“บู๊ บุ๋น?”
โจวหยวนลืมตาขึ้น แววตาเปล่งประกาย เพียงชั่วพริบตาเขาก็ได้ข้อสรุปแล้วว่าเหตุใดชางยวนถึงบอกว่าพู่กันรวม์เป็ทั้งอาวุธหยวนและพู่กันอักขระหยวน
เป็เพราะอักขระหยวนที่เรียกว่า ‘บู๊บู๋น’ นี้มอบรูปแบบสองอย่างให้พู่กันรวม์นั่นเอง
“รูปแบบบู๊!”
โจวหยวนกุมพู่กันรวม์ ครุ่นคิดชั่วครู่ แล้วร้องะโออกไป
วิ้ง!
ทันใดนั้นแสงสว่างเปล่งประกายขึ้นบนตัวพู่กันรวม์ จากนั้นโจวหยวนก็มองด้วยแววตาประหลาดใจ จู่ๆ พู่กันรวม์ที่มีความยาวประมาณศอกในมือก็ขยายตัวใหญ่ขึ้น
เพียงไม่กี่อึดใจ พู่กันสีดำหนาเทอะทะขนาดประมาณหนึ่งจั้งด้ามหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในมือของโจวหยวน พู่กันสีดำด้ามนี้สูงเกือบเท่าโจวหยวน ตัวพู่กันกระดำกระด่างเปล่งประกายระยิบระยับ
โดยเฉพาะที่ปลายพู่กัน ขนพู่กันสีขาวราวหิมะที่เคยอ่อนนุ่มเวลานี้กลับแข็งกระด้าง ขณะเดียวกันก็เปล่งประกายเยือกเย็นดูคล้ายกับปลายทวนแหลมคม
“น้ำหนักไม่เบาทีเดียว!”
โจวหยวนจ้องมองพู่กันดำขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นในมือ มีน้ำหนักไม่เบา กดแขนทั้งสองข้างจนทรุดลงไปบ้าง
“ลองอานุภาพดูหน่อยซิ”
โจวหยวนเดินออกจากห้องไปยังลานกว้าง ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ พู่กันรวม์ในมือก็ค่อยๆ สั่นไหว ทันใดนั้นพลังหยวนบนฟ้าดินก็ผันผวนจนไหลเข้าไปในตัวพู่กันรวม์
สิ่งที่เรียกว่าอาวุธหยวนจะดูดรับพลังหยวนจากฟ้าดินและะเิอานุภาพรุนแรงออกมา
เมื่อดูดพลังหยวนเข้าไปบนตัวพู่กันรวม์ก็เรืองแสงขึ้นช้าๆ โดยเฉพาะบริเวณปลายพู่กันที่ขนพู่กันสีขาวราวหิมะจับตัวรวมกัน แสงสว่างวับๆ แวมๆ เลือนราง แข็งแรงแหลมคม
โจวหยวนจับด้ามพู่กันเสมือนกำลังถือทวนหนักเอาไว้ ก่อนจะกวัดแกว่งอย่างรวดเร็วฉับพลัน เขาไม่เคยใช้อาวุธประหลาดเช่นนี้มาก่อน ย่อมไม่คุ้นชิน ถึงอย่างนั้นพลังกลับไม่ธรรมดา ดังนั้นเมื่อพู่กันกรีดออกจึงดูเหมือนพยัคฆ์ออกล่าน่าเกรงขาม
เพล้ง!
