
เต้าหู้ผัดเสฉวน (3)
นับั้แ่วันที่ฟื้นขึ้นมาอาหารที่อี้เฟิงได้กินมาตลอดคือไม่โจ๊กก็ข้าวต้ม ย้ำ! ตลอดคือตลอด ผลัดเวียนสลับมื้อกัน โจ๊กสมุนไพรบ้าง ข้าวต้มปลาบ้าง
อี้เฟิงต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่ไม่อร่อย คือมันอร่อยเลยล่ะ อีกอย่างท่านแม่คนสวยเป็คนลงมือทำเองั้แ่คัดแยกวัตถุดิบต่างๆ คอยเคี่ยวโจ๊กเองกับมือเป็ชั่วยามเพื่อให้ลูกสุดที่รักได้กินของที่ดีที่สุด อ่า แต่ยาที่ท่านหมอให้มาทำไมท่านแม่ไม่ทำให้อร่อยบ้างล่ะขอรับ มันขมปี๋มาก!!
อี้เฟิงขอเล่ารสนิยมอาหารส่วนตัวของตัวเองก่อนนะทุกคน คือชีวิตที่แล้วอี้เฟิงโปรดปราณอาหารรสเผ็ดรสจัดมาก ยิ่งอาหารไทยรสจัดเรียกได้ว่าอี้เฟิงต้องได้กินทุกวัน แม้จะปวดท้อง หรือลำบากตอนขับถ่ายก็ตาม อาหารรสเผ็ดมันคือสิ่งที่ทำให้อี้เฟิงไม่ตายไปเสียก่อนเพราะไม่อยากอาหารจนกินอะไรไม่ลง
อี้เฟิงเคยอ่านบทความนึงทางอินเตอร์เน็ตหลังจากค้นพบว่าตัวเองเสพติดอาหารเผ็ดมากเกินไปรึเปล่า มีหลายบทความเลยที่พูดถึงความเผ็ดอย่างน่าสนใจ จะมาเล่าให้ฟังเท่าที่จำได้นิดหน่อยละกัน
ความจริงรสชาติเผ็ดที่เราเรียกกันมันคือความรู้สึกเ็ปผสมกับความรู้สึกร้อน เมื่อสารตัวนึงในพริกไปเจอกับตัวรับความรู้สึกเ็ปกับความร้อน มันก็จะส่งสัญญาณประสาทด่วนจี๋ไปที่สมองทันที ทีนี้สมองมันก็จะประมวลผลได้ว่าร่างกายมีความเ็ปหรือกำลังทรมาณ นางก็จะส่งสารความสุขมาปลอบประโลมร่างกายนั่นเอง เรียกได้ว่ายิ่งกินเผ็ดยิ่งมีความสุขไงล่ะ
บางทีอี้เฟิงก็คิดว่าตัวเองเป็พวกเสพติดความรู้สึกเ็ปแน่ๆ
และใช่ ตอนนี้อี้เฟิงกำลังทรมาณมากๆ เลยกับอาหารรสชาติค่อนไปทางจืดของตระกูลนี้ หลังจากฟื้นมาได้เจ็ดวัน ร่างกายบอบบางดีขึ้นจนสามารถที่จะขยับเดินเล่นภายในสวนได้บ้าง ท่านพ่อก็ให้คนมาตามไปรับสำรับที่เรือนกลาง เนื่องจากไม่อยากให้ลูกชายซบเซาอยู่แต่ในเรือน อีกทั้งทุกคนในบ้านอยากทานอาหารร่วมกับเกอรูปงามของบ้านที่ั้แ่ฟื้นมาก็เพิ่มระดับความออดอ้อนมากยิ่งขึ้นจนหลงกันทั้งบ้าน ทั้งยังซุกซนมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย แต่จะให้ไปแออัดกันที่เรือนของเกอน้อยก็เกรงจะอึดอัดเกินไป
สำรับทุกมื้อที่ได้นั่งทานร่วมกัน อี้เฟิงเห็นแต่กับข้าวรสจืด จนเคยแอบคิดเข้าข้างตัวเองในใจว่าบ้านนี้อาจจะกลัวอี้เฟิงน้อยใจที่ต้องกินพวกโจ๊กกับข้าวต้มอยู่คนเดียว แอบเขียนกระซิบถามอาจิงคนสนิทอีกฝ่ายก็ทำหน้างงแล้วบอกว่าปกติสำรับอาหารก็มีรายการอาหารแบบนี้ขึ้นโต๊ะมาตลอดอยู่แล้ว
อี้เฟิงได้ยินแล้วรู้สึกใจจะขาด อยากจะเข้าไปบอกท่านแม่ในครัวว่าอยากกินอาหารรสจัดก็กลัวท่านแม่จะน้อยใจและตกอกใเอาได้ จะทำอาหารเองก็กลัวว่าจะกลายเป็เผาครัวไปซะก่อน
ไม่ว่าจะเป็อี้เฟิงหรือพระพายก็ไม่มีความสามารถด้านการทำอาหารเลยซักนิด...
