"ขอบคุณ"เยว่ช่างม่านมองเม็ดยาสีน้ำตาลในกระเป๋ามิติที่มีเพียงหยิบมือ
"บ่าวมิได้ใช้ยาเหล่านี้เลยไม่ได้เตรียมไว้มากนัก เกรงว่าจากนี้ คุณหนูต้องหลอมเองแล้วเ้าค่ะ"ลี่ฟางยิ้มเขินๆ
นางเกือบลืมไปแล้วว่ายาเหล่านี้มีค่าเพียงใดยามที่นางยังอยู่ขั้นต่ำนั้น แต่ด้วยระดับของนางตอนนี้สิ่งนี้กลับไร้ค่าไปเสียแล้ว สำหรับนาง ต้องเป็โอสถระดับสูงเท่านั้น
"เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ข้าอ่านตำราโอสถโบราณเมื่อครู่พอรู้มาบ้างว่าควรเริ่มอย่างไร ไว้ข้าจะลองหลอมเอง"เยว่ช่างม่านแววตามุ่งมั่นตั้งใจนางมีจุดหมายที่สำคัญเกินกว่าจะมาเสียเวลาตรงนี้ได้นาน
"นอกจากการหลอมโอสถ คุณหนูต้องมีวิชาเพื่อป้องกันตนเองด้วยนี่คือกระบี่กลืน์เป็ศัสตราวุธระดับชำนาญ ครั้งหนึ่ง ฮูหยินเคยให้บ่าวเ้าค่ะบัดนี้ บ่าวไม่ได้ใช้อีกแล้ว คุณหนูรับไว้นะเ้าคะ"ลี่ฟางยื่นกระบี่ที่เคยใช้ฝึกให้คุณหนู
ก่อนจะนึกย้อนไปยังคำพูดของฮูหยิน'เมื่อเ้าถึงขั้นเชี่ยวชาญเมื่อใด ค่อยคืนข้า’ แววตาของหลงลี่ฟางหม่นหลงถนัดตา‘ฮูหยิน ท่านยังสบายดีหรือไม่เ้าคะ ช่างน่าเสียดายที่บ่าวคงไม่มีโอกาสคืนกระบี่นี้ให้ท่านอีกแล้ว' ลี่ฟางได้แต่คิดโต้ตอบตนเองในใจ
เยว่ช่างม่านจมตัวเองอยู่กับความคิดครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปยังลานว่างหลังเรือนไม้
ด้านลี่ฟางทราบดีว่ายามนี้คุณหนูคงอยากใช้เวลาอยู่กับตนเองนางจึงไม่รบกวนอีก ได้แต่มองดูเยว่ช่างม่านอยู่ห่างๆ
เยว่ช่างม่านเดินมายังกลางลานว่างหลังเรือนไม้นางเรียกสมาธิ ส่งลมปราณไปยังฝ่ามือ ปรากฏลูกเปลวไฟสลับกับน้ำและน้ำแข็งลอยเคว้งคว้างกลางอากาศอย่างไร้ทิศทาง
กว่าสิบวันมานี้เยว่ช่างม่านเอาแต่ฝึกควบคุมพลังลมปราณไม่หยุด จนลี่ฟางเริ่มกังวล เพราะการพักผ่อนก็นับว่าสำคัญทั้งเม็ดยาระดับกลางก็ไม่เหลือแล้ว หากคุณหนูอยากฟื้นลมปราณคงไม่ง่ายอีกลี่ฟางมองดูเยว่ช่างม่านด้วยความเป็ห่วง
"ลี่ฟาง เ้าช่วยเตรียมสมุนไพรตามนี้ให้ข้าที"
เยว่ช่างม่านยื่นกระดาษให้ลี่ฟางก่อนนางจะเดินไปหยิบเอาเตาหลอมโอสถสีทองแดง ลักษณะค่อนไปทางเก่าใบหนึ่งมันถูกทิ้งไว้ในห้องตำรา เยว่ช่างม่านจึงหยิบออกมายังหน้าเรือนไม้
"คุณหนู สิ่งนี้คือ"
ลี่ฟางเอ่ยด้วยความสงสัยด้วยนางไม่มีความรู้ด้านการหลอมโอสถมากนัก
