สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 10 บทที่ 273 ข้ามเส้นนั้นมา...ตาย

        “ไม่...ไม่ ไม่ใช่นะข้าไม่ใช่นักฆ่า!”

        “นายท่าน ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!ข้าไม่มีแรงแม้แต่จะยกดาบขึ้นมาด้วยซ้ำ!”

        “ไม่ ไม่! ช่วยข้าด้วย! แม่ แม่จ๋า...”

        เมื่อได้ยินคำสั่งที่แสนเย็นชาของหัวหน้าอัศวินผู้ชั่วร้ายบวกกับโซ่เหล็กปลายตะขอแหลมคมที่อยู่ในมือของเหล่าอัศวินหญิงสาวทั้งหกก็รู้ว่าแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกนางกลัวมากจนเหมือนวิญญาณของพวกนางกำลังจะหลุดลอยออกจากร่างไปความสิ้นหวังปรากฏขึ้นมาในดวงตาของพวกนาง ร่างบอบบางเริ่มสั่นระริก

        ความโหดร้ายของเรือนจำอัศวินนั้น ทั้งราชอาณาจักรต่างรู้ดีหญิงสาวอีกสองคนที่ไม่รู้ภาษาของเซนิทก็เริ่มรู้แล้วว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นจากการแสดงออกของคนรอบข้างและอุปกรณ์จับกุมสีหน้าของพวกนางเปลี่ยนไปทันที พวกนางคุกเข่าลงบนพื้นดินเพื่อร้องขอความเมตตาตอนนี้หญิงสาวทั้งแปดนางราวกับดอกไม้ดอกเล็กๆ ที่กำลังจะถูกบดขยี้โดยลมหนาว

        อย่างไรก็ตาม หัวหน้าอัศวินก็ไม่สนใจเขาหัวเราะอยู่ในลำคออย่างชั่วร้าย “หืม! แม้แต่ภาษาเซนิทก็พูดไม่ได้? ชัดเลย นังพวกนี้ต้องเป็นนักฆ่าจากราชอาณาจักรสปาร์ตากุสแน่ๆ!จับกุมพวกนางเร็ว!”

        อัศวินสองสามนายที่ยังคงลังเลเพราะสงสารก็รีบเข้าไปจับกุมทันทีเสียงโซ่กระทบกันดังขึ้นในขณะที่อัศวินกำลังยกปลายโซ่ตะขอเหล็กขึ้นมา เตรียมจะแทงไหปลาร้าของหญิงสาวที่น่าสงสารกลุ่มนี้

        “พวกเจ้ากล้าดีอย่างไร!”

        ทันใดนั้น เสียงที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นก็ตะโกนออกมา

        แองเจล่าเดินออกมาจากด้านข้างของซุนเฟยมาหยุดยืนอยู่ด้านหน้าของเหล่าสาวงามมันเป็นเรื่องยากมากที่คนอ่อนหวานเช่นนางจะตะโกนออกมาแบบนี้นางหยุดเหล่าอัศวินที่ดุร้ายพวกนี้เพื่อช่วยเหลือสาวงามทั้งแปดที่กำลังหวาดกลัวจนไม่กล้าลุกขึ้นยืนตอนนี้นางเหมือนเทพธิดาที่กำลังปกป้องลูกศิษย์ของนางแองเจล่าใช้ร่างที่บอบบางแต่ห้าวหาญของตัวเองปกป้องสาวงามด้านหลังอย่างไม่กลัวเกรง

        ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและความซื่อตรงของว่าที่ราชินีแห่งเมืองแซมบอร์ดทำให้พวกเขาไม่กล้าสบตา

        อัศวินที่ถืออุปกรณ์จับขังรู้สึกผิดเล็กน้อย ถ้าเป็นเมื่อก่อนหากมีคนใจกล้าเดินเข้ามาขวางทางพวกเขาจะเฆี่ยนตีคนใจกล้าพวกนั้นให้ตายทันทีอย่างไม่ลังเลและถึงแม้จะรู้ว่าแองเจล่าเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่ไม่มีคลื่นพลังใดๆ ติดจะอ่อนแอด้วยซ้ำแต่พวกเขากลับไม่กล้าเดินเข้าไปหา

        “ฮึ! ที่นี่ไม่ใช่สนามประลองดาบ!ราชาแซมบอร์ด การที่พวกเราพบตัวนักฆ่าจากราชอาณาจักรสปาร์ตากุสที่ค่ายของท่านก็ถือว่าเป็นความผิดมหันต์แล้วท่านคงไม่คิดว่าบทลงโทษที่กำลังรอคอยท่านอยู่จะเบาหรอกนะ!แค่ให้ที่ซ่อนนักฆ่าก็ว่าแย่แล้ว แต่นี่ถึงกลับกล้าส่งคนออกมาขัดขวางการจับกุมของอัศวิน หรือว่าท่านเป็นกบฏจริงๆ?”

        หัวหน้าอัศวินคิดว่าสิ่งที่เขาพูดมาดูมีเหตุผลมากดังนั้นเขาจึงตะโกนออกมาเสียงดังในขณะที่จ้องมองไปทางซุนเฟยด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

        แต่น่าเสียดายที่แม้แต่หน้าซุนเฟยก็ยังไม่หันไปมองเลยมุมปากของซุนเฟยแสยะยิ้มอย่างเย็นชาปนดูถูกเขาไม่เห็นหัวหน้าอัศวินคนนี้อยู่ในสายตาตั้งแต่แรก

        “ท่าน...”

        หัวหน้าอัศวินโกรธหนักมาก แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้

        คนฉลาดจะไม่สู้เมื่อรู้ว่าแพ้ ทุกคนรู้ว่าราชาแซมบอร์ดคนนี้ทำอะไรโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมาอยู่แล้วเขาเป็นเหมือนหมาบ้าที่พร้อมจะเข้าโจมตีทุกคนที่ทำให้เขาโกรธและอัศวินทั้งหมดของวิหารอัศวินก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีของ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' คนนี้ได้ต่อให้อัศวินจะมีเหตุผลต่างๆ มากมายมารองรับ แต่ถ้าชายตรงหน้าโมโหขึ้นมาเหตุผลพวกนั้นคงไม่ช่วยทำให้พวกเขาต้านทานการโจมตีของราชาแซมบอร์ดได้แน่ถึงแม้ว่าหลังจากนี้ทางวิหารอัศวินจะมาลงโทษราชาแซมบอร์ดในภายหลังแต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะรอดชีวิตไปถึงตอนนั้นหรือเปล่า

        “ฝ่าบาท ท่านทราบหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่?” เมื่อไม่สามารถจัดการกับราชาแซมบอร์ดได้หัวหน้าอัศวินจึงหันมาพูดคุยกับแองเจล่าแทนแม้ว่าเขาจะโหดเหี้ยมและดุร้าย แต่เขาก็ไม่สามารถทำท่าทีอย่างที่เคยทำได้เมื่อมองเห็นแววตาอันใสซื่อบริสุทธิ์ของหญิงสาวตรงหน้าเขาอธิบายอย่างอดทนว่า “หากท่านปกป้องนักฆ่าเหล่านี้ องค์จักรพรรดิยาซินจะทรงกริ้วมากเมื่อถึงตอนนั้น เมืองแซมบอร์ดจะถูกลบหายไปจากแผนที่ของราชอาณาจักรเซนิททันที”

        “พวกนางไม่ใช่นักฆ่า”

        แองเจล่าส่ายหัวอย่างแน่วแน่ นางไม่พูดอะไรต่อแต่ดึงเหล่าหญิงสาวที่กำลังหวาดกลัวกลับไปหาซุนเฟย

        “ท่าน...นี่...” หัวหน้าอัศวินพลันโมโหขึ้นมา เขาใกล้จะคลั่งตายเต็มทีแล้ว

        “ท่านหัวหน้า พวกข้าค้นพบอะไรบางอย่าง!” ตอนนั้นเองอัศวินที่กำลังตรวจค้นค่ายทหารก็ตะโกนออกมาเสียงดังเพื่อดึงดูดความสนใจ

        ทุกสายตาต่างพากันจับจ้องไปที่ร่างของอัศวินที่ถือบางอย่างวิ่งพรวดพราดเข้ามาอัศวินเหล่านั้นทิ้งของในมือลงพื้นเสียงดังโครม พวกมันเป็นเหรียญทองก้อนหินเวทมนตร์และชุดเกราะที่มีคุณภาพสูง

        ดวงตาของซุนเฟยพลันหรี่ลง

        เขารู้ทันทีว่าของพวกนี้มาจากไหน...

        พวกมันเป็นสมบัติในห้องใต้ดินของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตถึงแม้ว่าเมืองแซมบอร์ดจะหอบสมบัติกลับไปมากที่สุดแต่ซุนเฟยก็มั่นใจว่าสิ่งของเหล่านี้ไม่ใช่ส่วนแบ่งที่เมืองแซมบอร์ดได้นับเมื่อคืนอย่างแน่นอนเพราะว่าสมบัติทุกชิ้นที่เขาได้รับมายังอยู่ในแหวนเก็บของของเขาอยู่เลย

        ทำไมของพวกนี้ถึงมาอยู่ในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดได้?

        “ท่านหัวหน้า ข้าค้นพบของพวกนี้ในเต็นท์ของราชาแซมบอร์ดข้าลองตรวจสอบดูแล้ว และมั่นใจมากว่าสมบัติพวกนี้เป็นของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตซึ่งเป็นกลุ่มทหารรับจ้างที่ใหญ่เป็นอันดับที่สี่ของเซนิท…”อัศวินรายงานออกมาด้วยเสียงอันดัง

        “หือ? กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตถูกโจมตีโดยเหล่านักฆ่าของราชอาณาจักรสปาร์ตากุสและสมบัติของพวกเขาทั้งหมดก็ถูกเอาไปโดยพวกนักฆ่าพวกนั้นแล้วทำไมสมบัติพวกนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า?” หัวหน้าอัศวินพึมพำออกมาในขณะที่ดวงตาเป็นประกายเขาพลันเงยหน้าขึ้นมาและตะโกนออกไปเสียงดังว่า “หรือว่า เมืองแซมบอร์ดมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักฆ่าของราชอาณาจักรสปาร์ตากุส? ท่านราชาแซมบอร์ดมีอะไรจะกล่าวเพิ่มเติมไหม? ว่าอย่างไร? ทำไมของพวกนี้ถึงมาอยู่ในค่ายของท่านได้?”

        เสียงตะโกนถูกเพิ่มด้วยคลื่นพลังทำให้เสียงตะโกนนี้ดังกึกก้องประดุจฟ้าผ่า

        ค่ายที่อยู่บริเวณรอบๆ ต่างได้ยินเรื่องนี้อย่างชัดเจน

        หลายคนพลันหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมาทันที

        เกี่ยวข้องกับนักฆ่าจากราชอาณาจักรสปาร์ตากุส? ความผิดนี้ไม่ว่าใครก็ไม่อาจแบกรับไว้ได้หลายวันมานี้มีขุนนางและราชาของอาณาจักรบริวารมากกว่าหนึ่งร้อยคนที่ต้องตายเพราะสาเหตุนี้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้จะต้องถูกฆ่าทันทีโดยไม่ละเว้น! แม้ว่าราชาแห่งเมืองแซมบอร์ดจะแข็งแกร่งแต่แค่เขาคนเดียวก็ไม่สามารถต่อกรกับกองกำลังทั้งหมดของราชอาณาจักรเซนิทได้

