ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 62 จำคำที่เจ้าพูดวันนี้ไว้

            ยามเหรินชงราชาศิษย์ใหม่แห่งสำนักวายุจักรพรรดิเผยตัวบรรยากาศของหอจวินไหลก็คึกคักผิดปกติขึ้นมาทันใด

            สายตานับคู่ไม่ถ้วนมองตรงไปยังเหรินชงอย่างยอมรับนับถือ

            แต่กระนั้น เหรินชงกลับมองฉู่เหินเบื้องหน้าด้วยท่าทางสนุกสนาน น้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อยอย่างเปิดเผยโดยเฉพาะ ‘อัจฉริยะฉู่ผู้ยิ่งใหญ่’ ที่ดูจะระคายหูเป็นพิเศษ

            “ข้าสนิทกับเจ้าหรือ?” ฉู่เหินถามเยียบเย็น

            “ไม่ใช่ ไม่ใช่...” มุมปากเหรินชงยกเป็นยิ้มสำราญไม่สนโลก“เพียงแต่เคยได้ยินวีรกรรมของอัจฉริยะฉู่มานาน เรื่องพยายามขืนใจเด็กสาวในเมืองหลินเหยียนนั้นทั้งนครหลวงนี้ก็มีแต่สำนักดาราสวรรค์เท่านั้นที่ต้องการเจ้า...”

            อะไรนะ?

            พยายามขืนใจเด็กสาว?

            เพียงคำนั้นถูกเอ่ยออกมา สายตาทุกคู่ก็มองตรงไปยังฉู่เหิน

            กระทั่งมู่เฟิง หลี่ฮุยเย่ โจวลู่ และศิษย์ใหม่สำนักดาราสวรรค์ทั้งหลายก็คาดไม่ถึงไปตามๆกัน

            ฉู่เหินเป็นคนประเภทนี้หรือ?

            “ไม่ใช่นะ” เย่เหยารีบแย้งแทนฉู่เหิน  “พี่ฉู่เหินถูกใส่ร้ายเรื่องนี้เราสืบกันกระจ่างแล้ว พี่ฉู่เหินถูกวางอุบายทำร้ายต่างหาก”

            เสียงอันแผ่วหวานดูช่างเล็กกระจิริดนักในลานอันกว้างใหญ่นี้

            แต่ฉู่เหินกลับฟังแล้วอบอุ่นเหลือจะเอ่ย

            เหรินชงยังคงทำไม่รู้ไม่ชี้ เขาหันกายไปหาเย่โยวข้างกัน แล้วถาม“ศิษย์น้องเย่โยว อย่างไรเสียก็มาจากที่เดียวกันไฉนพบหน้าแล้วไม่ทักทายกันบ้างเล่า?”

            เย่โยวช้อนตาขึ้นเหลือบมองฉู่เหินด้วยหางตา ตอบด้วยน้ำเสียงและท่าทีเฉยเมย“ข้าไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับเขา ไม่มีการอันใดจะพูดด้วย”

            ข้าไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับเขา!

            ถ้อยคำแสนง่ายดายเปิดเผยความหมางเมินอย่างเต็มที่

            สีหน้าไม่แยแส ทุกอย่างล้วนคือความดูถูก แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นฉู่เหินก็ยังสัมผัสได้ถึงความสมเพชหลายส่วนจากแววตาเฉยชาที่เหลือบมองมา

            ถูกต้องแล้ว ความสมเพช!

            เพราะหลังจากที่ฉู่เหินถูกสำนักวายุจักรพรรดิปฏิเสธแล้วเขาก็ถูกสำนักยุทธขั้นสูงอีกเกือบสามสิบแห่งปฏิเสธติดต่อกันยามนี้ทำได้แค่หลบซ่อนอยู่ในสำนักรั้งท้ายอย่างสำนักดาราสวรรค์เท่านั้น...

