปแล้วในนรกของเ้า แล้วค่อย ๆ ฟังเอาละกัน!"
พวกนักเลงที่อยู่รอบข้างเมื่อเห็นดังนั้น ต่างก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ในสายตาของพวกเขา ขอเพียงเวินเฉวียนบีบเบา ๆ ยัยเด็กดวงกุดคนนี้คงจะขาดใจตายในทันที!
เวินจื่อถงหรี่ตาลง ในดวงตามีแววเย็นเยียบพาดผ่าน นางเอียงคอแล้วจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา
"แต่จะทำอย่างไรดีล่ะเ้าคะ? พี่เวินเฉวียน ถงเป่าไม่อยากตายเลยสักนิดเดียว"
เวินเฉวียนมองรอยยิ้มของเวินจื่อถง ในใจกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง!
เวินจื่อถงคนก่อนไม่กล้าสบตากับเขาอย่างกล้าหาญเช่นนี้! ขอเพียงเวินจื่อถงเห็นเขา นางต้องร้องไห้ทุกครั้ง!
ทว่าวันนี้...
ยังไม่ทันที่เวินเฉวียนจะตั้งตัว จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าหน้าท้องของตนถูกเตะเข้าอย่างจัง จนเกือบจะกระอักเืออกมาคำหนึ่ง มือที่จับเวินจื่อถงอยู่จึงคลายออกโดยสัญชาตญาณ
ร่างของเวินจื่อถงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง สายตามองเวินเฉวียนอย่างเ็า แต่บนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยท่าทางไร้เดียงสาและใสซื่อพลางกล่าวว่า
"ไอหยา พี่เวินเฉวียน ท่านไม่เป็ไรใช่ไหมเ้าคะ? ถงเป่าไม่ได้ตั้งใจนะเ้าคะ พี่เวินเฉวียนคงไม่โกรธถงเป่าใช่ไหมเ้าคะ?"
เวินจื่อถงกะพริบตาโต บนใบหน้าเล็ก ๆ ที่ดูอ่อนเยาว์ปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ
เวินเฉวียนไม่คาดคิดว่าตนเองจะถูกเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ทำร้ายเข้าจริง ๆ จึงบังเกิดความโกรธขึ้นมาทันที เขาเอามือกุมท้องแล้วะโบอกคนข้าง ๆ ว่า
"พวกเ้ายังยืนบื้ออยู่ทำไม? ตียัยเด็กดวงกุดนี่ให้ตาย!"
"ขอรับ!"
พวกนักเลงตัวน้อยคิดเพียงว่าเวินเฉวียนไม่ได้ระวังตัว จึงถูกเด็กหญิงวัยห้าขวบเตะเข้าให้
ดังนั้นแม้จะลงมือ แต่ก็แฝงไปด้วยความดูแคลน
เวินจื่อถงไม่ได้มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย พวกนักเลงเหล่านี้ก็แค่เด็กธรรมดา ๆ เท่านั้น แม้จะดุร้ายแต่ก็ไม่เคยผ่านการฝึกฝนอย่างเป็ระบบ
นางคือปรมาจารย์แพทย์แผนจีน! จุดฝังเข็มต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์จุดไหนบ้างที่นางไม่รู้? จะตีอย่างไรให้เจ็บที่สุด ย่อมกระจ่างแจ้งอยู่ในใจนาง!
พวกนักเลงพุ่งเข้าหาเวินจื่อถง แต่เวินจื่อถงกลับเหมือนกระต่ายตัวน้อยที่ว่องไว วิ่งสลับไปมาท่ามกลางกลุ่มคน
มือน้อย ๆ ที่อวบอ้วนยื่นนิ้วชี้สั้น ๆ ออกมา ในขณะที่วิ่งผ่านพวกนักเลง นางก็ใช้ความรวดเร็วของมือและตา กดลงบนจุดสำคัญหลายจุดของพวกนั้น
"อ๊าก!"
ในชั่วพริบตา พวกนักเลงก็ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาทีละคน แล้วทรุดลงกับพื้น กุมจุดที่ถูกกดไว้พร้อมกับเหงื่อกาฬไหลโซมกายด้วยความเ็ป!
เวินเฉวียนที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตกตะลึงจนอ้าปากค้าง!
เด็กหญิงตรงหน้านี้มีบางอย่างที่ประหลาดเหลือเกิน!
ไม่เห็นนางจะทำอะไรเลย แต่ทำไมทุกคนถึงล้มลงหมดล่ะ?
