ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นในยามราตรีกาลร่างบางค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง หลังจากพยายามข่มตาให้หลับไปอย่างยากเย็น หญิงสาวเหลือบไปดูนาฬิกาน่าแปลก... เวลาแบบนี้ ใครเป็คนมาปลุกหล่อนกัน ลงจากเตียงยืนอยู่หน้าประตูมือกำลูกบิดประตูไว้ก่อนเปิดมันออก ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือดลงทันทีดึงประตูคิดปิดแต่อีกฝ่ายกลับรั้งไว้ไม่ยินยอม
“ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก ไม่ต้องกลัว” เขาเอ่ยกับเสียงเบาสีหน้าเป็ปกติ
รู้สึกแปลกใจที่เขาไม่ได้ก้าวร้าวหรือดูถูกหล่อนเหมือนทุกวันแววตาไม่มีอะไรเคลือบแฝง
“แล้วคุณมาทำอะไรคะ?”
“สร้อยของเธอ ฉันคิดว่าฉันเจอมันแล้ว” เขาบอก
“จริงเหรอค่ะ!” หญิงสาวร้องออกมาสีหน้ายินดี
“อืม”
“แล้วอยู่ไหนล่ะคะคุณเอามาด้วยหรือเปล่า?”
“ไม่ได้เอามาอยู่ที่ห้องฉันอยากได้ก็ตามไปเอาเอง!” ธานต์เมธาเดินนำห่างออกไป
หญิงสาวลังเลไม่กล้าเดินตามเขาไปแต่สร้อยเส้นนั้นสำคัญกับหล่อนมาก เลยตัดสินใจตามไป สองร่างหยุดยืนหน้าห้องเขาเอื้อมเปิดประตูเดินนำเข้าไป
“เข้ามาสิ”ชายหนุ่มบอก
“ไม่ดีกว่าค่ะญาขอยืนรอหน้าห้องนะคะคุณช่วยไปหยิบมาให้หน่อยได้ไหม”
“ถ้าไม่เข้ามาก็ไม่ต้องเอา!” เขาบอกก่อนรั้งประตูมาปิด
คนตัวเล็กใรีบแทรกกายเข้าไปในห้องด้วยเกรงว่าตนจะไม่ได้ของรักแสนสำคัญคืนพออยู่ด้านในศศริญากวาดสายตามองหาสร้อยทันที
“สร้อยอยู่ที่ไหนคะ?” หล่อนถาม เมื่อไม่เห็นวี่แวว
“นั้นไง!” ธานต์เมธาชี้ไปที่สร้อยสีเงินบนหัวเตียงของเขา
ศศิรญามองสร้อยแล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจ สร้อยเส้นนั้นมันเป็สมบัติที่หล่อนกำลังตามหาเดินเข้าหาแล้วกอบกุมมันไว้ในมือด้วยความรักและหวงแหน
“คราวนี้เธอได้ระเห็จออกจากบ้านแน่!” เขาคิดในใจ
ชายหนุ่มเดินตรงมาใกล้ ในขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งหันหลังชิดหัวเตียงเพื่อสวมสร้อยคอของตนเองอย่างรีบร้อนโดยไม่ทันรู้ตัวเลยว่าอันตรายใกล้มาถึงตัวแล้ว ร่างสูงหย่อนก้นนั่งลงแล้วค่อยๆเขยิบเข้าหา หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงความไหวยวบบนเตียง เหลียวมองเพียงสบตาจึงรู้ว่าระยะห่างระหว่างกันมันแทบไม่มี ตะเกียกตะกายหนีด้วยความใแต่ช้าไปเมื่อมือหนารวบเอวบางไว้ก่อนพาตัวเองหนีได้ทัน
“ว้าย!” หล่อนกรีดร้องดิ้นรน
ร่างบางถูกกดตรึง ใบหน้าหญิงสาวซีดเผือดลงด้วยความกลัวร่างกายสั่นเทา คนใจร้ายยิ้มเยาะแล้วจ้องมอง
“คุณจะทำอะไร !” ถามเขาเสียงสั่นเครือ