ร่างเล็กที่กลิ้งตัวไปมาอยู่ใต้ผ้าแพรผืนนุ่มกำลังขบคิดเื่สำคัญ สำคัญแบบสำคัญมากๆ ในชีวิตเลยล่ะ
เกอน้อยอยากหนีออกจากจวนไปซื้ออาหารรสเผ็ดข้างนอกจวน
มันคงเป็เหตุผลที่งี่เง่ามากแน่ๆ เพราะตัวเองก็คิดว่าไร้สาระเหมือนกัน ตอนอ่านนิยายทะลุมิติต่างๆ ส่วนมากพวกตัวเอกจะออกไปหาเื่ใส่ตัวนอกจวนจากเหตุจำเป็กันทั้งนั้น ไม่ถูกรังแกจนได้กินแต่เศษผัดผักเละๆ ก็จนติดลบไม่มีเงินเลยจึงออกไปหางานทำหรือหาลู่ทางรวยข้างนอก บางคนมีความสามารถติดตัวหน่อยก็ปักผ้าหรือวาดรูป แอดวานซ์หน่อยก็แต่งนิยายปกขาวไปขายเลยด้วยซ้ำ
ส่วนอี้เฟิงที่เป็ลูกสุดที่รักเป็แก้วตาดวงใจของคนในจวน ข้าวของเครื่องใช้ในจวนก็หรูจนแทบจะเป็รองแค่ฮ่องเต้อยู่แล้ว ทองคำก็วางประดับทั่วห้องราวเป็ต้นไม้ฟอกอากาศ หีบในตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยหยกสวย อัญมณีหายากแพงๆ ทั้งนั้น เสื้อผ้าก็แสนจะเนื้อดีไม่มีระคายผิว อาหารสามมื้อมีเนื้อสัตว์และผักไม่ขาด ขนมนมเนย ผลไม้ อาจิงแทบจะจับป้อนทุกครั้งที่อี้เฟิงอ้าปากด้วยซ้ำ
อ้อ ต้องมีคนสงสัยแน่ๆ เลยว่าอี้เฟิงไม่โป๊ะแตกหรอว่าไม่ใช่อี้เฟิงตัวจริง แน่นอนว่าโป๊ะนิสัยตัวเองั้แ่ตื่นจากการเป็ลมด้วยซ้ำ อี้เฟิงตัวจริงก็สดใสร่าเริงเหมือนพระพายตอนเด็กๆ นั่นแหล่ะ แต่จะเรียบร้อยมากกว่า วันๆ ก็ยิ้มแย้มออดอ้อนคนในบ้านแล้วก็นั่งวาดรูปในสวน ใช้ชีวิตอย่างสวยๆ ไม่มีอะไรให้น้อยใจในชีวิต ถึงแม้จะพูดไม่ได้ก็ตาม อี้เฟิงที่มาเสียบแทนก็แกล้งทำเป็ความทรงจำขาดหายไปบางส่วน ท่านหมอหลวงวินิจฉัยแล้วก็บอกท่านพ่อท่านแม่ว่าอาจจะเป็เพราะคุณชายตกน้ำเป็เวลานานจึงขาดอากาศหายใจตอนอยู่ในน้ำ ซึ่งถือว่ามีความเป็ไปได้ตามตำราทางการแพทย์ ความทรงจำจะค่อยๆ กลับคืนมาเอง เท่านี้ก็รอดพ้นจากการถูกหาว่าเป็ผีแล้วล่ะ
ชีวิตอี้เฟิงดีทุกอย่างยกเว้นแต่เื่ที่ตกหลุมรักคุณพระเอกนั่นแหล่ะ ถึงจะน้อยใจในชีวิตที่ตัวเองไม่คู่ควร แต่ก็สามารถตัดใจได้แม้จะเ็ปเป็บางครั้ง ทว่าพอหันไปสนใจการวาดรูปหรือหลานๆ ตัวน้อย ลูกของพี่ใหญ่สุดหล่อก็หมดความสนใจในพระเอกทันที
ซึ่งอี้เฟิงตัวปลอมคนนี้คิดว่าความรู้สึกของอี้เฟิงตัวจริงน่าจะเป็แบบป็อปปี้เลิฟมากกว่า ไม่ได้รักลึกซึ้งจะเป็จะตาย ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา
ทั้งก็จวนมีแค่อาจิงเท่านั้นที่รับรู้ความรักลับๆ ครั้งนี้ที่อี้เฟิงมีต่อรัชทายาท ไม่งั้นอาจจะเป็เื่ใหญ่ระดับที่ไม่ท่านพ่อไปจับรัชทายาทมามัดมือมัดเท้าบังคับให้แต่งกับอี้เฟิง ก็อาจจะเป็บังคับให้ฮ่องเต้ส่งรัชทายาทไปทำงานไกลสุดขอบแคว้นเลยก็ได้เพื่อไม่ให้มีโอกาสที่อี้เฟิงจะได้เจอรัชทายาทอีกเลยตลอดชีวิต ก็อี้เฟิงคือลูกรักสุดหวงของท่านพ่อล่ะนะ ฮ่าๆ
ให้ทำไงได้ล่ะ เื่การค้าทุกอย่างตระกูลหยางควบคุมไว้ในมือหมดแล้วั้แ่ไม้จิ้มฟันยันอาวุธทุกอย่าง ถ้าตระกูลหยางอยากลงมือแก้เผ็ดฮ่องเต้ซักครั้งก็สามารถทำให้ประชาชนทั้งแคว้นไม่มีกินได้เลยนะ
เรียกว่าเป็ไม้เบื่อไม้เมากับฮ่องเต้เลยล่ะ ดีที่ฮ่องเต้กับท่านพ่อเป็เพื่อนรักกันมานาน เื่ไหนฮ่องเต้ออกหน้าไม่ได้ก็เป็ท่านพ่อคอยออกหน้าจัดการให้
ตอนแรกตระกูลหยางยังไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้หรอกแต่หลังจากฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ได้สิบปีระหว่างสิบปีแรกที่บัลลังก์ยังไม่ค่อยมั่นคง ฮ่องเต้ ท่านพ่อแล้วก็ท่านอ๋องอนุชาสุดรักของฮ่องเต้ก็คอยวางแผนขยายอำนาจขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็อย่างทุกวันนี้
อยู่ถูกฝั่งก็แบบนี้แหล่ะมีแต่เจริญขึ้นๆ
อ้อ ในนิยายเหมือนจะมีการแข่งขันของอค์ชายทั้งหลายที่พยายามรวบรวมอำนาจมาไว้ที่ตนเพื่อแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทจากพระเอกด้วยนี่นะ แน่นอนว่าตระกูลหยางภายนอกนั้นเสแสร้งทำตัวเป็กลางไม่เข้าร่วมกับฝ่ายไหน แต่ความจริงแล้วเลือกฝ่ายรัชทายาทเพราะเป็คนช่วยสั่งสอนกับฮ่องเต้จนอีกฝ่ายเหมาะสมกับตำแหน่งอันยิ่งใหญ่มากับมือ
ส่วนตอนนี้อี้เฟิงกำลังคิดว่าจะได้กินของเผ็ดเมื่อไหร่ จะปีหน้าเลยไหมถ้าอี้เฟิงยังชอบออกนอกเื่อยู่แบบนี้
เอาล่ะ ตัดสินใจได้แล้ว!!! อี้เฟิงจะหนีออกจากจวน!!
ว่าแต่จะหลอกล่อบ่าวพวกนี้ออกไปยังไงดีล่ะเนี่ย ตอนออกมาเดินเล่นที่สวนคราวก่อนอี้เฟิงสังเกตเห็นต้นไม้ต้นใหญ่ที่ชิดกับกำแพงจวน น่าจะปีนได้แหล่ะ ถึงร่างนี้จะบอบบาง แต่แรงฮึดเฮือกสุดท้ายก็ต้องพอแหล่ะ!
ขนาดข่าวไฟไหม้บ้านยังมียายแก่ๆ ยกตู้เย็นวิ่งออกมาได้เลย นี่อี้เฟิงก็กำลังตกมันส์เพราะอยากกินของรสจัดๆ เหมือนกัน!!
มือเล็กดึงผ้าที่คลุมหัวอยู่ลง ก่อนจะเผลอสะดุ้งใกับสายตาของบ่าวไพร่ที่มองมา นี่อย่าบอกนะว่าจ้องกันั้แ่คลุมโปงเนี่ย!
ตาสวยกรอกมองไป้าอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะยิ้มเ้าเล่ห์ที่มุมปาก กวักมือเรียกอาจิงเข้ามาหา ทำมือทำไม้สื่อสารว่าอยากได้พู่กันกับกระดาษ อาจิงที่อยู่ด้วยกันมานานก็รู้ใจเป็อย่างดี สั่งบ่าวคนอื่นให้รีบไปหยิบมาให้อย่างรวดเร็วทันใจ
ได้มาแล้วก็เอาพู่กันแต้มหมึกที่อาจิงฝนให้อยู่ข้างๆ
เขียนยึกยักตามประสาคนไม่เคยเขียนอักษรจีนด้วยพู่กันมาก่อน
น่าเกลียดมาก!!
อี้เฟิงรู้ว่าเขียนตัวอักษรยังไง เรียกว่านอกจากความทรงจำของร่างเดิมที่ได้มาแล้วยังได้รับทักษะการอ่านและรู้ตัวอักษรของคนในยุคนี้มาด้วย
อ่านก็คล่องอยู่หรอก แต่ตอนเขียนนี่บอกเลยว่าตัวอักษรโย้ไม่เป็ทรงยึกยักน่าขายหน้ามาก เหลียนเอ๋อร์ลูกสาวคนเล็กของพี่ชายคนโตของร่างนี้ยังเขียนสวยกว่าเสียอีก
ต้องเข้าใจนะว่าถึงการวาดภาพระบายสีในโลกก่อนก็ใช้พู่กันเหมือนกันทำไมอี้เฟิงถึงมีปัญหากับการเขียนอักษร อี้เฟิงบอกได้คำเดียวว่าก็เหมือนที่ตนรู้ว่าอาหารแต่ละอย่างใส่วัตถุดิบเท่าไหร่ถึงจะอร่อยแต่พอลองทำกินเองแล้วไม่เคยกินได้นั่นแหละ
มือเล็กยื่นกระดาษที่เต็มไปด้วยอักษรน่าเกลียดให้อาจิงไปแกะคำด้วยใบหน้าเห่อร้อนจากความอับอายในฝีมือเขียนอักษร
'ข้าเบื่อ มาเล่นซ่อนแอบกันเถอะ'
"เอ่อ คุณชายอยากเล่นซ่อนแอบหรือเ้าคะ" อาจิงถามอย่างไม่แน่ใจหลังจากพยายามแกะตัวหนังสือของคุณชายน้อยด้วยความยากลำบาก
"อื้อๆๆๆ " หัวเล็กพยักหน้าจนยุ่งเหยิงไปหมดเดือดร้อนอาจิงต้องหยิบหวีพกมาหวีผมนุ่มให้เรียบร้อยเหมือนเดิม
หลังรออาจิงทำผมให้เสร็จก็เอื้อมมือไปจับแขนอาจิงเขย่าอย่างออดอ้อน เพิ่มสายตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำกระพริบๆ ใส่อาจิงเป็คอมโบแอคแทค!!
เชื่อเถอะ ว่าไม่มีใครต้านทานได้ ขนาดท่านปู่ที่ชอบทำหน้าดุ เจออี้เฟิงออดอ้อนเข้าไป ตอนนี้อี้เฟิงได้ร้านค้าชื่อตัวเองมาเพิ่มอีกหลายร้านแล้วเนี่ย ฮ่าๆๆ
"ตกลงเ้าค่ะๆ คุณชายอย่าร้องไห้นะเ้าคะ" อาจิงรีบพยักหน้าตกลงทันที เพราะไม่กล้าขัดใจคุณชายน้อยคนงาม
รอยยิ้มหวานฉายชัดเต็มไปหน้าของคนที่สมปรารถนา ส่วนบ่าวไพร่ในศาลาสระบัวต่างตาพร่าเพราะรอยยิ้มงดงามของคุณชายน้อยคนงาม
คนงามที่ว่ารีบดึงกระดาษมาเขียนรายละเอียดทันที
'ข้าเป็คนหา จะเข้าไปรอในเรือน ส่วนพวกเ้าเป็คนซ่อน ห้ามไปซ่อนในสวนนะ เดี๋ยวดอกไม้ของท่านแม่จะเสียหาย ให้เวลาหนึ่งก้านธูป'
หลังเ้านายคนงามยื่นกระดาษให้อีกใบ สาวใช้คนสนิทใช้เวลาเล็กน้อยในการแปลตัวอักษรไม่เป็ระเบียบให้กับบ่าวคนอื่น ก่อนจะพากันเก็บข้าวของ เดินไปส่งผู้เป็นายที่เรือนก่อนแยกย้ายไปซ่อนตามที่ต่างๆ ในเวลาหนึ่งก้านธูป
ส่วนเ้านายคนงามตอนนี้นอนกุมท้องหัวเราะอยู่บนเตียงที่แผนเป็ไปตาม้า หลังจากหัวเราะจนพอใจก็ไปเปิดลิ้นชักหยิบถุงเงินถุงโต มาเหน็บไว้ที่ผ้าคาดเอวก่อนจะรีบย่องออกจากเรือนไปที่ต้นไม้ใหญ่ชิดกำแพงในสวนอย่างลับๆ ล่อๆ
อ้อ ถ้าสงสัยว่าทำไมไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าหรือปลอมตัวเหมือนนิยายเื่อื่น ไม่กลัวว่าจะโดนจับได้แล้วถูกพากลับจวนรึไง ไม่กลัวน่ะสิ เพราะอยากให้โดนจับได้นี่แหละ ออกนอกจวนครั้งแรกใครจะจำทางกลับจวนได้ก่อน ใครจำได้ก็จำไป แต่อี้เฟิงคนนี้จำไม่ได้หรอกนะ
ไม่ต้องกลัวว่าจะสั่งอาหารไม่รู้เื่เพราะเหน็บกระดาษเปล่ามาสองแผ่นกับตลับชาดเอาไว้เขียนใส่ในที่เก็บของตรงแขนเสื้อเรียบร้อยยย
เื่กินคือพร้อมสู้ตาย!!
หลังจากยักแย่ยักยันแหกแข้งแหกขาปีนต้นไม้ะโลงจากกำแพงจวนอย่างทุลักทุเล ผมเผ้าที่อาจิงบรรจงทำให้ใหม่คือหลุดรุ่ยเคลียคลอแก้มใสที่แดงจากการออกแรงจนเหนื่อย แขนขาวและมือบางมีรอยถลอกเล็กน้อยตอนจับยึดกับกิ่งต้นไม้
สองมือจัดเสื้อผ้าที่ยับย่นให้พอเรียบร้อยก่อนจะรีบวิ่งออกจากจวนตามกลิ่นอาหารหอมๆ ที่ลอยมาจางๆ แทน ทางไม่รู้ก็ใช้อาหารนำทางซะเลย
เดินมาซักพักใหญ่ๆ ก็เจอตลาดที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน กลิ่นอาหารหอมๆ หลากหลายลอยมาตามลม จนความอยากอาหารตีตื้นขึ้นทันทีจนต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่
หิวมากกกก เพราะออกมาก่อนมื้อกลางวันนี่นะ ฉลาดมากก ออกมาทั้งทีจะได้กินอาหารให้คุ้มๆ ก่อนจะโดนลากกลับจวน
กินอะไรดีน้าาา น่ากินหลายอย่างเลย แต่เป้าหมายของอี้เฟิงตอนนี้คืออาหารรสจัดเผ็ดๆ แซ่บๆ เท่านั้น
คิดถึงยำกับส้มตำจังเลยแฮะ ไม่รู้ว่าจะมีใครทะลุมิติมาก่อนเราแล้วเปิดร้านอาหารไทยบ้างไหม
นิยายบางเื่ก็ไม่ได้มีคนทะลุมิติมาแค่คนเดียวนี่นา
ไม่แน่อาจจะเจอเพื่อนรวมชะตากรรมก็ได้ และถ้าเพื่อนร่วมนิยายสามารถทำอาหารได้อร่อย อี้เฟิงจะเกาะไม่ปล่อยตามติดไปทั้งชีวิตเลย!!
หรือควรลองเขียนภาษาไทยเอาไปแปะที่ป้ายประกาศดีไหมนะ เพื่อจะเจอจริงๆ ระหว่างที่กำลังคิดนู่นนี่เพ้อเจ้อพร้อมก้าวขาเล็กเดินไปเรื่อยๆ ก็เจอกลิ่นหอมของอาหารที่มีรสร้อนแรงอยู่ปะทะเข้ากับใบหน้า จมูกเล็กฟุดฟิดไปมา ไม่สนใจว่าชาวบ้านรอบข้างจะมองมาที่ตนอย่างอยากรู้อยากเห็น แม้ใบหน้าจะถูกปิดด้วยผ้าคลุมหน้าั้แ่ปลายจมูกลงมา แต่ดวงตาคู่โตไม่อาจปิดประกายความงามของเกอน้อยโฉมสะคราญได้ ยิ่งมีท่าทางซุกซนราวกับคุณชายน้อยที่หนีพ่อแม่มาเที่ยวเล่นก็เป็ที่จับตามองทุกครั้งที่เดินผ่าน
โครกกกก!
โอ้โห เสียงท้องร้อง เพราะมัวแต่เดินดูนั่นก็น่ากินนี่ก็น่ากินจนมาสุดปลายทางเดินตลาดแล้วแต่ยังไม่เจอของที่อยากกินซักที จนมาเจอเข้ากับกลิ่มหอมที่คุ้นเคยเมื่อกี้นี่แหล่ะ!!
เต้าหู้ผัดเสฉวน!!
อี้เฟิงอยากจะกรีดร้องเสียงดัง อาหารเสฉวนเมนูนี้รสเด็ดถูกใจอี้เฟิงมากที่สุดในบรรดาอาหารเสฉวนทั้งหลาย อาหารเสฉวนในโลกก่อนขึ้นชื่อเื่รสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อน บอกเลยว่าร้านไหนมีเมนูนี้อี้เฟิงต้องหาทางไปลิ้มลองให้ได้
อาหารที่คิดถึงงง อี้เฟิงมาแล้ววว~
ดวงตาคู่โตเงยหน้ามองที่มาของกลิ่นอาหารเมนูโปรดแล้วก็ต้องตาเป็ประกาย เหลาอาหารขนาดใหญ่แบบนี้ต้องอร่อยๆ มากแน่ๆ ถึงทำเลจะตั้งห่างจากตลาดมาพอสมควร แต่คนด้านในหลังจากที่ชะเง้อคอมองเยอะมากๆ เลย แล้วเหมือนเห็นรถม้าหรูจอดอยู่ด้านหน้าหลายคัน แสดงว่าคนรวยต้องมากินเยอะมากๆ แปลว่าอร่อย!!!
โครกกก อ๋อย ท้องร้องอีกแล้วว โกๆๆ!
มือเล็กคว้าจับถุงเงินที่เหน็บไว้กับสายคาดเอว ก่อนจะต้องตาเหลือกเมื่อจับได้แต่ความว่างเปล่า!!
ชิบหาย!!
ไม่มีๆๆ!!
ถุงเงินหายไปไหนนน ฮือออ อี้เฟิงอยากจิครายย!
อ้ะ ยังมีกระดาษที่เอามานี่นา สั่งอาหารแล้วเขียนบอกให้ไปเก็บเงินที่จวนก็ได้นี่!!
ใบหน้าที่ซีดเผือดก่อนหน้านี้เบิกตาโตเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่ามีตัวช่วยสำคัญอย่างกระดาษกับตลับชาดที่พกมาด้วย ใส่ไว้ในช่องเก็บของที่แขนคงไม่หายหรอกใช่ไห...ม
!!!! หายหมดเลย!!!
หัวเล็กที่มุดเข้าไปในแขนเสื้อกว้างอีกรอบจนทรงผมที่หลุดรุ่ยแต่เดิมกระเซิงจนแทบจะเป็คนป่าเพื่อหาของสำคัญที่อาจจะหลบซ่อนอยู่ที่แขนเสื้อ แต่ก็ไม่เจอ...
ปากเล็กเบะออกราวกับจะร้องไห้ เงินก็หาย! กระดาษกับตลับชาดก็หาย…
โครกกกก...ท้องก็หิวจะแย่แล้ว วันนี้มันวันซวยอะไรเนี่ยย!
หรือกรรมจากการที่หลอกพวกบ่าวแล้วหนีมาหาของกินจนตอนนี้คงพลิกจวนตามหาเขาอยู่จนหัวหมุนจะตามทันมาเร็วขนาดนี้เลยหรอ
โอ้โห ความผิดแค่นี้ทำไมกรรมตามทันไวจังวะ
ทีโกงภาษีประชาชนทั้งประเทศไม่เห็นกรรมจะกระดิกตัวเลย!!!
อะแฮ่ม! กลับมาที่คราวซวยตอนนี้ของอี้เฟิงก่อน ร่างเล็กได้แต่ลากขาไปมาหน้าเหลาอาหารจนเสี่ยวเอ้อหน้าประตูเหล่มองอย่างหวาดระแวง
โอ๊ยยย จะกลับจวนไปเอาเงินก็กลับไม่ถูก!! ขามาคือเดินลัดเลาะตามกลิ่นอาหารไปทั่วเลย รู้งี้พาอาจิงหนีมาด้วยก็ดีสิ
สุดท้ายร่างเล็กก็มานั่งจุมปุกอยู่ปากซอยข้างเหลาอาหารอย่างไม่รู้จะทำไงดี กลิ่นอาหารหอมๆ ก็พัดเข้าจมูกไม่หยุด ท้องก็ร้องประท้วงขออาหารเสียงดัง ปากเล็กใต้ผ้าคลุมกัดปากแน่นจนแดงช้ำอย่างหมดหนทาง ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยน้ำตาของจริงแบบไม่ต้องพึ่งยาหม่องหรือน้ำตาเทียมใดๆ
เศร้าจริง ร้องจริง ไม่ต้องใช้ตัวแสดงแทน ฮึก
พรึบ
ร่างเล็กชะงักตัวเกร็ง เมื่อเงาร่างใหญ่มาทาบทับบดบังแสงแดดยามเที่ยงอยู่ตรงหน้า
ไล่สายตาจากพื้นถนนไล่ขึ้นยังรองเท้าหนาสีดำ ขายาวที่มองดูผ่านเนื้อผ้ากางเกงก็รู้ว่าเต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนที่จะไล่ขึ้นไปถึงใบหน้าเ้าของเงาตรงหน้า ก็ต้องตาเป็ประกายเพราะสะดุดตาอยู่ตรงกลางลำตัวของผู้ชายตัวสูงตรงหน้าซะก่อน!!
เดี๋ยวๆๆ อย่าพึ่งคิดทะลึ่ง!! อี้เฟิงไม่ได้หื่นขนาดจะไปจ้องเป้าผู้ชายหรอกนะทุกคน!!
ผ้า! กัน! เปื้อน!
ใช่ ผ้ากันเปื้อน! แล้วจะมีใครที่ต้องใส่ผ้ากันเปื้อนนอกจากคนทำอาหารกับผู้ช่วยทำอาหารล่ะ!
เยส! เจอทางรอดแล้วกระเพาะตัวน้อยที่น่าสงสารของอี้เฟิง นายจะได้กินของอร่อยๆแล้ว!!
---------------------------------------------------------
ขอบคุณภาพประกอบ https://pantip.com/topic/35221913
….ไม่มีคำแก้ตัวค่าา ทุกคนบอก สามตอนแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เศษเต้าหู้ ฮึกก เราพยายามแล้วจริงๆ นะ 55555555
เอาน่า อย่างน้อยก็มีคำว่าเต้าหู้ผัดเสฉวนออกมาแล้วนะ ;-:
ตอนหน้าได้กินแล้วทุกค๊นนนน อย่าพึ่งหนีเราไปไหนนะค้าบ
ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนและติดตามกันนะคะ ใจฟูมากๆ