อี้เฉินไม่ได้สนใจคนพวกนั้นอีกต่อไป เขาหันกลับมามองภายในห้องโถงใหญ่มีเส้นทางให้เลือกสามทาง เขาไม่รู้ว่ามันมีความหมายอะไรแอบแฝงไว้หรือไม่ที่ให้เลือกทางเดิน3 ทางหากเลือกทางผิดจะเกิดอะไรขึ้น
อี้เฉินหันไปมองทางทั้ง3ทิศก่อนพิจารณา
ทางขวาเต็มไปด้วยรอยเท้าของ จอมยุทธ์ที่เดินผ่านเข้าไปสำรวจ ภายในเต็มไปด้วยห้องอาจจะเจอสมบัติล้ำค่าก็เป็นได้
เขาครุ่นคิดหากตามไปก็มีแต่เก็บของเหลือจากคนอื่น แถมอาจจะเจอกับกลุ่มจอมยุทธที่เขาฆ่าไปเมื่อครู่ หากเลือกทางนี้
ได้เกิดการปะทะกันครั้งใหญ่แน่ อี้เฉินไม่หวาดกลัวจอมยุทธผู้มีพรสวรรค์ แต่ถ้าเขาเจอจอมยุทธผู้สูงส่งมันก็ไม่แน่เขาอาจจะแพ้ได้
ส่วนทางเดินตรงกลาง มีรอยเท้าไม่มาก ตามทางเดินด้านในเต็มไปด้วยกับดัก รอยคาบเลือดสาดกระเซ็นเต็มทางเดิน
มีโอกาสสูงที่จะมีสมบัติมากที่สุด แต่อี้เฉินไม่มีความรู้ด้านค่ายกลหากเจอกับดักประเภทค่ายกลอาจจะตายได้
ส่วนทางซ้ายมือเหมือนทางยาวที่ล่มสลาย ทางขาดเป็นช่วงๆ ด้านล่างเป็นเหวลึกหากตกลงไปได้ตายแน่นอน
แต่ก็มีข้อดีไม่มีรอยเท้าคนเข้าไปสำรวจเร็วๆ นี้เลย
อี้เฉินครุ่นคิดก่อนจะเลือกทางซ้าย ถึงจะอันตรายไปบ้างก็ตาม แต่หากไม่มีคนเคยเข้าไปก็มีโอกาสได้ของล้ำค่า
อี้เฉินระเบิดปราณพลังหมุนเท้าเหยียบพื้นอย่างแรง พุ่งดิ่งดั่งสายแสงออกไป ยังอีกฝั่งหนึ่งของเหวลึกทันที
อี้เฉินเร่งฝีเท้าหมายหาห้องสมบัติซักห้อง แต่ยิ่งเข้าไปด้านในลึกมากเท่าไรยิ่งมีแต่ความมืดมิด
เขาขับเคลื่อนปราณพลังสร้างเปลวเพลิงขึ้นมาหมายเปิดทางเดินด้านหน้า แต่เปลวเพลิงนั้นกลับสลายอย่างรวดเร็ว
ไม่อาจสำแดงปราณพลังออกมาได้ เหมือนพื้นที่แห่งนี้ถูกกฎเกณฑ์บางอย่างขวางกั้นไว้ แม้แต่การบินยังถูกปิดกั้น
ทำให้การเดินทางของเขาล่าช้าเป็นอย่างมาก
อี้เฉินเดินมาถึง2ชั่วยาม ทางเดินยิ่งพังทลายมากขึ้นเท่านั้น หากไม่ระวังอาจตกลงเหวลึก รอบบริเวณมืดมิดอย่างมาก
มีแต่เสียงค้างคาวร้องดังจนแสบแก้วหู อี้เฉินเริ่มคิดหนักหรือตัวเขาจะคิดผิดกันแน่ที่เลือกทางนี้
ที่แห่งนี้แทบไม่มีห้องลับอยู่เลยเต็มไปด้วยทางเดินที่พังทลาย
เขาไม่ยอมแพ้คิดหมายเดินไปให้สุดทาง ผ่านไป4วันอี้เฉินเริ่มชินกับพื้นที่มืดมิด ถึงเขาจะมองไม่เห็นอะไรแต่เสียงที่สะท้อนของค้างคาว
ทำให้เขาเหมือนมีดวงตาขึ้นมา ความเร็วในการเคลื่อนที่อี้เฉินเริ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เขาใช้เวลาอีก3วัน
กว่าจะมาถึงสุดปลายทางเดินที่พังทลายนี้ ทันทีที่เขาเห็นปลายทางดวงตาเขาแฝงด้วยความคาดหวัง กับสิ่งที่เห็นด้านหน้า
