“นี่ ข้าว่าจะถามเจ้าตั้งนานแล้ว พวกเรากลายเป็นนิกายชินกง สายคางาวะได้อย่างไร”
โนะฮิเมะเอ่ยถามขณะนั่งอยู่หลังนกพิราบ ซึ่งกำลังบ่ายหน้าไปทางผืนน้ำกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
“อ้อ ใบสุทธิ*น่ะ”
“หือ?”
“ยังไงก็ต้องเผื่อพบคนของทางการ พระมีสังกัดย่อมดีกว่าพระเถื่อนไร้สังกัดอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ ข้าเลยขอให้หลวงพ่อทำให้”
“หลวงพ่อรูปที่กวาดลานวัด ที่เจ้าบอกสนิทกันนั่นนะ”
“อืม ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปเยี่ยมท่านอีก ท่านเหมาะเป็นคู่สนทนาดี ข้าบ่นนู่นนี่ตั้งนานท่านเอาแต่ยิ้ม แถมทุกครั้งก่อนข้าจะขอลา ท่านยังเล่านิทานธรรมะให้ฟังด้วย อย่าง...”
“ข้าหมดคำถามแล้วล่ะ”
โนะฮิเมะชิงพูดตัดบท
“แต่ข้ามีคำถามนะ เดี๋ยวพวกเราก็จะพบทานูกิเฒ่าแล้ว ข้ายังไม่รู้แผนการของเจ้าเลย จำได้ใช่ไหมกองทัพทานูกิน่ากลัวเพียงใด ต่อให้ใช้พี่เข็มเย็บผ้าจัดการปรสิตแฝงร่าง ใช่ว่าพวกนั้นจะยืนนิ่ง ๆ ให้ลงมือได้ตามสบายหรอกนะ”
“เรื่องนั้นน่ะหรึอ คืออย่างนี้...”
“อา!”
แผนการพร้อมเหลือเพียงลงมือ อาจไม่ใช่แผนที่ไร้ช่องโหว่ แต่นี่คือแผนที่เป็นไปได้มากที่สุด
หมู่บ้านชาวประมง
ทั้งสองเสียเวลาในเมืองนานิวะอยู่นาน กว่าจะสลัดหลุดคนติดตามได้ ด้วยเหตุนี้กว่าจะถึงหมู่บ้านชาวประมงพระอาทิตย์ก็คล้อยต่ำ
ในใจของต้าหมินรู้สึกเหมือนจากที่นี่ไปนาน แต่เขาไม่เคยลืมเลือน ชีวิตยามอ่อนแอช่างยากลำบาก ถึงแม้ตอนนี้ตนค่อนข้างแข็งแกร่ง พรรคพวกมากมาย อีกสหายก็ไม่ธรรมดา ทว่านี่คือโลกแห่งความจริงอันโหดร้าย จำต้องถือหลักรอบคอบระมัดระวังให้มั่น
เอาน่า อาจมีเผลอไผลประมาทบ้าง แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ไม่ใช่เหรอ
นกพิราบร่อนลงตรงดงไม้ริมหาด ห่างจากหมู่บ้านแค่พอเห็นหลังคาลิบ ๆ ใกล้พอสอดแนม
ด้วยยามนี้เขาไม่ใช่คนตัวเปล่าแบบเดิมอีกแล้ว ก่อนที่นกจะร่อนลงพื้น ต้าหมินส่งหน่วยเฝ้าระวังลงไปก่อน มือขวาทำท่ามุทรา หนังสุนัขป่าลอยวืดออกจากอกเสื้อ พลันกลายร่างเป็นลูกสุนัขตัวน้อยทำจมูกฟึดฟัดมองหาสิ่งแปลกปลอม
เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยระดับหนึ่ง ยันต์ชิกิงามิปลิวว่อนออกจากแขนเสื้อแล้วกลายเป็นนักดาบโคจิกับพลทหารอีกเก้าคนรวมเป็นหนึ่งหมู่ เขาไม่แน่ใจว่าทหารสมัยนี้จัดหมวดหมู่กันอย่างไร เลยได้แต่ใช้ความรู้สมัยเรียนนักศึกษาวิชาทหาร จัดหนึ่งหมู่คือสิบนาย
ภายใต้การนำของโคจิ ทหารกระจายกำลังคุ้มครองจุดร่อนลง
ความจริงเขาอยากอัญเชิญออกมาทั้งหมวดห้าสิบคนด้วยซ้ำ หลังเติมเต็มห่อผ้าด้วยแคร่อาวุธในจวนเจ้าเมือง ตอนนี้เขาพอมีอาวุธให้ทหารครึ่งหนึ่งแล้ว
เมื่อเท้าแตะพื้น ค่อยส่งผีเสื้อออกไปเพื่อสำรวจตรวจสอบ
เด็กหญิงอมยิ้มในหน้า รู้สึกยินดีที่สิ่งซึ่งเธอพร่ำบอกมาตลอดบัดนี้เริ่มผลิดอกออกผล หากยังรอบคอบแบบนี้ต่อไปเชื่อได้ว่าต่อให้เผชิญกองทัพทานูกิก็ยังพอเอาตัวรอดได้ เธอรู้ดีเวลาต้นไม้ใหญ่หักโค่นฝูงวานรกระจัดกระจายนั้นรสชาติเป็นเช่นไร
ความมั่นคงปลอดภัยที่เคยมีเกิดสั่นคลอน
ลึก ๆ ในใจเธอรู้ว่าตาแก่ยังมีชีวิตอยู่ สายสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายและคนในปกครองทำให้เธอมั่นใจ แต่ทำไมข่าวสารเงียบหายไม่ส่งข่าวใดกลับมา อันนี้เธอพอคาดเดาได้ ตาแก่น่าจะกำลังรักษาตัวในที่ปิดลับอยู่ การส่งข่าวใด ๆ เท่ากับเปิดเผยที่อยู่ของตน ศึกนครเฮอันสร้างศัตรูให้ตาแก่ไม่น้อย ต่อให้อยู่ในระดับเทพเทวาก็ใช่ไร้เทียมทาน
เธอเคยได้ยินตาแก่เล่าถึงยอดนักดาบที่ตายเพราะดังโงะติดคอ ตายแบบนี้ช่างน่าอดสูนัก
ผีเสื้อส่งข่าวกลับมา
ไม่มีทานูกิเฒ่า
พ่อแม่พี่น้องของชินโนสุเกะยังอยู่ดี
ชินโนสุเกะไม่อยู่ บ่ายคล้อยขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะออกทะเล น่าจะมีปัญหา
มือขวาทำท่ามุทราอัญเชิญนกอีกจำพวกหนึ่งไว้สนทนา
นกแก้ว
นกแก้วใช่เป็นสัตว์ที่มีถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติในญี่ปุ่นหรือไม่ ข้อนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่นานิวะคือเมืองแห่งการค้า สัตว์หายาก สัตว์แปลก ๆ ใช่ว่าจะมีวางขายทั่วไป จำต้องใช้เส้นสาย ในฐานะบุตรสาวของสมาชิกกลุ่มการค้า พี่สาวนิชิหามาได้สองตัว เพียงขอยืมมาศึกษาอากัปกิริยาสักวันสองวัน ถึงคนขายไม่อาจตัดใจขายก็ไม่มีปัญหา
นกแก้วท้องเหลืองปีกสีฟ้าจะงอยปากงองุ้ม เหินบินออกจากชายป่า
“สวัสดี สวัสดี”
เสียงนกร้องดังอยู่นอกบ้าน
น้องสาวน้องชายเงยหน้าขึ้นจากการละเล่น มองเห็นนกพูดได้อยู่บนต้นไม้ แรกเริ่มตกใจ ต่อมาตื่นเต้นด้วยไม่เคยเห็นนกพูดได้มาก่อน
“สวัสดี ข้ามาหาชินโนสุเกะ ชินโนสุเกะ” นกแก้วร่อนลงบนกำแพงรั้ว
“พี่ชายไม่อยู่” น้องสาวทำใจกล้า เดินเข้าใกล้หวังลูบขน
“ไม่อยู่ ไม่อยู่ ไปไหน”
“ไม่รู้” น้องชายแอบอยู่ด้านหลัง ท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ
“มารดาพวกเจ้าอยู่ไหม”
ทั้งสองพยักหน้า
“ตามมาให้หน่อย ให้หน่อย”
นกแก้วส่งเสียงพลางขยับคอขึ้นลง บางจังหวะถือโอกาสไซ้ขน เหมือนกับนกจริงจนยากแยกออกว่านี่คือภูตรับใช้
ต้าหมินผู้บังคับนกอยู่แต่ไกล รู้สึกกินแรงอย่างยิ่ง ปกติชิกิงามิใช่จะพูดได้ถึงมีร่างมนุษย์ก็เถอะ หากอยากบงการให้พูดต้องใช้พลังวิญญาณมหาศาล ยังดีที่เขาเป็นอัจฉริยะ คนไม่ได้ใช่สัตว์จะไม่ได้ จึงก่อเกิดตำนานนกพูดได้ขึ้น น่าเสียดายไม่มีใครบันทึกว่านี่คือชิกิงามิกลับจดจำว่าเป็นปีศาจนกแทน
มารดาของชินโนสุเกะเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ามึนงงกึ่งขบขัน เธอคิดว่าลูกชายลูกสาวรวมหัวกันแกล้งเธอ มีอย่างที่ไหนจะมีนกพูดได้มาขอคุยกับตน เกิดมาจนอายุปูนนี้ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน
กระทั่งวันนี้ที่ได้ยินกับหู เห็นกับตา คุยกับปาก
“สวัสดี สวัสดี ข้าเป็นสหาย ชินโนสุเกะไปไหน”
หญิงวัยกลางคนใบหน้าหยาบกร้านแทบล้มทั้งยืน ไม่คิดว่าเด็ก ๆ จะพูดความจริง ดีที่เธอรับรู้เรื่องเซียนและปีศาจมาจากลูกชายคนโต เลยไม่ได้ตกใจจนสิ้นสติ
“เออ อา”
ถึงไม่ตกใจแต่การพูดกับนก ยังไงก็เป็นเรื่องน่าตระหนกอยู่ดี
นกแก้วเอียงคอเฝ้ามองอย่างอดทน พลางไซ้ขนไปด้วย
“คือ เขาไปธุระกับผู้ใหญ่บ้านนะจ๊ะ ไปได้หลายวันแล้ว อ้อ ท่านผู้เฒ่าก็ไปด้วย”
“ไปไหน ไปไหน”
“ได้ยินว่าไปแหลมฟ้าผ่า...”
หลังสอบถามจนได้ความ นกแก้วค่อยกล่าวอำลา
“เธอคิดว่ายังไง” เด็กชายมองหน้าเด็กหญิง เขาพอมีแผนคร่าว ๆ แล้วแต่ยังไงขอความเห็นจากผู้อาวุโสดีกว่า
“เรื่องนี้ผิดปกติ”
เด็กหญิงทำหน้าครุ่นคิด
“ข้าจำได้ ชินโนสุเกะเคยบอก บิดากับคนในหมู่บ้านไม่ค่อยถูกกันเท่าไร เพราะอย่างนั้นถึงได้ย้ายบ้านมาปลูกอยู่ปากทางเข้านั่นไง มีเหรอที่เขาจะไปทำธุระพร้อมกับผู้ใหญ่บ้าน ทั้งยังพาทานูกิเฒ่าที่ควรเก็บตัวเงียบไปด้วย”
เด็กชายพยักหน้ายอมรับ เขาเคยได้ยินเรื่องนี้เหมือนกัน ความเจ็บแค้นในดวงตานั่นเป็นแรงผลักดันให้เขาเอาชนะความกลัว เดินทางไกลจากบ้านมุ่งหน้าเฮอัน ทำให้โชคชะตาของพวกเขาพาดผ่านซ้อนทับ
“อา แหลมฟ้าผ่าคือที่นั่นสินะ”
“อืม ที่ทุกระยะหนึ่งจะมีคนมาเก็บค่าคุ้มครอง”
“รังโจรสลัด”
ทั้งคู่กล่าวคำนี้ขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับประกายไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนขึ้นในดวงตา
*ใบสุทธิ เอกสารแสดงวิทยฐานะหรือความประพฤติ ในที่นี้หมายถึงเอกสารแสดงชื่อและสังกัดของพระภิกษุ