ตอนที่24 ดาบเกล็ดทิวา
“หนูไผ่ เมื่อกี้อะไรน่ะมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเ้ากูฟาถึงได้ล้มลงไปแบบนั้น..” เมนเดอล่าถามด้วยความตื่นเต้นยากจะอธิบาย
“นี่ ๆ ๆ รู้อะไรมั๊ยข้าคาดไม่ถึงเลยนะว่ากิลด์เราจะมีวันนี้ได้ วันที่ได้เข้ารอบชิงแถมยังเป็รอบชิงของกิลด์ระดับสูงเสียด้วย ฮ่าๆ ๆกิลด์เรารอดพ้นจากการถูกยึดแล้วโว้ย” ทอร์ซพูดเสียงดังด้วยความตื่นเต้นดีใจส่วนเรย์ล่าเธอเก็บอาการไว้ไม่กล้าพูดออกมา ยืนพิงอยู่ตรงกำแพงเพื่อปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็ปกติ
“ผมขอพักก่อนนะเดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลัง” ไผ่นั่งลงไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มรอให้การแข่งประลองคู่2 กับ 3 จบทั้งนี้การต่อสู้ของกิลด์ระดับสูงนั้นใช้เวลาที่ยืดเยื้อกว่าจะจบการประลองหาทีมแข่งรอบรองชนะเลิศก็กินเวลาไปจนถึงเย็น
พิธีกรจึงประกาศการแข่งขัน 2 คู่สุดท้าย คู่แรกที่ได้ลงประลองก่อนคือแบล็คกับชายร่างเล็กอีกคน
เมื่อการต่อสู้เริ่มพวกเขาก็พุ่งเข้าหากันแล้วใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อเผด็จศึกอีกฝ่ายเพียง 7 กระบวนท่าชายร่างเล็กก็พ่ายแพ้แบล็คไปในที่สุด ส่วนคู่ที่สองก็คือไผ่กับชายร่างสูงของออีกกิลด์ชายคนนั้นถือดาบยาวศอกครึ่งใบดาบโค้งเรียว เมื่อสัญญาณเริ่ม
ชายดาบโค้งไม่ประมาทเด็กตัวเล็กเขาพุ่งมาแล้วใช้กระบวนท่าหนึ่งเพื่อใช้พละกำลังของการเหวี่ยงอาวุธตัดทอนกำลังของไผ่ให้ได้มากที่สุด
ไผ่ใช้ดาบเกล็ดทิวาตั้งรับ
เปรี้ยง!
เสียงปะทะครั้งแรกอันดังสนั่นชายร่างสูงถึงกับกระเด็นกลับไปที่เดิม มือที่ถือดาบโค้งสั่นระริกจนชาด้านใบหน้าแสดงออกถึงความใสุดขีด
“ปะ เป็ไปไม่ได้ เด็กอย่างเ้าไม่ควรรับมือกระบวนท่าข้าได้”ชายคนนั้นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ชายร่างสูงยืนด้วยอาการสั่นไผ่รับมือจากกระบวนท่าที่เน้นการเหวี่ยงดาบอันทรงพลังของเขา แม้แต่เผ่าคนั์ยังต้องเซเมื่อเจอท่านี้แต่เด็กหนุ่มตรงหน้าเพียงแค่เหวี่ยงดาบรับแค่ครั้งเดียว รู้สึกเหมือนกับโดนท่อนซุงขนาดใหญ่เหวี่ยงใส่ก็ไม่ปานมือขวาที่ถือดาบถึงกับกระดูกลั่นไปถึงแขน แรงเด็กเบื้องหน้าไม่ใช่แรงของมนุษย์
ไม่ทันที่ชายร่างสูงจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้แรงเสียดอากาศพลันดังขึ้นหวีดหวิว ดาบโค้งยกตั้งรับกลางหน้าอกอย่างทันท่วงที
เปรี้ยง!!
เสียงดังปานฟ้าผ่าดังขึ้นอีกครั้งเหล่าคนดูต่างเอามือปิดหูเพราะเสียงปะทะกันของดาบทั้ง 2 เล่มก่อให้เกิดสายลมกรรโชกจนคนดูข้างลานประลองต้องรีบหาที่จับเกาะไม่ให้ตนต้องปลิวกระเด็นไป
ดาบเกล็ดทิวาปะทะกับดาบโค้งที่เป็อาวุธระดับ2 ดาว ชายร่างสูงยกดาบโค้งรับการโจมตีได้ทันแต่แรงปะทะส่งเขากระเด็นไปมากกว่า5 เมตร แขนทั้งสองข้างที่จับดาบปวดร้าวจากแรงมหาศาลของไผ่จนไม่สามารถยกดาบขึ้นมาได้แววตาเรียบเฉยของไผ่มองมาทำให้ผู้ถูกมองถึงกับสั่นสะท้าน
ดาบเกล็ดทิวาชี้ลงไปที่พื้นลานประลองพลังเวทสีดำคอยๆ ไหลเข้าไปในตราประทับระดับ 1ดาวที่อยู่ตรงใบดาบ ใบหน้าของชายร่างสูงคู่ประลองพลันบิดเบี้ยวแสดงถึงความใ เนื่องจากไม่ได้ดูการประลองทีมของกิลด์โครบิลอสที่ใช้อาวุธที่มีตราประทับเหล่านี้สู้จึงไม่รู้ว่าไผ่้าทำอะไร ััพลังเวทมนตร์มหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาจากดาบ
เพื่อให้โดดเด่นในการโปรโมท ไผ่ค่อยๆชูปลายดาบขึ้นบนฟ้าแล้วพูดออกมาเสียงดังฟังชัด
“คมมีดสายลม!!” เมื่อสิ้นสุดคำพูดไผ่ฟันดาบไปที่ชายร่างสูงใบดาบเกล็ดทิวาเรืองแสงสีดำเข้มพลันปลดปล่อยเสียงหวีดหวิวกรีดอากาศทำลายเวทีประลองเป็เส้นยาวเรียบสนิท
ก่อนหน้านี้ชายร่างสูงไม่มีแรงพอที่จะยกดาบอีกแล้วแต่ด้วยความใและความกลัวสุดขีดเมื่อเห็นพื้นเวทีถูกกรีดเป็ทางยาว ตนจึงยกดาบมากันโดยสัญชาตญาณ
วืด!!
