ไม่มียังไม่ได้คิด

    บทที่ 39 ตระกูลเสวี่ยง

    ตระกูลเสวี่ยงเป็นหนึ่งใน 5 ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในด้านธุรกิจและการค้าแต่ตตอนนี้ในตระกูลกลับเกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างมากเนื่องจาก มีผู้ฝึกตนที่เป็นผู้นำของสำนักประกายดาบ ต้องการที่จะเด็ด ดอกไม้อ่อนแห่งตระกูลเสวี่ยง หรือก็คือเขาต้องการเสวี่ยงหนิงที่เป็นถึงทายาทคนโตของตระกูลไปเป็นเมียน้อยของเขานั้นเอง


    เพราะว่าเสวี่ยงหนิงนั้นมีความงดงามราวกับนางฟ้า รูปหน้าที่ได้รูปสีผิวขาวดั่งไข่มุกเรียกได้ว่า เป็นหญิงที่งามล้นเมืองคนนึงเลยทีเดียวแถมด้วยที่มาที่เป็นถึงทายาทคนโต นั้นก็หมายความว่าถ้า ผู้นำสำนักประกายดาบได้เสวี่ยงหนิงไปครองนั้น นอกจากจะได้หญิงงามแล้วยังได้ทรัพย์สมบัติด้วย


    แน่นอนว่า ทางตระกูลเสวี่ยงหนิงนั้นไม่ยอมอย่างแน่นอนทำให้เกิดการกระทบกระทั่งขึ้น ระหว่างตระกูลเสวี่ยงหนิงกับสำนักประกายดาบ แน่นอนว่าฝ่ายสำนักประกายดาบนั้นมีข้อได้เปรียบมากกว่าเพราะจำนวนของผู้ฝึกตนในสำนักนั้น มีมากกว่า 200 คน แบ่งเป็น ระดับ ปฐพี ขั้นต่ำ 100 ปฐพีขั้นกลางอีก 80  ระดับปฐพีขั้นสูงอีก 17 คน และ ระดับ ฝืนกฎฟ้าอีก 3 คน


    ระดับ ปฐพี นั้นไม่ว่าจะมีอีกมากกว่านี้สัก 2 เท่าก็มั่นใจได้ว่าจะไม่มีทางกดดันทางตระกูลเสวี่ยงได้แน่นอนเพราะบรรพชนของตระกูลเสวี่ยงนั้นได้ไปถึงระดับ ฝืนกฎฟ้า แล้วและตัวของเสวี่ยงหนิงเองก็อยู่ในระดับปฐพีขั้นสูงซึ่งถือว่าเธอนั้นมีพรสวรรค์ในการเป็นผู้ฝึกตนสูงมากด้วยอายุของเธอ แค่17 ปีเท่านั้น


    ระดับฝืนกฎฟ้า คือระดับที่สูงมากและน้อยคนที่จะได้ไปถึงระดับนั้นเพราะมันต้องใช้ทั้งความพยายามและความหมั่นเพียรที่สูงมากกว่าจะขึ้นไปถึงได้ ในระดับฝืนกฎฟ้านั้น ใครที่ได้ไปถึงจะสามารถฝืนกฎฟ้าและโบยบินบนท้องฟ้าได้ดั่งใจพร้อมกับความสามารถทางกายที่เหนือกว่ามนุษย์ปกติขนาดที่เทียบไม่ติด แต่ทางสำนักประกายดาบนั้นกลับมีถึง 3 คนด้วยกัน


    นั้นทำให้ฝ่ายของตระกูลเสวี่ยงเหมือนกับกำลังยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวด้วยตัวเปล่าเลยเพราะกำลังรบที่ต่างกันมากเกินไป ทำให้ภายในตระกูลกำลังเกิดความวุ่นวายอย่างมาก ในห้องประชุมตระกูลเสวี่ยง


    "ส่งเธอไปให้เจ้าสำนักประกายดาบเถอะไม่งั้นพวกเราเอาไม่อยู่แน่"


    "บ้าหรอไงถ้าส่งเธอไปนั้นก็จะทำให้พวกสำนักประกายดาบได้ทุกอย่างที่พวกเราอุส่าพยายามฝ่าฟันมันมานะ"


    "แต่ถ้าไม่ส่งไปภายในเย็นนี้มันจะยกกันมาทั้งสำนักมากวาดล้างตระกูลเสวี่ยงเรานะ"


    ตู้ม!!


    อยู่ๆก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นในห้องทำให้ทุกคนหันไปมองทางต้นเสียงนั้นคือ บรรพชนของตระกูลเสวี่ยงนั้นเอง เขาทุบโต๊ะหินจนแหลก แล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกับพูด


    "พวกเราตระกูลเสวี่ยงยอมตายไม่ยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น จะไม่มีการส่งหลานสาวข้าไป ถ้ามันกล้ามาข้าก็กล้าฆ่ามัน!!"


    คำพูดนี้แฝงไปด้วยพลังปรานทำให้ เสียงของบรรพชนนั้นดังสนั่นลั่นหูของทุกคนที่อยู่ที่นั้นจนหูแทบดับ ทำให้ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีกต่อหน้าผู้ฝึกตนขั้น ฝืนกฎฟ้า ถ้ากล้าทำให้โกรธก็เหมือนกับการฆ่าตัวตายเพราะการฆ่าคนธรรมดานั้น ผู้ฝึกตนระดับนี้ลำบากเพียงกระดิกนิ้วเท่านั้น จึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา

    .

    .

    .

    เวลาผ่านไปถึงช่วงเย็นอย่างรวดเร็ว


    "เสวี่ยงหนิงหลานรัก ข้าต้องการให้เจ้าออกไปจากที่นี้หนีไปทางเขตชายแดนที่ใกล้ที่สุด และใช้เงินนี้ไปเริ่มต้นใหม่ซะนะ"


    บรรพชนตระกูลเสวี่ยงพูดกับเสวี่ยงหนิงเสียงอ่อนราวกับเป็นคำบอกลาครั้งสุดท้าย


    "หมายถึงอะไรคะ? ทำไมต้องไปด้วยข้าไม่อยากไป"


    เสวี่ยงหนิงพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือไม่อาจทนได้


    "ข้าไม่มั่นใจว่าจะชนะ ข้าต้องการให้เจ้าหลานรักของข้าได้มีชีวิตที่ดี ไปซะ"


    บรรพชนตระกูลเสวี่ยงยื้นกระเป๋าใบใหญ่ให้พร้อมกับยัดสร้อยข้อมือ ที่เป็นของพิเศษที่จะช่วยให้ผู้ที่มีพลังต่ำกว่าระดับ ฝืนกฎฟ้า บินได้ก่อนจะใช้พลังปรานของตนในการขับไล่เสวี่ยงหนิงออกไป ทำให้เสวี่ยงหนิงจำต้องบินออกไปจากบ้านที่เธอได้เกิดและเติบโตมาทั้งน้ำตา


    "ท่านบรรพชนครับพวกมันมาแล้วครับ"


    "มาก็ดี กางม่านพลังแห่งการปกป้องเอาไว้ที่เหลือข้าจัดการเอง"


    เมื่อจัดการกับปัญหาทั้งหมดแล้ว บรรพชนตระกูลเสวี่ยงก็ไร้ซึ่งความลังเลอีกต่อไปออกคำสั่งด้วยเสียงที่หนักแน่นราวขุนเขา


    ท่ามกลางแสงอาทิตย์ สุดท้ายของวันมีชายผู้หนึ่งกำลังลอยอยู่กลางอากาศสายตามองตรงไม่มีความลังเล เขาผู้นี้คือบรรพชนแห่งตระกูลเสวี่ยงเบื้องหน้าของเขานั้นคือกองทัพของผู้ฝึกตน ถึงสองร้อยคน โดยมีคนที่นำมาเท่านั้นที่เลยอยู่บนอากาศ มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้บรรพชนตระกูลเสวี่ยงประหลาดใจจากข้อมูลมีผู้ฝึกตนระดับ ฝืนกฎฟ้าถึงสามคนแต่นี่ กลับมีเพียงสองคนที่ลอยอยู่บนอากาศ'หายไปคนนึงหรือว่า!'


    ทันทีที่สังหรไม่ดีบรรพชนตระกูลเสวี่ยงก็หน้าเปลี่ยนสีทันที แค่การเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อยเท่านั้นกลับทำให้ฝ่ายรองเจ้าสำนักประกายดาบ ทั้งสองยิ้มเยาะทันทีก่อนจะกล่าวด้วยความหยิ่งยโส


    "หาใครอยู่งั้นหรือท่านบรรพชนผู้สูงส่ง"


    "อย่าบอกนะว่าพวกแก"


    "ใช่แล้วพี่ใหญ่ของพวกเรากำลังไปไล่ตาม หลานรักของท่านอยู่ยังไงละ ส่วนท่านหนะต้องตายตรงนี้"


    หนึ่งในสองคนพูดตอบบรรพชนตระกูลเสวี่ยงด้วยน้ำเสียงที่หยามเหยียดขั้นสุด


    "แก!! อย่าอยู่เลย"


    บรรพชนตระกูลเสวี่ยงพุ่งเข้าโจมตีคนที่พูดออกมาทันที

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    "อีกไม่นานเครื่องจะลงจอดแล้วนะคะ ที่พรมแดนประเทศจีน"


    พนักงานแอร์โฮสเตสพูดกับพวกผู้กล้า


    "ไม่ใช่ใจกลางประเทศหรอ?"