“แล้วเธอคิดว่าฉันจะทำอะไรเล่าไหนๆ เราก็จะต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว เื่แบบนี้ยังไงมันก็ต้องเกิด ถ้ามันจะเกิดก่อนแต่งจะเป็ไรไป” เขาตอบน้ำเสียงเนิบช้า แฝงไว้ด้วยความน่ากลัว
คนถูกกระทำอ้าปากค้างด้วยความใ ต้องทำร้ายกันขนาดนี้ด้วยเหรอเราสองคนยังไม่ได้แต่งงานกันด้วยซ้ำทำไมต้องหลอกหล่อนให้มาที่นี่เพื่อหาทางแก้แค้นเอาคืนกันแบบนี้
“คุณทำร้ายฉันไม่ได้นะคะ!” หญิงสาวร้องบอก เสียงสั่น
“ทำไมจะทำไม่ได้! มีความสุขนักใช่ไหม ที่เห็นฉันเป็แบบนี้ เธอพูดอะไรกับพ่อฉัน พ่อถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้!” สีหน้าดุดันขึ้น น้ำเสียงบ่งบอกถึงความไม่พอใจ คนใต้ร่างหวาดผวา
คำต่อว่ามันไม่ใช่ความจริงหล่อนไม่เคยพูดเื่เขากับคุณท่าน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนิสัยใจคอเป็เช่นไรก็ไม่เคยทราบ จะพูดใส่ร้ายกับคุณท่านได้ยังไง
“ฉันไม่เคยพูดอะไรกับคุณท่านเลยนะคะ”
“เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเธอหรือยังไง! เธอไม่เห็นหรือว่าพ่อทำยังไงกับฉันบ้าง เธอเป็ใครถึงได้กล้ามาทำให้พ่อลูกทะเลาะกันแบบนี้เธอไม่มีจิตสำนึกบ้างหรือไง!”
“ฉันไม่รู้ว่าคุณกับคุณท่านจะทะเลาะกันฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นเลย” หญิงสาวพยายามอธิบาย
“เธอนี่น่าแปลก ทำไมพ่อให้ฉันแต่งงานกับเธอเธอถึงไม่ปฏิเสธถ้าเธอมีความบริสุทธิ์ใจจริงทำไมไม่ปฏิเสธพ่อฉันไป!”
ริมฝีปากบางสั่นระริกหล่อนน้ำท่วมปากพูดไม่ออกและไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เขาเข้าใจได้เพราะสิ่งที่หล่อนทำทุกอย่างมันทำเพื่อความสบายใจของยายเท่านั้นเองแต่เขาคงจะยอมรับกับคำตอบแบบนี้ไม่ได้
“ฉันแค่...” หญิงสาวพูดไม่ออก
“ตอบมาสิ!”เขาเร่ง
“เพราะนี้เป็ความตั้งใจสุดท้ายที่ฉันจะทำให้กับผู้มีพระคุณค่ะยังไงคุณก็คงไม่เข้าใจกับสิ่งที่ฉันทำหรอก!” หญิงสาวกัดริมฝีปากแล้วสูดหายใจเข้าปอด “แล้วอีกอย่าง ฉันถามคุณท่านแล้ว ถามย้ำเื่งานแต่งแต่ท่านยังยืนยันเหมือนเดิม คุณจะให้ฉันทำยังไง”
“ปฏิเสธสิ ยืนกรานไปทำไม่ได้หรือไง” ชายหนุ่มเริ่มเดือด มันไม่เข้าท่าสักนิดกับคำตอบแบบนี้“เธอเองก็ไม่ชอบฉันอยู่แล้ว พ่อคงไม่บังคับให้แต่งงานกับฉันแน่ถ้าเธอไม่ยินยอม”
คนฟังเม้มปาก น้ำตาคลอทุกอย่างทำไมถึงตกที่เธอทั้งหมด การที่คุณธานุภาพ้าให้เขาแต่งงานก็เพราะตนเองไปมีผู้หญิงมากมาย เที่ยวใช้เงินปรนเปรอจนคนเป็พ่อต้องเป็ห่วงทั้งหมดทั้งมวลมันเกิดจากการกระทำของเขาทั้งนั้น แล้วมาโทษเธอได้ยังไงที่สำคัญตอนนี้เรายังไม่ได้แต่งงานกันเสียหน่อยแต่เขากลับตีโพยตีพายหาทางทำร้ายเธออยู่ได้