"ข้าควบคุมไฟได้แล้ว เลยอยากลองหลอมยาขั้นต้นดู หากทำได้ข้าจะหลอมโอสถไว้ใช้เอง" เยว่ช่างม่านเอ่ยราวกับว่าการหลอมโอสถทำได้ง่ายดายนัก
"เช่นนั้น บ่าวจะไปดูรอบๆ ว่ามีตามนี้หรือไม่นะเ้าคะ" ลี่ฟางตอบรับก่อนจะออกไปเก็บสมุนไพรในมิติ
เยว่ช่างม่านหลับตาใช้สมาธิรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือ ส่งเปลวไฟสีน้ำเงินไปยังเตาหลอมโอสถเมื่อถอนมือออก ก็พอดีกับลี่ฟางที่กลับมาแล้ว
"คุณหนู น้ำในเทียบยานี้ ใช้น้ำทิพย์ได้หรือไม่เ้าคะ" ลี่ฟางเอ่ยก่อนจะวางกระบอกไม้ไผ่ ที่ตักน้ำในทะเลสาบมาวางไว้ให้
"ได้สิ ข้ามิรู้เลยว่าท่านแม่มีน้ำทิพย์เป็ทะเลสาบในมิตินี้ได้อย่างไรแต่เพียงหยดของน้ำทิพย์นี้ ผู้คนภายนอกต่างก็เข่นฆ่ากันเพื่อแย่งชิงสิ่งนี้หากเ้าได้เห็นแล้วล่ะก็ คงขบขันน่าดูเชียวล่ะพี่ลี่ฟาง"เยว่ช่างม่านโคลงศีรษะเบาๆ
เยว่ช่างม่านเอาสมุนไพรที่ลี่ฟางเก็บมาพินิจเมื่อแน่ใจว่าตรงตามตำรานางก็ใช้ลมปราณส่งสมุนไพรเข้าไปยังเตาหลอมที่อุ่นร้อนรอแล้วก่อนจะเริ่มส่งเปลวไฟเข้าไปไม่หยุด
ผ่านไปกว่าสามชั่วยามเยว่ช่างม่านเหน็ดเหนื่อยมิน้อย ใบหน้างามยามนี้ มีเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากมน
ลี่ฟางมองไปยังเตาหลอมทองแดงสลับกับมองคุณหนูด้วยความเป็ห่วง
'ทำไมยังไม่ได้อีกนะในตำราบอกจะใช้เวลาหลอมสี่ชั่วยาม นี่ก็สามชั่วยามกว่าแล้ว ผิดพลาดตรงที่ใดกัน'เยว่ช่างม่านขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิดอย่างวิตก
เกิดเสียงกระทบกุกกักเสียงเม็ดยาสะท้อนไปมาในเตาหลอม ทำให้เยว่ช่างม่านโล่งใจมากยิ่งขึ้นเร่งปล่อยพลังลมปราณใส่เตาหลอมมากกว่าเดิมเพื่อให้เม็ดยากลั่นตัวได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
'เสร็จแล้ว!' เยว่ช่างม่านยกยิ้มอย่างดีใจก่อนจะถอนมือออก
ลี่ฟางที่เฝ้ามองเยว่ช่างม่านอยู่ไม่ห่างนางแย้มยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้มภูมิใจ น้ำตาเอ่อคลอหน่วย 'เหมือนกันไม่มีผิดฮูหยิน คุณหนูเหมือนท่านมากเหลือเกินเ้าค่ะ'
ยาเสริมปราณขั้นต้นเม็ดสีดำสนิทราวไข่มุกสีนิล บ่งบอกได้ดีว่ายานี้มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนนับว่ามีราคาสูงมากนักหากอยู่ภายนอก เยว่ช่างม่านรีบนับเม็ดยาด้วยความตื่นเต้นหนึ่งร้อยแปดเม็ด!
"พี่ลี่ฟาง ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าหลอมยาได้หนึ่งร้อยแปดเม็ดเชียวล่ะ ท่านดูสิ!ข้าใช้เวลาไปแค่สามชั่วยามกว่าเองด้วย"เยว่ช่างม่านว่าพลางะโโลดเต้นอย่างยินดี ลืมสิ้นความเหน็ดเหนื่อยเมื่อครู่
"ยินดีด้วยเ้าค่ะคุณหนู" ลี่ฟางยกยิ้มทั้งน้ำตานางยินดีกับความสำเร็จก้าวแรกของคุณหนูน้อย
"ข้าเหลือลมปราณอีกไม่ถึงครึ่งแล้ว ท่านช่วยหาสมุนไพรตามนี้ทีข้าจะหลอมยาเสริมปราณขั้นกลางเลยก็แล้วกัน"
เยว่ช่างม่านหมายใจว่าจะเลื่อนขั้นหลอมโอสถให้อยู่ในระดับเดียวกันกับการฝึกยุทธ์ เช่นระดับยุทธ์ขั้นก่อเกิดและระดับหลอมิญญาก็สามารถหลอมโอสถขั้นกลางได้เป็ต้น
"เ้าค่ะ" ลี่ฟางไม่แย้งแต่อย่างใด นางรีบออกไปเก็บสมุนไพรตามที่เยว่ช่างม่านร้องขอ
เยว่ช่างม่านนั่งทบทวนตำราโอสถโบราณที่จดจำได้หมดแล้วในความทรงจำ ก่อนจะนึกย้อนไปถึงยาบำรุงโลหิตของมารดาที่คุณหนูใหญ่ กู้เหลียนหลินเคยให้แก่นางไว้
'เป็ตัวใดกันนะไม่เห็นมีในตำราเลย อืม ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมี รากโลหิตั ใบนิรมิตสี่ทิศแล้วอะไรอีก'เยว่ช่างม่านหยุดความคิดลงเพียงเท่านั้นเมื่อลี่ฟางเข้ามาแจ้งว่าหาครบแล้ว
"ขอบคุณ"
เยว่ช่างม่านตรวจสมุนไพรอย่างละเอียดเมื่อเห็นว่าตรงตำราทุกประการ นางก็รีบใส่ในเตาหลอมก่อนจะส่งลมปราณไปยังเตาหลอมอย่างต่อเนื่อง
สี่ชั่วยามต่อมามีกลิ่นหอมอ่อนจางๆ ของสมุนไพร ลอยโชยออกมาจากเตาหลอมเยว่ช่างม่านอมยิ้มอย่างยินดี แม้ยามนี้นางจะสูญเสียปราณไปกว่าเก้าส่วนใบหน้าซีดเซียวไร้เื ร่างกายสั่นไหวน้อยๆ แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่นางก็รู้สึกว่าคุ้มค่านัก
ความอ่อนล้าของเยว่ช่างม่านทำให้ลี่ฟางที่เฝ้ามองอยู่รู้สึกเป็ห่วง แต่ด้วยกลัวคุณหนูจะเสียสมาธินางจึงไม่กล้าเอ่ยคำใด ได้แต่หวังให้หลอมยาเสร็จไวๆ เท่านั้น
'อีกนิดเดียวนิดเดียวเท่านั้น!' เยว่ช่างม่านเพ่งสมาธิไปยังเตาหลอมไม่หยุดหากแต่ยาบำรุงโลหิตของแม่นมเผิงซี กลับลอยเข้ามาในห้วงความคิด
'นึกออกแล้ว!ส่วนผสมอีกอย่างคือ พิษแมงป่องดำ!'
อึก!พรวด! เยว่ช่างม่านกระอักเืออกมา นางทรุดกายลงหน้าเตา พร้อมๆ กับเตาหลอมที่หลอมยาได้เสร็จทันเวลาพอดี
"คุณหนู!" ลี่ฟางปรี่ร่างไปรับเยว่ช่างม่านไว้อย่างรวดเร็วอารามตระหนกใยิ่ง
'ทำไมกันทำไมกัน นางให้ยาพิษสลายห้าธาตุกับข้าอย่างนั้นหรือ ทำไมกัน' เยว่ช่างม่านครุ่นคิดทรมานใจ ทั้งยังปวดร้าวไปทั้งร่าง สมาธิแตกซ่าน ธาตุไฟเข้าแทรกทำให้พลังปราณย้อนกลับทำร้ายตัวนางเอง
เยว่ช่างม่านรู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าของร่างกายและจิติญญาราวกับว่าร่างกายของนาง พร้อมแตกสลายหายไปได้ทุกเมื่อ ดวงตากลมโตปรือปิดอย่างช้าๆนางล้มคอพับไปในอ้อมแขนของลี่ฟาง
เมื่อเห็นเยว่ช่างม่านหายใจรวยรินอ่อนแรงราวกับจะดับสลายไปได้ทุกเมื่อลี่ฟางก็รีบล้วงเอาโอสถทิพย์ขั้นราชันย์เม็ดสุดท้ายที่มี รีบป้อนใส่ปากของคุณหนูยามนี้ลี่ฟางรู้สึกตื่นกลัวจับใจ ใบหน้าของนางขาวซีด มองเยว่ช่างม่านน้ำตาคลอหน่วย
