“ถ้างั้น ผู้อำนวยการซู ผมจะไปรอคุณที่นั่น” ตั้งแต่ที่เขาไล่ตามเธอมานาน หลงเหยาเริ่นได้เข้าใจในนิสัยของซูเฟย อย่างเช่น เธอเป็นคนที่รักษาคำพูด ฉะนั้น เขาไม่ต่อต้าน แล้วหันหลังเดินจากไปพร้อมแก้วไวน์
“ฉันรู้ว่านายยังไม่อิ่ม กินช้ากว่านี้หน่อยมั้ย? เดี๋ยวก็ติดคอตายหรอก!” หลังจากหันไปรอบ ๆ แล้วยังเห็นว่าฉินเฉายังคง ‘ฟาดเรียบ’ เหมือนกับกระเพาะรั่วซูเฟยจึงรีบพูด
ขณะเดียวกัน เธอก็ยื่นแก้วแชมเปญในมือไปตรงหน้าฉินเฉา
ฉินเฉารับมันมาแล้วกรอกเข้าปาก แชมเปญนี้ทั้งหวานแล้วกลมกล่อม หลังจากเข้าไปในปาก มันก็สร้างรสชาติหลังชิม แต่ฉินเฉาไม่สนใจ แล้วไม่รู้ค่าของมัน เขาดื่มแชมเปญเหมือนกับดื่มน้ำเปล่า นั่นคือกลืนมันไปทั้งอย่างนั้น
“อาาาา อาหารนี้เสริมพลังให้ฉันได้จริง ๆ ” ฉินเฉาระบายความพอใจออกมา “เหมือนว่าความแข็งแกร่งของฉันจะกลับมาแล้วเล็กน้อย”
“นี่คือผู้อำนวยการซูไม่ใช่หรอกเหรอ?” ในตอนนี้เอง ชายกลางคนที่น่าประทับใจก็ปรากฏตัวขึ้น แล้วทักทายซูเฟย “ผมมองหาคุณตั้งนาน คุณมาอยู่ที่นี่เอง”
“ผู้อำนวยการเหลียว!” ซูเฟยรีบหันกลับไปทักทายกลับด้วยความสุภาพ “แม้ว่าเราจะไม่ได้เจอกันมานาน ท่าทางของคุณก็ยังคงเหมือนเดิม”
“อย่ายอผมเลย ผมแก่แล้ว จะไปเทียบกับหนุ่มสาวอย่างพวกคุณได้ยังไง” ผู้อำนวยการเหลียวพูดด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว ผมคิดว่าเราต้องคุยกันเรื่องที่ดินที่นั่น ผมรู้ว่าผู้อำนวยการซูสนใจที่ดินตรงนั้นมาก แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังได้ยื่นประมูลราคาของมัน ผู้อำนวยการซู ทำไม...”
“ผู้อำนวยการเหลียว คุณเป็นผู้ชายที่รักษาคำพูด ถูกมั้ยคะ? คุณต้องทำข้อตกลงกับฉัน จากนั้น...” ซูเฟยใจเย็นมาก เหมือนกับว่าเธอไม่กังวล แต่เธอพูดกับฉินเฉาเบา ๆ ว่า
“นายรอฉันอยู่ที่นี่ ฉันจะไปคุยธุรกิจกับเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์คนนี้”
“ผมจะไปกับคุณ!” ฉินเฉารีบวางถาด แต่ซูเฟยปล่อยมือของเธอ ส่ายหัวแล้วพูดว่า
“ไม่ ทุกคนมาที่นี่เพื่อคุยธุรกิจ พวกเขาไม่นำพ่อบ้านหรือว่าบอดี้การ์ดไปกับพวกเขาด้วย มันไม่สุภาพ นายรอฉันอยู่ที่นี่ ฉันไปไม่ไกล”
