ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่121 สัตว์เทพผู้พิทักษ์

    อี้เฉินไม่ได้สนใจคนพวกนั้นอีกต่อไป เขาหันกลับมามองภายในห้องโถงใหญ่มีเส้นทางให้เลือกสามทาง เขาไม่รู้ว่ามันมีความหมายอะไรแอบแฝงไว้หรือไม่ที่ให้เลือกทางเดิน3 ทางหากเลือกทางผิดจะเกิดอะไรขึ้น


    อี้เฉินหันไปมองทางทั้ง3ทิศก่อนพิจารณา


    ทางขวาเต็มไปด้วยรอยเท้าของ จอมยุทธ์ที่เดินผ่านเข้าไปสำรวจ ภายในเต็มไปด้วยห้องอาจจะเจอสมบัติล้ำค่าก็เป็นได้

    เขาครุ่นคิดหากตามไปก็มีแต่เก็บของเหลือจากคนอื่น แถมอาจจะเจอกับกลุ่มจอมยุทธที่เขาฆ่าไปเมื่อครู่ หากเลือกทางนี้

    ได้เกิดการปะทะกันครั้งใหญ่แน่ อี้เฉินไม่หวาดกลัวจอมยุทธผู้มีพรสวรรค์ แต่ถ้าเขาเจอจอมยุทธผู้สูงส่งมันก็ไม่แน่เขาอาจจะแพ้ได้


    ส่วนทางเดินตรงกลาง มีรอยเท้าไม่มาก ตามทางเดินด้านในเต็มไปด้วยกับดัก รอยคาบเลือดสาดกระเซ็นเต็มทางเดิน

    มีโอกาสสูงที่จะมีสมบัติมากที่สุด แต่อี้เฉินไม่มีความรู้ด้านค่ายกลหากเจอกับดักประเภทค่ายกลอาจจะตายได้


    ส่วนทางซ้ายมือเหมือนทางยาวที่ล่มสลาย ทางขาดเป็นช่วงๆ ด้านล่างเป็นเหวลึกหากตกลงไปได้ตายแน่นอน

    แต่ก็มีข้อดีไม่มีรอยเท้าคนเข้าไปสำรวจเร็วๆ นี้เลย


    อี้เฉินครุ่นคิดก่อนจะเลือกทางซ้าย ถึงจะอันตรายไปบ้างก็ตาม แต่หากไม่มีคนเคยเข้าไปก็มีโอกาสได้ของล้ำค่า

    อี้เฉินระเบิดปราณพลังหมุนเท้าเหยียบพื้นอย่างแรง พุ่งดิ่งดั่งสายแสงออกไป ยังอีกฝั่งหนึ่งของเหวลึกทันที

    อี้เฉินเร่งฝีเท้าหมายหาห้องสมบัติซักห้อง แต่ยิ่งเข้าไปด้านในลึกมากเท่าไรยิ่งมีแต่ความมืดมิด

    เขาขับเคลื่อนปราณพลังสร้างเปลวเพลิงขึ้นมาหมายเปิดทางเดินด้านหน้า แต่เปลวเพลิงนั้นกลับสลายอย่างรวดเร็ว

    ไม่อาจสำแดงปราณพลังออกมาได้ เหมือนพื้นที่แห่งนี้ถูกกฎเกณฑ์บางอย่างขวางกั้นไว้ แม้แต่การบินยังถูกปิดกั้น

    ทำให้การเดินทางของเขาล่าช้าเป็นอย่างมาก


    อี้เฉินเดินมาถึง2ชั่วยาม ทางเดินยิ่งพังทลายมากขึ้นเท่านั้น หากไม่ระวังอาจตกลงเหวลึก รอบบริเวณมืดมิดอย่างมาก

    มีแต่เสียงค้างคาวร้องดังจนแสบแก้วหู อี้เฉินเริ่มคิดหนักหรือตัวเขาจะคิดผิดกันแน่ที่เลือกทางนี้

    ที่แห่งนี้แทบไม่มีห้องลับอยู่เลยเต็มไปด้วยทางเดินที่พังทลาย


    เขาไม่ยอมแพ้คิดหมายเดินไปให้สุดทาง ผ่านไป4วันอี้เฉินเริ่มชินกับพื้นที่มืดมิด ถึงเขาจะมองไม่เห็นอะไรแต่เสียงที่สะท้อนของค้างคาว

    ทำให้เขาเหมือนมีดวงตาขึ้นมา ความเร็วในการเคลื่อนที่อี้เฉินเริ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เขาใช้เวลาอีก3วัน

    กว่าจะมาถึงสุดปลายทางเดินที่พังทลายนี้ ทันทีที่เขาเห็นปลายทางดวงตาเขาแฝงด้วยความคาดหวัง กับสิ่งที่เห็นด้านหน้า
    ปลายทางมีประตูหินเก่าแก่บานใหญ่ ข้างประตูมีตะเกียงไฟจุดอยู่สองด้าน จนมองเห็นประตูหินนั้นอย่างชัดเจน

    ลวดลายที่สลักที่ประตูหินกลับเลือนรางมองเห็นไม่ชัดเจนคล้ายกับมีรูปจอมยุทธสลักอยู่


    อี้เฉินไม่รอช้าผลักประตูหินนั้นทันที มันค่อยๆ ถูกเปิดออกทีละน้อย รอบๆ สั่นไหวตลอดเวลา เศษฝุ่นฟุ้งกระจาย

    อี้เฉินต้องใช้พละกำลังเป็นอย่างมากถึงจะเปิดมันออกได้ ทันทีที่ตัวเขาเข้าไปได้อี้เฉินก็พุ่งเข้าไปทันที

    ประตูหินปิดลงอย่างรุนแรง เศษฝุ่นฟุ้งกระจาย


    อี้เฉินกวาดตามองไปรอบๆ ด้านในที่เขาอยู่เหมือนโดมขนาดใหญ่คล้ายลานประลองยุทธ์ ท้องฟ้าด้านบนเต็มไปด้วยดวงดาวรอยอยู่มากมาย

    รอบลานประลองเต็มไปด้วยโครงกระดูกเก่าแก่นับร้อยศพ น่าจะตายมาเมื่อพันปีก่อนเป็นแน่
    รอบลานประลองยุทธ์ทั้ง4 ทิศ ของลานประลองยุทธ์มีหินสลักสัตว์เทพผู้พิทักษ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทั้ง 4 ทิศ


    อี้เฉินแปลกใจเป็นอย่างมากเหตุใดถึงมีลานประลองยุทธขนาดใหญ่อยู่ที่นี่ เขาเริ่มเดินสำรวจดูรอบๆ ลานประลองยุทธ์

    ไหนจะศพของเหล่าจอมยุทธ์ที่ตายอีกพวกเขาเจอกับอะไรกันแน่ ถึงได้ตายตกกัน อี้เฉินส่งปราณจิตตรวจสอบดูรอบๆก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตอยู่ที่นี่


    อยู่ๆ ทั้งลานประลองยุทธก็สั่นไหว อย่างรุนแรง
    1 ใน 4 สัตว์เทพผู้พิทักษ์ที่สลักอยู่ ก็มีปราณพลังปลดปล่อยออกมา หินรอบๆ กายาของมันค่อยๆ หลุดลอกออกเป็นแผ่นๆ

    จนกลายเป็นกิเลนเพลิงที่มีชีวิต ร่างทั้งร่างอาบล้อมด้วยเปลวเพลิง ขนาดของมันใหญ่เท่าบ้านหลังหนึ่ง
    ดวงตาของมันมืดมนไร้จิตวิญญาณไม่เหมือนกับสิ่งมีชีวิต

    สัตว์เทพผู้พิทักษ์กิเลนระเบิดปราณพลังออกมา อย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามก้องฟ้าแม้แต่อี้เฉินยังเจ็บแก้วหู


    อี้เฉินครุ่นคิดหรือว่าจะเป็นการทดสอบงั้นหรือ


    กิเลนเพลิงระเบิดปราณพลังอย่างรุนแรงเปลวเพลิงท่วมท้นท้องฟ้า มันง้างกรงเล็บพุ่งเข้าหาอี้เฉินอย่างรวดเร็ว


    อี้เฉินระเบิดปราณพลังสีเลือด กลิ่นอายคาวเลือดลอยคละคลุ้งสำแดง"วิชาหมื่นโลก"ทันที เขาไม่อาจประเมินพลังของกิเลนเพลิงตัวนี้ได้

    ทันทีที่มัน พุ่งเข้าใส่"วิชาหมื่นโลก" ถึงกับทำให้โลกที่อี้เฉินสร้างแตกกระจาย อี้เฉินลอยกระเด็นออกไปไกล กระอักเลือดออกมาคำใหญ่


    "อ๊าก เหตุใดมันถึงโจมตีได้รุนแรงเช่นนี้"ตัวเขาไม่อาจรับการโจมตีตรงๆ ของมันได้นานแน่แบบนี้


