ขบวนรถไฟใต้ดินสายสี่กระชากตัวแล่นผ่านความมืดมิดของอุโมงค์เสียงล้อเหล็กเสียดสีกับรางดังแหลมสูงจนบาดแก้วหูแสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์บนเพดานกะพริบติดๆ ดับๆตามจังหวะการตกหลุมอากาศของกระแสไฟฟ้า
อากาศภายในตู้โดยสารขุ่นคลั่กและหนักอึ้งมันเต็มไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ถูกกักขังอยู่ในพื้นที่ปิดทึบกลิ่นของเสื้อกันหนาวผ้าวูลที่เปียกชื้น กลิ่นเหงื่อไคลที่หมักหมมกลิ่นกระเทียมและเครื่องเทศจากลมหายใจของมนุษย์นับร้อยที่เบียดเสียดกันจนแทบไม่มีช่องว่างให้ขยับตัวเครื่องระบายอากาศบนเพดานส่งเสียงครางแคร่กๆพ่นลมที่ทั้งร้อนและเหนียวเหนอะหนะลงมาปะทะผิวหน้าของทุกคน
เคทขยับข้อเท้าซ้ายอย่างยากลำบาก
รองเท้าบูตหนังกลับของเธอถูกหิมะละลายซึมผ่านตะเข็บเข้ามาจนถุงเท้าด้านในเปียกชุ่มมันเย็นเฉียบและเสียดสีกับส้นเท้าทุกครั้งที่รถไฟโค้งตัวหญิงสาวกดน้ำหนักลงบนฝ่าเท้าขวาเพื่อลดความเ็ปอาการแสบแปลบแล่นขึ้นมาจากรอยถลอกที่ข้อเท้า เธอพ่นลมหายใจออกทางปากอย่างหงุดหงิดยกมือขึ้นดึงคอเสื้อสเวตเตอร์ที่ชื้นเหงื่อให้ขยับออกห่างจากลำคอปอยผมที่เปียกละอองหิมะลู่ติดกับแก้มและซอกคอจนน่ารำคาญ
เธอไม่ได้นึกถึงเื่ปรัชญาความรักไม่ได้สนใจทฤษฎีความคุ้นเคยของดวงิญญาสิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของเคทตอนนี้คือความปวดเมื่อยที่น่องและความ้าที่จะถอดรองเท้าเปียกๆ คู่นี้ออกให้เร็วที่สุด
กู้เหยียนโจวยืนอยู่ด้านหลังเธอห่างออกไปเพียงครึ่งก้าว
เขาขยับมือซ้ายที่ถือถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อ หูหิ้วพลาสติกบางๆบาดลึกลงไปในข้อนิ้วที่แดงจัดและแข็งทื่อจากอุณหภูมิติดลบด้านนอกชายหนุ่มพยายามเปลี่ยนมุมจับถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและกระป๋องกาแฟเย็นชืดด้านในส่งเสียงกรอบแกรบน่ารำคาญทุกครั้งที่เขาขยับตัวเขากะพริบตาถี่ๆเพื่อขับไล่ความแห้งผากและอาการปวดกระบอกตาจากการทำงานล่วงเวลาติดต่อกันสิบแปดชั่วโมง
รถไฟเบรกกระชากอย่างรุนแรง
กู้เหยียนโจวเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาและยันรองเท้าบูตเก่าๆลงบนพื้นยางที่ลื่นไปด้วยคราบน้ำเพื่อรักษาสมดุลแขนของเขาตึงเกร็งจากการต้านทานแรงดันของมนุษย์ออฟฟิศร่างท้วมที่เบียดเข้ามาจากด้านข้างเขาจามออกมาหนึ่งครั้ง ยกท่อนแขนเสื้อโค้ตสีน้ำตาลขึ้นเช็ดปลายจมูกที่ไหลซึมอย่างลวกๆศัลยแพทย์อุบัติเหตุผู้เหนื่อยล้าไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอจะมาคิดเื่การปกป้องใครเขาแค่พยายามไม่ให้ตัวเองล้มลงไปกองกับพื้นสกปรกๆ ของรถไฟขบวนนี้
อีกฝั่งหนึ่งของมุมประตูเสิ่นเยี่ยนฉือถูกเบียดจนหลังกระแทกเข้ากับแผงพลาสติกใส
กางเกงสูทสั่งตัดราคาแพงของเขาแนบชิดติดกับหน้าแข้งด้วยความเปียกชื้นละอองโคลนสีเทาดำกระเด็นเกาะตามชายเสื้อโค้ตตัวยาวรองเท้าหนังอิตาลีที่เคยขัดจนขึ้นเงาบัดนี้แช่อยู่ในแอ่งน้ำสกปรกที่ไหลมารวมกันตรงมุมประตูน้ำเย็นจัดซึมผ่านรอยต่อของรองเท้าเข้ามาจนปลายนิ้วเท้าของเขาปวดหนึบและไร้ความรู้สึกชายวัยกลางคนที่ยืนเบียดอยู่ด้านซ้ายมือหายใจรดต้นคอของเขาพร้อมกับกลิ่นยาสูบฉุนจัด
เสิ่นเยี่ยนฉือขบกรามแน่นจนนูนขึ้นเป็สัน
เขาปวดหัว อาการเต้นตุบๆ ที่ขมับซ้ายรุนแรงขึ้นตามจังหวะการสูบฉีดเืชายหนุ่มหงุดหงิดความไร้ประสิทธิภาพของระบบขนส่งมวลชนในเมืองหลวงเขาหงุดหงิดงบประมาณการซ่อมบำรุงที่ล้มเหลวหงุดหงิดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกินค่ามาตรฐานในอากาศที่เขากำลังสูดดมตรรกะของนักบริหารธุรกิจถูกงัดขึ้นมาใช้ด่าทอทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว
เขาโกรธสภาพอากาศ โกรธความชื้นแฉะและโกรธตัวเองที่ทิ้งเบาะหนังรถยนต์เพื่อมายืนรับสภาพอัปยศเช่นนี้
เสียงประกาศจากลำโพงแตกพร่าเหนือศีรษะดังขึ้น
"สถานีถัดไป... ผู้โดยสารโปรดระวังช่องว่างระหว่างขบวนรถ..."
เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหวล้อเหล็กครูดกับรางจนเกิดประกายไฟแลบอยู่ด้านนอกหน้าต่าง รถไฟจอดสนิทประตูเลื่อนเปิดออกพร้อมกับลมกระโชกแรงที่พัดเอากลิ่นฝุ่นและสนิมเข้ามาปะทะใบหน้า
ความโกลาหลเริ่มต้นขึ้นทันที
คลื่นมนุษย์ผลักดันกันออกไปสู่ชานชาลาเคทถูกกระแทกที่หัวไหล่อย่างแรงจนเซถลา เธอไม่ได้สบถเพียงแค่กัดฟันและปล่อยให้กระแสน้ำของฝูงชนพัดพาเธอหลุดพ้นจากประตูรถไฟกู้เหยียนโจวถูกดันตามหลังมาติดๆกระเป๋าเป้ของเขาเกี่ยวเข้ากับขอบประตูจนเขาต้องออกแรงกระชากมันหลุดออกมา
เสิ่นเยี่ยนฉือหลุดออกมาจากประตูอีกบานหนึ่งที่อยู่ห่างออกไป
ชานชาลารถไฟใต้ดินสว่างไสวด้วยแสงไฟที่เ็าพื้นกระเบื้องแกรนิตเต็มไปด้วยรอยรองเท้าเปื้อนโคลนสีดำและแอ่งน้ำสกปรกถังขยะริมเสาคอนกรีตล้นทะลักไปด้วยแก้วกระดาษและหนังสือพิมพ์เปียกๆผู้คนจ้ำเท้าเดินมุ่งหน้าไปสู่บันไดทางออกอย่างเร่งรีบ ไม่มีใครสนใจใคร ไม่มีใครสนใจความเหนื่อยล้าของคนรอบข้าง
เคทเดินลากเท้าที่เจ็บแปลบไปจนถึงหน้าบันไดเลื่อน
มีป้ายพลาสติกสีเหลืองตั้งขวางทางขึ้นเอาไว้ พร้อมข้อความ
'ปิดซ่อมบำรุงชั่วคราว'
"ให้ตายเถอะ" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบแห้งและเต็มไปด้วยความรำคาญหญิงสาวยกมือขึ้นนวดหลังคอที่ปวดเกร็งจากการแบกน้ำหนักของเสื้อโค้ตเปียกชื้น
กู้เหยียนโจวเดินมาหยุดอยู่ห่างจากเธอไปสองก้าวเขาขยับถุงพลาสติกในมือสลับไปถืออีกข้าง ยกมือขวาขึ้นทุบต้นคอตัวเองเบาๆเพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการยืนเกร็งมาตลอดทาง
"ต้องเดินขึ้นสินะครับ" เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ ไม่ได้หันหน้ามามองเธอสายตาของเขาจับจ้องไปยังขั้นบันไดคอนกรีตที่ทอดยาวขึ้นไป้าซึ่งเต็มไปด้วยคราบหิมะละลายสีเทาดำ
"ระวังลื่นล่ะ" เคทตอบสั้นๆเสียงของเธอราบเรียบและใช้งานได้จริงเท่านั้น เธอไม่ได้หันไปมองเขาเช่นกัน
"ครับ"
ไม่มีการจับมือประคอง ไม่มีการยิ้มให้กำลังใจ ไม่มีการสบตาที่ลึกซึ้งพวกเขาเป็เพียงมนุษย์สองคนที่ร่างกายเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุดและต้องเผชิญกับความไม่สะดวกสบายของโครงสร้างพื้นฐานในเมืองหลวงเคทก้มหน้ามองขั้นบันได ก้าวเท้าขวาที่เจ็บส้นเท้าขึ้นไปอย่างเชื่องช้ากู้เหยียนโจวก้าวตามขึ้นไปในจังหวะที่ทิ้งห่างกันหนึ่งขั้นต่างคนต่างจดจ่ออยู่กับการทรงตัวไม่ให้ลื่นไถลลงมาบนคราบน้ำแข็งสกปรกความปวดเมื่อยที่หัวเข่าและน่องคือความจริงเพียงหนึ่งเดียวที่ครอบงำระบบประสาทของพวกเขาในเวลานี้
เมื่อเดินขึ้นมาถึงโถงทางเดินชั้นบน ป้ายบอกทางแยกซ้ายและขวา
เคทหันขวา กู้เหยียนโจวหันซ้าย
พวกเขาเดินแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง ไม่มีใครหันหลังกลับมามองไม่มีใครหยุดรอ ไม่มีใครกล่าวคำอำลาที่สวยงามมีเพียงความ้าอย่างรุนแรงที่จะพาร่างกายอันหนักอึ้งนี้กลับไปสู่ความอบอุ่นของห้องพักส่วนตัวให้เร็วที่สุด
เบื้องล่าง บนชานชาลาที่คนเริ่มซาลง
เสิ่นเยี่ยนฉือยืนนิ่งอยู่หน้าถังขยะสเตนเลสที่เต็มล้น
เขามองเห็นแผ่นหลังของคนทั้งสองเดินขึ้นบันไดธรรมดาไปจนลับสายตาชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน ดึงโทรศัพท์มือถือออกมาหน้าจอััค้างเติ่งและไม่ตอบสนองต่อปลายนิ้วที่แข็งทื่อและเย็นจัดของเขาเขาพยายามกดปุ่มเปิดปิดซ้ำๆ หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาครู่หนึ่งก่อนจะดับวูบไปอย่างถาวรเนื่องจากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจากอุณหภูมิติดลบ
ชายหนุ่มออกแรงใช้นิ้วเคาะลงบนหน้าจอกระจกแรงๆสองสามครั้งด้วยความหงุดหงิด
เขาปวดหัว อาการเต้นตุบๆ ที่ขมับซ้ายรุนแรงขึ้นจนสายตาพร่ามัวไปชั่วขณะเขายัดโทรศัพท์มือถือที่ไร้ประโยชน์กลับลงไปในกระเป๋าเสื้อโค้ตขยับคอเสื้อที่เปียกชื้นให้คลายออกเสิ่นเยี่ยนฉือไม่ได้ตั้งคำถามถึงความว่างเปล่าในอกไม่ได้พยายามวิเคราะห์ว่าความเ็ปนี้เกิดจากอะไรเขาเพียงแค่รับรู้ถึงความหนาวเย็นที่กัดกินร่างกาย
เขาก้าวเท้าเดินไปทางบันไดอีกฝั่งหนึ่งทิ้งรอยรองเท้าหนังที่เปื้อนโคลนสีดำไว้บนพื้นกระเบื้องแกรนิตของชานชาลาเดินฝ่าความอึดอัดและความเหนื่อยล้าของเมืองหลวงกลับไปสู่โลกที่เขาต้องใช้เหตุผลในการเอาชีวิตรอดต่อไปอย่างโดดเดี่ยว