        ในขณะเดียวกันก็มีเสียงกีบเท้าม้าดังสนั่นขึ้นมากองกำลังอัศวินจำนวนมากก็วิ่งเข้ามาล้อมค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดไว้

        “ราชาแซมบอร์ด ข้าขอแนะนำให้ท่านยอมจำนนเสีย!เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ตราบใดที่ท่านให้ความร่วมมือกับทางวิหารอัศวินทางเราก็จะช่วยหาหลักฐานมาทำให้ท่านพ้นผิดได้” เมื่อเห็นกำลังเสริมจากวิหารอัศวินมาถึงแล้วหัวหน้าอัศวินที่มีดวงตาราวกับเสือดาวก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันทีดังนั้นเขาจึงกล้าพูดแบบนี้กับซุนเฟย

        ตอนนี้เองซุนเฟยก็เริ่มเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมา

        จะมีเรื่องบังเอิญแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

        สมบัติของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเพิ่งถูกค้นพบในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดได้ไม่นานก็มีกองกำลังมากมายจากวิหารอัศวินปรากฏตัวขึ้นมาเห็นได้ชัดว่าอัศวินเหล่านี้ได้เตรียมตัวอยู่นานแล้ว มันเป็นการรจัดฉากกันชัดๆ

        หลังจากที่กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตถูกฆ่าล้างบางไปเมื่อคืนนี้กองกำลังขนาดใหญ่ก็ได้หาคำอธิบายที่เหมาะสมที่สุดมาให้แก่ทุกคนว่า เป็นฝีมือของนักฆ่าจากราชอาณาจักรสปาร์ตากุส

        ซุนเฟยเองก็ทราบเรื่องนี้ตั้งแต่แรก

        อย่างไรก็ตาม มีบางคนพบช่องโหว่ในคำอธิบายนี้และพยายามจัดฉากใส่ร้ายเมืองแซมบอร์ด

        ใครกันที่อยากจะจัดการกับเขาจนตัวสั่นขนาดนี้?

        นัยน์ตาของซุนเฟยเป็นประกายเย็นชาขึ้นมา

        ซุนเฟยไม่ใส่ใจกับคำพูดของหัวหน้าอัศวินคนนี้เลยด้วยซ้ำภายใต้สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนที่จ้องมองมา ซุนเฟยก้าวไปด้านหน้าสองสามก้าวดวงตาเย็นชากวาดสายตามองที่ใบหน้าของอัศวินที่ค้นเจอ ‘ของโจร’ พวกนี้เขามองไปยังชุดเกราะและเหรียญทองบนพื้นก่อนที่จะถามว่า “บอกข้ามา ใครให้เจ้าเอาของพวกนี้มาไว้ที่ค่ายของข้า?”

        ใบหน้าของอัศวินที่รายงานพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ไม่นานเขาก็กลับมาสงบลงอย่างรวดเร็ว อัศวินหัวเราะเยาะกลับ “ท่านพูดอะไร? ข้าพบของเหล่านี้ในค่ายของท่าน...”

        เพี้ยะ!!!

        ก่อนที่อัศวินจะพูดจบ ซุนเฟยก็ตบหน้าของอัศวินคนนั้นทันที ร่างของเขาปลิวไปไกลกว่าสิบเมตร เขาสลบไปทันทีในขณะที่ร่วงลงสู่พื้น และไม่มีใครรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

        “เจ้ากล้าดีอย่างไร!”

        “บังอาจ!”

        “ราชาแซมบอร์ดเป็นกบฏ! จับกุมเขาเสีย!”

        ไม่มีใครคาดคิดว่าราชาแซมบอร์ดจะกล้าโจมตีในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้หลังจากหายตกใจแล้วหัวหน้าอัศวินก็ตะโกนสั่งออกมาทันที ตามด้วยเสียงตะโกนสั่งอีกสองสามเสียงเหล่าอัศวินที่ล้อมค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดเตรียมที่จะบุกโจมตีด้วยความโกรธ

        ตูม!

