ในค่ำคืนที่ลมหนาวเยือกเย็นกว่าทุกครั้ง กฤติยานอนกระสับกระส่ายเพราะเสียงแว่วที่คล้ายเสียงสะอื้นซึ่งดังมาจากที่ใดที่หนึ่งในบ้าน เสียงนั้นเบาแต่ชัดเจนพอที่จะทำให้เธอข่มตาหลับไม่ลง สุดท้ายเธอตัดสินใจลุกขึ้น หยิบไฟฉายแล้วออกจากห้องนอน
แสงไฟฉายส่องไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยฝุ่น บ้านทั้งหลังเงียบสงัด แต่เสียงสะอื้นยังดังอยู่ เหมือนกำลังเรียกเธอให้เดินเข้าไปหา กฤติยาตามเสียงนั้นไปจนถึงห้องใต้หลังคา ซึ่งเป็ห้องที่ยังไม่มีใครในบ้านได้เข้าไปนับั้แ่ย้ายเข้ามา
ประตูห้องนั้นปิดสนิท กฤติยากำลังจะหมุนลูกบิด แต่ทันใดนั้นประตูเหมือนถูกผลักเปิดเองด้วยแรงลมที่ไม่รู้มาจากไหนภายในห้องนั้นมืดสนิทและเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด ขณะที่เธอก้าวเข้าไปในห้อง เสียงสะอื้นก็หยุดลง
ทันใดนั้น แสงจากหน้าต่างบานเล็ก ๆ ส่องเข้ามา ทำให้เธอมองเห็นร่างหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ริมผนังในเงามืด ร่างนั้นซีดเซียว ผมยาวปรกหน้า ชุดสีขาวหม่นหมองคล้ายเคยเป็ชุดนอนในยุคสมัยที่ล่วงไปนานแล้ว หญิงสาวค่อย ๆเงยหน้าขึ้น สายตาที่มองมาทำให้กฤติยารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งร่าง
“ฉันช่วยอะไรคุณได้ไหมคะ?” กฤติยาถามเสียงสั่น
หญิงสาวไม่ได้ตอบ แต่กลับค่อย ๆ ก้าวเข้ามาใกล้ เธอเอื้อมมือเย็นเฉียบมาจับมือของกฤติยา ความหนาวเหน็บแทรกซึมจนเธอรู้สึกเหมือนเืในกายเย็นเฉียบ “ฉัน… ฉันถูกลืม” หญิงสาวเอ่ยเสียงแ่เบา “ไม่มีใครจำฉันได้… ไม่มีใครฟังเสียงของฉัน…”
กฤติยาได้แต่ยืนนิ่ง ฟังเสียงกระซิบเบา ๆ ของหญิงสาว
เื่ราวความรักและความสูญเสียที่น่าเศร้าใจ ซึ่งเธอถูกปล่อยให้ตายอย่างโดดเดี่ยวและไม่เคยได้รับความเป็ธรรมขณะที่ยังมีชีวิต เธอเป็หญิงสาวชื่อ “มณฑา” ลูกสาวเ้าของบ้านรุ่นก่อน ซึ่งถูกหมั้นหมายกับชายหนุ่มที่รักกัน แต่แล้วครอบครัวของเธอก็ห้ามไม่ให้แต่งงานเพราะชายหนุ่มนั้นมีฐานะต่ำต้อยกว่าครอบครัวของมณฑา เธอถูกกักตัวไว้ในบ้านเพื่อไม่ให้ได้พบเจอกับเขาอีกเลย
ด้วยความเศร้าและอ้างว้าง มณฑาพยายามหนีออกจากบ้านหลายครั้งเพื่อหาชายคนรัก แต่ทุกครั้งก็ถูกครอบครัวขัดขวางและทำให้เธอค่อย ๆ จมลงในความเศร้าโศก เธอป่วยหนักและเสียชีวิตในห้องใต้หลังคา เธอจากไปทั้งที่ยังมีความรักและความเ็ปฝังลึก
---
**คำขอร้องของิญญามณฑา:**
มณฑาขอให้กฤติยาช่วยตามหาชายคนรักของเธอ ซึ่งกฤติยาได้รู้ว่าเขาได้เขียนจดหมายถึงมณฑาหลายฉบับ แต่จดหมายเ่าั้ถูกครอบครัวของเธอซ่อนเอาไว้ในที่ลับในบ้าน
ิญญามณฑาขอให้กฤติยาตามหาจดหมายเ่าั้เพื่อให้เธอได้อ่านคำพูดสุดท้ายที่เขาเคยส่งมา หวังว่าคำรักในจดหมายจะเป็สิ่งที่ช่วยให้เธอหลุดพ้นจากความผูกพันในอดีต และได้รับการปลดปล่อยไปสู่สุขคติ
กฤติยาจึงเริ่มค้นหาจดหมายเ่าั้ในบ้าน โดยต้องเผชิญกับเหตุการณ์ประหลาดหลายอย่าง ทั้งเสียงฝีเท้าที่แว่วมากลางดึก เงาดำที่ปรากฏในกระจก และแสงไฟที่สว่างวาบในจุดที่ไม่ควรมี เมื่อกฤติยาพบจดหมายและอ่านให้ิญญามณฑาฟังจนจบ ความรักที่ถูกขังในอดีตก็เหมือนจะได้รับการเปิดเผย มณฑายิ้มทั้งน้ำตาและจากไปในที่สุดปลดปล่อยทั้งิญญาของเธอและบ้านที่เคยเยือกเย็นนี้
ซึ่งบอกเล่าถึงเื่ราวที่เต็มไปด้วยความเ็ปในอดีต หญิงสาวนั้นเคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เมื่อหลายสิบปีก่อนแต่ครอบครัวของเธอทิ้งเธอไว้เพียงลำพังจนกระทั่งเสียชีวิต “ฉันถูกทอดทิ้ง… ถูกลืม… ฉันอยากให้ใครสักคนรู้ว่าฉันเคยมีชีวิตอยู่”
น้ำตาของกฤติยาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอรู้สึกถึงความเหงาและความเ็ปของหญิงสาวผู้เฝ้าบ้านหลังนี้มานานแสนนาน
“ฉันจะช่วยคุณค่ะ” กฤติยากล่าวอย่างมุ่งมั่น เธอตัดสินใจว่าจะเปิดเผยเื่ราวของหญิงสาวที่ถูกลืมคนนี้ เธออยากให้ิญญาที่ทุกข์ทรมานนี้ได้รับการปลดปล่อย
เมื่อกฤติยากล่าวคำสัญญานั้น ร่างของหญิงสาวค่อย ๆ จางลงไป ทิ้งไว้เพียงสายลมที่พัดผ่าน และความเย็นเยือกที่ค่อย ๆ จางหาย เธอยืนนิ่งอยู่ในห้องใต้หลังคา รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่คล้ายจะคลายตัวออกจากบ้านหลังนี้
การพบเจอกับิญญาในคืนนั้นเป็จุดเริ่มต้นของการสืบค้นเื่ราวในอดีตของบ้านหลังนี้ กฤติยารู้ว่าเธอต้องทำตามคำสัญญาเพื่อช่วยเหลือิญญาที่เฝ้าบ้านให้ไปสู่สุขคติ และเพื่อให้บ้านที่เธออยู่กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง