ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง

    50 ฝีมือหมิ่นชุน

             หยางหลีเหว่ยควบม้านำองครักษ์หน่วยหยกทมิฬออกจากค่ายทหารไปดูร่องรอยสถานที่เกิดเหตุ เมื่อฟังสิ่งที่มือปราบผู้หนึ่งเล่าจนครบถ้วนก็ขมวดคิ้ว

             “ท่านอ๋อง นี่เป็นฝีมือเผ่าหมาป่าอย่างแน่นอน” กุนซือเฉาที่ติดตามมาด้วยสรุปออกมา “ม่านนิทรานั่น ข้าเคยถูกเจ้าโจรหมิ่นโรยใส่ที่กลางป่าคราหนึ่ง ดีที่สั่งคนกระโจนลงน้ำได้ทันจึงรอดมาได้”

             “หมาป่าถ่อย มันคิดจะหยามเกียรติข้าจึงได้ลักพาตัวหนานกงมี่ไป ป่านนี้คงมุ่งหน้าออกชายแดนแล้ว มีคนกลับมารายงานหรือยัง”

             องครักษ์จวนอ๋องทั้งแปดล้วนละอายใจ พวกเขาจึงได้ออกตามหาคนร้ายพร้อมกับมือปราบกลุ่มใหญ่ องครักษ์เหล่านั้นมิใช่คนของหน่วยหยกทมิฬ เป็นเพียงทหารฝีมือดีที่ถูกคัดเลือกมาให้ดูแลความปลอดภัยในจวนอ๋อง

             เสียงฝีเท้าม้าควบมาใกล้ มือปราบผู้หนึ่งที่อ๋องหยางคุ้นหน้าลงจากหลังม้ามาทำความเคารพ

             “ท่านอ๋องขอรับ มีคนเห็นคนร้ายพวกนั้นมุ่งหน้าไปเมืองจู๋หลิง รองผู้บัญชาการหนานกงบอกว่าน่าจะเป็นคนเผ่าหมาป่า”

             “หนานกงโจวตามไปแล้วหรือ”

             “ขอรับ พอได้ยินว่าชายารองหนานกงถูกโจรจับตัวไป รองผู้บัญชาการหนานกงโจวก็รีบยกพลตามไปทันที”

             หนานกงโจวเป็นพี่ชายต่างมารดากับหนานกงมี่       นับเป็นผู้มีฝีมือทั้งบุ๋นและบู๊ผู้หนึ่ง ตำแหน่งรองผู้บัญชาการสำนักมือปราบของเขามิใช่ได้มาเพราะอำนาจบารมีของบิดา มือปราบทั้งเมืองเฉินม่ายล้วนให้ความเคารพและยอมรับคนผู้นี้อย่างสนิทใจ

             หยางหลีเหว่ยสีหน้าเคร่งเครียด “ตามทันหรือไม่”

             “ตามทันอยู่คราหนึ่งขอรับ ทว่าพวกเขากลับดักซุ่มโจมตีในป่า ดีที่ฝ่ายเราหนีรอดมาได้”

             “เผ่าหมาป่าเชี่ยวชาญการหลบซ่อนในป่า ไม่ว่าจะป่าเล็กหรือป่าใหญ่ หากว่าพวกเขาหลบเข้าไปก็ยากจะหาร่องรอยพบ อีกอย่าง การโจมตีของพวกเขา หากหลบไม่เก่งก็ยากจะพ้นความตาย” หยางหลีเหว่ยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะร้องสั่งการด้วยเสียงอันดัง “หน่วยหยกทมิฬเตรียมตัวออกเดินทางทันที”

             “ขอรับ!” เสียงตอบรับขององครักษ์กลุ่มใหญ่ ทำเอามือปราบที่มาส่งข่าวถึงกับสะดุ้ง

             “เจ้าไม่ต้องนำทาง ข้ารู้ว่าจะต้องตามโจรกลุ่มนั้นไปที่ใด เจ้าเองเดินทางไปกลับคงจะเหน็ดเหนื่อย กลับไปพักผ่อนเถิด”

             “ขอบคุณท่านอ๋อง” มือปราบหนุ่มประสานมือค้อมศีรษะคารวะก่อนจะขี่ม้าจากไป

     

             ม้าขบวนใหญ่ควบออกไปประตูเมืองด้านทิศตะวันตก หน่วยหยกทมิฬออกรบพร้อมกับอ๋องหยางมานานปี ทุกคราที่เกิดเหตุด่วนเหตุร้าย พวกเขาแต่ละคนรู้หน้าที่เตรียมข้าวของในการออกรบพร้อมรอนแรมรุกไล่ศัตรู

             หยางหลีเหว่ยมีเรือนพักหลังใหญ่ในเมืองจู๋หลิงและตำบลเล็กๆ ที่ชายแดน ละแวกที่เขาเคยสู้รบกับแคว้นเว่ยและเผ่าหมาป่า ดังนั้นเสื้อผ้าจึงไม่จำเป็นต้องเตรียมไปด้วย ขอเพียงอาวุธพร้อมก็เดินทางได้

             คนของเผ่าหมาป่าเห็นขบวนของอ๋องหยางออกจากประตูเมืองไปแล้วก็รีบกลับไปแจ้งข่าวให้หมิ่นชุนได้ทราบ

             “อ๋องหยางไปแล้ว คราวนี้ข้าจะสร้างผลงานใหญ่ บุกคุกใต้ดินเมืองเฉินม่ายชิงตัวหัวหน้าสิบเอง” หมิ่นชุนยกยิ้มมุมปาก เขาฝึกวรยุทธ์อยู่ในป่าเขาเนิ่นนาน กว่าพี่ใหญ่จะยอมให้ติดตามมายังเมืองนี้ต้องอ้อนวอนขออยู่นาน  

             กำลังพลของเมืองเฉินม่ายมีจำนวนมากกว่าที่เมืองจู๋หลิง แต่หลังจากศึกใหญ่ชายแดน อ๋องหยางที่ดูแลทั้งสองเมืองจึงได้แบ่งไพร่พลส่วนหนึ่งไปช่วยรักษาการณ์ที่ชายแดน

             หมิ่นชุนชี้ให้หัวหน้าหน่วยทหารที่ติดตามตนมามองดูซุ้มประตูทางเข้าค่ายทหารของเมืองเฉินม่าย

            “พวกเขาใช้ผ้าคลุมหน้าของข้าไว้ตอนที่พาข้าเข้าและออกจากค่ายทหารเพื่อไม่ให้ข้าจำเส้นทางข้างในได้ พวกมันคงไม่รู้ว่าข้าฝึกฝนอยู่ในถ้ำลับนานเพียงใด เส้นทางแค่นี้ ต่อให้ควักลูกตาออก ข้าก็จำเส้นทางได้”

            “คุณชาย ท่านจำได้จริงหรือขอรับ”

             “จริงสิ ตอนที่ข้าอยู่ข้างใน มองจากหน้าต่างเล็กๆ เห็นกิ่งไม้ที่ดูประหลาดกิ่งหนึ่ง แต่ส่วนด้านหน้านี้ไม่มี อาจจะเป็นด้านข้าง พวกเราไปดูกันเถิด”

             หมิ่นชุนพาคนทั้งกลุ่มอ้อมไปด้านข้างเพื่อหากิ่งไม้ที่เขามองเห็นจากหน้าต่างห้องขัง ยามนั้น ดวงตาของเขาอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นมาก เด็กหนุ่มคะเนว่านั่นก็คือกิ่งไม้ที่อยู่สูง

             “ต้นไม้ต้นนั้น น่าจะสูงมากทีเดียว” เขาพูดพลางสำรวจไปตามรั้วด้านข้างค่ายทหาร กระทั่งไปสะดุดที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง “นั่น เป็นต้นไม้ต้นนั้นแน่”

             หมิ่นชุนกะระยะดูแล้วเห็นว่าคุกที่หัวหน้าสิบถูกขังอยู่ น่าจะอยู่ค่อนไปด้านหลังของค่ายทหาร

            “พวกเจ้าตามข้ามา ระวังด้วยเล่า อย่าส่งเสียง ไม่อย่างนั้น พวกเราอาจจะไม่รอดชีวิตออกไป”  

             คืนนี้ท้องฟ้าไม่ถึงกับสว่างมาก แต่ก็เห็นต้นไม้ใบหญ้าได้ชัด เขาเล็งตำแหน่งก็กิ่งไม้นั้นแล้วบอกผู้ติดตามถึงตำแหน่งคุกใต้ดินที่คาดว่าจะเป็นคุมขังหัวหน้าสิบ

            

             เมื่อรู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของคุกใต้ดินที่ขังคนของตน หมิ่นชุนก็สั่งให้ทหารค่อยๆ เซาะกำแพงเป็นรูหมาลอดแล้วมุดเข้าไปซ่อนตัวทีละคน

             มุมที่พวกเขาลอบเข้าไปเป็นมุมที่มีหญ้าขึ้นรก ทำให้ยากจะสังเกตเห็น หมิ่นชุนมิได้ประมาท เขาสั่งให้ทหารส่วนหนึ่งไปหาจุดที่จะหลบหนีออกจากค่ายทหารเพิ่มเติม

             “ยามหนี จะต้องกระจายตัวกันเป็นสามกลุ่ม เพื่อให้พวกมันเดาทางไม่ถูก มุ่งหน้าไปพบกันที่ป่า

             หมิ่นชุนมุดเข้าไปเป็นคนแรก เขาชี้ให้ทหารเผ่าหมาป่าดูตัวเรือนขนาดเล็กที่ไม่น่าสนใจด้านข้าง

            “ข้าถูกขังไว้ใต้เรือนนั้น”

             “อ๋องหยางฉลาดจริง หากคนภายนอกบุกเข้ามา คงเดาไม่ออกว่านั่นคือคุกที่คุมขังนักโทษสำคัญ” หัวหน้าหน่วยทหารผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

             “มีทางเดินใต้ดินเชื่อมมาจากอาคารใหญ่หลังนั้น”ปลายนิ้วของเด็กหนุ่มชี้ให้คนของตนดู

             “ไม่ไกลกันนัก หากมีทางลับเชื่อมถึงกันก็สามารถ”

             “ขาเข้า พวกเขาพาข้าเดินเข้ามาจากทางโน้น แต่ขากลับดูเหมือนจะพาข้าออกอีกทาง” เด็กหนุ่มทบทวนความจำ ตอนนั้นเขาถูกผ้าสีดำครอบหัวไว้และถูกเชือกมัดมือ ด้านหลังมีคนใช้ด้ามกระบี่กระทุ้งให้เดินไปเรื่อยๆ “ไม่ไกลเท่าตอนมา ข้าว่าพวกเขาต้องมีทางลัด”

             “เช่นนั้น คุณชายก็รีบนึกเข้าเถิด”

             หมิ่นชุนหลับตาลง การฝึกฝนแบบทายาทหมาป่าที่ใช้วิธีแสนป่าเถื่อนของท่านปู่ ทำให้เขามีความสามารถในการจดจำทุกสิ่งในความมืดได้อย่างแม่นยำ   

             ไม่นานนักเด็กหนุ่มก็พอจะเดาทางเข้าลับเพื่อไปยังห้องขังใต้ดินได้ เขาจึงนำทางทหารฝีมือดีสามคนเข้าไปด้านใน

             “ปล่อยม่านนิทราแล้วแบกหัวหน้าสิบออกไป การช่วงชิงที่ไม่เสี่ยงจึงนับเป็นยอดกลยุทธ์”

             “ขอรับ คุณชาย”

             ท่ามกลางความมืด ในคุกใต้ดินค่ายทหารเมืองเฉินม่ายเกิดม่านควันสีขาวขุ่นลอยคลุ้ง คนทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทหารเฝ้าคุกหรือนักโทษล้วนสิ้นสติไปตามๆ กัน

             ทหารที่เดินลาดตระเวนภายนอกมองเห็นความปกติ ร้องเอะอะโวยวายให้จับผู้บุกรุก ทว่าก็ไม่ทันแล้ว ทหารหมาป่าแยกหนีเป็นสามกลุ่ม หมิ่นชุนนำทางทหารที่แบกร่างบาดเจ็บสาหัสของหัวหน้าสิบหลบหนีออกจากค่ายไปได้

     

             ม้าเร็วร้อยลี้แห่งเฉินม่ายเป็นกองทหารที่ถูกฝึกมา  เพื่อส่งข่าวโดยเฉพาะ พวกเขามีความชำนาญในการควบม้าได้อย่างว่องไว ซ้ำยังสามารถขี่ม้าไปยังเส้นทางที่แสนพิสดารเกินกว่าคนทั่วไปจะทำได้

             ทันทีที่เกิดการปล้นคุก รองแม่ทัพก็ส่งม้าเร็วร้อยลี้ผู้หนึ่งให้ออกไปส่งข่าวถึงอ๋องหยาง

             หยางหลีเหว่ยออกจากประตูเมืองก็ไปรั้งอยู่สถานีพักม้านอกเมือง

             “เหตุใดจึงไม่เร่งเดินทางติดตามโจรกลุ่มนั้นไปเล่า” เฉาเฟิงถึงกับขมวดคิ้วเมื่ออ๋องหยางชี้ให้แวะที่สถานีพักม้า”

             “ข้าเกรงว่าพวกมันทำการบุ่มบ่ามในครั้งนี้เพราะมีแผนซ้อนแผน เจ้าไม่รู้สึกหรือว่าพวกมันเลือกลักพาตัวชายารองของข้าเพื่อล่อให้ข้าออกจากเมือง”

     

    ******************



    คล้ายกับเรื่องฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390