หลังจากเวินจื่อถงทำทั้งหมดนี้เสร็จ นางก็รู้สึกว่าหัวใจของตนเริ่มกลับมาเจ็บอีกครั้ง
นางรีบหยุดการเคลื่อนไหวทันที สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้ง จนสีหน้าพลันกลายเป็ขาวซีด
ในขณะนั้นเอง มีชาวบ้านหลายคนเดินผ่านมา เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงนี้จึงรีบวิ่งเข้ามา
"เฮ้ย! เวินเฉวียน! แล้วก็พวกเ้าลูกหมา ทำอะไรกันอยู่? คิดจะรังแกคนอื่นอีกแล้วหรือ?"
เวินเฉวียนและพวกยังคงตกตะลึงที่ถูกเด็กน้อยซัดจนตั้งตัวไม่ติด เมื่อได้ยินเสียงดุด่าของชาวบ้าน ในขณะที่กำลังจะโต้ตอบ ก็ได้ยินเสียงร้องไห้เล็ก ๆ ของเวินจื่อถงดังขึ้น
"ฮือ ๆ ๆ ! พี่เวินเฉวียน ทำไมพวกท่านต้องตีถงเป่าด้วย? ถงเป่าเป็เด็กดี ถงเป่าเชื่อฟัง อย่าตีถงเป่าเลยนะเ้าคะ ฮือ ๆ ๆ ..."
ชาวบ้านเมื่อเห็นเด็กน้อยที่หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตาหยกตรงหน้า น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงหล่นลงมาทีละหยดราวกับไข่มุก ต่างก็รู้สึกสงสารจับใจ!
เด็กน้อยที่น่ารักขนาดนี้ ทำไมถึงมีคนใจดำลงมือได้ลงคอ!
ทันใดนั้น ทุกคนจึงรุมด่าทอเวินเฉวียนและพวก
"ไม่ใช่ พวกเราไม่ได้ตีนาง! เห็น ๆ อยู่ว่านางเป็ฝ่ายลงมือกับพวกเรา!"
เวินเฉวียนและพวกอธิบายด้วยความโมโหจนหน้าดำหน้าแดง สาบานต่อฟ้าดินเลยว่า พวกเขาไม่ได้แตะต้องแม้แต่ปลายเล็บของเด็กหญิงคนนี้เลย!
ทว่า...
"ถุย! พวกเ้าเห็นพวกข้าเป็คนโง่หรือ? ถงเป่าเพิ่งจะห้าขวบ ร่างกายก็อ่อนแอ จะไปสู้พวกเ้าที่เป็เด็กโตได้อย่างไรกัน? จะโกหกก็หัดคิดให้เนียนกว่านี้หน่อย!"
"นั่นสิ! พวกเ้าแต่ละคนตัวโตอย่างกับั์ กินเกลือมามากกว่าข้าวที่ถงเป่ากินเสียอีก ยังกล้ากลับคำพูดหน้าด้าน ๆ แบบนี้อีก!"
ทุกคนต่างพูดกันคนละประโยค จนทำให้เวินเฉวียนและพวกโกรธจนแทบจะกระอักเืออกมา อุตส่าห์พูดความจริงครั้งหนึ่ง แต่กลับไม่มีใครเชื่อเลย!
เวินจื่อถงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้าง ๆ จากนั้นก็คว้าชายเสื้อของชาวบ้านคนหนึ่ง เช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงพลางกล่าวด้วยเสียงเล็ก ๆ ว่า
"ท่านลุงเ้าคะ พอเถอะ อย่าด่าพี่เวินเฉวียนเลย ถงเป่า... ถงเป่าไม่โกรธเขาแล้ว ถงเป่า แค่ก ๆ ๆ ..."
คำพูดของเวินจื่อถงยังไม่ทันจบ จู่ ๆ เืลมในกายก็ตีกลับ จนกระอักเืออกมาคำหนึ่ง
ทุกคนที่เห็นภาพนี้ต่างพากันอึ้ง รวมถึงตัวเวินจื่อถงเองด้วย!
ชาวบ้านมองเวินจื่อถงด้วยความสงสาร ดูเด็กน้อยคนนี้สิ! ถูกตีจนกระอักเืแล้ว ยังมีจิตใจเมตตาและใสซื่อช่วยพูดให้คนชั่วอีก!
เวินเฉวียนและพวกมองเวินจื่อถงด้วยความตกตะลึง ให้ตายเถอะ เ้าตีพวกข้าแล้วเ้ายังกระอักเือีกหรือ? เ้าจะหน้าด้านเกินไปแล้ว!
