ตอนที่ 41 พลังดวงตาสีเงิน
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ชายชราที่ได้ยินน้ำเสียงที่มั่นจากเด็กน้อย เขาก็ปัดมือสลายวงเวทเบื้องหน้าออกไปอย่างไม่รู้สึกเสียดาย
อย่างไรวัสดุเวททั้งสามก็เป็นวัสดุระดับต่ำที่หาได้ทั่วไป แม้แต่คนทั่วไปก็ไม่ได้เป็นปัญหาที่จะค้นหาวัสดุเหล่านี้
อีกอย่างคาถาเวทแรงโน้มถ่วงก็เป็นคาถาที่ผู้คนใช้อย่างแพร่หลาย เพราะมันประยุกต์ใช้ได้สะดวกในการหยิบจับสิ่งของให้ลอยขึ้นบนอากาศ
อย่างไรก็ตามคาถาเวทแรงโน้มถ่วงนั้นมีหลายระดับ ซึ่งระดับของมันก็ไม่ต่างไปจากระดับของนักเวท ยิ่งมีระดับที่สูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถยกของที่หนักได้มากเท่านั้น อย่างเช่นภูเขาลูกนี้ที่ถูกค่ายกลแรงโน้มถ่วงระดับสูงยกขึ้น
คงไม่มีใครคิดว่าคาถาเวทแรงโน้มถ่วงระดับแรกจะสามารถทำทุกอย่างได้ตามใจนึก แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นผู้ใช้เวทระดับสูงก็ตาม
คาถาระดับแรกเพียงพอที่จะหยิบจับสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ให้ลอยขึ้นเท่านั้น หากคิดจะใช้เวทนี้ในการโจมตีมันก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะทำแบบนั้นได้ เว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นจะหาคาถาเวทแรงโน้มถ่วงที่มีระดับที่สูงมากกว่านี้
ส่วนศาสตราจารย์ออสตินน่ะหรือ คาถาเวทที่เขาใช้อยู่แน่นอนว่าต้องอยู่ในระดับสูง นั่นจึงทำให้เขาสามารถยกสิ่งต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
อีกอย่างต้องรู้ไว้ว่าภูเขาลอยฟ้าลูกนี้ก็เป็นเขาที่วางค่ายกลให้กับมันด้วยตัวเอง
“นี่เป็นวัสดุเวทสำหรับเธอ” ชายชราโบกมือออกไปครั้งหนึ่ง แล้ววัสดุเวททั้งสามก็ลอยออกมาจากแหวนเวทของเขาที่ส่องแสงชั่วขณะ
ครั้งนี้มันไม่ได้ลอยอยู่ แต่กลับมาตกลงตรงหน้าของเด็กน้อย
“ขอบคุณมากครับ ผมจะใช้มันเป็นอย่างดี”
“โอ้ เธอคิดว่าจะทำมันสำเร็จในครั้งแรกเลยหรอ?” ศาสตราจารย์ออสตินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมอร์ลินพยักหน้าและเอ่ย “ครับ”
เด็กคนนี้มั่นใจในตัวเองมาก นั่นทำให้ชายชรารู้สึกสนใจ
ต้องรู้ไว้ว่าผู้ที่จะสามารถสร้างวงเวทภายในครั้งแรกนั้นมีน้อยมาก นั่นเพราะพวกเขาเป็นมือใหม่ มันยังมีปัจจัยหลายอย่างที่ก่อให้เกิดความผิดพลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดึงพลังของวัสดุเวทออกมาให้เขียนสูตรคาถารูนให้เพียงพอ หรือการเขียนสูตรคาถารูนให้ถูกต้องแล้วเหนี่ยวนำพวกมันเข้าสู่ร่างกาย
ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยโชคและความแม่นยำทั้งสิ้น
คนกลุ่มน้อยที่สามารถทำเรื่องพวกนี้ให้สำเร็จในคราเดียวคงมีแต่อัจฉริยะนักเวทเท่านั้น เพราะผู้คนส่วนใหญ่มักจะผ่านขั้นตอนนี้ได้หลังจากที่ทดลองทำมาแล้วสองถึงสามครั้งขึ้นไป
ชายชราเองก็ต้องการพิสูจน์ว่าเด็กน้อยเป็นอัจฉริยะนักเวทอย่างที่เขาคิดไว้หรือไม่
“น่าสนใจ ฉันจะคอยดู”
ชายชราทำตามที่พูด เขาไม่ได้จากไปไหน ยังคงยืนอยู่ที่นี่เพื่อเฝ้าดู
เมอร์ลินยิ้มแล้วเริ่มทำการสร้างวงเวททันที
พลังสมาธิของเขาแข็งแกร่งมาก เรียกได้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกกดดันต่อสายตาของมหาปราชญ์ที่อยู่ตรงหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
“ผมจะเริ่มแล้ว”
ทันทีที่กล่าวจบเมอร์ลินก็ใช้ดวงตาสีเงินจับจ้องไปที่วัสดุเวททั้งสามที่อยู่ตรงหน้า แน่นอนว่าเขาไม่สามารถควบคุมพวกมันให้ลอยได้เหมือนชายชราที่ทำก่อนหน้านี้เพราะเขายังไม่ใช่นักเวท
เด็กน้อยไม่ได้คิดที่จะทำตามเส้นทางของคนธรรมดาที่ใช้พลังสมาธิควบคุมพลังเวทที่อยู่ในวัสดุเวทให้ลอยออกมา แต่เขาใช้วิธีที่ง่ายกว่านั่นคือความสามารถของดวงตาสีเงิน
เมื่อมีของดีขนาดนี้อยู่กับตัวแล้ว เขาก็ไม่ได้คิดเย่อหยิ่งไม่ใช่มันเพื่อพิสูจน์ตนเอง
บอกตามตรงเขาเป็นคนขี้เกียจที่จะทำเรื่องพวกนั้น เพราะแบบนี้ไม่ว่าเรื่องใด เขาก็จะคิดหาหนทางที่ทำให้เขาทำงานได้ง่ายและรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา เหมือนเช่นตอนที่เขาแก้โจทย์รูนศาสตร์ ซึ่งไม่ได้ทำตามวิธีที่เขียนอยู่ในหนังสือแต่คิดวิธีที่รวดเร็วของตนเองขึ้นมาเอง
กล่าวมาถึงตรงนี้ดวงตาสีเงินก็สำแดงอำนาจ
ไม่น่าเชื่อว่าแม้มหาปราชญ์ท่านหนึ่งจะอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่สามารถจับได้ถึงความผิดปกติของดวงตาสีเงินได้เลยแม้แต่น้อย
พลังดวงตาสีเงินจับจ้องไปยังวัสดุเวทซึ่งเป็นวัตถุที่ควบแน่นพลังเวทที่อยู่ตรงหน้า
เวลานั้นเองพลังเวทที่อยู่ภายในวัสดุเวทก็ขยับตามสำนึกรู้ของเมอร์ลิน ซึ่งเขาสามารถทำมันได้ราวกับการขยับแขนขา พวกมันเคลื่อนไหวไปตามสำนึกรู้ของเขา
พลังเวทสามสายพลันพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเมอร์ลินโดยตรง
“นะ ...” ศาสตราจารย์ออสตินกำลังจะเอ่ยปากแต่เขาก็หยุดมันไว้ก่อน
เขากำลังจะพูดว่า ‘นั่นเธอคิดจะทำอะไร?’ แต่ยั้งมันไว้ได้เพราะกลัวว่าคำพูดของเขาจะทำให้พิธีกรรมนี้ล้มเหลว อย่างไรพลังเวทก็เข้าสู่ร่างกายของเด็กน้อยแล้ว
หากล้มเหลว มันไม่ใช่แค่การเริ่มต้นใหม่ แต่ร่างกายจะได้รับการสะท้อนกลับของผลกระทบพลังเวท
เด็กน้อยยังไม่ทันได้เริ่มก้าวด้วยซ้ำ เขาจึงไม่คิดที่จะทำลายเด็กน้อย ต่อให้ล้มเหลวและต้องพบกับผลสะท้อนกลับ อย่างน้อยเมอร์ลินก็ต้องได้รับบทเรียนของตนเองที่ไม่เดินตามเส้นทางที่คนรุ่นหลังปูไว้ให้แล้ว
โดยปกตินักเวทจะต้องสร้างวงเวทด้านนอกให้สมบูรณ์เสียก่อนจึงควบแน่นพวกมันเข้าไปในร่างกาย
แต่วิธีการของเมอร์ลินกลับรวบรัดยิ่งกว่านั้น เขาได้ทำการสร้างวงเวทภายในร่างกายของตนเองโดยตรง นี่นับว่าเสี่ยงเป็นอย่างมาก
หากสร้างวงเวทล้มเหลวที่ภายนอกก็จะได้รับผลกระทบเล็กน้อยเท่านั้น แต่หากล้มเหลวภายในโดยตรง ผลลัพธ์จึงเทียบเท่ากับขั้นตอนควบแน่นล้มเหลว
ที่เมอร์ลินทำเช่นนี้เพราะมั่นใจในการสร้างวงเวทของตนเองมาก
ความมุทะลุย่อมเป็นหนทางสู่หายนะ
ชายชรารอให้เมอร์ลินทำพลาด เขาจะได้ตักเตือนเรื่องนี้อย่างหนัก
ขณะเดียวกันนั้นเอง เมอร์ลินได้ทำการสร้างวงเวทจากภายในโดยตรง ด้วยการช่วยเหลือของดวงตาสีเงิน นั่นทำให้ความเข้าใจและความแม่นยำของเขานั้นอยู่ในระดับที่เกินจินตนาการ ซึ่งมันแทบจะเรียกได้ว่าแม้แต่ปรมจารณ์นักเวทก็ใช่ว่าจะเทียบได้
ดวงตาสีเงินคือความลึกลับที่ประหลาดและสูงส่ง ซึ่งแม้แต่เจ้าของของมันก็ยังไม่รู้ที่มา
ซึ่งในเวลานี้วงเวทคาถาแรงโน้มถ่วงระดับแรกได้ถูกดวงตาสีเงินสร้างมันขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
ชายชราแม้จะไม่สามารถมองเห็นขั้นตอนการสร้างวงเวทนี้ได้เพราะมันอยู่ภายในร่างของเด็กน้อย แต่บัดนี้เขากลับสัมผัสได้ถึงพลังเวทที่อยู่รอบๆ กำลังถูกดูดเข้าไปในร่างของเด็กน้อย
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นแล้วเอ่ยพึมพำออกมาอย่างไม่รู้ตัวว่า “ขะ ... เขาทำมันสำเร็จแล้ว? สำเร็จภายในครั้งแรก!”