ทวีปใต้กาลอาณาจักรปฐีเร้นลับ
จวนอัครมหาเสนาบดีกู้แคว้นเจียง
กู้เหลียนเหลินจ้องมองมารดาแววตาไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก นางเห็นท่าทางผิดปกติของกู้ฮูหยินคล้ายว่าไม่้าให้นางกลับมายังจวนเสมือนทั้งกลัวทั้งรังเกียจนางอย่างไรอย่างนั้น
กู้ฮูหยินพยายามทำใจดีสู้เสือนางมองหน้าบุตรสาวอย่างไม่คิดหลบเลี่ยง ฝืนยกยิ้มอย่างยากลำบากพลางเอ่ย
"จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไรกันหลินเอ๋อร์ เ้ากลับมาแม่ย่อมดีใจอย่างที่สุดเช่นนั้น แม่จะให้คนเตรียมมื้อเย็นไว้ต้อนรับเ้ากลับมาดีหรือไม่"กู้ฮูหยินเบี่ยงประเด็น ก่อนจะออกเดินนำบุตรสาวกลับเรือนใหญ่ของตนเอง
"ท่านแม่ ลูกมีสหายมาพักด้วยสามนาง ท่านแม่คงไม่ว่าอะไรนะเ้าคะ"กู้เหลียนหลินบอกเสียงเรียบ ดวงตาจับจ้องมองแผ่นหลังของผู้เป็มารดา
"ย่อมได้ เรือนของลูกกว้างขวาง ให้พวกนางพักด้วยก็ดี"กู้ฮูหยินยังคงเร่งฝีเท้ากลับเรือนใหญ่ นางตอบทั้งที่ไม่หันกลับมองกู้เหลียนหลิน
"ท่านแม่" กู้เหลียนหลินเอ่ยเรียกมารดาที่เดินทิ้งห่างตนเองราวกับจงใจ
"แม่มีกิจมากนัก เ้าไปพักก่อนเถอะ ไว้พบกันที่ห้องโถงเย็นนี้”มารดาเอ่ยตัดบท ไม่สนว่าบุตรสาวจะพูดสิ่งใด ก่อนจะรีบปิดประตูไม้ของเรือนใหญ่ลงกลอนอย่างแ่า
กู้เหลียนหลินยืนนิ่งนางมองไปยังเรือนของมารดาด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะออกเดินกลับไปยังเรือนของตนเองเพื่อพบกับสหายทั้งสาม พวกนางรวมกลุ่มจิบชาอยู่กลางศาลาเริ่มสนทนาแย้มยิ้มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
"คราวนี้ฟังว่าอวิ๋นอันโหรว นางจะเป็ตัวแทนสำนักเซียนโอสถด้วยเ้าต้องจัดการนางให้สิ้นซากนะ" สตรีรูปร่างอ้วนเอ่ยเสียงเย็นพลางหยิบขนมส่งเข้าปาก
"คราวนี้ ข้าเชื่อว่าฝ่าาได้ประจักษ์ในวรยุทธ์ของเ้าจะต้องมีการเปลี่ยนพระคู่หมั้นขององค์รัชทายาทแน่ บุตรสาวแม่ทัพแล้วอย่างไรเ้าเอง ก็เป็ถึงบุตรสาวอัครมหาเสนาบดีเช่นกัน หลินเอ๋อร์เ้าคือความหวังของสำนักบุปผาไร้เงาของเราเลยนะ"สตรีรูปร่างผอมเอ่ยอย่างภูมิใจแทนกู้เหลียนหลิน
"หลินเอ๋อร์ เ้าทั้งงดงามวาสนาสูงส่ง ดูเรือนของเ้าเถอะกว้างขวางงดงามจริงๆ เลยคุณสมบัติของเ้านับว่าเหมาะสมกับว่าที่พระชายาองค์รัชทายาทเจียงเว่ยหลงเป็ที่สุด"หญิงงามหน้าตาจิ้มลิ้ม เอ่ยเอาใจกู้เหลียนหลินอย่างออกหน้าออกตา
"พวกเ้าก็กล่าวเกินไป ข้าเพิ่งขึ้นระดับหลอมิญญาขั้นกลางนับว่ายังอ่อนหัดนัก ไหนเลยจะสู้พี่อวิ๋นอันโหรวได้ อีกอย่างองค์รัชทายาทก็ไม่ได้ชอบข้าเสียหน่อย" กู้เหลียนหลินกล่าวอย่างถ่อมตนนางหลุบตาต่ำพลางยกชาขึ้นจิบ
"หลินเอ๋อร์ เ้ามีรูปโฉมเป็เอก ทั้งยังตระกูลสูงส่งถึงเพียงนี้ผู้ใดจะกล้าว่าเ้าไม่เหมาะสมกันเล่า คอยดูเถอะศิษย์สำนักเทพกระบี่ต้องแย่งชิงเ้ากันไม่เว้นแม้แต่องค์รัชทายาทเจียงเว่ยหลง"สหายรูปร่างอ้วนจีบปากจีบคอเอ่ยอย่างสนุกสนาน