ตอนที่ 74 สังหารมังกร
ไรเซ็นดวงตาเบิกกว้างพยายามจะบอกว่ามังกรดินถูกควบคุมอยู่ ขณะที่กำลังจะพูดออกไปเคนจิก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าเหลือเพียงกลุ่มควันไว้ข้างหลังดาบคาตานะในมือทั้งสองข้างโบกสะบัดราวกับร่ายรำเกิดเป็นลำแสงสีเหลืองอ่อนในท่วงท่าเพลงดาบจันทรามังกรดินสวนกลับด้วยขวานในท่าจับสองมือ
“เปรี้ยงง~!!”
ดวงตาของเคนจิเบิกกว้างเมื่ออาวุธทั้งปะทะกันอย่างรุนแรงร่างกายเคนจิกลับกระเด็นไปทิศทางที่จากมา เมื่อตั้งหลักทะยานลงสู่พื้นมือที่ถือคาตานะก็สั่นไหวอย่างต่อเนื่องและมีอาการชาที่ฝ่ามือพลังโจมตีของมังกรดินรุนแรงกว่าก่อนเป็นอย่างมากเมื่อจ้องมองไปยังด้านหน้าก็พบว่ามังกรดินโบกสะบัดปีกที่กลางหลังพุ่งทะยานมาหาด้วยความเร็วสูงพร้อมกับขวานที่เตรียมจะฟาดฟันใส่เขาในช่วงเวลาเศษเสี้ยววินาทีเคนจิหลบไปด้านข้างได้อย่างหวุดหวิดทำให้ขวานปะทะลงที่พื้นอย่างรุนแรง
“ตูมม!!”
ขวานสองคมเล่มใหญ่ฟาดใส่พื้นจนดังสนั่นเกิดเป็นหลุมและรอยแตกร้าวขนาดใหญ่พื้นดินเกิดการสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวหากเคนจิไม่สามารถหลบได้ทันร่างกายของเขาคงต้องขาดสะบั้นไม่เหลือชิ้นดี เคนจิสวนกลับด้วยความรวดเร็วมังกรดินก็สามารถใช้ขวานป้องกันได้ทันทีอาวุธทั้งสองปะทะกันแรงเสียดสีทำให้เกิดประกายไฟพร้อมกับคลื่นพลังที่ทำให้ทุ่งหญ้าสีเลือดสั่นไหวอย่างรุนแรงแรงทันใดนั้นอลันปรากฏตัวจากด้านข้างพุ่งทะยานถีบมังกรดินกระเด็นออกไปทันที
“ลุง! อย่าบอกนะว่าขวานในมือมันคือ...”
“ถูกต้อง! ขวานผ่าพิภพของสะสมของข้า มันเพิ่มพลังให้ผู้ถือมันเท่าตัวไม่เพียงแค่นั้นปีกที่อยู่ด้านหลังมันก็คือของสะสมข้าเช่นกัน ปีกมังกรเหล็กเพื่อพลังป้องกันให้อีกเท่าตัว แต่มันจะบินช้ากว่าปีกมังกรทั่วไปนิดหน่อย”
“ของสะสมเยอะจริงๆนะลุง หากยึดปราสาทกลับมาได้ ท่านต้องมีรางวัลให้ข้าบ้างนะ”
“เจ้าคนขี้งก! รอให้ทวงปราสาทคืนมาได้ก่อนเถอะข้าจะมอบให้บางชิ้นแค่บางชิ้นเท่านั้น!”
ดวงตาของเคนจิเกิดประกายความโลภครอบงำพร้อมกับรอยยิ้มอันหื่นกระหายอย่างน้อยจบศึกครั้งนี้เขาต้องไม่กลับมือเปล่าก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหามังกรดินอีกครั้งฟาดฟันดาบคาตานะด้วยความบ้าครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะท่ามกลางความมึนงงของไรเซ็นและอลัน พลังการโจมตีของเคนจิและมังกรดินสั่นสะเทือนเลือนลั่นเสียงปะทะของอาวุธทั้งสองดังสนั่นหวั่นไหวพลังทำลายล้างทำให้เกิดระเบิดดังขึ้นเป็นระยะพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกลามไปทั่วทุ่งหญ้าสีเลือด
ร่างกายของเคนจิและมังกรดินพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วเห็นเพียงเงาแค่เลือนรางและประกายแสงเมื่อปะทะ ท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของโทริที่นั่งมองการต่อสู้ไม่ติดเก้าอี้จนต้องยืนขึ้นลุ้นตามมังกรดินทะยานล่างสู่พื้นดินยกขวานผ่าพิภพขึ้นสู่ฟ้ากลายเป็นร่างเงาของขวานขนาดใหญ่จรดฟ้า ท่ามกลางความตื่นตะลึงของเคนจิ
“ทลายนภา!! ย้าก~!!”
ชื่อท่วงท่าขวานพิภพถูกกล่าวขานโดยมังกรดินความรุนแรงของมันสมดั่งชื่อเมื่อยามที่ขวานฟาดฟันลงมาจากท้องฟ้า คลื่นลมแปรปรวนสั่นไหวเสียงของมันราวกับฉีกท้องฟ้าทลายสวรรค์เคนจิจับคาตานะน้ำแน่นขัดด้วยท่าจับสองมือจากด้านข้าง พร้อมสวนกลับด้วยท่วงท่าเพลงดาบจันทราท่าที่ 8
“ฮ้ากก~!! เพลงดาบจันทรา ผ่าจันทรา!!”
เสียงรวบรวมพลังของเคนจิดังสนั่นเกิดเป็นร่างเงาของคาตานะน้ำขนาดใหญ่ไม่แพ้ขวานผ่าพิภพขณะที่กำลังวาดคาตานะเข้าปะทะตามพื้นดินที่คาตานะวาดผ่านเกิดเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ราวกับผ่าโลกแยกเป็นสองฝั่งก่อนะจะปะทะกันที่กลางอากาศ
“เปรี้ยงง~~~!!!!”
เสียงปะทะของร่างเงาอาวุธทั้งสองสนั่นหวั่นไหวมิติถูกกระชากจนขาดสะบั้นแรงระเบิดของมันทำให้เกิดคลื่นลมแรงราวกับพายุทำให้เศษดินและใบหญ้าปลิวไปมาอย่างรุนแรงจนกลุ่มของอลันและโทริที่เฝ้าดูการต่อสู้ต้องยกมือขึ้นมาบดบังสายตาเคนจิตีลังกากลับหลังหลายตลบกว่าจะกลับมาตั้งหลักยืนบนพื้นพร้อมกับหยาดเลือดที่ปรากฏที่มุมปากก่อนจะใช้ท่อนแขนของปาดเลือดออกจากปากเมื่อเหลือบมองไปยังบนท้องฟ้าปรากฏร่างของมังกรดินที่กำลังพุ่งทะยานสู่เบื้องล่างด้วยความรวดเร็วราวกับดาวตกก่อนจะปะทะกับพื้นดินด้วยความรุนแรง
“ตูม!!!”
ร่างมังกรดินปะทะกับพื้นดังสนั่นพร้อมกับพื้นดินที่สั่นไหวเคนจิพุ่งทะยานร่างไปยังจุดที่มังกรดินตกลงมาทันที เมื่อมาถึงปรากฏแอ่งหลุมขนาดใหญ่และร่างของมังกรดินที่มีปีกของมังกรเหล็กปกคุมไปทั่วทั้งร่างเมื่อปีกสยายออกปรากฏร่างของมังกรดินที่ชโลมไปด้วยเลือด ดวงตามังกรดินปรากฏเป็นสีแดงฉานโบกสะบัดปีกมังกรทะยานขึ้นสู่ฟ้ามือทั้งสองข้างจับขวานผ่าพิภพแน่นหมุนควงสว่างอยู่กลางท้องฟ้าก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาเคนจิด้วยความรวดเร็ว
“ทลายพิภพ!!”
ท่วงท่าของขวานผ่าพิภพถูกกล่าวขานอีกครั้งร่างของมังกรดินหลอมรวมไปกับตัวขวานกลายเป็นขวานผ่าพิภพขนาดใหญ่หมุนควงสว่างลงจากฟากฟ้าเกิดเป็นเปลวไฟห่อหุ้มไปทั่วทั้งด้ามก่อนจะปะทะกับเคนจิที่ใช้คาตานะน้ำตั้งรับด้วยมือทั้งสองข้างจนสั่นสะท้านดวงตาของเคนจิเบิกกว้างพื้นที่ฝ่าเท้าแตกร้าวทั้งสองข้างเกิดเป็นแอ่งหลุมขนาดใหญ่ปรากฏเส้นเลือดปูดพองลามไปทั่วท่อนแขนทั้งสองข้างพร้อมทั้งโต้กลับด้วยท่าเพลงดาบจันทรา
“ย้ากก~~~!!! ดาราทะยานฟ้า”
“เปรี้ยง!!”