พู่กันหมุนควงรอบหนึ่งอย่างรวดเร็ว แทงไปที่ไหทองสัมฤทธิ์ซึ่งอยู่ด้านข้างอย่างรุนแรง ทันใดนั้นเสียงแตกหักก็ดังขึ้น แลเห็นปลายพู่กันเจาะไหทองสัมฤทธิ์จนทะลุออกไปอีกฝั่ง
“ไม่เลว คมกริบ” โจวหยวนเห็นท่าทีเช่นนี้จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย ระดับความคมเช่นนี้ ต่อให้เป็สภาพร่างกายของคนที่เปิดลมปราณสองเส้นแล้วก็ยังฉีกขาดได้อย่างง่าย
“คงจะเป็ได้ถึงอาวุธหยวนระดับกลาง”
โจวหยวนพอใจไม่น้อย หากเลี้ยงดูต่อไป ให้พู่กันรวม์ดูดกลืนิญญาอสูรอย่างต่อเนื่อง คิดว่าคงจะถึงขั้นอาวุธหยวนระดับดำทมิฬในอีกไม่นาน
“การเอาพู่กันมาใช้เป็อาวุธเช่นนี้กลับหมายถึงอาวุธประหลาดที่แหลมคม ถึงจะบอกว่าเป็พู่กันแต่กลับเหมือนทวนทุกประการ ภายหลังคงต้องเรียนเพลงทวนเอาไว้บ้างแล้ว” โจวหยวนบ่นพึมพำ
สายตาเขาที่จ้องมองพู่กันรวม์ก็เปลี่ยนเป็ลุกโชน นี่เป็แค่อักขระหยวนตัวแรกก็เปลี่ยนแปลงไปถึงเพียงนี้ ไม่รู้จริงๆ ว่าพอฟื้นฟูอักขระหยวนโบราณครบเก้าตัวพู่กันรวม์จะร้ายกาจถึงระดับไหน
ยิ่งตวัดพู่กันหยวนที่เป็รูปแบบบู๊อีกครั้งโจวหยวนก็ยิ่งสุขใจ จากนั้นครุ่นคิดชั่วครู่ “รูปแบบบุ๋น!”
พู่กันรวม์ขนาดสูงเท่าตัวคนหดเล็กลงอย่างรวดเร็วจนเหลือความยาวประมาณศอกหล่นใส่มือของโจวหยวน ปลายพู่กันที่แหลมคมพอจะเจาะเหล็กชั้นดีได้ก่อนหน้านี้เวลานี้กลับเปลี่ยนเป็อ่อนนุ่ม สะบัดอย่างนุ่มนวล
โจวหยวนดีดปลายนิ้วเบาๆ พู่กันรวม์ก็ม้วนอยู่กลางฝ่ามืออย่างมีชีวิตชีวา ปลายพู่กันที่อ่อนนุ่มก็มีแสงสว่างปรากฏขึ้น
พู่กันรวม์ที่มีรูปแบบเช่นนี้คือพู่กันอักขระหยวนที่ใช้วาดอักขระหยวน
“อักขระหยวนบู๊บุ๋นนับว่าวิเศษ” โจวหยวนร้องชื่นชม สิ่งนี้สามารถเปลี่ยนรูปแบบของของสิ่งหนึ่งได้ ไม่ใช่อักขระหยวนธรรมดาที่จะทำได้ อักขระหยวนที่เรียกว่า ‘บู๊บุ๋น’ นี้นับว่ามีระดับที่สูงมาก
“ในที่สุดอักขระตัวแรกของพู่กันรวม์ก็เปิดได้แล้วหรือ”
ในขณะที่โจวหยวนกำลังดีใจกับการเปลี่ยนรูปแบบทั้งสองอยู่ในลานก็มีเสียงประหลาดใจดังแว่วเข้ามา โจวหยวนเงยหน้าขึ้น แลเห็นเยาเยายืนสง่างามอยู่นอกลาน
ข้างเท้าของนางมีทุนทุนเดินนัวเนียตามติด
