ราชันเวทเทพองเมียว

    87 เหตุแทรกซ้อนที่หมู่บ้านชาวประมง (1)

    “นี่ ข้าว่าจะถามเจ้าตั้งนานแล้ว พวกเรากลายเป็นนิกายชินกง สายคางาวะได้อย่างไร”

    โนะฮิเมะเอ่ยถามขณะนั่งอยู่หลังนกพิราบ ซึ่งกำลังบ่ายหน้าไปทางผืนน้ำกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

    “อ้อ ใบสุทธิ*น่ะ”

    “หือ?”

    “ยังไงก็ต้องเผื่อพบคนของทางการ พระมีสังกัดย่อมดีกว่าพระเถื่อนไร้สังกัดอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ ข้าเลยขอให้หลวงพ่อทำให้”

    “หลวงพ่อรูปที่กวาดลานวัด ที่เจ้าบอกสนิทกันนั่นนะ”

    “อืม ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปเยี่ยมท่านอีก ท่านเหมาะเป็นคู่สนทนาดี ข้าบ่นนู่นนี่ตั้งนานท่านเอาแต่ยิ้ม แถมทุกครั้งก่อนข้าจะขอลา ท่านยังเล่านิทานธรรมะให้ฟังด้วย อย่าง...”

    “ข้าหมดคำถามแล้วล่ะ”

    โนะฮิเมะชิงพูดตัดบท

    “แต่ข้ามีคำถามนะ เดี๋ยวพวกเราก็จะพบทานูกิเฒ่าแล้ว ข้ายังไม่รู้แผนการของเจ้าเลย จำได้ใช่ไหมกองทัพทานูกิน่ากลัวเพียงใด ต่อให้ใช้พี่เข็มเย็บผ้าจัดการปรสิตแฝงร่าง ใช่ว่าพวกนั้นจะยืนนิ่ง ๆ ให้ลงมือได้ตามสบายหรอกนะ”

    “เรื่องนั้นน่ะหรึอ คืออย่างนี้...”

    “อา!”

    แผนการพร้อมเหลือเพียงลงมือ อาจไม่ใช่แผนที่ไร้ช่องโหว่ แต่นี่คือแผนที่เป็นไปได้มากที่สุด

     

    หมู่บ้านชาวประมง

    ทั้งสองเสียเวลาในเมืองนานิวะอยู่นาน กว่าจะสลัดหลุดคนติดตามได้ ด้วยเหตุนี้กว่าจะถึงหมู่บ้านชาวประมงพระอาทิตย์ก็คล้อยต่ำ 

    ในใจของต้าหมินรู้สึกเหมือนจากที่นี่ไปนาน แต่เขาไม่เคยลืมเลือน ชีวิตยามอ่อนแอช่างยากลำบาก ถึงแม้ตอนนี้ตนค่อนข้างแข็งแกร่ง พรรคพวกมากมาย อีกสหายก็ไม่ธรรมดา ทว่านี่คือโลกแห่งความจริงอันโหดร้าย จำต้องถือหลักรอบคอบระมัดระวังให้มั่น

    เอาน่า อาจมีเผลอไผลประมาทบ้าง แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ไม่ใช่เหรอ

    นกพิราบร่อนลงตรงดงไม้ริมหาด ห่างจากหมู่บ้านแค่พอเห็นหลังคาลิบ ๆ ใกล้พอสอดแนม

    ด้วยยามนี้เขาไม่ใช่คนตัวเปล่าแบบเดิมอีกแล้ว ก่อนที่นกจะร่อนลงพื้น ต้าหมินส่งหน่วยเฝ้าระวังลงไปก่อน มือขวาทำท่ามุทรา หนังสุนัขป่าลอยวืดออกจากอกเสื้อ พลันกลายร่างเป็นลูกสุนัขตัวน้อยทำจมูกฟึดฟัดมองหาสิ่งแปลกปลอม 

    เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยระดับหนึ่ง ยันต์ชิกิงามิปลิวว่อนออกจากแขนเสื้อแล้วกลายเป็นนักดาบโคจิกับพลทหารอีกเก้าคนรวมเป็นหนึ่งหมู่ เขาไม่แน่ใจว่าทหารสมัยนี้จัดหมวดหมู่กันอย่างไร เลยได้แต่ใช้ความรู้สมัยเรียนนักศึกษาวิชาทหาร จัดหนึ่งหมู่คือสิบนาย

    ภายใต้การนำของโคจิ ทหารกระจายกำลังคุ้มครองจุดร่อนลง

    ความจริงเขาอยากอัญเชิญออกมาทั้งหมวดห้าสิบคนด้วยซ้ำ หลังเติมเต็มห่อผ้าด้วยแคร่อาวุธในจวนเจ้าเมือง ตอนนี้เขาพอมีอาวุธให้ทหารครึ่งหนึ่งแล้ว

    เมื่อเท้าแตะพื้น ค่อยส่งผีเสื้อออกไปเพื่อสำรวจตรวจสอบ

    เด็กหญิงอมยิ้มในหน้า รู้สึกยินดีที่สิ่งซึ่งเธอพร่ำบอกมาตลอดบัดนี้เริ่มผลิดอกออกผล หากยังรอบคอบแบบนี้ต่อไปเชื่อได้ว่าต่อให้เผชิญกองทัพทานูกิก็ยังพอเอาตัวรอดได้ เธอรู้ดีเวลาต้นไม้ใหญ่หักโค่นฝูงวานรกระจัดกระจายนั้นรสชาติเป็นเช่นไร

    ความมั่นคงปลอดภัยที่เคยมีเกิดสั่นคลอน

    ลึก ๆ ในใจเธอรู้ว่าตาแก่ยังมีชีวิตอยู่ สายสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายและคนในปกครองทำให้เธอมั่นใจ แต่ทำไมข่าวสารเงียบหายไม่ส่งข่าวใดกลับมา อันนี้เธอพอคาดเดาได้ ตาแก่น่าจะกำลังรักษาตัวในที่ปิดลับอยู่ การส่งข่าวใด ๆ เท่ากับเปิดเผยที่อยู่ของตน ศึกนครเฮอันสร้างศัตรูให้ตาแก่ไม่น้อย ต่อให้อยู่ในระดับเทพเทวาก็ใช่ไร้เทียมทาน 

    เธอเคยได้ยินตาแก่เล่าถึงยอดนักดาบที่ตายเพราะดังโงะติดคอ ตายแบบนี้ช่างน่าอดสูนัก

     

    ผีเสื้อส่งข่าวกลับมา

    ไม่มีทานูกิเฒ่า

    พ่อแม่พี่น้องของชินโนสุเกะยังอยู่ดี

    ชินโนสุเกะไม่อยู่ บ่ายคล้อยขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะออกทะเล น่าจะมีปัญหา

    มือขวาทำท่ามุทราอัญเชิญนกอีกจำพวกหนึ่งไว้สนทนา

    นกแก้ว

    นกแก้วใช่เป็นสัตว์ที่มีถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติในญี่ปุ่นหรือไม่ ข้อนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่นานิวะคือเมืองแห่งการค้า สัตว์หายาก สัตว์แปลก ๆ ใช่ว่าจะมีวางขายทั่วไป จำต้องใช้เส้นสาย ในฐานะบุตรสาวของสมาชิกกลุ่มการค้า พี่สาวนิชิหามาได้สองตัว เพียงขอยืมมาศึกษาอากัปกิริยาสักวันสองวัน ถึงคนขายไม่อาจตัดใจขายก็ไม่มีปัญหา

    นกแก้วท้องเหลืองปีกสีฟ้าจะงอยปากงองุ้ม เหินบินออกจากชายป่า

    “สวัสดี สวัสดี”

    เสียงนกร้องดังอยู่นอกบ้าน

    น้องสาวน้องชายเงยหน้าขึ้นจากการละเล่น มองเห็นนกพูดได้อยู่บนต้นไม้ แรกเริ่มตกใจ ต่อมาตื่นเต้นด้วยไม่เคยเห็นนกพูดได้มาก่อน

    “สวัสดี ข้ามาหาชินโนสุเกะ ชินโนสุเกะ” นกแก้วร่อนลงบนกำแพงรั้ว

    “พี่ชายไม่อยู่” น้องสาวทำใจกล้า เดินเข้าใกล้หวังลูบขน

    “ไม่อยู่ ไม่อยู่ ไปไหน”

    “ไม่รู้” น้องชายแอบอยู่ด้านหลัง ท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ

    “มารดาพวกเจ้าอยู่ไหม”

    ทั้งสองพยักหน้า

    “ตามมาให้หน่อย ให้หน่อย” 

    นกแก้วส่งเสียงพลางขยับคอขึ้นลง บางจังหวะถือโอกาสไซ้ขน เหมือนกับนกจริงจนยากแยกออกว่านี่คือภูตรับใช้

    ต้าหมินผู้บังคับนกอยู่แต่ไกล รู้สึกกินแรงอย่างยิ่ง ปกติชิกิงามิใช่จะพูดได้ถึงมีร่างมนุษย์ก็เถอะ หากอยากบงการให้พูดต้องใช้พลังวิญญาณมหาศาล ยังดีที่เขาเป็นอัจฉริยะ คนไม่ได้ใช่สัตว์จะไม่ได้ จึงก่อเกิดตำนานนกพูดได้ขึ้น น่าเสียดายไม่มีใครบันทึกว่านี่คือชิกิงามิกลับจดจำว่าเป็นปีศาจนกแทน

    มารดาของชินโนสุเกะเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ามึนงงกึ่งขบขัน เธอคิดว่าลูกชายลูกสาวรวมหัวกันแกล้งเธอ มีอย่างที่ไหนจะมีนกพูดได้มาขอคุยกับตน เกิดมาจนอายุปูนนี้ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน

    กระทั่งวันนี้ที่ได้ยินกับหู เห็นกับตา คุยกับปาก

    “สวัสดี สวัสดี ข้าเป็นสหาย ชินโนสุเกะไปไหน”

    หญิงวัยกลางคนใบหน้าหยาบกร้านแทบล้มทั้งยืน ไม่คิดว่าเด็ก ๆ จะพูดความจริง ดีที่เธอรับรู้เรื่องเซียนและปีศาจมาจากลูกชายคนโต เลยไม่ได้ตกใจจนสิ้นสติ

    “เออ อา”

    ถึงไม่ตกใจแต่การพูดกับนก ยังไงก็เป็นเรื่องน่าตระหนกอยู่ดี

    นกแก้วเอียงคอเฝ้ามองอย่างอดทน พลางไซ้ขนไปด้วย

    “คือ เขาไปธุระกับผู้ใหญ่บ้านนะจ๊ะ ไปได้หลายวันแล้ว อ้อ ท่านผู้เฒ่าก็ไปด้วย”

    “ไปไหน ไปไหน”

    “ได้ยินว่าไปแหลมฟ้าผ่า...”

    หลังสอบถามจนได้ความ นกแก้วค่อยกล่าวอำลา

    “เธอคิดว่ายังไง” เด็กชายมองหน้าเด็กหญิง เขาพอมีแผนคร่าว ๆ แล้วแต่ยังไงขอความเห็นจากผู้อาวุโสดีกว่า

    “เรื่องนี้ผิดปกติ”

    เด็กหญิงทำหน้าครุ่นคิด

    “ข้าจำได้ ชินโนสุเกะเคยบอก บิดากับคนในหมู่บ้านไม่ค่อยถูกกันเท่าไร เพราะอย่างนั้นถึงได้ย้ายบ้านมาปลูกอยู่ปากทางเข้านั่นไง มีเหรอที่เขาจะไปทำธุระพร้อมกับผู้ใหญ่บ้าน ทั้งยังพาทานูกิเฒ่าที่ควรเก็บตัวเงียบไปด้วย”

    เด็กชายพยักหน้ายอมรับ เขาเคยได้ยินเรื่องนี้เหมือนกัน ความเจ็บแค้นในดวงตานั่นเป็นแรงผลักดันให้เขาเอาชนะความกลัว เดินทางไกลจากบ้านมุ่งหน้าเฮอัน ทำให้โชคชะตาของพวกเขาพาดผ่านซ้อนทับ

    “อา แหลมฟ้าผ่าคือที่นั่นสินะ”

    “อืม ที่ทุกระยะหนึ่งจะมีคนมาเก็บค่าคุ้มครอง”

     

    “รังโจรสลัด”

    ทั้งคู่กล่าวคำนี้ขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับประกายไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนขึ้นในดวงตา

     

    *ใบสุทธิ เอกสารแสดงวิทยฐานะหรือความประพฤติ ในที่นี้หมายถึงเอกสารแสดงชื่อและสังกัดของพระภิกษุ