ดอกบัวในสายลม

    ภาค 4 ตอนที่ 1 : คุณหนูแห่งจวนแม่ทัพ

    จวนแม่ทัพใหญ่หลี่เหวิน ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองหลวง ฉางอาน ท่ามกลางความวุ่นวายของตลาดและเสียงรถม้าที่สัญจรไปมา กำแพงสูงใหญ่และประตูไม้โอ๊คสีดำสนิทบ่งบอกถึงอำนาจและความมั่นคงของตระกูลหลี่ ภายในจวนที่กว้างขวางและสง่างามแห่งนี้ มิได้มีเพียงความเคร่งครัดของบุรุษผู้ถือครองอำนาจทางการทหารเท่านั้น แต่ยังอบอวลไปด้วยความรักและการตามใจที่หลั่งไหลไปสู่บุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูล... หลี่เฟิ่งหวง

     

    หลี่เฟิ่งหวงเป็นบุตรสาวของแม่ทัพหลี่เหวินกับภรรยาเอก หลิวเสี่ยวเหมย แม้ว่าแม่ทัพหลี่จะมีบุตรชายหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุตรชายคนโตที่เกิดจากภรรยาและอนุหลายคน ทำให้จวนเต็มไปด้วยความวุ่นวายของการแก่งแย่งชิงดีกันเองตามประสาบุตรชายในตระกูลใหญ่ แต่ด้วยความที่เฟิ่งหวงเป็น ลูกสาวเพียงคนเดียว ของตระกูล นางจึงกลายเป็นดวงใจของทุกคนในจวน

     

    หลี่เฟิ่งหวง ในวัยสิบห้าปี มีรูปร่างที่เติบโตเกินวัยอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณขาวผ่องราวหยกชั้นดี ความสูงได้มาจากบิดาผู้กำยำ ทำให้เธอดูโดดเด่นกว่าหญิงสาววัยเดียวกัน ดวงตาเรียวยาวดุจหงส์ที่กำลังรำแพนนั้นเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและอยากรู้อยากเห็น รูปร่างของเธอโค้งเว้าได้รูป หน้าอกโต เต็มไม้เต็มมือ เอวคอด กิ่วรับกับ สะโพกใหญ่ ผาย ทำให้เธอมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาของบุรุษที่พบเห็น แต่เธอกลับไม่เคยรู้ตัวถึงความงามและเรือนร่างที่เย้ายวนของตนเอง

     

    ชีวิตประจำวันของเฟิ่งหวงเต็มไปด้วยความสุขสบายและความไร้เดียงสา เธอไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องการบริหารจวนหรือการจัดการเรือนหลังบ้านเหมือนสตรีทั่วไป เพราะมารดาของเธอจัดการทุกอย่างไว้อย่างสมบูรณ์แบบ หน้าที่ของเธอคือการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและรอคอยวันที่จะได้แต่งงานกับคู่หมั้นที่เธอหลงใหล

     

    แม่ทัพหลี่เหวิน บิดาของนาง แม้จะสูงวัยแต่ยังคงกำยำแข็งแรง แขนขาใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ผ่านการฝึกฝนในสนามรบมาอย่างโชกโชน ท่อนเนื้อ ที่เคยโตจากภาคที่แล้วอาจจะเหี่ยวลงเล็กน้อยตามวัย แต่ก็ยังคงแข็งแรงและทรงพลังอยู่เสมอ เฟิ่งหวงมักจะสังเกตเห็นกางเกงของบิดาที่มักจะ ตุงๆ แปลกๆ อยู่เสมอเมื่อบิดาอยู่ในชุดลำลอง แต่ด้วยความไร้เดียงสา เธอจึงไม่เคยเข้าใจความหมายที่แท้จริงของมัน

     

    หลิวเสี่ยวเหมย มารดาของนาง มีเค้าโครงใบหน้าคล้ายกับเฟิ่งหวง แต่ดูสุขุมและมีความเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก นางเป็นผู้ที่คอยดูแลและปกป้องบุตรสาวจากความซับซ้อนของโลกภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เฟิ่งหวงเริ่มเข้าสู่วัยสาว มารดาของนางก็เริ่มระมัดระวังเรื่องการแต่งกายและการเข้าสังคมของบุตรสาวมากขึ้นเป็นพิเศษ

     

    เฟิ่งหวงเติบโตมาภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดของมารดา แต่ก็ได้รับการตามใจอย่างถึงที่สุดจากบิดาผู้เกรียงไกร นางอยากได้สิ่งใดก็ไม่เคยมีใครขัดใจ นางมักจะติดตามบิดาไปยัง ค่ายทหาร อยู่บ่อยครั้ง สภาพแวดล้อมในค่ายทหารที่เต็มไปด้วยบุรุษชาตรีที่แข็งแกร่งและเสียงตะโกนสั่งการ ทำให้เธอคุ้นเคยกับความหยาบกร้านและตรงไปตรงมา

     

    แต่สิ่งที่ทำให้โลกของเธอเปลี่ยนไปคือ องค์ชายรัชทายาทเฉินชาง คู่หมั้นของเธอ

     

    เฉินชาง ในวัยสิบแปดปี มีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวผ่อง และสมส่วนอย่างงดงาม ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูเงียบขรึมและไม่ช่างพูด มีลักษณะคล้ายบัณฑิตผู้คงแก่เรียน ทำให้เขาแตกต่างจากเหล่าทหารหาญที่เฟิ่งหวงคุ้นเคย

     

    ในวัยเด็ก องค์ชายรัชทายาทมักจะมาเยี่ยมบิดาที่จวนบ่อยๆ ตามคำสั่งของฮ่องเต้เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับแม่ทัพใหญ่ เฟิ่งหวงชอบไป แอบดู องค์ชายรัชทายาทอยู่เสมอ ด้วยความที่เธอไม่ค่อยเจอผู้ชายผิวขาวรูปร่างผอมเพรียว มีแต่ทหารในค่ายของบิดาที่ตัวใหญ่และผิวคล้ำ ทำให้เธอประทับใจในรูปลักษณ์ของรัชทายาทว่า มีรูปงามที่สุดที่นางเคยเจอ

     

    "องค์ชายรัชทายาทช่างสง่างามยิ่งนัก" เฟิ่งหวงเคยกล่าวกับมารดาด้วยดวงตาที่เป็นประกาย "ข้าช่างโชคดีที่ได้เป็นคู่หมั้นของพระองค์"

     

    การหมั้นหมายนี้ถูกพระราชทานโดยฮ่องเต้ไว้ตั้งแต่เล็ก เพื่อมุ่งหมายที่จะให้เป็นกำลังสนับสนุนรัชทายาทในอนาคต โดยมีกำหนดการแต่งงานกันในอีก หนึ่งปีข้างหน้า แต่สำหรับองค์ชายรัชทายาทแล้ว การหมั้นหมายนี้เป็นเพียงหน้าที่ทางการเมืองเพื่อหมายปองอำนาจของแม่ทัพหลี่เหวินเท่านั้น เขาไม่ได้รักเฟิ่งหวงเลยแม้แต่น้อย

     

    โลกที่สวยงามของหลี่เฟิ่งหวงกำลังจะถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ด้วยความจริงที่ว่า คู่หมั้นที่เธอชื่นชมบูชา ไม่ได้เป็นดั่งเทพบุตรในจินตนาการของเธอเลยแม้แต่น้อย