สองหนุ่มขับรถกลับจากอยุธยาจนมาถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ วันนี้เป็อีกวันในชีวิตของพศินและวินทร์ที่เต็มไปด้วยความสุข …สุขจากการที่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวเฉกเช่นเดียวกับคู่รักชายหญิงทั่วไป...
"นอนได้แล้วครับ พรุ่งนี้หนูต้องไปทำงานแต่เช้านะ" คนพี่หันไปดูคนน้องที่เอาแต่เล่นมือถืออยู่
"คร้าบบบบบบบ พี่ปิดไฟได้เลย"
ฟึ่บบ... ทุกสิ่งในห้องเงียบงันยกเว้นแต่เสียงแอร์เบาๆ พศินซุกกอดซบที่หน้าอกคนพี่อย่างอบอุ่นใจเพราะพื้นที่ตรงนี้เป็เหมือนเซฟโซนให้เขานอนหลับได้อย่างสนิท
เสียงความคิดและภาพในหัวของวินทร์ยังคงรบกวนไม่ให้สมองของเขาได้พักผ่อน เขายังคงมีความกังวลว่าพ่อจะรับได้ไหมถ้าคนรักเขาเป็ผู้ชาย ด้านแม่เขาไม่ค่อยกังวลนักเพราะโลกเปลี่ยนไปและเทรนชายรักชายก็มาแรง เขาคิดว่าแม่เป็สาววายซะอีกเพราะเธอก็ชอบดูซีรี่ย์วาย ...
"ตั้งใจทำงานนะครับ เดี๋ยวตอนเย็นพี่มารับ" วินทร์พูดแล้วก็โน้มตัวลงไปจุ๊บปากชมพูเบาๆ
"ครับ ขอให้วันนี้เป็วันที่ดีของพี่วินทร์น้า แล้วเจอกันตอนเย็นครับ" เขาโบกมือบ๊ายบายก่อนลงจากรถไป
กริ๊ง...กริ๊ง...เสียงไอโฟนดังพร้อมสั่นจนวินทร์สะดุ้งเพราะเขากำลังจมกับความคิดในงานที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า
"แม่หรอครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ" เขาเงยหน้าขึ้นมาตั้งใจฟังสิ่งที่ปลายสายพูด
"วินทร์ เกิดเื่แล้ว พ่อถูกวินิจฉัยว่าเป็โรคอัลไซเมอร์" แม่เขาพูดด้วยอาการตื่นตะหนก
"ห้ะ แม่ใจเย็นๆนะครับเดี๋ยวผมจะรีบไปโรงพยาบาล" เมื่อวินทร์รู้ชื่อโรงพยาบาลจากแม่ เขาก็รีบออกจากที่ทำงานทันที
พ่ออายุมากกว่าแม่ตั้งสิบปี วินทร์เสียใจที่รู้สึกว่าไม่ค่อยได้กลับบ้านให้บ่อยกว่านี้เพราะเขาก็ทำแต่งาน
"แม่ครับ" วินทร์รีบเข้าไปสวมกอดให้กำลังใจผู้เป็แม่
"หมอบอกดี...ที่ยังมาหาหมอเร็ว...จะได้...ทำการรักษาไว...ก็มีโอกาสที่...จะมีชีวิตนานขึ้น" แม่พูดไปกลั้นเสียงขาดหายไปเป็่ๆ
"ญาติคุณศิรวินทร์ใช่ไหมครับ หมอขอเชิญทางนี้หน่อยครับ"
"เดี๋ยวผมเข้าไปเองครับ แม่รอตรงนี้ดีกว่า" วินทร์พยุงแม่ไปนั่งรอที่หน้าต้องตรวจ ส่วนเขารีบเดินตามหมอเข้าไป
"คุญพ่อของคุณเป็อัลไซเมอร์ระยะต้นปลายถึงระยะปานกลางนะครับ แต่ยังไม่ต้องกังวลมาก ่นี้ก็ให้สังเกตอาการ
เขาให้ดีว่าหลงลืมอะไรไปบ้าง ทำตัวแปลกๆหรือไม่ค่อยพูดไหม มีอาการเหม่อลอยหรือเปล่า"
"แล้วเื่การรักษาล่ะครับ"
"หมอจะสั่งจ่ายยาให้นะครับ ช่วยดูแลให้เขากินยาให้ครบทุกเม็ดทุกวันอย่าให้ขาดนะครับ เพราะมันจะส่งผลต่อการรักษามากๆ" หมอเน้นย้ำเื่ยาเพราะมันช่วยในการทำให้สารสื่อประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
"ครับผมจะดูแลเื่นี้ให้ดี"
"โอเคงั้นรับยาแล้วก็กลับบ้านได้ครับ" วินทร์พนมหมือไหว้หมอก่อนออกจากห้องตรวจไปจ่ายเงินค่ายา
เขาเห็นแม่จูงมือพ่อเขาที่เดินค่อนข้างช้ากว่าปกติ
"พ่อไม่ได้เป็อะไรมากนะ แค่กินยาตามที่หมอสั่งก็จะดีขึ้น" วินทร์ทำเสียงเข้มเพื่อให้คนฟังเชื่อถือและมั่นใจในคำพูดของเขา
"แล้วแม่ทำไมถึงพาพ่อมาที่นี่ล่ะ พ่อไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย.." คนป่วยที่ยังไม่รู้ตัวว่าป่วยเริ่มบ่นภรรยาตัวเอง ทั้งๆที่เขาเกือบทำไฟไหม้บ้านเพราะลืมปิดแก๊สตั้งสองวันติด
"อืม นี่วินทร์เอง พ่อจำผมได้ไหมเนี่ย"
"ใครอ่ะ วินทร์อะไร" เขาค่อยๆขยับแว่นเพ่งมองหน้าคนถามคำถาม