“คุณไม่ต้องกลัวหรอกฉันหาทางปฏิเสธแน่ คุณท่านไม่ได้เร่งรัด ในเมื่อท่านไม่ได้พูดเื่แต่งงานฉันก็ไม่คิดถามท่านว่าจะให้แต่งหรือไม่หรอกนะคะ” หญิงสาวกัดริมฝีปาก “แต่ทำไมคุณต้องทำร้ายฉันด้วยเราสองคนยังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย บางทีคุณท่านอาจทำเพื่อให้คุณกลับมาบ้านบ้างพอคุณมาหาท่านบ่อยๆ ท่านก็คงลืมไปเอง”
ชายหนุ่มกัดฟัน“ฉันรู้จักนิสัยพ่อดี ถ้าไม่ทำพ่อไม่พูดออกมาหรอก”
อะไรก็ไม่ได้ไม่เชื่อสักอย่าง ให้หาเหตุผลร้อยแปดมาอธิบายก็คงไม่มีประโยชน์
“ถ้าเช่นนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดหรอกค่ะ ฉันทำเท่าที่ทำได้แล้ว” ดวงตาเรียวสวยกรอกไปมาก่อนเอ่ยปาก “ฉันอยากให้คุณท่านยกเลิกงานแต่ง ฉันไม่เคย้าแต่งงานกับคุณยิ่งพอรู้จักนิสัยใจคอ ฉันยิ่งไม่เคยคิดอยากแต่ง แต่ถ้าหากคุณท่านขอร้องฉันก็จะทำคนอย่างฉันใครมีบุญคุณต้องทดแทน ต่อให้มันสร้างความทรมานให้มากแค่ไหนก็ตาม”ไม่ใช่แค่ยายอิ่ม แต่กับคุณธานุภาพท่านดีกับหล่อน อยากให้ท่านสบายใจ
ธานต์เมธาขบกรามแน่นดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย
“ผู้หญิงอย่างเธอมันหาผู้ชายไม่ได้อีกแล้วหรือไง! ถึงได้จ้องมาจับฉัน เธอก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าฉันมีคู่หมั้นแล้ว มีคนที่ฉันรักแล้วเธอยังกล้าจะแต่งงานกับคนที่มีคู่หมั้นแล้วอยู่อีกอย่างนั้นเหรอ!”
ต่อให้พูดอะไรออกไปก็คงไม่ฟังหล่อนไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเขา เพียงแต่เชื่อว่าการแต่งงานจะทำให้ยายที่จากไปมีความสุขทว่าเวลานี้หล่อนอาจคิดผิด เพราะเขาร้ายกาจ หยาบคายแถมยังหลอกล่อเธออย่างเืเย็น เขาไม่ได้รู้อะไรเลย ยังมีหน้ามาว่าว่าเหตุผลของหล่อนมันฟังไม่ขึ้นเสียอีกชายผู้นี้ไม่เคยนึกถึงความรู้สึกใคร เอาแต่ตัวเองเป็ใหญ่เท่านั้น ยิ่งคิดกยิ่งรู้สึกโมโหเขาไม่มีค่าพอมาต่อว่าหล่อนให้เสียหาย ตวัดสายตามองสีหน้าไม่พอใจ
“ฉันไม่เคยคิดอยากจะแต่งงานกับคุณต่อให้มีคุณคนเดียวที่เป็ผู้ชายบนโลกนี้ก็ตาม แต่เพราะมันเป็ความ้าของคุณท่านฉันจึงไม่อาจปฏิเสธได้ ในเมื่อคุณคิดว่าฉันเป็คนเช่นนั้นก็ตามใจ เพราะคนอย่างคุณมันก็แค่ผู้ชายหลงตัวเองคนหนึ่ง!”เผลอพลั้งปากออกไปด้วยความโกรธ
กรามถูกขบแน่นมองดูคนใต้ร่างดวงตาวาว ปากดีนัก!ผู้หญิงคนนี้ ในเมื่อกล้าต่อปากต่อคำ ก็อย่าหวังว่าเขาจะปราณีเห็นทีต้องจัดการขั้นเด็ดขาดให้อยู่บ้านหลังนี้ต่อไปไม่ได้
“เธอไม่เข็ดเลยใช่ไหม! หรือว่าเธอชอบมันเธอถึงได้พูดจายั่วให้ฉันโมโหแบบนี้ ผู้หญิงอย่างเธอช่างไร้ยางอายน่าสมเพชจริงๆ”น้ำเสียงเยาะเย้ยเหยียดหยาม สีหน้าแววตาบ่งบอกถึงการดูถูกดูแคลน
เพียะ!