    ผู้กล้าถามด้วยความสงสัย


    "ไม่ใช่ค่ะ เพราะว่าประเทศจีนทั้งประเทศเป็นเขตห้ามบินค่ะ"


    ผู้กล้าได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวตอบ"งั้นหรือ เข้าใจแล้ว"


    หวืด


    เพียงไม่นานเครื่องบินก็ลงจอดที่สนามบินที่ถูกสร้างมาให้อยู่ติดกับพรมแดนประเทศจีน ที่นี่เป็นสนามบินที่ใหญ่พอสมควร แต่ว่าคนที่มาขึ้นเครื่องหรือลงจากเครื่องที่นี่ กลับบางตามากจนแทบจะนับหัวได้เลย


    "คนน้อยจังเลยนะคะ"แองเจล่า


    "นั้นสิ มาสเตอร์เรามาถูกแน่หรอ"


    "ถูก จากที่แจ็คบอกคนจะน้อยก็ไม่แปลกเพราะคนในประเทศจีนนั้นดูจะไม่ต้อนรับคนจากต่างถิ่นนัก แจ็คยังบอกอีกว่าที่ประเทศจีนนั้นไม่รับเทคโนโลยี่สมัยใหม่ทางเดียวที่เราจะไปถึงเมืองหลักของประเทศจีนได้คือ 'เดิน' "


    "ไม่เอา!! มาสเตอร์ลินลี่เดินไม่ไหวหรอกค่ะ!"


    ทันทีที่ผู้กล้าพูดจบโรสก็พูดขึ้นมาทันทีพร้อมทั้งยังบ่นไม่หยุด


    "อะไรกันแค่ หมื่นสี่พันกิโลเองนะ"


    ผู้กล้าพูดด้วยเสียงที่เหมือนกับกำลังกลั้นขำอยู่แต่ดูเหมือนโรสจะไม่ได้สังเกต


    "ตั้งหมื่นสี่พันกิโลตั้งหากคะ มาสเตอร์!!!!"


    "เอาหละ เอาหละพอได้แล้วข้ามีของจะให้" ผู้กล้าพูดพร้อมกับหยิบกล่องเล็กๆ ออกมาพร้อมกับเปิดให้โรสดูข้างในกล่องเป็นแหวน สีทองเหมือนกับสีผมโรสสลักอย่างสวยงามบนตัว แหวนประดับด้วยอัญมณีสีแดงระยิบระยับสะท้อนแสงสวยงาม และ ข้างในแหวนยังสลักเอาไว้ว่า 'โรสตัวยุ่ง'


    "คะ?"โรสสติหลุดออกจากร่างไปแล้วพูดได้แค่คำเดียวออกมาอย่างเลื่อนลอย เห็นดังนั้นผู้กล้าจึงหยิบแหวนออกมาแล้วสวมที่นิ้วนางข้างขวาของโรสทันทีเสร็จแล้ว จึงลูบหัวโรสอย่างอ่อนโยน


    "แองเจล่า"


    แองเจล่ายืนมองผู้กล้าด้วยความหวังเล็กๆ หลังจากได้ยินเสียงผู้กล้าเรียกชื่อเธอก็สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือออกมาโดยไม่ต้องให้ผูู้กล้าบอกผู้กล้าหยิบกล่องเล็กๆออกมาเปิด ข้างในกล่องนี้เป็นแหวนสีเงิน สลักออกมาให้มีลวดลายที่สวยงามบนตัวแหวนประดับด้วยอัญมณีสีเขียวมรกต และข้างในแหวนนั้นได้สลักเอาไว้ว่า 'แองเจล่าผู้อ่อนหวาน' ผู้กล้าจับมือของแองเจล่าขึ้นมาและสวมแหวนให้


    "ลินลี่"


    ลินลี่ได้ฟังก็ยืนมือ ออกมาอย่างว่าง่าย ผู้กล้าหยิบกล่องเล็กๆ ออกมาเช่นเดิม ข้างในกล่องเป็นแหวนสีเงินที่ถูกสลักออกมาให้มีลวดลายที่สวยงาม บนตัวแหวนถูกประดับเอาไว้ด้วยอัญมณีสีขาว และด้านในยังสลักเอาไว้ด้วยว่า 'ลินลี่ผู้น่ารัก'

    คล้ายกับเรื่องไม่มียังไม่ได้คิด ที่คุณอ่าน

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258