ขวานผ่าพิภพถูกตีกลับขึ้นไปบนฟากฟ้าร่างมังกรดินถูกแยกออกจากขวานพร้อมทั้งรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนหน้าคาตานะน้ำร่วงหล่นสู่พื้นดินพร้อมท่อนแขนของเคนจิทั้งสองข้างท่ามกลางสายตาของไรเซ็นที่เบิกกว้างและหยาดเหงื่อที่ปกคลุมไปทั่วทั้งใบหน้า เตรียมจะพุ่งทะยานเข้าไปช่วยเหลือเคนจิทันใดนั้นอลันก็คว้าจับที่ไหล่ของไรเซ็นทันทีพร้อมกับส่ายหน้าเมื่อหันกลับไปมองเคนจิอีกครั้งดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับสายเลือดพร้อมกับเขี้ยวที่แหลมคมยื่นยาวออกมาจนเห็นได้ชัดพร้อมกับเสียงตบมือที่ดังมาจากฝั่งของโทริ
“แปะๆๆฮ่าฮ่าฮ่า! สนุกจริงๆ ศึกครั้งนี้คงจบแล้วซินะ เจ้าฆ่าเวลาให้ข้าได้ดีจริงๆ”
“ฮึ! เจ้าคิดว่ามันจบแล้วเพราะข้าเสียแขนงั้นรึเจ้าคิดผิดแล้วโทริ! มังกรดิน! เจ้าทำให้ข้าโกธรจริงๆแล้วนะ ฮ่าก~!”
เคนจิรวบรวมพลังไม่นานก็แขนคู่มือก็งอยเงยออกมาท่ามกลางความตื่นตะลึงของไรเซ็นและโทริเคนจิลองขยับฝ่ามือและท่อนขาทั้งสองข้างก่อนจะนำส้นมือทั้งสองมาประจบกันแล้วยื่นไปด้านหลังพร้อมกับรวบรวมพลังที่ใจกลางความมือคลื่นพลังมากมายถูกสูบมารวมกันที่จุดกึ่งกลางพร้อมกับเปลวไฟสีแดงฉานเคนจิกำลังรวบรวมพลังของเปลวไฟ
“พลัง....คลื่น....จตุรทิศ....อัคคี!!”
มือทั้งสองข้างยื่นไปยังด้านหน้าปรากฏคลื่นพลังเปลวไฟสีแดงฉานพุ่งทะยานไปด้วยความรวดเร็วความร้อนจากอัคคีที่เคนจิปลดปล่อยเผาทำลายทุ่งหญ้าสีแดงมอดไหม้เป็นสายทางดวงตาของมังกรดินเบิกกว้างหยาดเหงื่อปรากฏทั่วใบหน้าเพราะอัคคีที่เคนจิปลดปล่อยออกมานั้นเป็นธาตุที่ชนะทางมันก่อนะจะเหวี่ยงขวานผ่าพิภพพุ่งทะยานไปปะทะกับคลื่นพลังของเคนจิ
“บรึ้ม!!”
เสียงระเบิดบังเกิดขึ้นอีกครั้งขวานผ่าพิภพจบหายเข้าไปในคลื่นพลังและยังคงพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่องปีกมังกรเหล็กโบกสะบัดห่อหุ้มร่างกายมังกรดินทันที ท่ามกลางรอยยิ้มเหี้ยมของเคนจิคลื่นพลังอัคคีปะทะกับร่างของมังกรดินที่ห่อหุ้มด้วยปีกเหล็กไม่นานก็ปรากฏเสียงร้องที่โหยหวนอันดังลั่น
“อ๊ากกก~~!!!”
