ตอนที่ 96 จี๊ด ๆ จิ๊บ ๆ
หลังประสบความสำเร็จในการใช้ไอเทมตราประทับทาสกับหนูแรทสีขาวตัวนั้นลุคก็ทำแบบเดียวกันกับหนูและนกทั้งหมดลุคสัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อจากนกและหนูที่อยู่ด้านหน้า
เขาเปิดกรงปล่อยให้พวกมันออกมาโดยไม่กลัวว่ามันจะบินหนีไปหรือเปล่า เพราะลุคสามารถสั่งและควบคุมพวกมันได้
“ก่อนอื่นก็มาดูว่าพวกแกทำอะไรได้บ้างเอาละมาเรียงกันหน้ากระดาน” ลุคสั่งผ่านตราประทับที่เชื่อมต่ออยู่นกและหนูกระจายตัวกันไม่เป็นระเบียบก็มายืนเป็นหน้ากระดานด้านหน้าลุคโดยหนูอยู่ฝั่งซ้าย นกอยู่ฝั่งขวามือ รวมกันเป็น 10 ตัวพอดี
พวกนกเชิดหน้าจ้องมองไปลุคส่วนหนูก็ยืนด้วยขาหลัง ขาหน้าเก็บไว้กับตัวอย่างเป็นระเบียบราวกับแสดงความเคารพเขา
“ดี”ลุคเผยรอยยิ้มน้อย ๆ ราวกับเด็กที่พึ่งได้ของเล่นใหม่มา
“เอาล่ะไหนลองหมุนตัวหน่อยสักหนึ่งรอบ”
นกและหนูทำตามแต่ว่าพวกมันหมุนกันไปคนละทิศทางบ้างไปตามเข็มบ้างก็ทวนเข็มลุคสังเกตได้ถึงข้อนี้เลยเข้าใจว่าถ้าไม่ใช่คำสั่งที่เจาะจงพวกมันก็จะคิดเองว่าทำยังไง
แต่ลุคก็ยังพอใจที่มันสามารถทำตามคำสั่งได้
หนูมีประสาทสัมผัสที่ไว้ทั้งการดมกลิ่นและความรู้สึกถึงอันตราย
นกเองก็เช่นกันพวกมันค่อนข้างตื่นตัวและสัมผัสได้ถึงอันตรายได้ดี ที่สำคัญมันบินได้
ทั้งหนูและนกตัวของพวกมันยังเล็กเข้าไปในที่คนทั่วไปเข้าไม่ได้ และด้วยตราประทับทาสทำให้ลุคสามารถสื่อสารผ่านความคิดได้แม้มันจะอยู่ไกลนับว่าทั้งหนูและนกกระจิบเป็นสัตว์ที่เหมาะกับการสอดแนม ค้นหาและเฝ้าระวังภัยได้อย่างดี
“นายกำลังทำอะไรอยู่”ในตอนนั้นนิโคลก็เดินเข้ามาดู เพราะเห็นลุคนั่งหันหลังและพูดคนเดียวอยู่
“กำลังทดลองควบคุมสัตว์อยู่”ลุคตอบไปตามตรง คำตอบของเขาดึงดูดความสนใจของไอกะและบอสตันด้วยทำให้ลุคโดนสามคนมองดูการกระทำของเขาด้วยความสนใจ
“นายสื่อสารกับพวกมันได้”ไอกะถาม
“ก็นิดหน่อยอย่างเช่น”ลุคหันกลับไปหาหนูแรทและสื่อสารกับมัน “ลองนอนแล้วกลิ้งดู”
หนูแรททำความที่ลุคสื่อสารกับพวกมันในทันที
ที่จริงแล้วการสื่อสารผ่านตราประทับทาสมันไม่ใช่การสื่อสารแบบคำพูดแต่เป็นความคิดที่สามารถควบคุมผ่านตราประทับทาส
“ว้าวสุดยอดแบบนี้นายก็พูดคุยกับหนูและนกได้”
“ไม่ใช่คุยหรอกแต่สื่อสารกับมันได้เฉย ๆ แบบทำให้มันเข้าใจความคิดของฉันโดยตรง”ลุคบอกกับไอกะที่เป็นคนถาม แต่แล้วลุคเหมือนจะนึกขึ้นได้
“รอเดี๋ยว”
เขาเอาแหวนวงหนึ่งออกมา
ไอเทมแหวนสื่อสารมอนสเตอร์ระดับ E เป็นไอเทมที่ใช้ในการสื่อสารกับมอนสเตอร์ไม่มีความสามารถพิเศษอื่นเขาได้มันมาจากมอนสเตอร์หูแหลมที่เรียกว่า ก็อบลิน
มันเป็นตัวที่คอยสื่อสารและควบคุมมอนสเตอร์ในการโจมตีคนทั่วไปในวันนั้นเขาฆ่ามันได้ประมาณ 5 ตัวแล้วก็ยังไม่ได้ทดลองใช้ไอเทมชิ้นนี้มาก่อน