“อื้ม เพิ่งทำสำเร็จ” โจวหยวนพยักหน้า พู่กันรวม์กลายเป็รูปแบบบุ๋นหล่นใส่ฝ่ามือของเขา ก่อนจะพูดอย่างกระตือรือร้นว่า “พี่เยาเยา ข้ามีพู่กันอักขระหยวนแล้ว เมื่อใดท่านจะสอนอักขระหยวนให้ข้าล่ะ”
เยาเยาย่างเท้าเดินมาเบื้องหน้าโจวหยวนอย่างช้าๆ พลางยื่นมือขาวนวลออกมา
พอโจวหยวนเห็นท่าทีเช่นนี้จึงมุมปากกระตุก เพียงสั่งสาวรับใช้ที่อยู่ด้านข้าง จากนั้นส่งขวดหยกออกมาหนึ่งขวด “นี่เป็เหล้าพยัคฆ์แดง มีฤทธิ์รุนแรง ข้าแอบเอาออกมาจากคลังส่วนตัวของเสด็จพ่อ”
เยาเยารับขวดหยกไป เชิดคอที่เรียวยาวคล้ายกับห่านฟ้าขึ้นจิบอย่างช้าๆ ทันใดนั้นบนใบหน้าก็แดงระเรื่อ นางพูดด้วยแววตาสดใส “ไม่เลว ไม่ทำให้ผิดหวัง”
เห็นได้ชัดว่านางพอใจเป็อย่างมากกับเหล้าชั้นยอดที่โจวหยวนให้มา
โจวหยวนถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ กำลังจะเอ่ยปากพูดก็รู้สึกว่าขากางเกงถูกดึงจึงก้มหน้าลง แลเห็นทุนทุนกำลังกัดขากางเกงของเขา จากนั้นแลบลิ้นออกแล้วยื่นอุ้งเท้าออกมา
“พอกันเลยกับเ้านายแก!”
โจวหยวนหางตากระตุก ส่งเสียงด่าทอ แต่ยังคงสั่งให้สาวรับใช้ส่งเนื้อแห้งอสูรหยวนมาวางไว้ข้างเท้า
พอทุนทุนเห็นเข้าก็ยอมปล่อยโจวหยวน ะโโหยงเหยงด้วยความดีใจ กัดกินหนึ่งคำ หรี่ตาเพลิดเพลินกับความอร่อยของเนื้อแห้งอสูรหยวน
โจวหยวนนั่งยองๆ ลูบขนอ่อนนุ่มบนตัวทุนทุน ก่อนจะหยอกล้อตบๆ รุนแรงไปสองที ทุนทุนทำเพียงชำเลืองสายตามามองจากการกระทำของเขาแวบหนึ่ง เห็นแก่ที่แบ่งชิ้นเนื้ออสูรหยวนแห้งให้ จะทำเป็ไม่สนใจเ้าคนไม่มีมารยาทก็แล้วกัน
“เอาละ วันนี้จะเริ่มสอนอักขระหยวนระดับหนึ่งให้เ้า”
พอดื่มเหล้าพยัคฆ์แดงไปหลายอึกเยาเยาก็พยักหน้าเล็กน้อยอย่างพอใจ จากนั้นเดินเข้าไปในศาลาหิน บนโต๊ะหินเวลานี้ได้วางแผ่นหยกสำหรับฝึกฝนอักขระหยวนเอาไว้แล้ว
เยาเยายืนอยู่ด้านหน้าโต๊ะหิน เหลือบมองโจวหยวนแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าเขียนก่อน เ้าดู”
แขนเรียวยาวของนางกุมมือ ทันใดนั้นก็เห็นพู่กันหยวนเล็กบางสีเขียวปรากฏขึ้นบนมือนาง พู่กันอักระหยวนด้ามนี้มีแสงสีเขียว ภายในแสงมีอักขระหยวนส่องขึ้นมา ดูลึกลับอย่างยิ่ง
โจวหยวนมองด้วยหัวใจที่สั่นเทา พู่กันอักขระหยวนด้ามนี้ของเยาเยาย่อมไม่ธรรมดา
เยาเยากุมพู่กันอักขระหยวน ใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็จริงจัง พลังที่ไม่เหมือนเดิมแผ่ซ่านออกจากร่างกาย ปลายพู่กันัับนแผ่นหยกอย่างแ่เบา จากนั้นก็ขยับพู่กัน
โจวหยวนที่ยืนอยู่ข้างกายเห็นมือของเยาเยาตวัดช้าๆ ทันใดนั้นก็อดกล่าวชื่นชมในใจไม่ได้ “มือช่างงดงามยิ่งนัก”
มือของเยาเยาเรียวยาวและบอบบางเปล่งปลั่ง สวยงามจนสะดุดตาผู้คน
แต่เขาไม่กล้าจ้องนาน ไม่ช้าก็หันไปจับจ้องบนแผ่นหยก
รอเยาเยาวาดเสร็จ บนแผนหยกก็ปรากฏแสงขึ้นมาทันที เห็นเป็อักขระหยวนซับซ้อนโผล่ขึ้นมา ท่ามกลางความคลุมเครือราวกับมีเสียงพยัคฆ์คำรามดังขึ้น
“สิ่งนี้คืออักขระพยัคฆ์คำราม เป็อักขระหยวนระดับหนึ่ง ใช้วาดลวดลายลงในลำคอได้ ทันทีที่เริ่มใช้จะะเิคลื่นเสียงพยัคฆ์คำรามออกมา หากะเิในระยะใกล้จะกำราบศัตรูได้” เยาเยาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“คลื่นเสียงอักขระหยวนหรือ?” โจวหยวนตะลึง อักขระหยวนประเภทนี้พบเจอได้ยาก ใน่เวลาสำคัญก็เพียงพอที่จะช่วยชีวิตและพลิกสถานการณ์ได้
“เ้าลองพิจารณาดูให้ดี อักขระหยวนตัวนี้มีทั้งหมดกี่เส้น?” เยาเยาถาม
พอโจวหยวนได้ยินก็ทราบว่าเยาเยา้าทดสอบพื้นฐานอักขระหยวนของเขา อักขระหยวนยิ่งระดับสูงล้วนประกอบด้วยเส้นหยวนมากมาย ซึ่งการแยกแยะเส้นหยวนก็คือการเรียนรู้พื้นฐานของอักขระหยวน
โจวหยวนตรวจตราดู ‘อักขระพยัคฆ์คำราม’ บนแผ่นหยกอย่างละเอียด นิ่งเงียบไปชั่วครู่ก็พูดขึ้นมาช้าๆ ว่า “ข้าเห็นสี่ร้อยสามสิบเจ็ดเส้น”
อักขระหยวนระดับเบื้องต้นที่โจวหยวนเรียนก่อนหน้านี้ต่างมีแค่ร้อยเส้น แต่อักขระหยวนระดับหนึ่งนี้กลับมีจำนวนเส้นมากกว่าถึงสี่เท่า
เยาเยาโค้งพยักหน้าเล็กน้อย “อันที่จริงแล้วมีสี่ร้อยสี่สิบแปดเส้น แต่เ้าดูออกถึงสี่ร้อยสามสิบเจ็ดเส้นก็นับว่าเ้ามีพื้นฐานที่ดี”
“หลายวันต่อจากนี้เ้าจงเลียนแบบ ‘อักขระพยัคฆ์คำราม’ ศึกษาอักขระหยวนระดับหนึ่งตัวนี้ให้เชี่ยวชาญซะ”
พอโจวหยวนได้ยิน แววตาอยากรู้อยากลองก็ผุดขึ้น หากเรียนอักขระหยวนระดับหนึ่งได้ก็จะช่วยให้พลังของเขาเพิ่มสูงขึ้น
หากเขาอยากติดสิบอันดับแรกในการสอบไล่ที่กำลังจะมาถึงก็ต้องมีพลังต่อสู้เทียบเท่ากับผู้เปิดลมปราณเส้นที่สี่ ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าวิธีเพิ่มพลังจะเป็แบบไหน เขาก็จะเรียนให้จงได้