“ฮึ! เจ้าโง่ใช้เหล็กห่อตัวกลางเปลวไฟมันก็ไม่ต่างจากเตาอบดีๆ นี่แหละ ได้เวลากินปิ้งย่างแล้ว”
เมื่อคลื่นพลังอัคคีสลายร่างของมังกรดินร่วงหล่นจากฟากฟ้าลงสู่พื้นดินดังสนั่นร่างกายของมังกรดินราวกับซากศพที่ถูกเพลิงไหม้โทริจ้องมองเคนจิไม่กระพริบตามันตกใจตั้งแต่เคนจิงอกแขนขึ้นมาใหม่ก่อนจะค่อยนั่งลงอย่างเชื่องช้าที่บันลังก์ของมันด้วยสีหน้าจริงจังเมื่อเห็นคลื่นพลังจตุรทิศเหมือนกำลังคิดอะไรบ้างอย่างเคนจิทรุดเข่าไปกับพื้นหนึ่งข้างพร้อมทั้งหอบหายใจถี่เลือดไหลออกจากรูจมูกทั้งสองข้างเมื่อเห็นดังนั้นอลันก็พุ่งทะยานมาปรากฏกายที่ด้านข้างพร้อมทั้งจับเส้นชีพจรของเคนจิทันที
“เจ้าหนุ่มพลังหยางในตัวเจ้าเพิ่มขึ้นอีกแล้วครั้งต่อไปห้ามใช้ธาตุไฟโจมตีอีกไม่เช่นนั้น เจ้าจะเลือดออกทั้ง 7 ทวารและแตกดับแน่นอนจำคำที่ข้าพูดไว้ให้ดี”
“แล้วจะให้ข้าทำยังไงล่ะลุงก็เจ้ามังกรดินมันแพ้ธาตุไฟจะให้ข้าใช้น้ำไปสู้กับมันหรือไง”
“แปะๆๆสู้ได้ดี สู้ได้ดี!”
ในขณะที่เคนจิและอลันถกเถียงกันโทริตบมือพร้อมทั้งยืนกล่าวชมเคนจิ และพุ่งทะยานมายืนอยู่เบื้องหน้าเคนจิในทันทีรอยยิ้มที่สุดแสนจะเจ้าเล่ห์ของมันปรากฏขึ้นทำให้เคนจิรู้สึกสะอิดสะเอียดเป็นอย่างมาก
“เจ้าทำให้ข้าสนุกกับการต่อสู้ครั้งนี้มากข้าหวังว่าเจ้าจะรอดจนไปถึงชั้นสุดท้าย ข้าไม่คิดจริงๆว่าเจ้าคือผู้สืบทอดของตาเฒ่าเกนบุ แปลว่าเจ้าแก่นั้นคงตายไปแล้วแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“บัดซบ!! เวทพฤกษา!!”
เคนจิโมโหเมื่อยามโทริพูดถึงผู้เฒ่าเกนบุจึงใช้เวทไม้ที่ได้รับสืบทอดมาจากเกนบุโจมตีโทรทันทีปรากฏร่างไม้ที่แหลมคมพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ดินเสียบแทงร่างมายาของโทริไปทั่วทั้งร่างท่ามกลางรอยยิ้มของมัน
“ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าโง่ไม่จำซะทีว่านี่คือร่างมายาแต่เมื่อเจ้าใช้เวทไม้ของเกนบุได้แปลว่าเจ้านั่นตายไปแล้วจริงๆ ข้าจะนำข่าวดีนี้ไปฝากเพื่อนของมันสักหน่อยสะใจข้าจริงๆ ลาก่อนเจ้าหนุ่มน้อย ฮ่าฮ่าฮ่า”
ร่างมายาของโทริจางกายไปพร้อมอินคิวบัสและซักคิวบัสปล่อยให้เคนจิโกธรจนร่างกายสั่นสะท้าน ประตูบานที่ 3 เปิดออกอย่างเชื่องช้าเคนจิไม่สนใจประตูที่เปิดออกกลับเดินไปยังซากของมังกรดินที่ดำคล้ายกับถ่านไม้พร้อมน้ำตาที่คลออยู่ที่เบ้าตาทันใดนั้นอลันก็เดินมาอยู่เคียงข้างพร้อมกับจับที่ไหล่ของเขาอย่างเบามือ
“มังกรดินข้าจะล้างแค้นให้เจ้า!”
“เจ้าหนุ่มอย่าเสียใจมังกรทุกตนมีกายศักดิ์สิทธิ์หากเจ้ามีเลือดมังกรที่มีธาตุเดียวกับมันจะสามารถชุบชีวิตมันกลับคืนมาได้ในระหว่างนั้นร่างของมันจะยังคงอยู่ไม่สูญสลายนับพันปี”
“เลือดมังกร...จริงซิข้ามีเลือดมังกรดินอยู่กับตัวนี่นา”
ราวกับมีแสงแห่งความหวังเคนจิล้วงมือเข้าไปในช่องมิติทันทีและดึงออกมาพร้อมกับขวดที่บรรจุเลือดมังกรดินทุกสายตาจ้องมองขวดเลือดนิ่งค้างดวงตาเบิกกว้างตกตลึงเนื่องจากที่ปากขวดนั้นเกนบุน้อยกำลังดื่มด่ำกับเลือดมังกรดินอยู่อย่างสบายอารมณ์