แม้จะแหวนสื่อสารมอนสเตอร์แต่มันก็สื่อสารกับสัตว์ทั่วไปได้เหมือนกัน
ลุคลองใส่แหวนทันทีที่ใส่เขาก็ได้ยินพวกหนูพูดกันอยู่
“หิวจัง จี๊ดๆ”
“เนื้ออร่อยมากจี๊ด ๆ”
“จะได้กินเพิ่มอีกไหมจิ๊บ ๆ”
“อร่อยกว่าอาหารที่เคยกินอีกจิ๊บ ๆ”
ทั้งนกและหนูกำลังพูดกันถึงอาหารที่พึ่งกินไปและดูเหมือนจะอยากกินเนื้อมอนสเตอร์เพิ่มอีก เสียงพวกมันเล็กน่ารักมาก
“พวกแกอยากกินอีกเหรอ”ลุคถามพวกมัน แต่พอได้ยินคำพูด ทั้งนกและหนูก็พาตกใจเล็กน้อยที่ลุคพูดกับพวกมันได้ แถมมันก็เข้าใจคำพูดของลุคด้วย
“เจ้านายพูดภาษาเราได้จี๊ด ๆ”
“เจ้านายสุดยอดที่สุดดด...เลยจิ๊บ ๆ”
“เจ้านาย ๆหิวจังขออีกได้ไหม จี๊ด ๆ”
“ใช่...เจ้านายจี๊ดๆ ขออีกเนื้ออร่อยมาก”
“จิ๊บ ๆขอด้วยเจ้านาย จิ๊บ ๆ”
พวกนกและหนูต่างกระตือรือร้นที่มันสามารถพูดตรงๆ กับเจ้านายได้ มันพากันกระโดดไปมาและสายตาอ้อนวอนขออาหารเพิ่ม
ทำให้ลุคค่อนข้างประหลาดใจกับนกและหนูพวกนี้
‘ดูเหมือนจะฉลาดกว่าที่คิด’
“ก็ได้แต่ว่าต้องตอบคำถามก่อนแล้วจะให้”
“ได้ จิ๊บ ๆ”
“ตอบคำถาม ๆจี๊ด ๆ”
นกและหนูพอได้ยินว่าจะได้อาหารเพิ่มมันก็รับปากจะตอบคำถามในทันทีหนูขยับเข้าไปใกล้ ส่วนนกกระจิบแสดงความดีใจพากันกระพือปีก ผับ ๆ ๆ
ลุคลองถามคำถามเช่นพวกนักวิจัยในโรงพยาบาลทำอะไรกับพวกมัน แล้วพวกมันจำอะไรได้บ้าง
นกและหนูต่างพากันนึกถึงความทรงจำและตอบคำถามของลุคเขาก็ได้คำตอบง่าย ๆ ว่าพวกมันเกิดในห้องที่สว่าง ในกรงและไม่เคยออกไปไหนเรื่องห้องทดลองมันไม่เข้าใจ และส่วนใหญ่เป็นอาหารเม็ดสี ๆ ต่างกันไป รสชาติแย่มากพวกมันเน้นเรื่องรสชาติกันอย่างจริงจัง
ลุคจึงต้องสรุปเอาเองน่าจะเป็นสัตว์ที่เกิดและเติบโตในห้องทดลองไม่เคยออกไปไหน ส่วนเม็ดสี ๆอาจจะเป็นยาบางอย่าง แต่ทำไมถึงกินแต่ยา ยาทดลอง เขาไม่รู้
หลังจากนั้นลุคก็ลองหลายๆ อย่างทั้งถามในเชิงความรู้ตัวเลข จำนวนและแยกแยะว่าสิ่งนั้นหรือสิ่งนี้คืออะไรส่วนใหญ่พวกมันไม่รู้ แต่ถ้าบอกและสอนก็สามารถจดจำได้ทันทีพอถามครั้งต่อไปมันก็ตอบได้
ตัวอย่างเช่นการบอกว่าพวกเขาเป็นมนุษย์พวกมันเป็นนก เป็นหนู แยกเพศหญิงชายของคนได้ นับจำนวนได้ว่ามีเท่าไหร่พวกมันเรียนรู้ได้
“ตอนอยู่ในกรงพวกแกฉลาดแบบนี้ไหม”ลุคตั้งคำถาม เพราะรู้สึกพวกมันฉลาดมาก
หนูแรทสีขาวสองตัวมองหน้ากัน
“ไม่นะ จี๊ด ๆ”
“ใช่ไม่ฉลาดเลยจี๊ดๆ”
“พวกเราโง่มากจิ๊บ ๆ แต่ตอนนี้ฉลาดแล้ว จิ๊บ ๆ”
“แปลกจริง ๆจิ๊บ ๆ พวกเราฉลาดได้ด้วยแหละ”
“โอเคร พอแล้วฉันเข้าใจแล้ว” ลุคห้ามพวกมัน เพราะทั้ง 10 ตัวแย่งกันพูด
ลุครู้สึกสุดยอดมากจากคำตอบเขาเดาว่าตราประทับทาสทำให้พวกมันฉลาดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อคำสั่งของเจ้านายได้
ถือว่าเป็นเรื่องดี!
ลุคถามอะไรเพิ่มแต่ประสบการณ์พวกมันน้อยเกินไป เพราะเกิดและโตแต่ในห้องทดลอง
ขณะที่คนอื่นกะพริบตาปริบๆ มองลุคคุยกับหนูและนกอย่างจริงจังแถมพวกหนูและนกก็ทำท่าราวกับคุยกับเขาด้วยความร่าเริงไม่หยุดถึงขนาดโบกมือขยับปีกกันไปมา
สุดท้ายก็ได้แต่มองดูคนหนึ่งคนและสัตว์10 ตัวล้อมวงคุยกันพักใหญ่
...
ผ่านไปสักพักในที่สุดลุคก็หันไปพูดกับไอกะขอให้ไอกะหั่นชิ้นเนื้อมอนสเตอร์เป็นชิ้นเล็ก ๆ เอามาให้พวกหนูและนกกินจนอิ่ม
พอนกและหนูกินจนอิ่มลุคก็ออกคำสั่งแรก
“เอาละหน้าที่แรกช่วยไปเฝ้าตามทางในโรงพยาบาลได้ไหม ถ้าเจอมอนสเตอร์มาก็แจ้งฉันผ่านตราประทับ”
พวกหนูมองกันอย่างลังเลก่อนจะบอก
“เจ้านายพวกเราไปตัวเดียวเหรอจี๊ด ๆ”
“มีอะไรหรือเปล่า”ลุคถามอย่างสงสัย ต่อท่าทีของมัน
“คือเรากลัวนะจี๊ดๆ”
“เออ...”ลุคเหมือนจะเข้าใจ พวกมันเป็นหนูตัวเล็ก ๆ มันเลยกลัวมอนสเตอร์ก็เป็นเรื่องปกติ
“ถ้างั้นจับคู่กันไปหนู 1 ตัว นก 1 ตัว จริงสิพวกแกควรมีชื่อเรียกก่อน” ลุคคิดชื่อ ก่อนจะตั้งชื่อง่ายๆ ที่ใช้เรียกได้ง่าย โดยให้พวกหนูใช้ชื่อ แรทหนึ่งถึงแรทห้า ส่วนนกก็ชื่อกระจิบหนึ่งถึงกระจิบห้า
“มีช่วยด้วยเหลือจี๊ด ๆ”
“เจ้านายตั้งชื่อให้จิ๊บ ๆ”
ทั้ง 10ตัวพอใจกับชื่อของตัวเองมากก่อนจะทำตามคำสั่งของลุคโดยจับคู่นกหนึ่งตัวหนูหนึ่งตัว
“ไปโลด จี๊ด ๆ”
หนูตัวเล็ก ๆถูกนกกระจิบจับหิวปีกและพาหนูแรทบินขึ้นจากพื้น มันคล้าย ๆกับเครื่องบินที่ยกเอาหุ่นยนต์ลอยฟ้าไป
นกและหนูไปกันเป็นคู่พากันกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่เพื่อเฝ้าระวังตามเส้นทางที่อาจจะมีมอนสเตอร์ขึ้นมาทางที่กลุ่มของลุคอยู่ได้
แม้ว่าตัวหนูกับนกค่อนข้างเท่ากันแต่นกกระจิบกลับแข็งแรงพอพาหนูบินไปได้สร้างความแปลกใจให้กับลุคอยู่ไม่น้อย
ในสายตาทุกคนท่าทางของพวกมันค่อนข้างน่ารักและดูตลก
...
ขณะที่หนูแรทและนกกระจิบพากันหายไปจากระยะสายตาพวกเขาก็พากันมองจ้องลุค เพราะอยากรู้เรื่องพลังใหม่ของเขา
“หรือว่านายเป็นนักฝึกสัตว์”ไอกะถามด้วยความอยากรู้
พรสวรรค์ของนักฝึกสัตว์เป็นพรสวรรค์ที่มีไม่มาก แต่ลักษณะคล้ายกันอยู่คือการสื่อสารกับสัตว์และทำข้อตกลงกัน หรือจะเป็นแบบควบคุมโดยตรงก็มี
ลุคคิดว่าถ้าอ้างอิงข้อมูลนี้ไอเทมคัมภีร์ตราประทับทาส น่าจะเป็นแบบผสมกันคือต้องได้รับยินยอมก่อนและก็ควบคุมได้แบบเบ็ดเสร็จแต่ลุคก็รู้ว่าเขาไม่ใช่นักฝึกสัตว์
“มันไม่ใช่พลังของนักฝึกสัตว์หรอกแต่เป็นจากไอเทม”
ลุคยื่นมือออกไปก็มีไอเทมตราประทับทาส 3 เล่มปรากฏอยู่ด้านหน้าลุคส่งให้พวกเขาคนละอันและอธิบายให้ฟัง
“มันมาจากไอเทมชิ้นนี้เป็นไอเทมตราประทับทาส ที่ใช้กับสิ่งมีชีวิตได้มันจะทำให้เราควบคุมและสื่อสารทางความคิดได้แต่ว่ามันมีข้อจำกัดที่ใช้ได้กับสัตว์ธรรมดาเท่านั้นไม่สามารถใช้กับมอนสเตอร์ได้เอาเก็บไว้และลองหาสัตว์ของตัวเองไว้คนละตัว มันน่าจะมีประโยชน์เช่นสอดแนม หรือตรวจสอบพื้นที่ค้นหาของอะไรแบบนี้”
นิโคลรับมาอย่างไม่ลังเลเมื่อได้ยินความสามารถของไอเทมชิ้นนี้ ที่เหลืออีกสองคนก็รับมาทั้งสามมีสัตว์อยู่ในใจ
“แต่ว่าถ้าอยากคุยกับพวกสัตว์จะต้องใช้แหวนวงนี้ตอนนี้ฉันมีแค่วงเดียว เอาไว้ถ้ามีเพิ่มอีกจะให้คนละวง”
ทั้งสามคนพยักหน้าด้วยความพอใจที่จริงแค่คัมภีร์ตราประทับทาสก็เพียงพอแล้วพวกเขาสามารถสารทางความคิดกับสัตว์สักตัวก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นแล้ว
หลังจากนั้นทุกคนก็กินมื้อค่ำกันก่อนจะจัดที่นอนของตัวเอง โดยนอนอยุ่ในห้องเดียวกันเพื่อความปลอดภัยที่โรงพยาบาลมีผ้าห่ม เตียงหมอนครบ จึงค่อนข้างสะดวก
คืนนี้พวกเขานอนหลับกันได้อย่างสบายส่วนเรื่องเฝ้าระวังก็ให้หนูและนกจัดการไปถ้ามีอะไรเข้ามาแถวนี้พวกหนูและนกจะตื่นตัวในทันที โดยเฉพาะหนูพวกมันได้กลิ่นอันตรายไกลหลายร้อยเมตรก่อนที่มอนสเตอร์จะมาถึงตัวซะอีก
...
เช้าวันต่อมาทั้ง 4 คนตื่นกันแต่เช้าเติมเต็มท้องที่ว่างลุคเอาเนื้อไปแบ่งให้สัตว์เลี้ยงของเขาด้วย ก่อนที่จะพากันเริ่มภารกิจในวันนี้
ลุคกำหนดว่าจะไปยังตึกที่มีคนจุดพลุสัญญาณเมื่อวาน
เขาส่งนกกระจิบทั้ง5 ตัวบินไปที่อาคารหลังนั้นเพื่อตรวจสอบก่อน นกกระจิบตัวเล็กเกินไป มอนสเตอร์ไม่ค่อยจะสนใจมันเพราะต่อให้ล่าได้ก็ไม่พอให้พวกมอนสเตอร์เคี้ยวได้สักคำหนึ่งด้วยซ้ำจึงไม่มีมอนสเตอร์ที่บินได้ตัวไหนมาเสียเวลาล่า
แน่นอนว่าถ้ามันบินต่ำเกินไป อาจจะมีโดนมอนสเตอร์บนพื้นล่าจับกินได้อยู่เพราะบนพื้นดินมีมอนสเตอร์จำนวนมากกว่าบนฟ้า และพวกนี้ก็กินไม่เลือกหน้า
ลุคเลยไม่ปล่อยหนูลงไปวิ่งเพ่นพ่านถ้ามันตายขึ้นมาเขาคงเสียดายไอเทมคัมภีร์ตราประทับทาสเป็นอย่างมาก
ในตอนนั้นเองก็มีความรู้สึกส่งมาจากนกทั้ง5 ที่เขาส่งไป
“พวกมันพบบางอย่างไปกันเถอะ”ลุคบอกให้บอสตันขับรถเข้าไปยังตึกสูงหลังนั้นทันที
ยังไม่ทันไปถึงตึกในตอนนั้นเองก็มีคนยิงพลุมาจากบนหลังคาเป็นการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ หมายความว่าคนบนอาคารนั้นเห็นพวกเขา
ลุคและพวกจอดรถอยู่นอกอาคารไม่ไกล
นกกระจิบทั้ง 5ตัวก็บินตรงมาเกาะบนหลังคาและพากันรายงานสิ่งที่พวกมันเห็นแบบละเอียดให้เขาฟัง
“มีคนละ จิ๊บ ๆแต่กี่คนนะ...”
“10 คน จิ๊บ ๆ”
“มีตัวที่มีหลายขาด้วยจิ๊บ ๆ”
“8 ขาแหละ จิ๊บๆ”
“มีเส้นสีขาว ๆด้วย จิ๊บ ๆ”
“อันตรายมากเลยจิ๊บ ๆ”
ลุคพยายามจับใจความและไม่โทษพวกมันที่อธิบายแบบรวดเดียวไม่ได้เขาต้องฝึกมันอีกสักหน่อยถึงจะทำให้สติปัญญามันฉลาดมากกว่านี้ตามประสบการณ์แต่นกทั้ง 5 ตัวก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และครบถ้วน
“ดูเหมือนจะมีคนรอดไม่ต่ำกว่าสิบคนอยู่ชั้นบนสุด 7 คนและชั้น 5 อีก 3 คน ในนั้นน่าจะเป็นมอนสเตอร์จำพวกแมงมุมมันกำลังขวางไว้ตาทางเดินและไม่ได้มีแค่ตัวเดียว”
“แมงมุมเหรอฉันน่าจะจัดการได้” บอสตันกล่าว เขามีไฟเลยไม่กลัวใยแมงมุม
“งั้นแยกกันไปแล้วกันฉันจะบินไปด้านบน นิโคลลองหาทางเข้าไปจากทางหน้าต่างส่วนบอสตันกับไอกะก็เผามาจากด้านล่างขึ้นไป ยังไงก็ต้องฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดดังนั้นช่วยคนและปิดทางหนีมอนสเตอร์ไปด้วยเลยทีเดียว”
“ไม่มีปัญหา”
“ตกลงตามนั้น”
“อืม”
ทั้งสามคนพยักหน้ารับก่อนจะทำตามแผนของลุค หลังจากทุกคนแยกกันไป ลุคก็หันไปสั่งนกกระจิบและหนูแรทของเขา
“กระจิบหนึ่งถึงห้าบินหลบอยู่แถวนี้ก่อนถ้ามีตัวอันตรายก็ค่อยมาบอกฉัน แรทหนึ่งถึงห้ามากับฉัน”
“รับทราบ จิ๊บๆ”
นกกระจิบยกปีกทำท่าเคารพเวลารับคำสั่งแบบทหารก่อนจะพากันบินจากไป
หนูแรทก็ขึ้นคลานมาบนมือของลุคเขาพามันบินขึ้นไปด้านบนดาดฟ้าโดยตรง มีคนยิงพลุจากบนดาดฟ้าก็หมายความว่าด้านบนยังปลอดภัยและคนเข้าออกได้อยู่
ขณะที่บินลุคก็มองดูหนูแรทบนฝ่ามือพวกมันค่อนข้างตื่นเต้นที่เห็นพื้นดินจากท้องฟ้า พากันยื่นหน้าออกไปมองดูรอบตัวด้วยความกล้าหาญ