    กิเลนเพลิงพุ่งเข้าฟาดฟันอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่อากาศรอบๆ ยังระเหยเป็นไอ จากความร้อนของเปลวเพลิงที่กิเลนสำแดงออกมา

    อี้เฉินโดนกรงเล็บที่แฝงด้วยเปลวเพลิงเข้าโจมตีจนกลิ้งกระเด็นกระดอนไปไกล

    ก่อนเขาจะยันร่างขึ้นมายืนได้ ร่างเขามีบาดแผลฉีกขาด ไฟไหม้ไปหลายส่วน


    กิเลนเพลิงที่เห็นอี้เฉินลุกขึ้นยืนขึ้นมาได้ มันเตรียมพุ่งเข้าใส่อี้เฉินอีกครั้งหมายฆ่าให้ตาย

    อี้เฉินไม่อาจรับการโจมตีของกิเลนเพลิงไปมากกว่านี้ หากยังไม่เอาจริงเขาได้บาดเจ็บหนักก่อนแน่


    อี้เฉินเรียกหอกเลือดออกมาอย่างรวดเร็วก่อนจะ ระเบิดพลังกายาอักขระที่สลักในกายาเปล่งประกายร่างทั้งร่างอัดแน่น

    ไปด้วยอักขระที่สลักลงไป พลังกายาของเขาเพิ่มขึ้นมาอีก 1เท่าตัวบวกกับอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์ทำให้พลังโจมตีของ

    อี้เฉินก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าการโจมตีของกิเลนเพลิงมากนัก


    อี้เฉินหมุนควงหอกเข้าฟาดฟันกิเลนที่พุ่งเข้ามาโจมตีเขา ปราณพลังก่อรูปเป็น

    มังกรสีแดงชาดตัวใหญ่พุ่งทะยานออกไปปะทะกับกิเลนเพลิงอย่างรุนแรง


    "ตูม" อากาศรอบๆ ระเบิดแตกร้าวเป็นทางยาว ก่อเกิดคลื่นลมกระโชกทั่วบริเวณ


    กิเลนเพลิงที่พุ่งเข้ามาใส่อี้เฉิน ถึงกับชะงักร่างของมันเริ่มหลุดร่วงกลายเป็นหินไปบางส่วน

    แม้แต่อี้เฉินที่เห็นยังตกใจ หรือว่ามันจะเป็นเพียงแค่หินสลักเท่านั้น เหตุใดมันถึงขยับได้

    หรือว่าเทพผู้ล่วงลับเป็นผู้สร้างการทดสอบนี้ขึ้นมา


    กิเลนเพลิง คำรามด้วยความเดือดดาล พุ่งเข้าใส่อี้เฉินอีกครั้ง เปลวเพลิงแพร่กระจายท่วมท้นรอบบริเวณกลายเป็นเขตแดนเพลิง

    แม้แต่อี้เฉินยังแสบร้อนผิวหนังกายาแดงก่ำหากสู้ยืดเยื้อต่อไปได้กลายเป็นเถ้าธุลีแน่


    อี้เฉินพุ่งดิ่งดั่งสายศร ก่อนจะแทงเข้าไปกลางหน้าผากของกิเลนเพลิงอย่างเต็มแรง

    มันเองก็ไม่ยอมแพ้สร้างเปลวเพลิงป้องกันกายาอย่างบ้าคลั่ง ปราณพลังหลั่งไหล เข้าไปในเปลวเพลิงเสริมการป้องกัน

    จนหอกเลือดของอี้เฉินหยุดนิ่งไม่อาจเจาะเข้าไปได้


    อี้เฉินกดหอกเลือดลงไปเต็มแรงหมายทะลวงการป้องกันของกิเลนเพลิง ก่อนอี้เฉินจะระเบิดปราณพลังหลั่งไหลเข้าไปภายในหอกเลือด

    หอกเลือดสั่นไหวอย่างรุนแรงราวจะรับปราณพลังของเขาไม่ไหว มีรอยแตกร้าวทั่วด้ามหอก


    หอกเลือดอี้เฉินเริ่มขยับอีกครั้งพุ่งดิ่งทะลุการป้องกัน เข้าใส่หน้าผากกิเลนเต็มแรง

    เสียง"ตูม"ดังก้อง แม้แต่ลานประลองยุทธยังสั่นไหว

    ร่างทั้งร่างของกิเลนเพลิงค่อยๆ พังทลายกลายเป็นเศษหินแตกกระจัดกระจายในทันที


    อี้เฉินคำรามลั่น "ในที่สุดมันก็ตายเสียทีทำให้ข้าเสียเวลาไปมาก"

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน