ฤดูหนาวมาเยือนอีกรอบ แม่เฒ่าได้ผ้าห่มผืนใหม่ให้หลานทั้งสองคนตามตั้งใจ
ปีนี้ชาวบ้านต้องตั้งตารอ ทางอำเภอแจ้งประกาศระยะเสด็จประพาส
ิออกมาเยี่ยมเยือนประชาชน ขององค์พระเ้าแผ่นดิน
ซึ่งจะลงมายังพื้นบริเวณใดของท้องที่บ้าง สร้างความหวัง
“ผ้าไหมทอต่ำไว้ถ่า รอรับเสด็จกะพอแล้ว”
เสียงของประธานกลุ่มสตรีทอผ้า กลางหมู่บ้านแจงข้อมูลแก่สมาชิก
บอกอาการโล่งใจ ที่งานทอได้ตาม้าทันเวลา
ทั้งต่างก็จัดเตรียมตัดชุดรอคอย สำหรับเข้าเฝ้าแม่ฟ้าหลวงของพสกนิกร
“ฝีมือชาวบ้านถิ่นนี้ ช่างงามนัก”
กระแสรับสั่งชื่นชม น้ำเสียงนุ่มนวลสร้างความปลื้มปิติ
แก่ผู้ถวายงานกลุ่มสตรีทอผ้า ชาวบ้านป่าพื้นที่ห่างไกล
คราวเข้ารับขบวนเสด็จยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง เมื่อหลายปีมาแล้ว
โดยอาศัยรถจากทางการ รับ ส่ง อำนวยความช่วยเหลือ
ด้วยความเจริญยังเข้าไม่ถึง ถนนหนทางยังคงพัฒนาอีก
แผนที่ถูกกางออกมาวางชี้ไปยังจุด ที่้าถากถางฝ่าฟัน
เพื่อให้เข้าถึงราษฎรของท่าน ดำรัสกล่าวกับเ้าหน้าที่รับนโยบาย
เน้นปฏิบัติลงมือทำให้สำเร็จลุล่วง ถึงแม้จะยากลำบากเพียงใด
หยาดเหงื่อไหลริน คราบเปื้อนพระพักตร์ ไม่อาทรสักน้อย
ยังคงรับสั่งมอบหมายงาน ไม่สะท้านกับสภาพภูมิอากาศร้อนอบอ้าว
ทรงเป็ที่จดจำสถิตดวงใจ ของปวงประชาทุกภาคส่วน
รูปภาพนั้นยังติดอยู่เหนือหัวบนเรือนไผ่ ให้แม่เฒ่าก้มกราบสำนึกทุกเช้า เย็น
...ถึงเวลาชาวบ้านแถบถิ่น ได้รับรู้กำหนดการเสด็จ
จะมายังจุดพิกัด ณ บ้านทรายทอง เขตพื้นที่นำร่อง
หมู่บ้านในโครงการริเริ่ม เศรษฐกิจพอเพียงตามกระแสรับสั่ง
ประสงค์ส่งเสริมพัฒนาอาชีพ สำหรับชาวบ้านท้องถิ่นที่ยังยากจน
ผืนป่าใหญ่ซึ่งสภาพอุดมสมบูรณ์ ตั้งอยู่ในบริเวณรอยต่อแนวเทือกเขาสูง
มวลธรรมชาติสมดุล จนตระหนักเห็นคุณค่า
ควรแก่การอนุรักษ์เป็เขตป่ารักน้ำ ตามพระราชดำริ
จากหมู่บ้านเล็ก ๆ บริเวณป่าสงวนถูกพัฒนาให้เป็ตัวอย่างต้นแบบ
การเรียนรู้ทั้งยังใช้เป็สถานที่เยือนประพาส ครั้งนี้อีกด้วย
ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ต่างนัดแนะกันคอยการมาอย่างใจจดใจจ่อ
หนึ่งในนั้นคือแม่เฒ่าหอม โดยตั้งปณิธานในชีวิต
ต้องได้เข้าเฝ้าขบวนเสด็จ ของพระองค์ท่าน
นางค้นหีบพบผ้าถุงซิ่นไหมผืนงาม นำออกมาจัดวางไว้
อีกชุดเสื้อผ้าให้สองหลาน ได้สวมใส่ขณะเข้าร่วมงาน
“มื้ออื่น สิพากันไปรับเสด็จเด้อ”
บอกกล่าวเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม ที่จะออกเดินทางั้แ่เช้าตรู่ของวัน
เ้าหัวแดงกับเด็กผิวหมึก นอนแทบจะไม่หลับ
เมื่อยายเฒ่าเป่าดับตะเกียง ก่อนเอนกายพักผ่อน
“สิเอาหยัง ฝากในหลวงท่าน ดีน้อ?”
ลอบส่งเสียงกระซิบกระซาบ ถามกันในความมืด
“อ้าว ๆ นอนกันได่แล้วเด้อ มื้ออื่นจังสิมีแฮงไป”
เสียงปรามหลานให้หยุดชวนคุย รีบหลับเอาแรง
...เ้าแจ้ยังไม่ขัน แม่เฒ่าลุกขึ้นมาจัดของห่อข้าว ห่อน้ำ
อีกชุดสำคัญห่อไว้อย่างดี ได้ผืนผ้าขาวม้างาม ตั้งใจนำไปฝากพระเ้าแผ่นดิน
ส่วนเด็กทั้งสองพร้อมแล้ว พากันใช้ปั้นข้าวล่อเอาหมาบักโด้ย
ไปฝากไว้กับบ้านเรือนข้าง ๆ อีกหลังที่ติดกัน
“ไป๊ ๆ ได่หรือยัง”
ต่างร่วมมือประสานงาน อาศัยทีเผลอตอนมันอร่อยกับข้าวคลุกน้ำแกงปลา
ในชามเก่าถ้วยประจำ หลบลี้ปลีกพ้นสายตา
ฟ้ายังมืดแต่ก็เดินถูกทาง แสงสว่างจากดวงอาทิตย์เริ่มส่องนำ
ยายเฒ่ากับสองหลาน ขยับก้าวเดินตามกันติด ๆ
ลัดเลาะเข้าป่าถึงตรงข้ามเทือกเขา ใช้เส้นทางลับตัดผ่านร่นระยะ
จากที่เคยท่องคราวขนเอาขี้ไต้กระบอง ไปแลกเปลี่ยนรังไหม
กับหมู่บ้านใกล้เคียง สถานที่จะเสด็จมาของพระเ้าแผ่นดิน
ความชำนาญทาง ต้องยกให้เด็กผิวหมึกกระฉับกระเฉง
“ทางพี้! นำมาโลด”
กวักมือเรียกเ้าหัวแดงให้วิ่งตาม ปล่อยให้ยายหอมใช้ไม้ค้ำพยุงตัว
เพราะพื้นลาดชันขึ้นเขา เดินกันจนตะวันสายโด่ง
มวลเม็ดเหงื่อ ผุดพรายขึ้นจับใบหน้าตามขมับเปียกชุ่ม
แม่เฒ่าได้กระบอกไผ่เติมน้ำเต็ม ยกขึ้นมาจิบดับกระหาย
กะเดินไปอีกถึงต้นไม้ ที่มีสัญลักษณ์ผ้าเหลืองผูกมัดไว้รอบลำซะก่อน
จึงค้นเอาห่อข้าวออกมากินมื้อเช้ากัน คลายน้ำหมากรดลงบนหินดาดูเา
ความร่มรื่นของผืนป่า ปล่อยพลังออกซิเจนฟอกปอด ทำให้ไม่เกิดอาการเหนื่อยล้าง่าย
ผ่านกองหินตั้งป่าหวายกอใหญ่ เด็กผิวหมึกดึงถอนเอามา
กัดส่วนยอดอ่อน รสหวานของโปรด กินไปพลาง ๆ
เพลินกับบรรยากาศริมทาง เดินลัดผ่านพื้นพุ่มเตี้ยมีเถาวัลย์เลื่อยคลุม
บรรดาดอกไม้ป่า ออกดอกทรงลำโพงสีม่วงอมฟ้าสวยละลานตา
ทั้งสิริกิติ์พวงกล้วยไม้สีขาวนวล ส่งกลิ่นฟุ้งกระจาย
บนปลายต้นจิกสูง ช่อหอมชวนเรียกแมงภู่มาตอม
ต้นไม้ใหญ่มีผ้าสบงสีเหลือง ผูกบวชรอบลำต้น
แผ่กิ่งก้านตั้งตะหง่าน อวดให้รู้ถึงจุดพักยกแรก
“เซาม่องนี่ก่อน อีหล่า”
นางหอมบอกกับหลาน ได้ที่สำหรับกินข้าว
เ้าหัวแดงเลือกลานหินกว้าง เด็ดใบกุงมาวางรองนั่ง
ในถุงย่ามประจำกาย ล้วงเอากระบอกไผ่ยกน้ำขึ้นมาดื่ม
“ชื่นใจ! หลาย”ประโยคพูดก้องป่า
เด็กผิวหมึกไม่น้อยหน้า มีย่ามใบสวยคล้องคอสะพายเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
“ได่หยังกินแหน่ หล่ะยาย”
แม่เฒ่าหอม หยิบเอาห่อข้าวใบตองแจกหลาน
“อะ อีหล่า”
เปิดออกเป็ชิ้นเนื้อหมูแห้ง วางบนข้าวเหนียวก้อน
รับจับปิเข้าปากอย่างเร็ว เพราะหิวจัด
“แซ่บ ๆ อีหลีเนาะ”
สองเด็กหญิงวัยกำลังกิน ่เติบโต
เ้าหัวแดงได้ผลตะโกป่าสุก สีแดงหวานฉ่ำมาล้างปากตบท้ายแบ่งกัน
หลังจากกินข้าวอิ่ม แม่เฒ่าแต่งคำหมากเคี้ยว
ส่องดูปลายฟ้าเพื่อคำนวณระยะ อีกหูได้ยินแว่วเสียงไก่ขัน
ดังมาจากทิศทางตรงข้าม ซึ่งจุดหมายคงไม่ไกลนัก
เพราะใช้เส้นทางลัดเชื่อมถึงกัน จึงประหยัดเวลา
พอทุกอย่างพร้อมแล้ว นางฉวยตะกร้าที่บรรจุสิ่งของออกก้าวเดิน
“โอ๊ะ! อย่าฟ้าว”เด็กผิวหมึกแวบหลบหลังพุ่มไม้
หลังจากยกน้ำขึ้นดื่มหลายครั้ง หลายคราว จนต้องปล่อยเบา
“แล้วหล่ะ บ้อ?”เ้าหัวแดงยืนรอ ะโถาม
ห่วงหลานเลยเตือน“อย่าอยู่ห่างกันเด้อ มันสิหลง”
อาศัยดวงตะวันบอกทิศทาง แม่เฒ่านึกถึงภาพประวัติศาสตร์ตรึงใจ ที่ติดไว้เรือนไผ่
เท่านี้ยังน้อยไป กับสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำให้แก่ราษฎร สร้างบันดาลพลังแรงฮึด
...“ฮอดแล้ว บาดหนิ”
เด็กผิวหมึกดีใจ เมื่อมองไปยังถนนดินแดงทางเข้าหมู่บ้านทรายทอง
ฝูงจำนวนผู้คนต่างพากันมาปูเสื่อ เพื่อจับจองที่นั่ง
บ้างก็กางวางผ้าขาวม้า ตามทางจะก้าวพระบาทเสด็จผ่าน
อันปรารถนาเก็บเอาไว้บูชา เป็ที่ระลึกในชีวิต
ทางเข้ามีมุมสำหรับลงทะเบียน แม่เฒ่าหอมยื่นผ้าขาวม้าสองผืน
ไหว้วานเ้าหน้าที่รับไว้แทน ในหลวงท่าน เก็บอีกผืนไว้ไปปู เช่น คนอื่นพาทำ
เลือกได้จุดนั่งใต้ร่มต้นไม้ ก้มมองสำรวจเสื้อผ้าชุดใหม่ ซึ่งผลัดเปลี่ยนกันในป่า
ก่อนจะเดินออกมารวมกลุ่มกับชาวบ้าน ที่มาจากทั่วทุกสารทิศ ต่างใจตรงกัน
บางคณะบรรทุกครอบครัว โดยใช้เกวียนเทียมวัว ขนกันทุลักทุเล
หากอยู่ไกลหน่อย ลงขันออกเงินเหมารถสิบล้อคันใหญ่ กันเลยทีเดียว
ทั้งมีที่เดินเท้าก็เห็นเป็กลุ่ม เป็ก้อน ประปราย
ผองประชาเชื่อมั่น ทุกคนดั้นด้นมาด้วยศรัทธาในพ่ออยู่หัว
ยายเฒ่ากับหลานพนมมือกราบ ขณะมองเห็นรัศมีเรืองรอง
ทรงแย้มพระโอษฐ์ โบกพระหัตถ์ทักทายราษฎร
“ทรงพระเจริญ ๆ ๆ”
เมื่อพระองค์ ย่างบาทเคลื่อนผ่านมาให้ได้ชื่นชมบารมี
ดั่งหยาดทิพย์ชโลม กระแสปิติตื้นตัน หยดน้ำตาล้นออกมาโดยไม่รู้ตัว
แม่เฒ่าใช้มือเหี่ยวปาดเช็ด ธารแห่งความเปรมปรีดา
เ้าหัวแดงกับเด็กผิวหมึก ชะเง้อยืดคอมองไปยังเทวดาเดินดิน
สรรพนามที่ยายพาเรียก อันเข้าใจในวันนี้เอง
สุภาพบุรุษท่าทางกิริยา ลักษณะอ่อนโยนสวมแว่นตา
โน้มเข้าหารับของจากมือชาวบ้าน ทั้งกล่าวขอบใจไม่ขาดสาย
โดยมีแม่ฟ้าหลวง คู่พระหฤทัยเคียงข้าง ส่งยิ้มละมุน แจกจ่ายความสุขทั่วถึง
พร้อมยังเอ่ยบอกผู้เดินตามด้านหลัง ยื่นสิ่งของกลับคืนเป็การตอบแทน
ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง หายเป็ปลิดทิ้ง
พอได้รับของระลึกจากคนของท่าน แม่เฒ่าหอมหงายมือสั่นเทา
รับรูปภาพฉายาลักษณ์แทนพระองค์ อย่างทะนุถนอม
พับม้วนเก็บอย่างดี บรรจงยัดเข้าถุงสะพายย่าม
ทั้งได้รับกล่องบรรจุสิ่งของอีก หลังจากเข้าไปใช้บริการกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่
สังกัดพระองค์ท่าน ที่ทรงนำมาอำนวยสะดวกแก่ผู้ป่วยไข้ ในถิ่นทุรกันดาร
ด้านหน้าซุ้มเต็นท์หน่วยจักษุแพทย์ เด็กหญิงทั้งสองได้ของกินคนละกล่อง
เป็ชิ้นเนื้อน่องไก่ทอดกับผลส้ม รวมขนมอีกนมกล่อง
่นั่งรอแม่เฒ่า ขณะเข้าใช้บริการวัดสายตา
เ้าหน้าที่ของทางการ อุตส่าห์เดินมาแจกให้ถึงมือ
เ้าหัวแดงคิดได้ ด้วยมากับยายเฒ่าจึงเอ่ยปากขอเพิ่มเผื่อไว้
“ขอบคุณหลาย ๆ จ้า”
ถูกอบรมสั่งสอนเื่มารยาท เด็กหญิงต่างยกมือไหว้
บุคคลผู้หยิบยื่นส่งของให้ โดยยังไม่ทันได้สังเกต
ว่าเธอท่านเป็ธิดา เชื้อพระวงศ์นั่นเองไม่ใช่ใครอื่น
...เฮลิคอปเตอร์หมุนใบพัด ค่อย ๆ ลอยขึ้นฟ้า
เหล่าชาวบ้านต่างทยอยแยกย้าย พากันเดินทางกลับ
แม่เฒ่าเดินตัวเบาพร้อมหลานทั้งสอง ใน่ขากลับ
ประหนึ่งเหมือนกับระยะทาง หดสั้นลงกว่าเดิมตั้งเยอะ
เมื่อถึงเรือนไผ่ ก็จวนเจียนยามเย็นพลบค่ำพอดี
รู้สึกไม่เหนื่อยล้า หายเพลีย ได้เวลาเปิดกล่องบรรจุภัณฑ์
ซึ่งได้รับจากหน่วยแพทย์ เป็แว่นสายตาสลักอักษรย่อ จปร.
นามพระปรมาภิไธย ในหลวงรัชกาลที่ 9 มงคลแผ่นดิน
...ไม่ต้องไปไขว่คว้าสิ่งใด จากท่านให้ยากลำบาก
เนื่องพระองค์เอง ทรงเสด็จมาหาประชาราษฎร์ จนเป็กิจวัตร
ไม่ว่าจะอยู่แสนไกลเพียงไหน ภายใต้แผ่นดินไทย
“สาธุเด้อ บ่เสียชาติเกิดแล้วน้อ ข่อย”
พลอยซาบซึ้งจนน้ำตาอาบแก้มอีกครั้ง ยายหอมพนมก้มกราบภาพจากปฏิทิน.