“ผู้เล่นวิฬาร์พบมายันตนาคราช เลเวล 400”
และในขณะนั้นเอง พยับเมฆเบื้องบนพลันคลายตัวลงเผยให้เห็นท้องฟ้าที่ดำสนิทราวอยู่ใต้ทะเลลึกพร้อมด้วยดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่ทอแสงอ่อนแรงลงมาสู่ผืนป่าเบื้องล่าง ตกกระทบเข้ากับเรือนร่างราวรถไฟทั้งขบวนที่มีเกล็ดสีดำเหลือบเงินคลุมจนทั่วลำตัวหนาขนาดเท่าตู้คอนเทนเนอร์พาดผ่านแนวป่าเบื้องหน้าวิฬาร์ลับหายไปอีกด้าน ก่อนที่จะโผล่ขึ้นมาจากยอดไม้ที่เห็นอยู่ลิบตา
แม้มองจากไกลๆวิฬาร์ก็ยังเห็นว่ามันมีช่วงคอเรียวสูงปานเสาค้ำมหาวิหารหงอนที่ประกอบขึ้นจากเกล็ดแข็งนับชิ้นไม่ถ้วน ชูขึ้นสูงคล้ายจะเย้ยท้องนภาใต้คางปรากฏเดือยแหลมเรียงเป็นแถวราวฟันอันคมกริบ ลากยาวลงไปถึงต้นคอ
ดวงตาอสรพิษทั้งหกเบิกกว้างมันแลบลิ้นสองแฉกออกมาเพื่อสูดหากลิ่นเหยื่อในอากาศก่อนจะมุดลงไปใต้ยอดไม้ด้วยความเร็วระดับมหากาฬ
และพริบตาถัดมา วิฬาร์ก็ได้ยินเสียงไม้ใหญ่ถูกกวาดล้มเสียงสนั่นมาจากฝั่งโน้นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่รู้สึกใต้อย่างชัดเจนใต้ฝ่าเท้า คลอไปกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของสัตว์อสูรก่อนจะเงียบหายไปในจังหวะต่อมา
แม้อยู่ห่างออกมาไม่น้อยทว่าเจ้าตัวกลับไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี สัตว์อสูรเลเวลขนาดนี้ซ้ำยังใหญ่โตปานนี้ เชื่อว่าแม้แต่พวกฮาลอสเองก็ยังไม่เคยประมือด้วยหากเคลื่อนไหวกระโตกกระตาก เขาก็เกรงว่าอาจจะเป็นการดึงดูดความสนใจเข้าตัวสุดท้ายจึงค่อยๆ ย่องเข้าหาต้นไม้ใหญ่ที่ยังสมประกอบต้นข้างๆก่อนจะรีบควักน้ำยาฟื้นพลังขึ้นมาซดโฮกเข้าปากจนแทบกลืนลงไปทั้งขวดอีกครั้งพร้อมกับร่ายเวทพรางตัวทั้งหมดที่เขามีทับตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าหวังซ่อนตัวจนกว่ามันจะล่าเหยื่อเสร็จแล้วไปหากินที่อื่นต่อ
ทว่าเหมือนฟ้ากลั่นแกล้งเพราะหลังจากผ่านไปเพียงสิบห้านาทีเสียงพายุซัดที่ดังขึ้นเพราะการเคลื่อนร่างกายอันมโหฬารของมันก็ดังแว่วขึ้นก่อนจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
วิฬาร์ที่พรางตัวติดอยู่กับโคนต้นไม้รู้ดีว่าหากเคลื่อนไหวตอนนี้ก็เท่ากับฆ่าตัวตาย จึงฝืนทำเป็นใจดีสู้เสือ กะว่าเป็นไงเป็นกัน ไม่ยอมขยับไปไหนกลั้นใจยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ทว่าไม่ออกไปหาเรื่อง เรื่องกลับวิ่งโร่มาหาเข้าเอง
เจ้าของร่างกายอันมหึมาเลื้อยต่ำเข้ามาบริเวณที่วิฬาร์หลบซ่อนอยู่อย่างแช่มช้าทว่าก็ยังทำให้ต้นไม้รอบด้านแหวกลู่พังยับมาเป็นทาง มันสำรวจดูซ้ายขวาคล้ายว่ากำลังหาเหยื่อรายใหม่มาเติมกระเพาะอันมโหฬารของมัน
หัวมหึมาปานป้ายโฆษณาบนทางด่วนส่ายไปมาเป็นจังหวะเลื้อยพลาง หยุดพลาง ลิ้นสองแฉกก็แลบสะบัดขึ้นลงเพื่อรับกลิ่นในอากาศ จากนั้นก็ฉกพรวดทิ่มหัวลงไปยังมุมด้านหนึ่งข้างกายมันในพริบตา
ทันทีที่ปากกว้างนั้นอ้าออกแล้วงับเปรี้ยงวิฬาร์เห็นกับตาว่าไม้ใหญ่ขนาดสามคนโอบที่ยืนต้นอยู่ข้างๆถึงกับปลิวหายวับไปเพราะแรงกระแทก แผ่นดินบริเวณนั้นก็คล้ายถูกอุกกาบาตพุ่งชนเศษหินเศษดินระเบิดฟุ้งออกมากระจัดกระจาย