            เป็นความสมเพชเวทนาเฉกเช่นราชนิกุลชั้นสูงมีต่อขอทานข้างถนน

            ไม่ว่าก่อนหน้านี้ที่เมืองหลินเหยียนฉู่เหินจะแสดงพลังโค่นล้มหลิ่วเซียวเช่นไร

            บัดนี้เย่โยวและฉู่เหินก็อยู่กันคนละชั้นไปแล้ว

            อีกทั้ง ผู้คนมากมายล้วนรู้ดีว่าอัจฉริยะนามกระเดื่องแห่งสำนักวายุจักรพรรดิอย่างเหวยชิงฝานกำลังตามจีบเย่โยวรัศมีเลิศเลอนี้ดลให้เย่โยวดูแคลนฉู่เหินอีกครั้ง

            สมเพชเวทนา

            สองคำที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคำว่าเห็นอกเห็นใจ

            ฉู่เหินสบตากับใบหน้าเย็นชานั้นด้วยแววตาเยือกเย็นลำคอขยับเปล่งเป็นคำพูดอันชัดเจนและหนักหน่วง

            “จำคำที่เจ้าพูดวันนี้ไว้!”

            จำคำที่เจ้าพูดวันนี้ไว้...

            โครงหน้าบุรุษหนุ่มแสนทระนงและทรหด

            เย่โยวทำเหมือนไม่ได้ยิน นางหยิ่งยโสประดุจองค์หญิงที่ปวงชนห้อมล้อม

            “พี่ฉู่เหิน” เย่เหยากัดริมฝีปากพึมพำ คิ้วหลิวขมวดเผยแววสุดจะกลั้น

            “เหอะๆ ในเมื่อไม่สนิทกัน ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลา!”เหรินชงหัวเราะยั่วเย้า

            พลันนั้น เย่โยวและอัจฉริยะจากสำนักวายุจักรพรรดิก็เข้าไปยังเขตลานด้านหน้าของสวนในหอจวินไหลไม่แม้แต่จะหันกลับมามองฉู่เหิน

            เย่เหยามองฉู่เหินดวงตาพร่าน้ำ

            แต่กระนั้น ฉู่เหินกลับส่งยิ้มละมุนให้นางเป็นเชิงว่าไม่มีปัญหา

            ทว่า ภายใต้รอยยิ้มที่ดูเรียบนิ่งนั้น ไอเย็นหาที่สิ้นสุดมิได้กำลังก่อตัวในกาย

            เหลียงอี้หมิงในขบวนสำนักวายุจักรพรรดิมองดูฉู่เหินแล้วส่ายหน้าระอาเมื่อวานเขาเตือนฉู่เหินไปแล้วว่าอย่ามาปรากฏตัวที่งานประชุมเฉพาะกิจราชันแสงดาว

            แต่เขาก็มาแล้ว

            ประชุมใหญ่ยังไม่ทันเริ่ม ฉู่เหินก็ถูกเหรินชงเหยียดหยามเข้าให้แล้วอีกครู่ไม่รู้จะเกิดเรื่องน่าทอดถอนใจอันใดขึ้นอีก

            “ช่างมัน บอกเขาไปแล้ว ข้ามีเมตตากรุณามากพอแล้ววันนี้หากเขาตายด้วยน้ำมือเหรินชงก็ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับข้า...”เหลียงอี้หมิงตรึกตรองในใจ

            ...

            “น้องเขยเอ๋ย ไอ้เจ้านั่นมันกำแหงนัก อีกครู่ข้าจะถลกหนังมันมาให้เจ้าเอง”มู่เฟิงตบบ่าปลอบประโลมฉู่เหิน

            ฉู่เหินไม่ตอบ เพียงแต่นำขบวนด้านหลังไปนั่งประจำที่ของสำนักดาราสวรรค์

            “ศิษย์พี่มู่เฟิง เหรินชงพลังลมปราณระดับเชื่อมหยวนขั้นสามขอรับ”หลี่ฮุยเย่ข้างกันเตือนเขา

            “อ๊ะ” มู่เฟิงหน้าแข็ง แล้วหัวเราะคิกคักพลางว่า “เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าไปถลกหนังมันแทนแล้วกัน ข้าเชื่อในความสามารถของเจ้า”

            “เฮ้อ ถ้าข้าถลกหนังเหรินชงได้จริง จะยังยืนอยู่ตรงนี้หรือ?”

