บทที่ 48: ราคาของความทะเยอทะยาน
แบทเทิลโทรลล์เหวี่ยงหมัดเข้าใส่ผมสุดแรงรอยสักบนร่างของมันส่องแสงสว่างจ้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนพละกำลังทั้งหมดจากการพุ่งชาร์จถูกบีบอัดลงในวงสวิงเดียวเพื่อปิดบัญชี
ผมยกแขนซ้ายขึ้นยื่นฝ่ามือออกไปรับหมัดของอสูรยักษ์ตรงหน้ามานาในร่างกายพลุ่งพล่านรุนแรงจนเริ่มกัดกินเนื้อเยื่อจนปวดร้าวปานกระดูกจะแตกละเอียดแต่ผมยังคงใช้สภาวะ สมาธิ สะกดกั้นความทรมานนั้นไว้
หมัดของโทรลล์ปะทะเข้ากับแขนของผม และนั่นคือจุดจบของการเคลื่อนไหวทุกอย่าง
แรงจู่โจมมหาศาลมลายหายไปในชั่วพริบตาโลกทั้งใบราวกับหยุดนิ่ง
ผมสัมผัสได้ถึงพลังงานจลน์และมานาจำนวนมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในแขนซ้ายจึงพยายามจะควบคุมให้มันกระจายออกไป ทว่าเพียงแค่แตะต้องพลังงานนั้นแขนซ้ายของผมก็ระเบิดออกทันที!
แขนของผมแตกกระจายเป็นละอองเลือดเศษเนื้อ และเศษกระดูก ปลิวว่อนไปในอากาศแรงระเบิดไล่ตั้งแต่ฝ่ามือลามไปจนเกือบถึงหัวไหล่
และในเสี้ยววินาทีต่อมาร่างของเจ้าโทรลล์ยักษ์ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนที่ส่วนหัวของมันจะระเบิดออกในลักษณะเดียวกัน
มานา พลังงานจลน์และซากเนื้อสาดกระจายราวกับดอกไม้สีเลือดที่เบ่งบานกลางอากาศ ทั้งคนทั้งโทรลล์ ต่างล้มตึงลงสู่พื้นดินพร้อมกัน
ผมจ้องมองภาพที่บิดเบี้ยวเบื้องหน้าพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนการเลื่อนระดับเลเวลที่ดังขึ้นในโสตประสาทอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบไปในที่สุด
เปลือกตาของผมขยับไหวเล็กน้อยก่อนที่สติจะเริ่มฟื้นคืนกลับมาแต่ในวินาทีที่รู้ตัว ผมแทบอยากจะหลับใหลไปตลอดกาลเสียตรงนั้นความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามามันสาหัสจนเกินบรรยาย
ผมพยายามจะดึงสภาวะ สมาธิออกมาใช้เพื่อระงับความทรมานแต่ดูเหมือนสภาพจิตใจในตอนนี้จะบอบช้ำเกินกว่าจะรวบรวมพลังได้
"ให้ตายเถอะ..."
ผมสบถในใจพลางเค้นสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดสั่งการให้แต้มสถานะที่เพิ่งได้รับมาเทลงไปที่ค่าความทนทานทั้งหมดทันที
เพียงไม่กี่วินาทีความเจ็บปวดที่เคยแผดเผาก็เริ่มบรรเทาลงแต่นั่นก็เพียงพอแค่ให้ผมคงสติไว้ได้อีกชั่วครู่ก่อนจะดิ่งลึกเข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครั้ง
"แนท!"
เสียงเรียกหนึ่งปลุกให้ผมต้องขยับเปลือกตาขึ้นอีกครั้งแสงสว่างอันอบอุ่นที่สาดกระทบดวงตาทำให้ผมต้องหรี่ตาลง เมื่อปรับสายตาได้ผมจึงพบว่าดวงอาทิตย์จำลองสองดวงกลับมาลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าอีกครั้งแล้ว
ตอนนี้ผมกำลังนอนอยู่บนหนังสัตว์ที่ปูซ้อนกันกลางลานโล่งเล็กๆซึ่งดูคล้ายกับจุดเริ่มต้นที่พวกเราปรากฏตัวครั้งแรกไม่มีผิดเพี้ยนจะต่างออกไปก็เพียงแค่มีเสียงน้ำจากลำธารใกล้ๆ ไหลรินเบาๆ ให้ได้ยิน
"แนท!"