จากนั้นซูเฟยก็ยิ้ม แล้วเดินไปกับผู้อำนวยการเหลียวอย่างช้า ๆ จากนั้นก็นั่งคุยกับเขาบนโซฟาที่อยู่ไม่ไกล
ฉินเฉาถือจานขึ้นมา แล้วเริ่มจัดการอาหารตรงหน้าอีกครั้ง ขณะที่แอบมองซูเฟยที่อยู่ไม่ไกล ถ้ามีอะไรเคลื่อนไหวล่ะก็ เขาจะกระโดดไปที่นั่นเหมือนกับเสือซีตาร์เลยล่ะ
“คุณเห็นเจ้าตะกละนั่นมั้ย?” ที่ตรงกลางของกลุ่มที่กำลังคุยกันอยู่นั้น หลงเหยาเริ่นชี้นิ้วของเขามาที่ฉินเฉาแล้วพูดขึ้นมา
“ใช่ ฉันเห็น ชายคนนี้รู้จักแต่กินจริง ๆ!” นายน้อยผู้ร่ำรวยพูด “อาหารที่เขากินมากกว่าข้ารับใช้ในตระกูลของฉันรวมกันซะอีก ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ทำไมซูเฟยจึงจ้างพ่อบ้านแบบนี้กัน”
เหล่าหนุ่มสาวพากันหัวเราะคิกคัก ยกเว้นสาวสวยอายุ 15 - 16 ปีไว้คนหนึ่ง ผู้ที่นั่งอยู่บนโซฟาขณะที่กำลังเล่น PSP ของเธออย่างเงียบ ๆ
เบื้องหลังของสาวน้อยนางนี้ไม่ใช่เล็ก ๆ เธอเป็นลูกสาวของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ของเมืองตงชวน เหลียวตงไค เธอชื่อเหลียวชาชา แม่ของเธอจากไปตั้งแต่เธอยังเด็ก แล้วเธออาศัยอยู่กับพ่อของเธอ เธอเป็นลูกสาวสุดที่รักของเหลียวตงไค อะไรที่เธอต้องการ พ่อของเธอจะหามันมาให้ ในระยะเวลาสั้น ๆ เธอก็ถูกพ่อของเธอตามใจจนเสียนิสัย
แต่เพราะว่าเธอไม่เคยได้รับความรักของมารดา เหลียวชาชาจึงค่อนข้างเอาแต่ใจแล้วขี้เกียจ เหลียวตงไคถึงกับต้องขอร้องให้เธอมาที่งานเลี้ยงนี้เพื่อให้เธอได้มีความสุขกับโลกภายนอก
เหลียวชาชายอมนั่งอยู่ที่ด้านบนของงานเลี้ยงขณะที่เล่น PSP
“ใช่แล้ว ไม่ใช่ว่านายพยายามตามจีบซูเฟยอยู่หรอกเหรอ? แล้วนายไปพูดอะไรกับเธอล่ะเมื่อกี้นี้?” สาวอกโตที่ใส่เสื้อคอลึกแสดงร่องอกของเธอมองไปที่หลงเหยาเริ่นด้วยดวงตายั่วเย้า แล้วพูด
“ไม่มีอะไรนี่ ฉันแค่คุยกับพ่อบ้านนั่นแค่ประโยคสองประโยคแค่นั้นเอง เขาช่างเป็นคนหยาบคาย คำพูดของเขาฟังแล้วไม่สบายใจจริง ๆ ”
“เขาพูดอะไร? ทุกคนอยากรู้” หญิงสาวถามอีกครั้ง
“หึหึ เขาบอกว่าเธอหน้าอกโต” หลงเหยาเริ่นชูพูดแล้วหันไปทางเธอ ทำให้เหล่าผู้คนรอบ ๆ พวกเขาถูกปลุกเร้า
หญิงสาวเชิดหน้าอกของเธอขึ้นอย่างภูมิใจ “เขาหยาบคายจริง ๆ แล้วเขาพูดอะไรอีก?”