            ประชุมใหญ่แสงดาวยังไม่ทันเริ่มสำนักดาราสวรรค์ก็ถูกโจมตีระลอกแรกเสียแล้วที่น่าจนใจหนักกว่าเดิมคืออัฒจันทร์ของศิษย์สำนักดาราสวรรค์นั้นอยู่ตรงมุมไกลปืนเที่ยงที่สุดอีกด้วย

            ช่างเป็นที่ดูแคลนของผู้คนเสียจริง

            ถูกโจมตีติดต่อกันจนเหล่าฝูงชนที่กู่ร้องฮึกเหิมและเปี่ยมความมั่นใจพลันห่อเหี่ยวต่างคนต่างเหมือนมะเขือที่ถูกเกล็ดน้ำแข็งปกคลุม หมดสง่าราศีในทันใด

            อัฒจันทร์สำนักจันทร์สกาว

            “หึ ไม่นึกเลยว่าไอ้ระยำนั่นจะกล้ามาด้วย”เฮ่อเสี่ยนมองฉู่เหินอย่างอำมหิตและร้ายกาจ

            เฮ่อเฉาข้างกันยิ้มนิ่ง มือขวาลูบคาง “เข้าทางพวกเราพอดี!”

            “ฮะๆ พี่ใหญ่ ถึงเวลาท่านก็ทรมานมันให้หนักๆ หน่อยแล้วค่อยฆ่ามันนะ”

            “เหอะๆ”

            เฮ่อเฉาหัวเราะไม่พูดไม่จา ดวงตาเย็นยะเยือกเรืองแสงมืดมุ่งร้าย

            “ขบวนสำนักยุทธจักรพรรดิมาแล้ว”

            สิ้นเสียงตะโกน เห็นขบวนอันสง่าผ่าเผยมาแต่ไกล ทั้งหอจวินไหลเดือดพล่านเสียงดังสนั่นยิ่งกว่าคราวสำนักยุทธขั้นสูงอีกสี่แห่งเสียอีก

            สำนักยุทธจักรพรรดิเป็นอันดับหนึ่งในหมู่สำนักยุทธขั้นสูงอันเรืองนาม

            ย่อมจะเป็นที่ต้อนรับอย่างไม่ต้องสงสัย

            “เฮ้อ! เมื่อไรกันหนอพวกเราถึงจะได้รับการต้อนรับเช่นนั้นบ้าง”ศิษย์หนุ่มสำนักดาราสวรรค์คนหนึ่งถอนหายใจ

            “สาวงาม สาวงาม...” มู่เฟิงตาโต ยืดคอไม่กลัวสายตาประชาชี “ว้าว ฮ่าๆซูเสวี่ยโหรวนี่นา ซูเสวี่ยโหรวหนึ่งในหกมุกเม็ดงาม จุ๊ๆ งามหยาดเยิ้มดีเหลือเกิน”

            “ศิษย์พี่มู่เฟิง ท่านช่วยสงบลงหน่อยจะได้ไหมขอรับ?” หลี่ฮุยเย่ส่ายหน้าระอา

            สำนักดาราสวรรค์ถูกโจมตีมามากพอแล้ว จะให้อับอายขายขี้หน้าใครไม่ได้อีก

            ...

            ท่ามกลางสายตามากมายที่คอยจับจ้อง ผู้นำสำนักยุทธจักรพรรดิคืออัจฉริยะเยาว์วัยหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี

            บุรุษนั้นมีใบหน้าหล่อเหลางดงาม มือถือพัดกระดาษ กิริยาท่าทางงามสง่ามาดผู้ดีอย่างยิ่ง

            สตรีนั้นสวมชุดกระโปรงยาวสีขาว เครื่องหน้างดงามต้องตารวบผมยาวด้วยปิ่นปักผมอันสะสวย ดวงตาคู่งามหยาดเยิ้มราวน้ำใส ท่าทีอ่อนช้อยเหลือจะเอ่ย

            “นั่นหยางอวี่ไท่ เขาก็มาหรือนี่”

            “ได้ยินมาว่าหยางอวี่ไท่ออกไปหาประสบการณ์นึกว่าเขาจะกลับมาไม่ทันประชุมเฉพาะกิจราชันแสงดาวคราวนี้เสียอีก สำนักยุทธจักรพรรดิมากันถึงสอง เหรินชงแห่งวายุจักรพรรดิกดดันแน่แล้ว”

            “น่าจะอย่างนั้น แต่สำนักยุทธจักรพรรดิคงไม่ใช้พวกมากเข้าว่าหรอก”

            ...

            เหรินชง หยางอวี่ไท่ ซูเสวี่ยโหรว!

            ทั้งสามคือสามอัจฉริยะที่โด่งดังที่สุดของสำนักยุทธขั้นสูงทั้งนครหลวงพลังของพวกเขาเหนือกว่า ‘ศิษย์เก่าแก่’ ส่วนใหญ่นัก

            สามอัจฉริยะอยู่สำนักยุทธจักรพรรดิไปแล้วถึงสองมากพอบ่งบอกถึงเสน่ห์ของสำนักนี้ได้

            ไม่ว่าจะด้วยบังเอิญหรือจงใจตำแหน่งที่นั่งของสมาชิกสำนักวายุจักรพรรดิกับสำนักยุทธจักรพรรดิก็อยู่ใกล้กันเสียนี่

            หยางอวี่ไท่นั่งอยู่หน้าสุด ชำเลืองมองเหรินชง มาตรแม้นไม่พูดจากันแต่ดวงตาก็แฝงแววบางอย่างอ่อนจางเหรินชงไม่ทั้งยิ้มไม่ทั้งไม่ยิ้ม ส่งสายตาท้าทายและเหลาะแหละกลับไป

            ไม่ว่าเวลาใด อัจฉริยะผู้ส่องประกายคมกล้าจนเกินไปย่อมจะไม่เป็นฝ่ายเปิดศึกปะทะกันเอง

            ...

            ทางสำนักดาราสวรรค์นั้น มู่เฟิงยืนบนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว เท้าอีกข้างแทบจะเหยียบบนโต๊ะอยู่รอมร่อ

            หลี่ฮุยเย่ โจวลู่ และศิษย์สำนักดาราสวรรค์ต่างก็หน้าดำคร่ำเครียด ต่างคนต่างออกห่างจากเขาด้วยกลัวว่าคนอื่นจะมองเป็นคนบ้า

            ข้างกายมู่เฟิง มีฉู่เหินที่ยังคงนิ่งไม่ทำสิ่งใด

            ใช่ว่าฉู่เหินจะไม่รู้สึกอะไรกับการท้าทายของเหรินชงหรือท่าทีของเย่โยวแต่เขาชิงชังผู้ที่นั่งอยู่หลังม่านคิดว่าตนบงการทุกสิ่งทุกอย่างได้มากที่สุด

            “เฮ้ยๆ ฉู่เหิน” มู่เฟิงยื่นแขนโบกไปโบกมาหน้าฉู่เหิน ที่ยังสนใจทางสำนักยุทธจักรพรรดิอยู่“เจ้าว่าซูเสวี่ยโหรวสำนักยุทธจักรพรรดิสวย หรืออวี๋เฉินอวี้สำนักมหาหัสดีสวยกันเล่า?”

            “เจ้าหมายความถึงข้าหรือ?”

            ทันใดนั้น เสียงอันเสนาะหูดุจกระดิ่งเงินก็ลอยมา

            เสียงที่ส่งมากะทันหันนั้นทำมู่เฟิงอึ้งไป เขาหันไปมองทันที เห็นดรุณีร่างอรชรอ้อนแอ้นดวงหน้างามหยดย้อยเดินเข้ามาในคลองสายตา

            “สวรรค์ช่วย อวี๋ อวี๋ อวี๋เฉินอวี้...ไอ้หยา แม่จ๋า...”

            มู่เฟิงผู้ไม่ทันตั้งตัวพูดไม่ทันจบก็ตกใจจนล้มโครมจากเก้าอี้

            อวี๋เฉินอวี้หัวเราะขำขัน ‘คิกๆ’ ออกมา กลีบปากเผยอขึ้นเล็กน้อยเห็นฟันขาว งดงามตรึงใจ

            มู่เฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบปีนขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วคลี่ยิ้มที่คิดเอาเองว่าช่างน่ามอง “แค่กๆ คุณหนูอวี๋ ข้าน้อยนามมู่เสี่ยวเฟิงเมื่อครู่เสียมารยาทไป หวังว่าคุณหนูอวี๋จะให้อภัยกันเรียนถามคุณหนูอวี๋ว่าท่านมาหาข้าหรือ?”

            หลี่ฮุยเย่ โจวลู่ และคนอื่นทำหน้าดูถูกแล้วด่าในใจว่าตาบอดล่ะสิไม่ว่าถึงจะมาหาเจ้า

            อวี๋เฉินอวี้หัวเราะ ชำเลืองมองฉู่เหินข้างกัน“ที่แท้ท่านก็อยู่สำนักดาราสวรรค์นี่เอง! สองเดือนนี้ข้าตามหาท่านมาโดยตลอดเลยนะ”

            เพียงได้ยินคำนั้น มู่เฟิงก็ยิ้มค้าง

            ลมเย็นพัดมา หนาวสะท้านไปทั้งใจ

            ฉู่เหินอีกแล้ว!

            ก่อนหน้านี้ก็หนึ่งในสี่โฉมสะคราญหลงเสวียนซวงคราวนี้ยังหนึ่งในหกมุกเม็ดงามอวี๋เฉินอวี้อีก

            มู่เฟิงด่าทอยกใหญ่ในใจ ฉู่เหินไปติดเงินใครไว้กี่คนกันแน่?

            ...

            “คุณหนูอวี๋มาหาข้าด้วยการอันใดหรือ?”

            ฉู่เหินยิ้มเป็นมารยาท แต่จากน้ำเสียงของเขาก็มองออกว่าอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก

            “ไฉนท่านไม่ไปสำนักมหาหัสดีเล่า?” อวี๋เฉินอวี้นั่งลงข้างกายฉู่เหินตำแหน่งนั้นเมื่อครู่ยังเป็นของมู่เฟิงอยู่เลย รายหลังถูกเมินอย่างสิ้นเชิง

            “เรื่องมันยาวนัก...”

            ฉู่เหินส่ายหน้า เขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้นสักเท่าใด

            ...

            กระนั้นภาพที่อวี๋เฉินอวี้เดินมาพูดคุยกับฉู่เหินก็อยู่ในสายตาผู้คนไม่น้อยเลย

            “ผู้หญิงคนนั้นคือ?”

            เย่เหยาเบิกดวงตากลมโตน่ารักมีชีวิตชีวาขึ้น แล้วหันไปมองเย่โยวข้างกันดวงตาเย่โยวฉายแววซับซ้อนอำพราง

            เหรินชงหรี่ตาอย่างไม่อาจห้ามความเยียบเย็นที่หว่างคิ้วเคลื่อนไหวและล่องลอยไม่หยุดยั้ง

            “ฮะ เรื่องสนุกมันต้องหลังจากนี้!”

     

             …………………………………

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471