ปลายทางมีประตูหินเก่าแก่บานใหญ่ ข้างประตูมีตะเกียงไฟจุดอยู่สองด้าน จนมองเห็นประตูหินนั้นอย่างชัดเจน
ลวดลายที่สลักที่ประตูหินกลับเลือนรางมองเห็นไม่ชัดเจนคล้ายกับมีรูปจอมยุทธสลักอยู่
อี้เฉินไม่รอช้าผลักประตูหินนั้นทันที มันค่อยๆ ถูกเปิดออกทีละน้อย รอบๆ สั่นไหวตลอดเวลา เศษฝุ่นฟุ้งกระจาย
อี้เฉินต้องใช้พละกำลังเป็นอย่างมากถึงจะเปิดมันออกได้ ทันทีที่ตัวเขาเข้าไปได้อี้เฉินก็พุ่งเข้าไปทันที
ประตูหินปิดลงอย่างรุนแรง เศษฝุ่นฟุ้งกระจาย
อี้เฉินกวาดตามองไปรอบๆ ด้านในที่เขาอยู่เหมือนโดมขนาดใหญ่คล้ายลานประลองยุทธ์ ท้องฟ้าด้านบนเต็มไปด้วยดวงดาวรอยอยู่มากมาย
รอบลานประลองเต็มไปด้วยโครงกระดูกเก่าแก่นับร้อยศพ น่าจะตายมาเมื่อพันปีก่อนเป็นแน่
รอบลานประลองยุทธ์ทั้ง4 ทิศ ของลานประลองยุทธ์มีหินสลักสัตว์เทพผู้พิทักษ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทั้ง 4 ทิศ
อี้เฉินแปลกใจเป็นอย่างมากเหตุใดถึงมีลานประลองยุทธขนาดใหญ่อยู่ที่นี่ เขาเริ่มเดินสำรวจดูรอบๆ ลานประลองยุทธ์
ไหนจะศพของเหล่าจอมยุทธ์ที่ตายอีกพวกเขาเจอกับอะไรกันแน่ ถึงได้ตายตกกัน อี้เฉินส่งปราณจิตตรวจสอบดูรอบๆก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตอยู่ที่นี่
อยู่ๆ ทั้งลานประลองยุทธก็สั่นไหว อย่างรุนแรง
1 ใน 4 สัตว์เทพผู้พิทักษ์ที่สลักอยู่ ก็มีปราณพลังปลดปล่อยออกมา หินรอบๆ กายาของมันค่อยๆ หลุดลอกออกเป็นแผ่นๆ
จนกลายเป็นกิเลนเพลิงที่มีชีวิต ร่างทั้งร่างอาบล้อมด้วยเปลวเพลิง ขนาดของมันใหญ่เท่าบ้านหลังหนึ่ง
ดวงตาของมันมืดมนไร้จิตวิญญาณไม่เหมือนกับสิ่งมีชีวิต
สัตว์เทพผู้พิทักษ์กิเลนระเบิดปราณพลังออกมา อย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามก้องฟ้าแม้แต่อี้เฉินยังเจ็บแก้วหู
อี้เฉินครุ่นคิดหรือว่าจะเป็นการทดสอบงั้นหรือ
กิเลนเพลิงระเบิดปราณพลังอย่างรุนแรงเปลวเพลิงท่วมท้นท้องฟ้า มันง้างกรงเล็บพุ่งเข้าหาอี้เฉินอย่างรวดเร็ว
อี้เฉินระเบิดปราณพลังสีเลือด กลิ่นอายคาวเลือดลอยคละคลุ้งสำแดง"วิชาหมื่นโลก"ทันที เขาไม่อาจประเมินพลังของกิเลนเพลิงตัวนี้ได้
ทันทีที่มัน พุ่งเข้าใส่"วิชาหมื่นโลก" ถึงกับทำให้โลกที่อี้เฉินสร้างแตกกระจาย อี้เฉินลอยกระเด็นออกไปไกล กระอักเลือดออกมาคำใหญ่
"อ๊าก เหตุใดมันถึงโจมตีได้รุนแรงเช่นนี้"ตัวเขาไม่อาจรับการโจมตีตรงๆ ของมันได้นานแน่แบบนี้
กิเลนเพลิงพุ่งเข้าฟาดฟันอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่อากาศรอบๆ ยังระเหยเป็นไอ จากความร้อนของเปลวเพลิงที่กิเลนสำแดงออกมา