“อะไรอีกน่ะเหรอ? เขายังพูดอีกว่า เขาเกลียดผู้หญิงหน้าอกเล็ก เขาคิดว่าผู้หญิงที่มีหน้าอกเล็กไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้หญิง แล้วควรจะเป็นได้แค่ทอมบอยเท่านั้น”
หลงเหยาเริ่นพูดอย่างยิ้มแย้ม
“ไม่แปลกเลยที่เขาอยากจะเป็นพ่อบ้านให้ซูเฟย หน้าอกซูเฟยไม่เล็กเลย” ผู้คนพูดอย่างตลก ในตอนนี้เอง ที่หางตาของหลงเหยาเริ่นพบว่าเหลียวชาชา ผู้ที่กำลังนั่งอยู่ที่โซฟาเมื่อกี้ ได้หายไปแล้ว PSP ของเธอถูกทิ้งไว้ที่โซฟา
ริมฝีปากของเขาแสยะยิ้ม
หลงเหยาเริ่นผู้เป็นคาสโนว่าที่มีชื่อเสียงได้ดูข้อมูลของเหลียวชาชาแล้ว เธอทั้งหยิ่งแล้วยังหัวแข็ง สิ่งที่เธอเกลียดที่สุดคือ เมื่อผู้คนพูดเกี่ยวกับหน้าอกเล็ก ๆ ของผู้หญิง
เพราะแม้ว่าเธอจะเป็นสาวน้อยผู้งดงาม แต่หน้าอกของเธอเล็ก พอ ๆ กับคัพ B นี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนของเธอ
ฉินเฉากำลังกินเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย ขณะสายตาคอยเหล่มองซูเฟย เขาไม่รู้แม้กระทั่งรสชาติของเนื้อ
ฉะนั้นเขาจึงไม่เห็นร่างเล็ก ๆ ที่ทันใดนั้นก็เดินมาตรงหน้าเขา ร่างนั้นหยิบเอาครีมเค้กจากบนโต๊ะ แล้วขว้างมันใส่หน้าของฉินเฉา
แผละ! ก่อนที่ครีมเค้กจะวางลงบนหน้าเขา ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเย็นวาบที่หน้า เขาเอียงหน้าหลบไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ ทำให้เค้กเฉียดหน้าเขาไป แล้วตกใส่ผู้หญิงคนอื่นบนโต๊ะ ทันใดนั้นผู้หญิงในชุดเดรสสีขาวก็เปื้อนไปด้วยคราบครีม
“กรี๊ดดด!” ผู้หญิงคนนั้นตะโกนด่าออกมาเสียงดัง แต่เมื่อเธอเห็นว่าคนที่ปามันมาคือเหลียวชาชา เธอรีบกลืนคำด่ากลับไป แล้วรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ
เพราะหน้าอกของเขาเปื้อนครีมนิดหน่อย ฉินเฉาขมวดคิ้วแล้วมองไปที่โลลิต้าสุดสวยที่ดูเหมือนจะสูงแค่ 150 เซน จากนั้นพูดว่า
“ยัยหนู เค้กมันอันตรายนะ อย่าขว้างใส่คนอื่นซี้ซั้วสิ”
“ฉันไม่ใช่เด็ก!” ผมยาวสีดำสวยของเธอถูกมัดเป็นหางหมูเล็ก ๆ สองหางห้อยอยู่ด้านหลังของเธอ แถมเธอยังสวมชุดเจ้าหญิงพร้อมกับกระโปรงฟูฟ่อง แม้ว่าเธอจะดูน่ารักมาก ๆ แต่เธอก็ไม่ชอบที่จะถูกเรียกว่าเด็ก
เธออายุ 16แล้ว เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ฉะนั้น เธอจึงโกรธจริง ๆ เมื่อฉินเฉาเรียกเธอว่ายัยหนู เมื่อเธอ เหลียวชาชาโกรธ ผลลัพธ์ที่ตามมาจะเลวร้ายมาก
ดังนั้น เธอจึงแย่งแก้วไวน์จากเด็กเสิร์ฟที่เดินมาใกล้ ๆ เธอ แล้วจากนั้นก็ขว้างมันใส่ฉินเฉา
