รุ่งเช้าของวันใหม่มาพร้อมกับไอหมอกบางที่คลุมทั่วสำนักหมื่นกลจักร
แสงอาทิตย์ส่องผ่านโครงเหล็กของหอคอยจักรกล สาดเงาทับซ้อนลงบนลานฝึกซึ่งถูกออกแบบให้สะท้อนพลังงานเวทอ่อน ๆ จากพื้นหินลวดลายวงเวทหมุนวนเป็นชั้น
หลิงเซียวเดินอย่างสงบลงจากหอศิษย์ใหม่ สูดลมหายใจลึกขณะทอดสายตามองไปรอบ ๆ
ในใจเขา—แบบจำลองแกนพลังของตนเริ่มชัดเจนขึ้นทุกขณะ
แต่สิ่งหนึ่งที่เขายังไม่รู้…คือเสียงกระซิบจากเบื้องลึกของสำนัก กำลังเริ่มแพร่กระจาย
“เจ้าศิษย์ใหม่ผู้นั้น…สร้างกลจักรต้นแบบภายในคืนเดียวจริงหรือ?”
“เขาใช้จิตเป็นแกน? ข้ามิอาจเข้าใจได้…นั่นมันเสี่ยงเกินไป…”
ข่าวลือที่เริ่มต้นจากกลุ่มศิษย์ชั้นอาวุโสบางคน เริ่มแผ่ขยาย
จนไปถึงหูของ “เหลียนอวิ๋น” — ศิษย์อันดับหนึ่งแห่งหอชั้นใน
…
ขณะเดียวกัน
ในห้องทดลองลับซึ่งฝังอยู่ใต้ฐานหอคอยโลหะ
ชายหนุ่มผู้มีดวงตาสองสี—ดำและเทา—ยืนเงียบมองแผงกลไกทรงกลมหมุนอยู่กลางอากาศ
รอบตัวเขาคือเศษเหล็ก ผนึกเวท และแผงจักรกลที่ดูคล้ายจะมีชีวิต
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้น
“เหลียนอวิ๋น” หนึ่งในผู้นำของศิษย์ระดับสูงหันขวับมองผู้มาเยือน
ผู้เฒ่าในชุดคลุมสีหม่นเดินเข้ามาช้า ๆ พลางยื่นกระดาษแผ่นหนึ่ง
บนกระดาษนั้นคือ แบบจำลองพลังจิตจากศิษย์ใหม่
เหลียนอวิ๋นเพียงสบตาแบบร่างนั้น แล้วหัวเราะเบา ๆ
“กล้าดี…สร้างวงจรพลังโดยไม่มีเส้นหลักพลังเวทหรือปราณ
เจ้าหนูนั่นคิดจะหลอมจิตให้กลายเป็นเครื่องจักรหรือไร?”
ผู้เฒ่าตอบเพียงสั้น ๆ
“แต่มันทำงานได้…ในระดับต้น”
ความเงียบปกคลุมห้องทดลองชั่วครู่
ก่อนเหลียนอวิ๋นจะยื่นมือออก
ดึงหอกจักรกลของตนขึ้นจากแท่นเหล็ก เสียงกลไกสั่นเบา ๆ ดังตามจังหวะชีพจรของเขา
“ถ้าเช่นนั้น…ให้ข้าทดสอบแกนจิตของมันด้วยตนเอง”
…
บ่ายวันนั้น
ขณะหลิงเซียวกำลังเดินผ่านลานศิษย์เพื่อไปยังคลังกลไก
เสียงกระแทกของเท้า และกลิ่นพลังปราณที่แหลมคมก็ปะทะเข้ามาทันที
ศิษย์มากหน้าหลายตาเริ่มเบี่ยงทาง
ก่อนเงาของใครบางคนจะปรากฏเบื้องหน้า
เหลียนอวิ๋น ก้าวช้า ๆ มาหยุดตรงหน้าเขา
พร้อมเสียงพูดที่ดังพอให้ทั้งลานได้ยิน
“เจ้าคือหลิงเซียวใช่หรือไม่?”
หลิงเซียวชะงัก…ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
“ข้าอยากเห็น…จักรกลจิตของเจ้าทำงานอย่างไร”
“แต่ข้าไม่สนคำอธิบาย—ข้าต้องการเห็นมัน ‘ในสนามจริง’”
เสียงฮือฮาระลอกใหม่ดังขึ้น
หลายคนถอยห่างเปิดทางโดยไม่ต้องสั่ง
ศิษย์อาวุโสท่านนี้มิใช่คนธรรมดา—เขาเคยปราบจอมเวทระดับสูงด้วยหอกจักรกลเพียงหนึ่งครั้ง
หลิงเซียวสบตาอีกฝ่ายอย่างสงบ
ไม่มีความลังเล ไม่มีความกลัว
เพียงพูดเรียบ ๆ ว่า
“ข้ายินดี…แต่ขอเพียงเจ้าต้องใช้พลังเพียงระดับเดียวกับข้า”
เหลียนอวิ๋นเลิกคิ้ว แต่ยิ้มอย่างพึงใจ
“ตกลง…หากเจ้าเอาตัวรอดได้สามสิบกระบวนท่า ข้าจะยอมรับในแนวทางของเจ้า
แต่หากไม่—เจ้าต้องเลิกสร้างจักรกลใดที่อาศัยจิตเป็นแกนอีก”
หลิงเซียวพยักหน้า และวินาทีนั้นเอง
พื้นเวทีกลางลานก็สว่างวาบขึ้นทันทีโดยไม่ต้องร่ายเวท—กลไกสนามทดสอบเปิดใช้งาน
ศิษย์หลายสิบคนพากันล้อมวง
บางคนกระซิบ บ้างตื่นเต้น บ้างลอบส่ายหน้า
แต่ไม่มีใครกล้าขัดขวาง
—
เวทีปรากฏวงเวทสามชั้น
ฟันเฟืองพลังเวทหมุนช้า ๆ คล้ายระฆังก่อนสงคราม
เหลียนอวิ๋นยกหอกกลจักรขึ้น
แสงสว่างสีเทาเข้มไหลผ่านร่องจักรกลราวกับโลหิต
หลิงเซียวเอง
เพียงหลับตา สูดลมหายใจลึก…
แล้วเปิด “วงจรจิตกล” ของตนออก
เสียง “คลิ๊ก—” เบา ๆ ดังขึ้นจากภายในอก
ขณะกระแสพลังจิตผสานกับโครงสร้างกลไกต้นแบบในร่าง
และนั่นคือวินาทีที่…
“จิต” กลายเป็น จักรกล