นางสอดเท้าน้อยๆเข้าไปสวมรองเท้ากินรีทีละข้างเริ่มจากเท้าขวา มันพอดีเท้าของนางจริงด้วย พอขยับเท้า ยกไม่ขึ้น
"ฮึบๆ" นางยกขาขวาไม่ขึ้น ราวกับมีอะไรมายึดขาไว้แน่น ไม่เป็ไร นางสอดเท้าที่เหลืออีกข้างเข้าไปในรองเท้า
"ว้าย" ร่างของหญิงสาวลอยคว้างขึ้นกลางห้องราวกับใบไม้ ปลิวไร้ทิศทาง รองเท้าเปลี่ยนรูปทรงกระชับเท้าเล็กๆของนางราวกับเป็อวัยวะชิ้นเดียวกัน พาร่างน้อยบินเหินออกไปยังหน้าต่างหอสมุด "ว้าว วิเศษไปเลย"
"เอะ นั่นเทพองค์ใดรึ" ทุกคนหันไปสนใจประกายวูบหนึ่งที่ลอยหายลับไปยังผิวน้ำ้า ปราศจากล่องลอย หันไปก็ไม่ทันเห็นแล้ว ว่าคือสิ่งใด
"...!..." ร่างที่ลอยขึ้นจากม่านน้ำเซถลาไปบนพื้นหญ้านุ่ม มึนงงชั่วคราว ก่อนจะตั้งสติ นางอยู่ที่ไหนกันละเนี่ย ขึ้นมาจากบาดาลแล้วกระมัง มันมืดเกินไปนางมองไม่เห็น กว่าจะปรับสายตาให้เข้าที่ก็พักใหญ่
วรกานต์ตื่นเต้น มองไปรอบๆบริเวณทะเลสาบ ป่าเต็มไปหมด ขณะนี้นางน่าจะตกมายังป่าหิมพานต์ ร่างบอบบาง แน่งน้อยยืนขึ้น หอบหายใจ นางยังไม่ชินกับรองเท้ากินรี
ร่างสูงโปร่งที่นั่งชันเข่า ห้อยขายาว อย่างสบายใจอยู่บนต้นไม้ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยว จ้องไปยังร่างหญิงสาวที่ลอยขึ้นจากน้ำ "ชาวบาดาล" คิ้วเรียวขมวดมุ่น ลุกยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมคาย งามสง่า ผิวขาวดั่งหยก
ขณะที่ร่างน้อยกำลังโบยบินขึ้นจากพื้น
"..ฟืบ!..." ขาของนางก็ถูกบางอย่างตวัดรัดเอาไว้ พาให้ร่างถลาลอยไปตามแรงดึงของอีกฝ่าย "อะ " วรกานต์ตื่นตระหนก ใ เหลียวมองสิ่งที่มาพันธนาการขาเอาไว้ นางใช้เวทมนตร์ปลดเชือกเส้นนั้นออกไป ดีดตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว ความวิเศษของรองเท้ากินรีช่วยให้นางลอยห่างมัจจุราชไปไกล "หนี" สาวน้อยบอกตัวอย่างไว หนีไปไกลได้เท่าไหร่ยิ่งดี
ทว่าในยามราตรีเช่นนี้ นางไม่สามารถกำหนดทิศทางที่แน่ชัดได้เลย จึงได้แต่มุ่งไปข้างหน้า
"ใจหายหมด" วรกานต์กุมอก ไม่รู้ว่าเ้าของเชือกเส้นนั้นเป็ใคร หรือตัวอะไรกันแน่ ที่แน่ๆ เงาดำวูบนั้นกำลังไล่ตามมา
"รองเท้ากินรีรึ" คิ้วเรียวขมวดแน่น ไล่ตามร่างน้อยที่หนีอย่างไม่คิดชีวิต
"หึ" มุมปากหยักยกขึ้น จะลองเล่นไล่จับกับเ้าก็ได้ ร่างสูงโปร่งหยุดกลางอากาศ ปล่อยร่างน้อยลอยห่างออกไปไกล จึงติดตามไป รู้สึกรื่นรมย์เป็พิเศษ