อี้เฉินโดนกรงเล็บที่แฝงด้วยเปลวเพลิงเข้าโจมตีจนกลิ้งกระเด็นกระดอนไปไกล
ก่อนเขาจะยันร่างขึ้นมายืนได้ ร่างเขามีบาดแผลฉีกขาด ไฟไหม้ไปหลายส่วน
กิเลนเพลิงที่เห็นอี้เฉินลุกขึ้นยืนขึ้นมาได้ มันเตรียมพุ่งเข้าใส่อี้เฉินอีกครั้งหมายฆ่าให้ตาย
อี้เฉินไม่อาจรับการโจมตีของกิเลนเพลิงไปมากกว่านี้ หากยังไม่เอาจริงเขาได้บาดเจ็บหนักก่อนแน่
อี้เฉินเรียกหอกเลือดออกมาอย่างรวดเร็วก่อนจะ ระเบิดพลังกายาอักขระที่สลักในกายาเปล่งประกายร่างทั้งร่างอัดแน่น
ไปด้วยอักขระที่สลักลงไป พลังกายาของเขาเพิ่มขึ้นมาอีก 1เท่าตัวบวกกับอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์ทำให้พลังโจมตีของ
อี้เฉินก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าการโจมตีของกิเลนเพลิงมากนัก
อี้เฉินหมุนควงหอกเข้าฟาดฟันกิเลนที่พุ่งเข้ามาโจมตีเขา ปราณพลังก่อรูปเป็น
มังกรสีแดงชาดตัวใหญ่พุ่งทะยานออกไปปะทะกับกิเลนเพลิงอย่างรุนแรง
"ตูม" อากาศรอบๆ ระเบิดแตกร้าวเป็นทางยาว ก่อเกิดคลื่นลมกระโชกทั่วบริเวณ
กิเลนเพลิงที่พุ่งเข้ามาใส่อี้เฉิน ถึงกับชะงักร่างของมันเริ่มหลุดร่วงกลายเป็นหินไปบางส่วน
แม้แต่อี้เฉินที่เห็นยังตกใจ หรือว่ามันจะเป็นเพียงแค่หินสลักเท่านั้น เหตุใดมันถึงขยับได้
หรือว่าเทพผู้ล่วงลับเป็นผู้สร้างการทดสอบนี้ขึ้นมา
กิเลนเพลิง คำรามด้วยความเดือดดาล พุ่งเข้าใส่อี้เฉินอีกครั้ง เปลวเพลิงแพร่กระจายท่วมท้นรอบบริเวณกลายเป็นเขตแดนเพลิง
แม้แต่อี้เฉินยังแสบร้อนผิวหนังกายาแดงก่ำหากสู้ยืดเยื้อต่อไปได้กลายเป็นเถ้าธุลีแน่
อี้เฉินพุ่งดิ่งดั่งสายศร ก่อนจะแทงเข้าไปกลางหน้าผากของกิเลนเพลิงอย่างเต็มแรง
มันเองก็ไม่ยอมแพ้สร้างเปลวเพลิงป้องกันกายาอย่างบ้าคลั่ง ปราณพลังหลั่งไหล เข้าไปในเปลวเพลิงเสริมการป้องกัน
จนหอกเลือดของอี้เฉินหยุดนิ่งไม่อาจเจาะเข้าไปได้
อี้เฉินกดหอกเลือดลงไปเต็มแรงหมายทะลวงการป้องกันของกิเลนเพลิง ก่อนอี้เฉินจะระเบิดปราณพลังหลั่งไหลเข้าไปภายในหอกเลือด
หอกเลือดสั่นไหวอย่างรุนแรงราวจะรับปราณพลังของเขาไม่ไหว มีรอยแตกร้าวทั่วด้ามหอก
หอกเลือดอี้เฉินเริ่มขยับอีกครั้งพุ่งดิ่งทะลุการป้องกัน เข้าใส่หน้าผากกิเลนเต็มแรง
เสียง"ตูม"ดังก้อง แม้แต่ลานประลองยุทธยังสั่นไหว
ร่างทั้งร่างของกิเลนเพลิงค่อยๆ พังทลายกลายเป็นเศษหินแตกกระจัดกระจายในทันที
อี้เฉินคำรามลั่น "ในที่สุดมันก็ตายเสียทีทำให้ข้าเสียเวลาไปมาก"