นาฟ มองดูชาวชุมชนทั้งหลาย ที่เห็น กำแพงกันลมที่สร้างขึ้นมา สายตาของชาวชุมชนเต็มไปด้วยความคาดหวัง “นาฟเดินออกมาข้างหน้าชาวชุมชน “เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้พวกเราจะเผชิญกับภัยพิบัติอีกครั้ง เราไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร มันอาจรุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ แต่ก็ไม่สำคัญเมื่อเราร่วมมือกัน เรารวมตัวกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากมันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น “ในทุกๆครั้งที่เกิดภัยพิบัติขึ้นคนในชุมชนต้องบาดเจ็บล้มตายไปไม่รู้เท่าไหร่ “นับแต่วันพรุ่งนี้ ข้าอยากให้ทุกๆคนช่วยกันรักษาชีวิตไว้ คนที่แข็งแรง ให้ช่วยเหลือคนรอบข้างที่อ่อนแอกว่า เราสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยเลวร้ายให้ดีขึ้นได้ถ้าทุกคนรวมใจเป็นหนึ่ง
ทุกๆ คนรับฟังอย่างซาบซึ้งใจอย่างที่สุดปลุกใจให้ทุกคนเกิดความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป แม้จะไม่ได้เป็นพลเมืองอาณานิคม ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ต่ออย่างมีความหวังได้
วันนั้นทุกๆ คนมีความตื่นตัวกันแทบทุกคนผิดกับทุกครั้งที่ยืนรอความตายจากโชคชะตาของธรรมชาติ คนใดที่สภาพร่างกายไม่สมประกอบ คนแก่หรือเด็กเล็ก ผู้คนต่างช่วยเหลือให้ย้ายเข้าไปอยู่ หลุมหลบภัยก่อนคนอื่นชายฉกรรจ์ที่เหลือต่างเฝ้าเวรยามกับอย่างขันแข็ง
กลุ่มหน่วยความมั่นคงเริ่ม เดินทางกลับเข้าพื้นที่แคมป์กลางไปกันหมด
ค่ำคืนนั้น นาฟ เก็บข้าวของอุปกรณ์ต่างๆเปลี่ยนชุดเตรียมตัวเองให้พร้อม โล่ไม้ที่หลอมใหม่ แขวนอยู่ด้านหลังขนาดพอดีตัวกริชไม้เสียบใส่ซองติดกับข้างตัวไว้ตลอด นาฟยังหลอมไม้เก่าแก่ที่เหลืออยู่นิดหน่อยเป็นเกราะลำตัว สนับแขน และสนับแข้งผูกติดกับร่างกายส่วนสำคัญไว้ นาฟเดินออกมาเฝ้าเวรยามพร้อมกับเหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหลาย
“นี่นายยังอยู่ตรงนี้ ทำไม เสี่ยวซู!
“ก็ข้าอยากมีส่วนช่วยเหลือ เป็นหู เป็นตาให้ก็ยังดีนี่
“ เจ้าควรพาพี่ของเจ้า เข้าสถานหลบภัย
“ ไม่เป็นไร ข้าจัดการไว้หมดแล้ว ข้าอยากช่วยเจ้าจริงๆ
นาฟมองเห็นถึงความตั้งใจของเสี่ยวซู “ถ้าเจ้าอยากอยู่ข้าก็ไม่ห้าม แต่พอใกล้รุ่งสาง เจ้าและพวกชายฉกรรจ์ที่เหลือทั้งหมดต้องกลับเข้าไปในสถานที่หลบภัย “เสี่ยวซู พยักหน้ารับคำ
ช่วงเวลาดึกสงัดผ่านพ้นไปทุกๆ อย่างไม่มีสิ่งผิดปกติ จนนาฟ รู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย เหมือนจะเงียบเกินไป นาฟที่พลังเพิ่มมาเป็นระดับ2 เปิดประสาทสัมผัส ได้กว้างไกลมากยิ่งขึ้นพยายามสูดดมกลิ่นอยู่เรื่อยๆ
ก็ยังไม่เกิดความผิดปกติใดๆ “หรือเราจะคิดมากไป”
นาฟเดินตรวจตราไปนึกถึงเรื่องราว ต่างๆ ไป “ตามที่ท่านอังเก้ บอกไว้ว่าภัยพิบัติลูกไฟจะเกิดขึ้น ช่วงเช้าตรู่ ของวันพรุ่งนี้
แล้วอาณานิคม รู้ได้อย่างไรว่าลูกไฟจะตกที่ไหน และสามารถบอกถึงช่วงเวลาที่จะตกลงมาได้ด้วย “ข้าคงได้รู้แน่ถ้าข้าได้มีโอกาสเข้าไปในอาณานิคม
ตอนนี้ นาฟ มีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้ามาก ทั้งๆที่รู้ว่าเบื้องลึกจิตใจตนนั้นระลึกถึง หญิงสาว คนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
ถึงช่วงเวลาใกล้รุ่งสางเต็มที นาฟส่งสัญญาณ ให้ กลุ่มชายฉกรรจ์และเสี่ยวซู ให้พากันถอยกลับไปที่ชุมชนเตรียมเข้าสถานหลบภัย นาฟมองตามไปจนดูแล้วว่าทุกคนเข้าสถานหลบภัยหมดแล้ว นาฟขึ้นไปประจำอยู่ที่ตำแหน่งสูงสุดของกำแพง ไม่นาน มาแล้วรึ!
สัตว์มีปีกทั้งหลาย ที่บินได้ เริ่มขยับตัวบินแตกกระเจิงออกมาจาก ณจุดหนึ่งบนท้องฟ้าที่ห่างไกล
“เปรี้ยง!!!!”
เสียงที่คุ้นเคยดั่งสนั่นไปทั่วท้องฟ้าจากที่ไกลๆ นาฟ ขมวดคิ้ว จู่ๆ มีคนสองคนสวมฮู้ดดำปรากฏตัวจากป่าทางด้านหน้า ค่อยๆ เดินเข้ามาทางกำแพงกันลมทั้งสองคนหยุดห่างจากกำแพง ประมาณ 30 เมตร
นาฟสังเกตเห็นดูจากระยะไกลเป็นผู้ชายกับผู้หญิง สวมชุดคลุมเดียวกัน มองแต่ไกล รู้เลยว่าคนผู้ชายคือคนที่เคยสู้กันวันนั้น ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมองนาฟ
ก่อนทีคนทั้งสองจะเข้าใกล้มากกว่านี้ นาฟ กระโดดลงมาจากกำแพง “ฟู่!” “ตุบ” เหยียบอากาศอย่างแผ่วเบาลงพื้น
“เวก้า นี่ใช่มั๊ยความสามารถอีกอย่างของมัน “ชายหนุ่มสวมฮู้ดพยักหน้า”
เจ้านี้คงจะอยู่ ”สายพิเศษ” สินะ! น้อยคนนักที่จะมีพลังแบบนี่ น่าเสียดายโดดเด่นเกินไปก็ตายไว หญิงสาวชุดคลุมเอ่ย
นาฟ รู้ว่าเวลากระชั้นชิดเข้ามารีบถามอย่างตรงไปตรงมา “สมาคมใต้ดินต้องการอะไรจากตรงนี้“
“ข้าก็รู้ว่าไม่มีเวลาสะดวกให้พูดคุยกันนาน พวกข้าจะไม่พูดอ้อมค้อมนะ ตัวข้าชื่อ ”นาเดีย” เจ้านี่คือ“เวก้า “เราสองคนมาจากสมาคมใต้ดิน เป้าหมายคือ ระเบิด เจ้าสิ่งนี้ นาเดียชี้ไปข้างหน้า
ขณะพูดกันอยู่ เสียงฟ้าร้องดังกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ
“เปรี้ยง!!” “เปรี้ยง!!” กลุ่มมวลเมฆเริ่มขยับตัวแล้ว
“เพราะฉะนั้น จะระเบิดกำแพงนี้ก็ต้องผ่านข้าไปให้ได้ก่อน นาฟชักกริชไม้ออกมาตั้งท่า “เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วนาเดียเริ่มเดินขยับออกไปทางขวา ส่วน เวก้า ขยับมือเกิดวงสีดำขึ้นรอบมือเดินขยับมาทางซ้าย
นาเดีย ถอดชุดคลุมออกด้านหลังมีกระเป๋าสะพายมือทั้งสองข้างถืออาวุธปืนสั้น ข้างหนึ่งและถือแท่งบางอย่างอยู่ “ในกระเป๋าฉันมีระเบิดพลังอยู่ส่วนนี่คือตัวจุดชนวนระเบิด พร้อมชูแขนที่ถือแท่งบางอย่างอยู่
“นาฟเริ่มขยับหันหน้ามาทางนาเดีย โดยเฉพาะ เสียงฟ้าร้อง “เปรี้ยง!!
ไม่อาจรอช้าได้ นาฟพุ่งตัวด้วยความเร็วสูงเข้าหานาเดีย
“เร็วมาก!นาเดียพุ่งตัวถอยหลังพร้อมยิงปืนสั้นสวนกลับมา “ปัง ๆ ๆ
นาฟ ดึงโล่ไม้จากด้านหลังขึ้นมาป้องกัน ชั่วพริบตาเข้าถึงตัวนาเดีย แล้ว พลังร่างกายตอนนี้ของ นาฟ รวดเร็วกว่าเดิมมาก ไม่รอช้า “สวบ!!” กริชไม้เสียบเข้ากลางลำตัวนาเดีย จนทะลุออกหลัง “อ๊ากกก!” นาเดีย ถึงกับตาค้างคอพับลงไปสิ้นลมหายใจทันที นาฟรีบดึงกริชออก เตรียมพุ่งเข้าหาชายสวมชุดคลุม จู่ๆ ร่างที่สิ้นลมหายใจของนาเดียก็ขยับ เข้ากอด นาฟ ทันที “หมับ!! นาฟอดตื่นตกใจไม่ได้ รีบสะบัดตัว เพื่อจะสลัดร่างนี้ออกเหยียดขาออกเตรียมเกร็งท่อนขา เหยียบอากาศ อยู่ ๆ ขาของร่างสิ้นลมหายใจก็รัดพันขาของนาฟราวกับเป็นงู ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง จู่ ๆ เกิดวงสีดำอยู่ใต้เท้าของ นาฟ ขยายตัวขึ้นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ1เมตร “นาฟหลุดล่วงลงไปในหลุมดำนั้นทันที “ฟุบ!”
“ฟุบ!” นาฟพุ่งออกมาเหมือนถูกผลักออกมาจากหลุมดำแต่ทันทีที่ออกมานาฟ ชักสีหน้าไม่ดีขึ้นทันที “แย่แล้วนี่มัน!” นาฟ รีบสลัดร่างไร้ชีวิตออกจากตัว ไม่นาน แปรสภาพเป็นตุ๊กตาผู้หญิงตัวหนึ่ง นาฟเร่งปรับร่างกายสูดดมกลิ่นมองไปรอบๆ “เปรี้ยง!! “แหมะ ๆ ๆ ๆเม็ดฝนดำหยดใหญ่เริ่ม หยดลงมา บางเม็ดโดนร่างกายนาฟ “ซ่า! บางเม็ดโดนสนับแขนนาฟเห็นถึงฝนดำไม่สามารถทำอะไรไม้เก่าแก่นี้ได้ จับโล่ขึ้นคลุมหัวทันทีย่อขาส่งพลังสุดกำลัง “ตูม!”