หลงเหยาเริ่นที่อยู่ใกล้ ๆ รู้สึกพอใจ เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อแผนการที่ชั่วร้ายของเขาประสบผลสำเร็จ
‘พ่อบ้าน หึ มาดูกัน บังอาจมาสู้กับฉันเรื่องผู้หญิง!’ เขาคิด
หมับ! ใครจะรู้ว่าฉินเฉาจะจับแก้วเอาไว้ได้ด้วยมือเดียว มืออีกข้างของเขาหยิบผ้าขนหนูสีขาวจากโต๊ะ แล้วหมุนมันหลายรอบบนฝ่ามือของเขาเพื่อเก็บไวน์ที่ลอยอยู่ในอากาศ แล้วเขาก็ทำมันสำเร็จ
จากนั้นเขาก็บีบมันลงบนปากแก้ว ทำให้แก้วเต็มไปด้วยไวน์อีกครั้ง
เพียงแค่ว่าไวน์แก้วนี้ไม่สามารถดื่มได้อีกแค่นั้น
ฉินเฉามองท่าทางตะลึงของเหลียวชาชา แล้ววางแก้วไว้บนโต๊ะ
ที่ด้านข้าง หลงเหยาเริ่นขมวดคิ้ว คิดว่า ‘เจ้าหนุ่มนี่ ไม่แปลกที่ซูเฟยจะชอบเขา มือของเขามีความสามารถจริง ๆ หึ แล้วยังไง ถึงแกจะมีความสามารถ? แกก็ยังต้องแพ้อยู่ดี มาดูกันว่าแกจะจัดการกับเหลียวชาชายังไง แกไม่สามารถลงมือกับเธอได้!’
“ยัยหนู.....ไม่ คุณสุภาพสตรีตัวเล็ก...”
“ฉันไม่ใช่ตัวเล็ก!”
“ก็ได้ คุณสุภาพสตรีสุดสวย แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าคุณทำมันทำไม แต่คุณหยุดเล่นก่อนได้มั้ย? ผมหวังว่าเรื่องนี้จะยุติ ผมไม่มีเวลามาเล่นเป็นเพื่อนคุณ”
“นายมันไม่มีสมอง ไร้รสนิยม ผู้ชายน่ารังเกียจ ใครอยากจะเล่นกับนายกัน!” เหลียวชาชาตะโกนออกมาเสียงดัง “ฉันมาที่นี่เพื่อจัดการนายโดยเฉพาะ นายจะทำยังไง!?”
จากนั้น เธอก็หันไปรอบ ๆ เพื่อหาพนักงานเสิร์ฟแล้วพยายามจะคว้าแก้ว แต่พนักงานเสิร์ฟก็ไม่โง่ พวกเขารีบวิ่งหลบออกไป
แต่เหลียวชาชายังไม่ยอมแพ้ เธอหยิบเอาจานที่ว่างบนโต๊ะตัวอื่น แล้วปามันใส่ฉินเฉา
“เธอยังไม่หยุดอีกเหรอสาวน้อย!” ฉินเฉาเริ่มโกรธ เขากลัวจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ แล้วทำให้ซูเฟยขายหน้า
เด็กสาวคนนั้นขว้างมาได้ 5 ใบแล้ว ฉินเฉารีบคว้ามันไว้ทั้งหมด มือซ้ายของเขาจับไว้ 3 ใบ ขณะที่มือขวาจับไว้อีก 2 ใบ จากนั้นเขาก็เอาพวกมันมารวมกัน
เมื่อเห็นว่าจานทั้งหมดถูกรับไว้ได้ เหลียวชาชาก็กลายเป็นโกรธมากขึ้น
“ฉันไม่หยุด แล้วนายจะทำไม? ถ้านายมีความสามารถจริง มาตีฉันสิ!” เหลียวชาชาเชิดหน้าแล้วตะโกนออกมาเสียงดัง
“ทำไมฉันต้องตีเธอด้วย?” ฉินเฉาช่วยไม่ได้ “ฉันไม่ลดตัวลงไป ทำตัวแบบเด็กหรอก”
คำว่าเด็กทำให้เหลียวชาชาโกรธอีกครั้ง คิดว่า ‘เขามันไม่ใช่ผู้ชายดี ๆ จริง ๆ ฉันไม่รู้ว่าทำไมผู้ชายแบบนี้ถึงเข้ามาที่งานเลี้ยงนี้ได้ ข้างนอกมันน่ารำคาญจริง ๆ พ่อบ้า ทำไมต้องพาฉันมาที่สถานที่แบบนี้กัน!’