        ซุนเฟยสะบัดมือทีหนึ่ง พลังที่ไร้เทียมทานก็ถูกปลดปล่อยออกมาทันที

        ตูม ตูม ตูม!

        อัศวินสองสามคนแรกที่พุ่งเข้ามาในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดก็กลายเป็นหมอกเลือดพร้อมกับม้าของพวกเขาทันทีแม้แต่ศพก็ไม่เหลือ

        ทันใดนั้น ภาพเลือนรางของบุรุษผู้หนึ่งที่สูงใหญ่มากกว่าหนึ่งร้อยเมตรก็ปรากฏขึ้นมาจากด้านหลังของซุนเฟยและเริ่มจ้องลงมาราวกับเทพแห่งสงคราม ความผันผวนของพลังที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างของซุนเฟยประหนึ่งคลื่นของมหาสมุทรสายลมที่พัดอยู่ในอากาศเริ่มหมุนเร็วขึ้นจนทำให้เหล่าอัศวินเริ่มรู้สึกทรงตัวไม่อยู่

        อัศวินที่อยู่ด้านนอกค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดก็ถูกความกลัวพวกนี้ตรึงร่างเอาไว้พวกเขาหยุดชะงัก ไม่กล้าวิ่งเข้าไปในค่าย

        ซุนเฟยหัวเราะเยาะออกมาเบาๆทันใดนั้นนิ้วมือของเขาก็วาดผ่านในอากาศพลังโปร่งแสงที่แหลมคมดุจดาบก็ถูกปล่อยออกมาจากปลายนิ้ว

        ฉึก!

        รอยทางยาวที่เหมือนมีดาบยักษ์ลากผ่านปรากฏขึ้นมาที่ด้านหลังประตูค่ายทหารเมืองของแซมบอร์ดรอยนี้ยาวประมาณร้อยเมตรและลึกกว่าครึ่งเมตร

        “ใครข้ามเส้นนั้นมา...ตาย!”

        หลังจากที่ซุนเฟยกล่าวออกมาทุกคนต่างมองไปที่เส้นนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนเป็นเส้นที่จะนำทางไปสู่นรก พลังที่เย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากมันทำให้ทุกคนรู้สึกเสียวกระดูกสันหลัง

        ไม่มีใครคิดว่าราชาแซมบอร์ดพูดเล่นแน่

        และไม่มีใครคิดสงสัยเลยว่า ราชาแซมบอร์ดจะกล้าลงมือจริงๆ ไหม หมอกเลือดที่ยังลอยอยู่กลางอากาศเป็นพยานได้ดี!

        “ท่าน...ท่านสิ้นคิดเกินไปแล้ว! ราชาแซมบอร์ด! ท่าน...” หัวหน้าอัศวินที่มีดวงตาราวกับเสือดาวเริ่มหวาดกลัวและตกใจ น้ำเสียงของเขาค่อยๆ เปลี่ยนไป

        “ข้าไม่ได้สิ้นคิดเช่นเจ้า ฮึ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาจัดฉากให้ข้า?”ซุนเฟยถามออกมาด้วยสีหน้าที่ดูแคลน เขาหันไปมองแปเตอร์ แช็ค ตอร์เรส 'สองอสุรกาย' และพัศดีโอเลเกร์ ก่อนจะออกคำสั่งว่า “จับทุกคนที่บุกเข้ามาในค่ายแล้วหักขาของพวกมันเสีย ง้างปากของพวกมันออกมาให้ได้ว่าใครหน้าไหนมันกล้าใส่ความเมืองเเซมบอร์ดของพวกเรา!”

        พูดถึงตรงนี้ซุนเฟยก็ปรายตามองหัวหน้าอัศวินแล้วพูดประโยคต่อไปด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า“สังหารทุกคนที่กล้าขัดขืน!”

        -------------------------------