ฟาดลงบนใบหน้าจนผิวแก้มแดงเป็รอยมือธานต์เมธาหน้าชาความอดทนของเขาขาดผึง ชุดนอนตัวสวยถูกกระชากออกมาจากเรือนร่าง
“กรี๊ด!” หล่อนกรีดร้องยกมือขึ้นปิดเรือนร่างตนเอง
เรือนร่างสมส่วนผิวขาวเนียนละเอียดเผยต่อสายตาเขาชะงักขบกรามแน่น พยายามระงับอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ เมินหน้าหนีสูดหายใจเข้าปอดแล้วหันกลับมาจ้องมองใบหน้าของคนปากดี ซึ่งกำลังซีดเผือด น้ำตาไหลรินออกมา
“ลองปากดีกับฉันอีกสิคราวนี้ฉันจะไม่ให้มีอะไรติดตัวเธอเลยคอยดู!” เขาขู่
“คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชายคุณธานต์เมธา! คุณมันดีแต่รังแกผู้หญิง หน้าไม่อาย คุณใช้วิธีหยาบช้ามาทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง!” บริภาษเขาพลางดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือ
คำพูด ไม่ได้ทำให้อารมณ์ครุกรุ่นเย็นลงได้ มันยิ่งทำให้เขารู้สึกเดือดมากขึ้นดวงตาเรียวคมจ้องมองหญิงสาว
“ปากดีอีกแล้วนะ บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าปากดีอีกไม่อย่างนั้นมันจะเป็แบบนี้!” มือดึงทึ้ง กระชากบราเซียจนขาด มันเสียดสีกับผิวเนื้อจนเกิดรอยแดง
“กรี๊ด! ช่วยด้วย!ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” แม้จะกรีดร้องดิ้นรนพยายามะโลั่นเท่าไหร่ก็ไม่มีใครมาช่วยได้เลย
ร่างบางดิ้นรนน้ำตานอง หล่อนกำลังกลัวผู้ชายคนนี้ทำอะไรก็ได้ตาม้าโดยไม่สนใจเลยว่าใครจะเป็ยังไง จากการกระทำของเขาทรวงอกอวบที่กำลังเผยต่อสายตาทำเอาเืในเดือดความร้อนกำลังเพิ่ม มันเกิดจากความโกรธหรือความ้ากันแน่เขาเริ่มรู้สึกไม่เข้าใจ
“จะปากดีอีกไหม ยังมีอีกชิ้นนะศศิรญาที่ฉันไม่ได้ถอด!”
ริมฝีปากถูกกัดจนเป็ห่อเืน้ำตาของหล่อนกำลังไหลออกมาไม่ขาด ทำไมต้องร้ายกาจกับหล่อนด้วย ทำไมต้องทำลายศักดิ์ศรีเขาน่าจะนึกถึงจิตใจหล่อนบ้าง หล่อนเป็คนมีความรู้สึก แต่สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี่มันช่างหยาบช้านักหล่อนไม่ได้ทำอะไรผิด แต่กลับถูกกระทำราวกับตนเองเป็คนร้าย
“ฉันเกลียดคุณ! ไอ้คนเลว!” ตัดใจะโออกมา
“ยังไม่เลิกใช่ไหม!เธอวอนหาเื่เองนะ!” ชายหนุ่มไม่พูดอะไรต่อ
จับชิ้นส่วนสุดท้ายส่งสายตาเย้ยหยันหล่อนอ้าปากค้างจับมือเขาไว้ไม่ให้เทำตาม้า แต่เรี่ยวแรงน้อยกว่า
แควก!