เมื่อถูกก่อกวนโดยยัยหนูนี่ ฉินเฉาไม่มีอารมณ์กินอีกต่อไป เขาหยิบเอาไฟแช็กแล้วบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า แล้วหยิบออกมาอันหนึ่งให้กับตัวเอง อย่างว่าแหละ สูบบุหรี่หลังอาหารดีกว่าเป็นเซียน
“นาย นายสูบบุหรี่!” เหลียวชาชาเอามือปิดปากด้วยความประหลาดใจ แล้วมองฉินเฉาเหมือนกับมองไปที่อาชญากรที่มีค่าหัว “นายมันผู้ชายชั้นต่ำ! โอ้... สวรรค์ แม้แต่บุหรี่ของนายก็ยังเป็นของชั้นต่ำ!”
“เฮ้ย เฮ้ย!” ฉินเฉาขมวดคิ้ว เขาอยากจะรู้จริง ๆ ว่ายัยหนูน่ารังเกียจนี่มาจากไหน “ฉันจะสูบเมื่อฉันอยากสูบ แล้วเธอจะทำไม? ยัยหนู รีบกลับไปหาแม่กับพ่อไป๊ พวกเขาต้องเป็นห่วงเธออยู่แน่ ๆ ”
“ฉันบอกนายแล้ว ว่าอย่าเรียกฉันว่าเด็ก!” เหลียวชาชาตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความโกรธ “อย่าคิดว่านายแค่ล้อหน้าอกเล็ก ๆ ของฉัน! ฉัน เหลียวชาชา ไม่ใช่คนที่จะมาล้อเล่นได้!”
จากนั้น เธอยกกระโปรงขึ้น แล้วยื่นเท้าที่ใส่รองเท้าส้นสูงของเธอ เตะมาที่หน้าแข้งฉินเฉาอย่างชั่วร้าย
ส้นของรองเท้านี้ค่อนข้างบาง ถ้ามันเตะถูกขาของผู้ชายล่ะก็ บางทีกระดูกอาจจะร้าวก็ได้ อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของสาวน้อยนางนี้ไม่มาก มากสุดก็ทำได้แค่แยกเขี้ยว พองตัวแค่นั้น
ฉะนั้น ฉินเฉาจึงไม่หลบ เขายืนอยู่กับที่แล้วสูบบุหรี่ต่ออย่างใจเย็นแม้ว่าหน้าแข้งของเขาจะถูกส้นสูงของฝ่ายตรงข้ามเตะใส่
แกร็ก! เมื่อได้ยินเสียงนี้ หลงเหยาเริ่นตื่นเต้น แต่เมื่อเขาพบว่าเสียงนี้ไม่ได้มาจากเสียงกระดูกหักของพ่อบ้านยาจกนั่น แต่มาจากเสียงหักของส้นสูงของเหลียวชาชา
“อ๊า!” เมื่อส้นสูงหักเป็นอะไรที่น่ารำคาญที่สุด เมื่อเหลียวชาชาก้าวเท้าบนพื้น เธอแทบลื่น เพราะความต่างของความสูงระหว่างเท้าขวาแล้วเท้าซ้ายของเธอ
แต่ฉินเฉายังคงอยู่ดีมีสุข สูบบุหรี่ของเขาอย่างสงบ เพราะคนที่ถูกรองเท้าทำร้ายไม่ใช่เขา แต่เป็นคนอื่น
“เธอเตะฉันไปแล้ว น่าจะพอใจแล้วใช่ไหม ตกลงนะ”
“ไม่! เรื่องนี้ยังไม่จบ!”
จบตอน#