ให้ตายเถอะเทส เบาเสียงลงหน่อยสิ...ผมอยากจะตะโกนออกไปแบบนั้น แต่ทำได้เพียงขยับเปลือกตาตอบรับเท่านั้น
"แนท..."
เธอเรียกซ้ำคราวนี้น้ำเสียงนุ่มนวลลงกว่าเดิม
หลังจากเริ่มชินกับแสงผมก็ลืมตาขึ้นมองเทสที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ไกลนอกจากเธอแล้วยังมีลิลลี่ที่นอนหลับอยู่ข้างๆ ผมด้วย เธอนอนอยู่ใกล้เสียจนร่างกายของเราสัมผัสกัน
"เธอคอยรักษาคุณตลอดเท่าที่จะทำได้เลยค่ะเธอเพิ่งหลับไปหลังจากใช้มานาจนเกลี้ยงไปหลายรอบน่ะ"
เทสพูดราวกับอ่านใจผมออกผมพยักหน้าตอบรับเบาๆ
ผมเหลือบมองลงไปและพบข่าวร้ายว่าแขนซ้ายของผมยังคงหายไปบาดแผลถูกสมานจนเรียบเนียน ปกคลุมด้วยผิวหนังใหม่ที่ขาวซีดทั้งหมดนี้คงต้องยกความดีความชอบให้ลิลลี่แท้ๆ
บ้าชะมัด... ดูเหมือนคราวนี้ผมจะติดหนี้ พวกเธอทั้งคู่เข้าให้แล้ว
ผมพยายามส่งมานาไปทั่วร่างเพื่อเข้าสู่สภาวะสมาธิ แต่กลับต้องแปลกใจที่มันใช้เวลานานกว่าปกติแถมร่างกายยังประท้วงด้วยความเจ็บปวดทุกครั้งที่ขยับกระแสพลัง
ทว่าในที่สุดผมก็รวบรวมสมาธิได้สำเร็จและเริ่มสำรวจความเสียหายของตัวเอง
บาดแผลเล็กน้อยหายเป็นปลิดทิ้งแล้วเหลือเพียงแผลใหญ่ที่ยังเป็นปัญหา แขนซ้ายหายไปทั้งข้างแขนขวายังคงระบมแต่โชคดีที่ไม่หัก
ส่วนขาซ้ายที่เคยบิดเบี้ยวถูกจัดเข้าที่แล้วแม้จะสัมผัสได้ว่ามันยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม
"สถานะ"
ผมกระซิบแผ่วเบาด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ก่อนจะค่อยๆ พยุงแขนขวาที่ยังพอขยับได้ขึ้นมากำหมัดแน่นแล้วชูนิ้วกลางใส่หน้าต่างโฮโลแกรมสีทองที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าอย่างแค้นเคือง
ไปลงนรกซะไป๊!
ไอ้ระบบบัดซบ!
ทำไมมอนสเตอร์ทุกตัวบนชั้นแรกของไอ้บทฝึกสอนเฮงซวยนี่ถึงได้ใช้มานาเก่งกาจกันจนน่าเกลียดขนาดนี้วะ?
ไอ้สารเลวหน้าไหนมันเป็นคนคิดไอเดียพรรค์นี้ขึ้นมากันแน่?
ผมขอสาบานไว้ตรงนี้เลยว่าถ้าวันไหนผมตามหาไอ้หน้าโง่ที่เป็นต้นคิดเรื่องนี้เจอผมจะซัดมันให้ร่วงลงไปกองกับพื้นให้ดู!
หน้าต่างสถานะจางหายไปพร้อมกับที่ผมหลับตาลงผมจมดิ่งลงสู่สภาวะ สมาธิ ที่ลึกยิ่งขึ้นเพื่อกล่อมเกลาจิตใจที่ว้าวุ่นให้สงบลง
แขนซ้ายของผมหายไป... มันหายไปจริงๆเรื่องนี้คงส่งผลกระทบต่อสมดุลร่างกายของผมอย่างรุนแรงและไม่แน่ว่ามันอาจจะรุกรามไปถึงวงจรมานาด้วย นี่ยังไม่นับรวมปัญหาจุกจิกอื่นๆอีกสารพัดที่จะตามมาในอนาคต
ผมรู้ดีว่าตัวเองก็มีส่วนผิดตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเอาแต่ทุ่มแต้มสถานะลงไปที่ค่ามานาอย่างบ้าคลั่งมั่นใจในพรสวรรค์ของตัวเองมากเกินไป และหวังลมๆ แล้งๆว่าร่างกายจะรับพละกำลังมหาศาลนั้นไหว
มันอาจจะเป็นไอเดียที่ดูเข้าท่าและน่าจะไปได้สวยในโลกปกติแต่นี่คือระดับความยากระดับนรก มอนสเตอร์ที่นี่มันบ้าคลั่งเกินไป
ต่อให้เลเวลของผมจะสูงกว่า แต่หากประมาทเพียงนิดเดียวผมก็อาจถูกส่งไปลงนรกได้ทุกเมื่อเหมือนที่เจ้าก๊อบลินแฟนท่อมเคยสั่งสอนผมอย่างเจ็บแสบมาแล้วครั้งหนึ่ง
ทั้งแบทเทิลโทรลล์ นางพญาแมงมุม หมาป่าสีชาดหรือแม้แต่ไอ้หมีเถ้าถ่านเวรนั่น พวกมันทุกตัวล้วนใช้มานาได้คล่องแคล่วแถมบ่อยครั้งยังมีค่าสถานะพื้นฐานที่สูงกว่าผมลิบลับ
แต่ก็นะ...ทั้งหมดมันเป็นเพราะความโลภของผมเองผมหลงใหลไปกับพลังมานาซึ่งเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจ จนเผลอละเลยสิ่งอื่นไป
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รู้ตัวดีว่าผมจะไม่มีวันเปลี่ยนแนวทางของตัวเองเด็ดขาดต่อให้ต้องแลกด้วยแขนอีกข้าง หรือต่อให้มานาจะกัดกินร่างกายของผมจนพังพินาศผมก็จะยังคงมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนมานาต่อไป
นี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมเจอสิ่งที่คู่ควรพอจะสละชีวิตให้ได้และในทำนองเดียวกับที่ผมยอมเสียสละคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรอดผมก็พร้อมจะสังเวยตัวเองเช่นกันเพื่อไขว่คว้าพลังมานาที่สูงยิ่งขึ้น
มันอาจจะดูโง่เขลา ไร้ตรรกะและฟังดูไม่เหมือนตัวผมเอาเสียเลยแต่ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมสัมผัสได้ถึงกระแสมานาที่ไหลเวียนในร่างผมก็รู้ซึ้งว่าบางอย่างในตัวผมได้เปลี่ยนไปตลอดกาลมันคือความรู้สึกที่ไม่มีวันย้อนกลับ
ผมตัดใจจากมานาไม่ได้อีกแล้วละ
แม้ในยามที่เสียแขนซ้ายไปทั้งข้างและต้องเดินกะเผลกเพราะอาการบาดเจ็บที่ขาแต่ผมก็ยังไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา ผมพยายามฝืนลุกขึ้นจัดการธุระต่างๆด้วยตัวเองเท่าที่แรงจะอำนวย
ในสายตาคนนอกสภาพของผมตอนนี้คงไม่ต่างจากขยะไร้ประโยชน์ ถ้าผมเป็นเทสหรือพวกเด็กๆผมคงเลือกสลัดภาระที่น่าสมเพชนี้ทิ้งไปเสีย
และหากพวกเขาตัดสินใจเช่นนั้นจริงผมก็จะไม่แสดงความสิ้นหวังออกมาให้เห็นแม้แต่นิดเดียว ผมจะกัดฟันสู้ต่อในแบบของผม
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับน่าประหลาดใจพวกเขากลับไม่ทิ้งผมไปอย่างที่คิดเทสยอมสละเวลาอันมีค่าที่ควรจะเอาไปปั่นเลเวลเพื่อมาคอยช่วยเหลือผม
ลิลลี่เองก็แทบจะไม่ห่างไปไหนเธอคอยรวบรวมมานาอันน้อยนิดที่ฟื้นกลับมาเพื่อรักษาผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เควินกับคิมเองก็แสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัดพวกเขาช่วยเตรียมอาหารและอาสาเฝ้ายามให้ทั้งที่ควรเอาเวลาไปพัฒนาตัวเองเพื่อความอยู่รอดแท้ๆ
แม้แต่เจ้าบิสกิตยังดูร่าเริงน้อยลงอย่างถนัดตาเวลามาคลอเคลียขออาหารจากผม
ผม... ผมไม่รู้จริงๆว่าควรจะตอบสนองต่อสิ่งเหล่านี้อย่างไร
ผมไม่เข้าใจเลยสักนิดพวกเขาแค่ช่วยเพราะหวังให้ผมกลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิมไวๆเพื่อทวงหนี้บุญคุณงั้นเหรอ?
หรือมันเป็นเพียงความสงสารชั่วครั้งชั่วคราวแล้วสุดท้ายก็จะเขี่ยผมทิ้งเมื่อถึงคราวคับขันจริงๆ?
ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังจะเป็นอย่างไรความจริงที่เห็นคือพวกเขาเลือกที่จะช่วย ทั้งที่สามารถทิ้งผมไว้ให้ตายได้ทุกเมื่อ
สิ่งที่รบกวนจิตใจผมที่สุดจนบอกไม่ถูกคือความกังวลว่าหากสถานการณ์สลับกัน...ผมอาจจะไม่สามารถทำแบบเดียวกันนี้ให้พวกเขาได้เลย
มันกวนใจผมมากจริงๆ
"เฮ้ เนเทล อยากให้ฉันยื่น 'มือ' เข้าไปช่วยหน่อยไหม?"
โชอี้เอ่ยทักขณะเห็นผมกำลังทุลักทุเลกับการพยายามตักน้ำขึ้นมาดื่มเธอจงใจเน้นคำว่ามือเสียชัดเจนจนผมต้องขมวดคิ้วแน่นแล้วหันขวับไปมองทันที
"เล่นมุก มือ กับคนไร้แขนแบบนี้ใจร้ายจังนะ"
ผมสวนกลับไป
เธอทำท่าตกใจหลอกๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาสายตาคู่นั้นกวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับกำลังประเมินว่าไอ้คนพิการตรงหน้ายังเป็นคนที่เธอควรจะระแวงอยู่หรือเปล่า
ผมสัมผัสได้ถึงเส้นสายมานาอันบางเบาที่เธอส่งมาสำรวจอย่างระมัดระวังจนเกือบสังเกตไม่ได้
เมื่อมันขยับเข้ามาใกล้ผมก็ส่งคลื่นมานาสวนกลับไปทันทีโดยเลียนแบบวิธีที่เจ้าหมีเถ้าถ่านใช้กดดันทุกสรรพสิ่ง
มานาของผมบดขยี้มานาของเธอจนสลายไปก่อนจะพุ่งเข้าจู่โจมตัวโชอี้โดยตรงจนเธอต้องรีบเค้นมานาขึ้นมาคลุมร่างตัวเองไว้แทบไม่ทัน
ผมเร่งพลังกดดันมากขึ้นเรื่อยๆแสดงให้เธอเห็นถึงปริมาณมานาสำรองทั้งหมดที่ผมมีพลางจ้องประสานสายตากับเธอ...
ใช่ ผมบาดเจ็บ ตอนนี้ผมเดินเหินไม่สะดวกและผมเสียแขนไปข้างหนึ่ง แต่ผมจะไม่มีวันยอมแพ้ ถ้าพวกมันเอาแขนผมไป ผมก็จะเตะถ้าพวกมันเอาขาผมไป ผมก็จะคลานเข้าไปกัด
ผมจะสู้จนกว่าจะถึงลมหายใจสุดท้ายนี่แหละคือตัวผม... เนเทล
ครู่หนึ่ง โชอี้ก็ส่งยิ้มให้ผมอีกครั้งมันไม่ใช่รอยยิ้มที่แสดงความเห็นใจเลยสักนิด แต่มันคือรอยยิ้มแห่งความสมเพชซึ่งนั่นกลับเป็นสิ่งที่ผมต้องการมากกว่าความอบอุ่นที่คนอื่นๆมอบให้จนผมทำตัวไม่ถูกเสียอีก
เมื่อเธอสำรวจจนพอใจแล้ว เธอก็เดินจากไป
มุมมองของ โชอี้ มาร์ติเนซ
แม้ฉันจะพยายามระมัดระวังจนถึงที่สุดแล้วแต่เขาก็ยังรู้ตัวตอนที่ฉันแอบสำรวจเกือบจะในทันทีเลยละ
มานาของเขาปะทุขึ้นมาบดขยี้ และผลักดันมานาของฉันให้ถอยกรูดกลับไปอย่างสิ้นเชิง
สภาพของเขาในตอนนี้เรียกได้ว่าสะบักสะบอมและพิการแต่ใบหน้าเขากลับยังคงดูสงบเยือกเย็นไม่เปลี่ยนเลย ยามที่เขาจ้องมองมาด้วยดวงตาสองสีคู่นั้นและที่สำคัญ... มานาที่เขามีมันมหาศาลจนน่ากลัว!
เขาเลเวลเท่าไหร่กันแน่?
แล้วเขาเทแต้มสถานะไปที่ค่ามานามากขนาดไหนกัน?
ทำไมเขายังมีความเร็ว ความแข็งแกร่งและความว่องไวขนาดนั้นได้ ทั้งที่ทุ่มแต้มไปกับมานาจนโอเวอร์ขนาดนี้?
ฉันไม่คิดจะลองดีซ้ำสอง และตัดสินใจเดินเลี่ยงออกมาเพื่อไปสมทบกับมายาลีออน และอิซซี่
ทันทีที่ไปถึงน้องสาวตัวน้อยของฉันก็กระโดดเข้ามานั่งข้างๆ ฉันโอบแขนรอบตัวเธอไว้ไออุ่นจากร่างกายเล็กๆของอิซซี่ช่วยให้ฉันสงบใจลงได้บ้างขณะที่ฉันลูบผมเธออย่างเบามือ
“สรุปว่าเขาเป็นยังไงบ้าง?”
มายาถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“ฉันว่า...อย่าไปยุ่งกับเขาเลยจะดีกว่า”
ฉันตอบตามตรง
“หือ? สภาพแบบนั้นเขาน่าจะจบเห่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
มายาเลิกคิ้ว
“ไม่มีทางที่เขาจะรอดไปได้หรอกพอคืนพรุ่งนี้มาถึง ฉันพนันได้เลยว่าฉันคว่ำเขาได้สบายๆ”
เมื่อนึกถึงสายตาที่แน่วแน่กับมวลมานาอันมหาศาลของเนเทลฉันก็ได้แต่ตั้งข้อสงสัยในคำพูดอวดดีของมานา อยู่ในใจ
“คนอื่นคงไม่ปล่อยให้เขาเป็นอะไรหรอก”
ลีออนโพล่งขึ้นสั้นๆด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ซึ่งฉันเองก็เห็นด้วย
“ใช่ พวกเขาจะช่วยแน่ไม่มีทางที่คนพวกนั้นจะยืนดูเขาตายเฉยๆ หรอก”
ฉันช่วยเสริม
“เหอะ!”
มายาสบถ
“มีแค่เทสคนเดียวเท่านั้นแหละที่มีน้ำยาที่เหลือก็น่าสมเพชเหมือนไก่ตาแตก ถ้าไม่มีเนเทลคอยบงการป่านนี้คงตายกันหมดแล้ว”
ฉันทบทวนเรื่องนี้มาหลายรอบ และเห็นด้วยกับมายาเพียงบางส่วนจริงอยู่ที่เนเทลบาดเจ็บสาหัสจนเทสกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มตอนนี้
แต่คนอื่นๆก็ไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่มายาปรามาสไว้ แม้ลิลลี่จะไม่ได้มาสายต่อสู้แต่คิมกับเควินน่าจะทำให้เธอประหลาดใจได้แน่ๆ โดยเฉพาะคิมเด็กคนนั้นสำหรับฉันไม่ธรรมดาเลย
“อย่าลืมนะว่าลิลลี่เป็นคนรักษาไหล่ให้เธอ”
ลีออนเตือนสติ
“ฉันหายเองได้ย่ะต่อให้ไม่มียัยนั่นช่วย!มันก็แค่หายเร็วขึ้นนิดหน่อยเอง ฉันไม่ได้ติดค้างอะไรยัยนั่นสักนิด!”
ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มวางมวยกันอีกรอบฉันก็รีบพูดขัดขึ้นเสียก่อน
“อีกอย่าง ฉันว่าเธอคิดถูกนะมายาเนเทลน่าจะมีทักษะ สมาธิ หรืออะไรที่ใกล้เคียงกัน”
“ฉันว่าแล้ว!”
มายา ตาเป็นประกายทันทีเธอถูกดึงความสนใจด้วยข้อมูลใหม่จนลืมเรื่องที่จะทะเลาะกับลีออนไปเสียสนิท
“ไอ้เด็กนั่นมันสงบเกินมนุษย์ไป!ฉันมักจะ...”
เธอพ่นคำพูดข้ามหัวลีออนออกมาไม่หยุดหย่อนโดยไม่สนว่าเขาจะพยายามพูดแทรกอะไรฉันแสร้งทำเป็นตั้งใจฟังทุกคำพูดของเธอเพื่อให้เธอตายใจ แต่ในขณะเดียวกันฉันก็แอบส่งมานาออกไปสำรวจเธออย่างระมัดระวัง
มันต่างจากเนเทลมาก...มายาไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าฉันกำลังใช้ทักษะ บงการ แทรกซึมและสำรวจเธออยู่