มันถูกกระชากออกครูดผิวเนื้อ
“ไม่!”คนถูกกระทำกรีดร้อง น้ำตาไหลอาบแก้ม
เรือนร่างเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าธานต์เมธาหายใจหนัก ขบกรามข่มกลั้นอารมณ์ปรารถนา เขาต้องทำตามแผนอย่าได้หลงรูปกายเป็อันขาด
“ปล่อยฉัน...ได้โปรด...อย่าทำแบบนี้เลย....” หญิงสาวพยายามอ้อนวอน
“เธอเห็นหรือยัง! ว่าคนอย่างเธอไม่มีอะไรจะสู้ฉันได้ อย่าได้ปากดีกับฉันอีก!”
หญิงสาวนิ่งเงียบหล่อนพูดอะไรไม่ออกอับอายเกินกว่าจะพูดอะไรออกไป เป็ครั้งแรกในชีวิตที่ต้องเจอกับความอับอายขนาดนี้เรือนร่างไม่เคยให้ใครได้เห็น ทำไมต้องเป็ชายใจดำคนนี้ที่เห็นมันด้วย
“ถ้าความโชคดีของหล่อนคือการได้เจอธานุภาพแล้วทำไมต้องมอบความโชคร้ายให้กับหล่อนโดยการเจอกับธานต์เมธาด้วย!” หญิงสาวคิดในใจอย่างเ็ป
ศศิรญานิ่งหลับตาลงเวลานี้หากเขา้าทำอะไรก็ทำเถอะอยากให้หล่อนอับอายมากกว่านี้ก็เชิญเลย ไม่ได้หวังอะไรอีกแล้วคงแค้นมากเกลียดมากถึงทำลายศักดิ์ศรีหล่อนไม่มีชิ้นดี
“ไปบอกพ่อฉันซะว่าเธอจะไปจากที่นี่แล้วก็ยกเลิกการแต่งงานบ้าๆนี้ซะ!” ธานต์เมธาสั่งเสียงกร้าว
เสียงเงียบทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสงสัยจ้องมองแต่ต้องชะงัก เมื่อเรือนร่างเปลือยเปล่าน่าหลงใหลมันทำให้ใจกระตุกขึ้นมา สังเกตสีหน้าแววตาไม่เห็นอีกฝ่ายจะลืมตาขึ้นมา ใช้มือตบแก้มแ่เบา
“นี่เธอ!”เขาพยายามปลุก “ศศิรญา!”
แต่กลับไม่มีการตอบสนองใดๆธานต์เมธาฉุนกึกหล่อนกล้าดียังไงมาหลับเอาตอนนี้เนี่ย
“บ้าเอ้ย! มาหลับอะไรตอนนี้วะเนี่ย!” สบถออกมาด้วยความหงุดหงิด
เรือนร่างเย้ายวนยังคงทำให้กายเขาร้อนรุ่มไม่หายธานต์เมธาจ้องมองไปยังวงหน้าที่อาบด้วยน้ำตา ริมฝีปากบางที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อยราวกับเชิญชวนทรวงอกอวบอิ่มน่ามอง หรือแม้กระทั่งส่วนสำคัญที่เย้ายวนให้อยากเชยชม ใบหน้าก้มลงจุมพิตริมฝีปากจูบซับน้ำตาเมื่อดื่มดำจึงถอนริมฝีปาก เกลี่ยเส้นผมที่ปกปิดใบหน้าไว้ที่ข้างแก้ม สำนึกกลับมาธานต์เมธาชะงักกระชากผ้าห่มมาคลุมร่างหญิงสาวไว้
“เฮ้ย!คิดอะไรวะเนี่ย” บอกตนเองด้วยความหงุดหงิด