เวินจื่อถงเช็ดคราบเืที่มุมปากอย่างไร้เดียงสาและจนใจ บัดซบ ร่างกายที่อ่อนแอจนดูแลตัวเองไม่ได้นี้ จะไหวจริงหรือเปล่านะ?
"ถงเป่าเ้ารีบกลับบ้านเถอะ อย่าอยู่ข้างนอกเลย พวกข้าจะช่วยกันพวกเด็กเหลือขอพวกนี้ไว้ให้เอง!"
ชาวบ้านล้อมเวินเฉวียนและพวกไว้ตรงกลาง มองเวินจื่อถงด้วยความสงสาร และเร่งให้นางรีบจากไป
เวินจื่อถงไม่อยากเสียเวลาอีก ร่างกายของนางและร่างกายของพี่รอง หากไม่รีบกินยา อาจจะต้องเตรียมตัวนอนบนแผ่นไม้และถูกฝังลงเขาพร้อมกันจริง ๆ !
"ขอบคุณลุงหนิว ขอบคุณอาหลี่ ขอบคุณพี่หวังเ้าค่ะ..."
เวินจื่อถงอาศัยความทรงจำของเ้าของร่างเดิม กล่าวขอบคุณชาวบ้านเหล่านี้ทีละคน จากนั้นจึงเดินจากไปอย่างว่าง่าย
ชาวบ้านมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ที่ดูอ่อนแรงของเวินจื่อถง ด้วยความรู้สึกสงสารและเวทนา
เวินจื่อถงเดินมุ่งหน้ากลับบ้านไปได้สักพัก เมื่อเห็นว่าไม่มีคนแล้ว จึงเลี้ยวโค้งและขึ้นเขาผ่านอีกเส้นทางหนึ่ง
ป่าบนเขาฉีซานมีความหนาทึบ ในเวลานี้ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน บนกิ่งไม้มีแท่งน้ำแข็งห้อยลงมามากมาย ดูราวกับภาพวาดพู่กันจีน
เวินจื่อถงเหยียบลงบนหิมะที่หนาทึบ เกิดเสียงดังกร๊อบแกร๊บ
เวินจื่อถงเก็บกิ่งไม้ยาวกิ่งหนึ่งมาเขี่ยหิมะบนพื้น เพื่อค้นหาสมุนไพรที่้า
ตลอดทางกลับไม่พบสมุนไพร แต่กลับพบผักป่าหลายชนิด ทั้งผักจี้ไช่ ผักอูทาไช่ และต้นหอมป่า
เพียงแต่ว่าวันนี้นางรีบออกมา จึงพกมาเพียงถุงย่ามเล็ก ๆ ใบเดียว ไม่สามารถบรรจุของได้มากนัก หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เวินจื่อถงก็เห็นเถาวัลย์อยู่ข้าง ๆ นางจึงเก็บลงมาด้วยความดีใจ และนำเถาวัลย์มาสานเป็ตะกร้าใบเล็ก
เถาวัลย์มีความแข็งแรงมาก ตะกร้าที่สานออกมาจึงมั่นคงยิ่งนัก เหมาะสำหรับใช้ใส่ผักป่าเหล่านี้ที่สุด
อาจเป็เพราะในเขามีคนกล้าเข้ามาน้อย ผักป่าจึงเติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์ เวินจื่อถงเดินไปเก็บไป จึงได้พืชผักมามากมาย
นางเดินลึกเข้าไปในเขาอีกสักพัก โชคดีที่เวินจื่อถงก็พบสมุนไพรที่้าในที่สุด นั่นก็คือต้าหวง!
ต้าหวงนี้ ใช้ส่วนรากและลำต้นทำเป็ยา สามารถรักษาพิษไข้ ขจัดสิ่งตกค้าง และสลายเืคั่ง ในตำราเปิ่นจิงเขียนว่าสามารถขับเืคั่ง รักษาอาการเือุดตัน และก้อนเืสะสม ซึ่งตรงกับอาการป่วยของพี่รองพอดี
นางขุดต้าหวงขึ้นมาจากดินด้วยความยินดี แล้วใส่ลงในย่าม ก่อนจะขุดติดต่อกันอีกหลายต้น
ทว่าในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าแ่เบาก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง หัวใจของเวินจื่อถงสั่นสะท้าน รีบหันกลับไปมองทันที
เพียงชั่ววูบเดียว หัวใจอันบอบบางของเวินจื่อถงแทบหยุดเต้น