บทที่ 44
พัฒนาขีดความสามารถ
จากที่ออกมาจากสำนักไป๋หลงจางหมิงและอี้หลงเซียนได้เดินทางกลับมาที่ถ้ำบริเวณข้างลำธารเช่นเดิม
สถานที่แห่งนี้มันน่าจะสะดวกกับการพักอาศัยอยู่มากที่สุดแล้ว
เมื่อได้เดินทางกลับมากองเพลิงกองเล็กๆถูกจุดขึ้นทั้งสองนั่งอยู่บริเวณตรงข้ามกัน
จางหมิงพูดขึ้นมา “ รวมเหมือนว่าถูกมันจะตั้งใจเรียกท่านมาที่สถานที่แห่งนั้นเพื่อที่จะบอกและเตือนเกี่ยวกับเรื่องนั้นโดยเฉพาะ ”
“ ก็คงอย่างนั้นเดิมทีแล้วภายในสถานที่แห่งนั้นผู้คนภายในระบบต่างรู้ดีว่าสำนักไป๋หลงไม่ให้ผู้ใดภายในยุทธภพเข้าไปภายในบริเวณนั้นอยู่แล้ว”
เรื่องนี้เป็นที่รู้กันดีภายในยุทธภพว่าสำนักแห่งนั้นไม่ให้ผู้คนภายนอกเข้าไปภายในบริเวณนั้น
ถึงแม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าเหตุใดมันถึงทำการห้ามให้ผู้คนภายนอกเข้าไปบริเวณนั้น
แต่พวกเขาเองก็ไม่ได้อยากจะมีปัญหากับสำนักจึงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงเข้าไปภายในเขตส่วนในของพวกเขาไป๋หลง
จางหมิงแสดงใบหน้าเรียบเฉย “ ทั้งที่รู้ว่าถ้าเข้าไปภายในสถานที่แห่งนั้นท่านอาจจะเป็นศัตรูกับสำนักของมันงั้นรึ?”
“ ภายในโลกหล้าแห่งนี้แม้แต่สวรรค์ข้ายังไม่เกรงกลัวนับประสาอะไรกับสำนักแห่งหนึ่ง ”
เมื่อได้ยินนางพูดออกมาเช่นนั้นเขายิ่งรู้สึกชื่นชมนางอยู่ภายในใจ
แม้ว่าคนผู้นี้จะเป็นสตรีแต่กลับมีจิตใจเด็ดเดี่ยวและห้าวหาญ
จางหมิงก้มใบหน้าของตนเองต่ำลงเล็กน้อยแล้วก็คิดภายในใจ “ พวกมันในตอนที่เข้าไปพบมองเห็นว่าข้าเป็นผู้ติดตามคงจะไม่ได้ให้ความสนใจอันใดมากนักเพียงแค่นี้ก็เบาใจได้แล้ว ”
ในตอนนี้เบาใจได้ว่าตนเองน่าจะรอดผลจากข้อสงสัย
เป็นเพราะว่าตอนที่เข้าไปพบพวกมันผู้อาวุโสทั้งสองไม่แม้แต่จะชายตามองเขาด้วยซ้ำ
พวกมันคิดว่าจางหมิงเป็นผู้ติดตามที่เดินทางติดตามมาด้วยจึงไม่ได้ให้ความสนใจอันใด
แต่นี่เองนก็ถือว่าเป็นการดีที่เขาจะรอดจากสายตาของพวกมัน
เพียงแค่นี้ก็สามารถพัฒนาฝีมืออยู่ภายในป่าได้อย่างต่อเนื่อง
…
หลังจากที่ไปพูดคุยกับสำนักไปหลงมาเรียบร้อยแล้วดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ได้มาวุ่นวายอะไรกับพวกเขา
สัตว์อสูรของจางหมิงออกล่าอย่างต่อเนื่อง
เขาใช้สัตว์อสูรของตนเองออกล่าพวกสัตว์อสูรภายในป่าแห่งนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะพัฒนาความสามารถของพวกมัน
ขีดจำกัดในการเรียกใช้อสูรตอนนี้เพิ่มขึ้นเขาได้ใช้สัตว์อสูรที่มีคุณสมบัติในการโจมตีออกไปล่าสัตว์อสูรบริเวณรอบๆเพื่อที่พัฒนาระดับฝีมือของตนเอง
แมลงล่องหนไม่ได้ถูกเรียกมาใช้งาน
เป็นเพราะในยามนี้อยากจะพัฒนาความสามารถของสัตว์อสูรสายต่อสู่ก่อน
แมงมุมเหล็กและก็ราชินีแมงมุมเหล็กพวกมันเป็นสัตว์อสูรที่ได้รับมาครอบครอง
ในตอนนี้ได้ทดสอบความสามารถของพวกมันพวกมันเป็นนักล่าโดยแท้จริง
ภายในป่าแห่งนี้พวกมันมีความสามารถในการล่าเหยื่อระดับสูง
ไม่เพียงแค่มีความสามารถในการจับตึงเหยื่อแต่ยังมีการโจมตีที่รุนแรง
และภายในป่าที่มีพื้นที่ที่สามารถเคลื่อนไหวได้จากร่างกายของมันก็สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างรวดเร็ว
เกรงว่าความสามารถในการล่าเหยื่อภายในป่าคงจะมีไม่ได้น้อยไปกว่าพวกหมาป่าโลหิตเลยหรือบางทีอาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ
ในช่วงระยะหลายวันที่ผ่านมาในการออกล่าพวกสัตว์อสูรภายในป่าแห่งนี้เค้าก็เก็บพวกสมุนไพรวิญญาณกลับมาด้วย
ใช้สมุนไพรวิญญาณระดับสองดาวในการหล่อเลี้ยงไข่อสูร
ต้องทำการหล่อเลี้ยงพวกมันเป็นเวลา10 วันติดตั้งถึงจะสามารถฟักมันออกมาได้
ในช่วงตลอดหลายวันที่ผ่านมาจางหมิงอยู่แต่ภายในถ้ำอี้หลงเซียนเองก็เช่นเดียวกันยามนี้นางกำลังรวบรวมลมปราณและฝึกฝนลมปราณภายในร่างกาย
ในตลอดทั้งวันนางเอาแต่อยู่ในท่านั่งสมาธิลมปราณบริเวณรอบๆร่างกายเองก็มีการขยับเขยื้อน
จางหมิงที่อยู่ภายในถ้ำเดียวกับนางสัมผัสได้ในทันทีเพราะตอนนี้นางกำลังเร่งในการฝึกฝนฝีมือ
แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอันใดที่นางนั้นจะเลือกรีบเร่งในการฝึกฝน เพราะมองดูแล้วการที่เข้าไปภายในป่าส่วนในของภูเขาแห่งนี้คงจะไม่ได้ง่าย
พวกผู้อาวุโสเหล่านั้นกล่าวออกมาอย่างจริงจังแสดงว่าคงจะจับตามองอยู่
นางเลยต้องเร่งฝึกฝนฝีมือให้ระดับฝีมือของตนเองเพิ่มมากขึ้นไปอีกเผื่อว่าจะมีการปะทะเกิดขึ้น
ดูเหมือนว่าสมุนไพรวิญญาณชนิดนั้นจะสำคัญกับนางเป็นอย่างมาก
แต่นั่นก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาจางหมิงยังคงฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
สัตว์อสูรในตอนนี้กำลังออกล่าภายในป่าพวกมันล่าสัตว์อสูรเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะเพิ่มระดับความสามารถของตนเอง
ถึงแม้ว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาพวกมันจะล่าสัตว์อสูรจำนวนมากภายในป่าแห่งนี้
แต่ว่าจำนวนของสัตว์อสูรภายในป่าเองก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด
ในช่วงตลอดเวลานับหลายร้อยปีที่ผ่านมาไม่มีมนุษย์เข้ามาล่าพวกอสูรภายในป่าแห่งนี้มานานมากแล้ว
เลยทำให้จำนวนของมันเพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การที่จางหมิงออกล่าเพียงแค่ประมาณหนึ่งเดือนหรือว่าไม่กี่สิบวันมันคงจะไม่ทำให้จำนวนของมันลดน้อยลงขนาดนั้นหรอก
หลังจากที่ทำการออกล่าภายในป่าผ่านไปประมาณ10 วัน
ในขณะที่นั่งอยู่ภายในถ้ำมันมีบางอย่างปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าในตอนนี้
หลังจากที่ใช้สมุนไพรวิญญาณในการหล่อเลี้ยงไข่อสูรมาเป็นเวลานาน
ยามนี้ตัวอักษรปรากฏขึ้นมา
[ ระบบ: ไข่อสูรได้รับสารอาหารเพียงพอแล้ว ]
[ ระบบ: ไข่อสูรเหลือเพียงลมปราณที่เข้มข้นจะสามารถฟักได้ ]
“ เรียนนายท่านตอนนี้ไข่อสูรได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยสารอาหารที่เพียงพอเหลือเพียงแค่แก่นวิญญาณที่จะทำให้มันฟักออกมา ”
ตอนนี้ขาดเพียงแค่แก่นวิญญาณของสัตว์อสูรเท่านั้นถ้าได้มันมาก็สามารถฟักไข่อสูรได้ในทันที
แต่ความสามารถในตอนนี้ยังไม่สามารถไปปะทะกับสัตว์อสูรระดับสี่ดาวได้
ถ้าอยากจะได้แก่นวิญญาณอสูรมาก็ต้องรบกวนอี้หลงเซียนแต่เมื่อจางหมิงใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปอี้หลงเซียนนางกำลังนั่งฝึกฝนและบำเพ็ญยังไม่ออกจากการฝึกฝน
เมื่อมองไปที่นางและมองเห็นว่านางยังไม่ขยับแน่นอนว่านางคงจะไม่สามารถช่วยเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
ซึ่งจางหมิงเองก็ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการฝึกฝนของนางได้เช่นเดียวกันจากที่สังเกตมาการฝึกฝนของนางนางเลือกใช้วิธีการฝึกฝนที่อันตรายเพื่อที่จะทำการพัฒนาความสามารถของตนเองในระยะเวลาสั้นสั้น
ในช่วงเวลานี้ถ้าเข้าไปแทรกแซงการฝึกฝนของนางจะเป็นอันตรายแก่ตัวของนางเองเพราะแบบนั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการร
ให้นางฝึกฝนสำเร็จแล้วก็ออกมาชาการฝึกฝนด้วยตนเอง
ยามนี้ลมปราณรอบๆร่างกายของนางเต็มไปด้วยความรักท่านเรียกได้ว่าถ้าเข้าไปในรัศมีสิบก้าวรอบร่างกายของนางจางหมิงคงโดนกดดันจนไม่สามารถขยับได้
ในขณะที่รู้ว่าตนเองต้องรอ
ในขนาดนั้นเองอยู่อยู่ตัวอักษรเบื้องหน้าก็แสดงขึ้นมาอีกครั้ง
คราวนี้เป็นตัวอักษรที่เปลี่ยนไปจากเดิม
จางหมิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจแต่ก็สงบใจและพยายามมองมันลองอ่านเนื้อหาที่ปรากฏขึ้น
เมื่ออ่านตัวอักษรที่มันปรากฏขึ้นภายในจะยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นไปอีก “ นี่มันอันใดกัน?”
[ ระบบ : เควส ข้ามขีดจำกัดหมาป่าโลหิต ]
[ เงื่อนไข สังหารสัคว์อสูรระดับ 1 ดาว 200/0 ]
[ สังหารสัคว์อสูรระดับ 2 ดาว 100/0 ]
[ ได้รับของรางวัล - ข้ามขีดจำกัดหมาป่าโลหิต ]
จางหมิงอุทานออกมาด้วยใบหน้าตื่นตระหนกตกใจมองเห็นตัวอักษรให้ปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้าเธอตอนนี้
ยามนี้เสียงภายในหัวก็แจ้งเตือนขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน “ เรียนนายท่านตลอดหลาย10 วันที่ผ่านมาหมาป่าโลหิตสังหารสัตว์อสูรไปมากมายพัฒนาระดับขึ้นจนถึงในระดับ100 ยามนี้หมาป่าโลหิตมาถึงทางตันหากอยากพัฒนาความสามารถถัดไปจำเป็นจะต้องทำภารกิจก้าวข้ามขีดจำกัด”
เสียงของเสี่ยวหนิงให้ในหัวดังขึ้นมาย้ำเตือนกับข้อความที่ปรากฏขึ้นด้านหน้า
ภายในใจของจางหมิงยามนี้ทั้งสับสนทั้งมึนงงสิ่งที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้มันคืออะไรการเลื่อนระดับงั้นรึ?
“ นี่มันหมายความว่าอย่างไรเสี่ยวหนิง? ” จางหมิงถามกับเสียงภายในหัวที่น่าจะให้คำตอบกับเขาได้
เสี่ยวหนิงส่งเสียงตอบกลับและอธิบาย “ เรียนนายท่านถ้าท่านสามารถทำเควสท์ก้าวข้ามขีดจำกัดได้หมาป่าโลหิตจากวิวัฒนาการทำให้ขีดจำกัดนั้นเพิ่มขึ้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาทั้งสองข้างก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนและก็ไม่เคยรู้ด้วยว่าเจ้าหมาป่าโลหิตจะเป็นสัตว์อสูรที่สามารถวิวัฒนาการไปอีกระดับหนึ่งได้
ในใจตอนนี้เต็มไปด้วยคำถามมากมายแต่เกรงว่าสิ่งที่สามารถทำได้ก็คงจะต้องลงมือทำให้ภารกิจที่อยู่ด้านหน้าในตอนนี้สำเร็จ
ถ้าภารกิจในครั้งนี้สำเร็จข้อสงสัยภายในใจมันคงจะกระจ่าง
จางหมิงแสดงท่าทางสงบใจแล้วก็แสดงใบหน้าจริงจัง
“ เข้าใจแล้วเพียงแค่ทำภารกิจในครั้งนี้สำเร็จก็พอใช่ไหม ”
“ ใช่แล้วเจ้าค่ะเพียงแค่ทำภารกิจสำเร็จสัตว์อสูรหมาป่าโลหิตจะทำการพัฒนาระดับ”
“ ถ้าแบบนั้นเปิดโหมดไล่ล่าให้กับหมาป่าโลหิตและใช้ความสามารถกระหายโลหิต”
“ รับทราบเจ้าค่ะ ” เสียงภายในหัวตอบรับกลับมา
[ ระบบ : เปิดโหมดไล่ล่า ]
[ ระบบ : ใช้งานความสามารถกระหายโลหิต ]
หมาป่าโลหิตที่อยู่ภายในป่ายามนี้ร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยลมปราณสีแดงขนทั่วทั้งร่างกายนั้นเปลี่ยนไป
หลังจากนั้นมันก็ออกไล่ล่าสัตว์อันสูงอย่างต่อเนื่องด้วยความบ้าคลั่งไม่ว่าสิ่งใดที่อยู่เบื้องหน้าโดนกรงเล็บอันแหลมคมสังหารตายในพริบตา
จบบท