มายันตนาคราชที่ล่าเหยื่อได้ชูคอขึ้นสูงแล้วขย้อนอาหารลงคอไปแต่แม้จะอยู่ห่างออกมากว่าสามสี่สิบเมตรวิฬาร์ก็ยังเห็นเขี้ยวขาวที่เรียงเป็นตับขึ้นจนเต็มปากของมันอย่างชัดเจนซ้ำยังเห็นเลือดสีแดงปนดำแห้งเกรอะกรังดูน่าสยดสยองที่ไหลย้อยลงมาใต้คางของมัน
เจ้าอสรพิษยักษ์ดูเหมือนว่ายังไม่อิ่มเพราะหลังจากขย้อนอาหารลงท้องจนเสร็จ เจ้าหัวก็เริ่มการออกล่าอีกครั้ง
และคราวนี้มันบ่ายตรงหันมาทางวิฬาร์ราวกับมีภูตร้ายกระซิบบอก
วิฬาร์มองภาพเบื้องหน้าด้วยใจลุ้นระทึกเขาตรึงกายนิ่งราวรูปสลัก เกาะติดเสมือนเกิดเป็นเปลือกไม้มาตั้งแต่กำเนิดไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะเกรงว่าหากขยับตัว ลำพังแต่มันพ่นล่มหายใจใส่ก็คงฆ่าเขาได้ในพริบตา
การพรางกายของวิฬาร์หากเป็นผู้เล่นในช่วงเลเวลใกล้กัน เขามั่นใจว่าคงมีคนนับนิ้วได้ที่จะตรวจพบเจอทว่าเจ้านี่มีเลเวลถึงสี่ร้อย ซ้ำยังเป็นประเภทสัตว์นักล่าระดับนาคราชมันอาจจะมีทักษะที่พิเศษจนตรวจจับเขาเจอก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่มีทางเลือกจึงยังคงข่มใจไว้ หวังให้มันเลื้อยผ่านไปอย่างสงบ
นาคราชยักษ์ที่หมอบตัวลงต่ำจนเรียดพื้นมันเลื้อยพลางหยุดพลาง คล้ายว่ารับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติเจ้าตัวจึงมุ่งหน้าไปยังทิศที่มันสงสัย เบนหัวออกจากตำแหน่งของวิฬาร์ไปอีกด้าน
ทว่าเขายังไม่ทันได้ผ่อนลมหายใจสัตว์อสูรเจ้ากรรมก็ดันม้วนตัว เลื้อยวนกลับมายังตำแหน่งเดิม สูดกลิ่นไอในอากาศเพื่อหาเป้าหมายของมันแถมคราวนี้ มันยังบังเอิญขยับเข้ามาใกล้เขาเพิ่มขึ้นอีกหลายเมตร
ยิ่งมันอยู่ใกล้ เขาก็ยิ่งรับรู้ว่าตัวเองนั้นเล็กจิ๋วเพียงไร
หัวรวมถึงหงอนใหญ่ของมัน หากรวมกันความสูงก็ทัดเทียมกับบ้านขนาดสามสี่ชั้น และปากใหญ่นั่นก็กว้างพอจะเขมือบรถเก๋งเข้าไปได้ในคำเดียว
เกรงว่าหากมันเป็นงูเขียวตัวเขาคงมีขนาดแค่แมลงหวี่เท่านั้น
มันวกกลับมาได้เพียงชั่วครู่ ก็ค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านเลยเขาไป ก่อนจะลับหายไปพร้อมกับความเงียบ เหลือทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของป่าไม้รอบด้านและคูดินลึกสองสามเมตร ที่ราวกับถูกรถแบคโฮขนาดยักษ์มาไถพรวนเอาไว้
วิฬาร์ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างระมัดระวังเหลือบตาดูซ้ายขวาบนล่างอีกครั้งเพื่อเอาให้ชัวร์
จากนั้นเมื่อเขาไม่พบอะไรผิดปกติ ก็ค่อยๆเคลื่อนตัวไปทิศตรงข้ามอย่างเชื่องช้า พยายามพาตัวออกห่างมันออกมาให้ได้มากที่สุด
เขาเคลื่อนตัวอย่างตึงเครียดอยู่ถึงครึ่งชั่วโมงจึงเริ่มแน่ใจว่าน่าจะหนีพ้นรัศมีการเคลื่อนที่ของมันออกมาได้ไกลโขแล้ว หลังจากนี้หากมันพยายามเข้ามาใกล้เข้าอีกก็ให้ระวังเรื่องเสียงการเคลื่อนที่อันครึกโครมของมันก็คงเพียงพอจึงเริ่มเร่งความเร็วเพื่อทิ้งระยะห่างจากมันให้ได้มากกว่าเดิม
………………..
ผ่านเรื่องวุ่นวายมาขนาดนี้สมาธิวิฬาร์เรียกได้ว่าขึ้นสุดลงสุด ร่างเขาเองก็ไม่ได้หล่อหลอมมาจากเหล็กเพชรอะไรเจ้าตัวจึงเริ่มมองหาที่เหมาะๆ เพื่อพักสักหน่อยทันที
แม้ห่างออกมาจากบริเวณที่เขาเจอมายันตนาคราชหลายกิโลเมตรทว่าพื้นที่แถบนี้ก็ยังมีร่องรอยความเสียหายที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของมันหลงเหลือไว้วิฬาร์จึงยิ่งรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกที่ไม่ได้ทำอะไรผลีผลาม ไม่อย่างนั้นเกรงว่าหากทะเล่อทะล่าออกไปเขาคงได้สัมผัสความตายอันอเนจอนาถเป็นแน่
จากนั้นไม่นานเขาก็เจอไม้ใหญ่ที่ใต้ต้นของมันมีโพรงขนาดเล็กซ่อนอยู่ ข้างๆมีหินขนาดเท่ารถสิบล้อบดทับสนิทแน่นที่โคนต้นก็มีร่องรอยความเสียหายอย่างเห็นได้ชัดคาดว่าเมื่อก่อนอาจเคยเป็นที่พักอาศัยของสัตว์อะไรสักตัวแต่หลังจากการฟาดงวงฟาดงาของมายันตนาคราชหินยักษ์คงกระเด็นกระดอนมาใส่ไม้ใหญ่ต้นนี้พอดีและเจ้าของโพรงก็คงแตกตื่นหนีไปแล้ว จึงนับเป็นโอกาสเหมาะในการพักแรมของเขาคืนนี้
แต่ก่อนจะเอนตัวลงนอน เขาก็ยังไม่คลายความระวังเจ้าตัวจึงเดินอ้อมหินใหญ่ก้อนนั้นไปทางด้านซ้ายตรวจดูความเรียบร้อยก่อนนอนดูสักหน่อย
ทว่าพอพ้นเหลี่ยมหินสูงนั่นไปภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำเอาขาทั้งสองของเขาหมดเรี่ยวแรงโดยทันที!
หัวใหญ่โตปานเครื่องบินนอนพังพาบอยู่ห่างจากเขาไปเพียงสี่ห้าเมตรดวงตาทั้งหกที่ปรืออยู่ เมื่อเห็นมนุษย์ตัวเล็กจ้อยโผล่ขึ้นมาในคลองจักษุก็เบิกกว้างแล้วประทับนิ่งคล้ายกับว่ามันก็สับสนอยู่เหมือนกันว่าเขาโผล่มาจากไหนเหตุใดถึงมาใกล้มันได้ขนาดนี้โดยที่ไม่ทันตั้งตัว
ดวงตาใหญ่เล็กประสานกันราวกาลเวลาถูกแช่แข็งฝ่ายหนึ่งมึนงงสงสัย ส่วนอีกด้าน กลับมีความกลัวเอ่อล้นขึ้นมาท่วมหัวใจ
ทั้งสองคล้ายกับกำลังเล่นเกมจ้องตากันอยู่ตัววิฬาร์เองก็ไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกนิ้วเพราะเกรงว่าอาจไปกระตุ้นโทสะพญานาคร้ายจนท่านพ่นพิษใส่แล้วเขาจะละลายเป็นไอติมเหลวในหน้าร้อน
ทว่าในที่สุด จอมอสรพิษก็เริ่มเคลื่อนไหว
หัวที่นอนราบกับพื้นเริ่มยกขึ้นสูงอย่างแช่มช้าแผ่นหนังชิ้นบางบริเวณคอเริ่มแผ่กว้างแล้วพลิ้วเป็นระลอกปากที่ปิดพลันอ้าขึ้นกว้างจนเห็นสองเขี้ยวโง้งขนาดเท่าลำขาผู้ชาย
วิฬาร์ที่เห็นดังนั้นก็รู้ว่ามันเอาแน่แล้วเขาไม่มามัวอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นใดอีก พุ่งเข้าประชิดตัวมันในทันที
หากวัดกันเรื่องเลเวล พลังโจมตี ความเร็วหรือพลังป้องกัน เกรงว่ามายันตนาคราชนอนนิ่งๆ ให้เขาแทงก็คงไม่ตายแต่เจ้าตัวรู้ดีว่าหากเขาวิ่งหนี ภายในไม่ถึงสามวินาที มันก็คงตามมาทันจากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะคล้ายกับสารคดีสัตว์โลกที่งูตะครุบเหยื่อแล้วกลืนเข้าปากภายในเวลาหนึ่งส่วนสิบวินาที แล้วจากนั้นเขาก็จะได้ตั๋วเที่ยวเดียวชมเครื่องในและอวัยวะลึกลับของพญานาคระดับสูงแบบเอกคลูซีฟ!
แต่เพราะเขารู้ดีว่าสัตว์อสูรขนาดยักษ์พวกนี้เก้าในสิบมักมีจุดตายเรื่องการต่อสู้ระยะประชิดเนื่องด้วยขนาดอันใหญ่โตของมันหากเขาเข้าไปใกล้ จะถูกร่างกายบดบังจนมันพบตัวเขาได้ยาก ครั้นจะโจมตีก็คงจะไม่ถนัดนักคล้ายกับคนที่ไล่ตบแมลงวันที่บินอยู่ข้างหู ได้แต่หมุนไปหมุนมา ทว่าฟาดไม่โดนสักที
เขาจึงพุ่งเข้าใส่อย่างไม่ลังเล
เจ้าตัวเร่งเร้ามายาเวทและก้าวสามภพรวมถึงทักษะเสริมการเคลื่อนที่ทั้งหมดขึ้นพร้อมกันในคราวเดียว เหยียบขึ้นร่างหนาปานรถไฟนั้นแล้วเกาะแน่นไม่ยอมปล่อยหลบผ่านลูกไฟใหญ่ที่มันพ่นออกมาเมื่อครู่พอดี
บนตัวมันมีเกล็ดสีเงินเหลือบดำขึ้นจนแน่นขนัดแต่ละเกล็ดขนาดใหญ่เท่ายางรถยนต์ ทั้งตัวมีออร่าเกราะเวทปกคลุมจนทั่วเขาพอรู้ว่านี่คือพลังป้องกันของสัตว์อสูรระดับสูง
เกราะเวทของมอนฯ เลเวลกว่าสี่ร้อย!
พลังป้องกันระดับนี้ต่อให้เป็นพาราฟินที่ใส่ไอเทมระดับ B ยกเซตยังไม่แน่ว่าจะแทงเข้า
มายันตนาคราชเมื่อเห็นเจ้ายักษ์ตัวจิ๋วกระโดดขึ้นใส่ มันก็สะบัดหัวเพริดขึ้นด้วยความตระหนกทำให้ไม้ใหญ่โดยรอบถูกขนดหางของมันหวดใส่ ปลิวกระจุยกระจายทันที
สัตว์อสูรระดับสูง ไม่ได้มีดีเรื่องขนาดตัวและพลังป้องกันเท่านั้นทว่าทักษะของมันก็ไม่ใช่อะไรที่ใครจะดูถูกได้
ทักษะเผ่าพันธุ์ เกล็ดคมทมิฬผสานธาตุเวทไฟ
ไม่กี่อึดใจถัดมา เกล็ดทั่วร่างรวมถึงบริเวณที่วิฬาร์เกาะอยู่ก็เผยอตัวขึ้นราวกับขนแขนที่ลุกชันจากนั้นชั้นผิวหนังหนาใต้เกล็ดก็เริ่มปลดปล่อยไอสีดำออกมาอย่างเข้มข้นพร้อมกับทวีความร้อนขึ้นจนวิฬาร์ต้องเร่งผนึกเวทธาตุน้ำแข็งขึ้นต่อต้าน
พญาอสรพิษยักษ์สะบัดตัวไปมาเพื่อหวังสะบัดให้วิฬาร์หลุดและพร้อมกันนั้นมันก็พ่นละอองพิษออกมาจากปากราดรดตัวเองเพื่อหวังฆ่าวิฬาร์ให้ตายในทันที
คำโบราณกล่าวว่า นาคีมีพิษเพี้ยงสุริโยวิฬาร์เองแม้ไม่เคยปะทะกับสัตว์อสูรระดับนี้ แต่ก็พอประมาณตนได้เจ้าตัวจึงรีบพุ่งหลบไปทางปลายหางเพื่อเอาตัวรอด
เขาสไลด์ตัวลงไปตามลำตัวของมันราวกำลังโต้คลื่นทั้งร่างผนึกไว้ด้วยน้ำแข็งหนาจนคลุมทั่วตัวราวเกราะอัศวินยุคกลาง สองมือสาดเวทน้ำแข็งเพื่อปูทางและนำร่องการเคลื่อนที่ทว่าเมื่อเขาเคลื่อนตัวผ่านไป น้ำแข็งก็จะละลายเพราะไอระอุจากตัวมันและพิษร้ายวิฬาร์แทบจะต้องใช้พลังเวทมนตร์ทั้งหมดที่เขามีเพื่อรักษาชั้นน้ำแข็งเอาไว้ให้ได้หนาที่สุดไม่อย่างนั้น เขาอาจจะตายได้ในพริบตา
ใช้ทักษะเพียงสองชุดก็ทำให้วิฬาร์ต้องตั้งรับอย่างหืดจับเห็นได้ชัดว่าสัตว์อสูรเลเวลสี่ร้อยน่ากลัวถึงขนาดไหน
ด้วยความเชี่ยวชาญในการใช้ทักษะบวกกับมายันตนาคราชไม่ได้ตั้งใจโจมตีเต็มแรงนักเขาก็พาตัวเองมาถึงปลายหางของมันได้อย่างรวดเร็วรอดพ้นจากพิษร้ายที่มันพ่นใส่ตัวราวเพลิงมังกรมาได้หวุดหวิด
วิฬาร์เกาะอยู่ที่บริเวณปลายหางของมันราวกับเป็นตุ๊กแกกลับชาติมาเกิดเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่ยอมเอาตัวออกห่าง เพราะกลัวว่าจะถูกโจมตีแบบเต็มกำลังทว่าในสายตาของสัตว์อสูรระดับสูงมายันตนาคราชกลับเห็นว่าเจ้าแมลงน่ารังเกียจนี่กัดมันไม่ปล่อยเสียที วินาทีนั้นเจ้าตัวจึงสะบัดหางอย่างรุนแรงเพื่อปัดเจ้าปรสิตน่าขยะแขยงนั่นออกจากตัว
เร็วปานสายฟ้าแลบวิฬาร์ถูกดีดตัวออกด้วยความเร็วระดับมหากาฬ เขาพุ่งวาบขึ้นฟ้าราวลูกกระสุนปืนใหญ่ลอยข้ามหัวมายันตนาคราชไปในทันที
ภาพในคลองจักษุของวิฬาร์พลันเปลี่ยนเป็นขีดเส้นนับล้านๆแถว พาดผ่านไปด้วยความเร็วสูงในหูก็คล้ายได้ยินเสียงระเบิดของอะไรบางอย่างในขณะที่เจ้าตัวทะลุผ่านกำแพงเสียงจากนั้นก็วูบ สติดับหายไป
มายันตนาคราชที่เห็นเหยื่อตัวเล็กหลุดรอดไปเพราะความหุนหันพลันแล่นของตนก็ตกใจไปเหมือนกันแต่เพราะเมื่อครู่ เกียรติของเผ่าพันธุ์ระดับสูงอย่างมันกลับถูกแมลงเล็กจ้อยทำให้แปดเปื้อนมลทินเจ้าตัวจึงรีบบึ่งตะลุยตามไปยังทิศทางที่เจ้าปรสิตนั่นปลิวไปด้วยความเร็วสูงฝ่าพงพนาจนแหกยับเยินไปเป็นทาง
สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นนน