เสียงมีดสายลมตัดใบดาบของชายร่างสูงอย่างง่ายดายต่อไปคือร่างกายของชายร่างสูง
เป๊าะ!!
เสียงดีดนิ้วมือของไผ่ดังขึ้นพลันคมมีดสายลมก็สลายไปเหลือเพียงรอยเืตรงอกของชายร่างสูงเพียงเล็กน้อยเป็สัญลักษณ์บ่งบอกว่าเื่เมื่อครู่มิใช่ความฝัน
การดีดนิ้วคือการสลายเวทต้องผ่านการฝึกการควบคุมระดับสูงให้ได้ก่อนถึงจะทำแบบนี้ได้
ชายร่างสูงถือดาบโค้งด้วยอาการตาค้างมือปล่อยดาบกระทบพื้น เขาใจนฉี่รดกางเกง
ในเวลานี้ไม่มีใครส่งเสียงหัวเราะเยาะมีเพียงความเงียบสนิท และภาพใบมีดสีดำที่กรีดพื้นเป็ทางยาวติดตาไม่จางหายความจริงแล้วชายร่างสูงควรจะขาดเป็สองท่อนเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้เพราะเหตุผลใดเวทมนตร์สายลมจึงถูกสลาย
ด้านชายร่างสูงเมื่อได้สติก็รีบวิ่งออกไปด้วยความกลัว
“กะ กิลด์โครบิลอสชนะ” กรรมการประกาศชัยชนะด้วยเสียงสั่น
“บ้าน่า ดาบนั่นมันมีอานุภาพขนาดนี้เลยเหรอก่อนหน้านี้เหมือนเห็นกิลด์หนึ่งใช้มันด้วยนี่ แต่ความรุนแรงมันแค่ตัดท่อนไม้เล็กๆได้เท่านั้นเองหรือว่าอาวุธเวทนั่นจะมีอานุภาพมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับพลังเวทของผู้ใช้ ละ ละแล้วพลังไอ้หนูนั่นมันมีแค่ไหนกัน ข้าน่าจะรู้ก่อนหน้านี้ ไม่น่าตะเพิดมันออกจากกิลด์ตอนมันสมัครเลยโธ่เว้ย” เสียงของชายร่างั์คนหนึ่งพูดเสียงดังลั่นและแสดงกิริยาไม่พอใจอะไรบางอย่าง
เหล่าคนดูที่มาใหม่ต่างใกับภาพที่เห็นต่างวิจารณ์กันในรูปแบบที่ตนคิดว่าใช่ และเกิดข้อถกเถียงกันเื่อาวุธถึงขั้นชกต่อย
“เดี๋ยวก่อน ข้าว่าอย่าพึ่งมาใช้กำลังกันตอนนี้เลยก่อนหน้านี้ไอ้เด็กนั่นมันประกาศว่าจะขายดาบเวทที่กิลด์สร้างร้านจะเปิดหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งข้าว่าไปซื้อที่นั่นแล้วพิสูจน์มันให้เห็นกับตาตนเองดีกว่า” เสียงชายร่างเล็กคนหนึ่งพูดแทรกเป็คนที่สามารถสงบศึกวางมวยได้
“จริงเหรอแล้วร้านอยู่ที่ไหน ข้าจะรีบไปซื้อ แพงเท่าไหร่ข้าก็ไม่สนขอแค่มันมีอานุภาพแบบนั้นพอ” ชายอีกคนรีบพูดทันที
“อยู่ที่กิลด์โครบิลอส”เสียงเอ่ยสั้นๆ
“กิลด์โครบิลอสแล้วมันอยู่ที่ไหน++”
“อันนี้ข้าก็ไม่รู้ไว้ค่อยไปตามหากันหลังจบงานแข่งเถอะ”
“ข้าก็ว่างั้น เห!!!เด็กนั่นผ่านเข้ารอบใช่ไหมงั้นมันก็ได้ประลองรอบชิงชนะเลิศของกิลด์ระดับสูงกับแบล๊คนะสิ ฮ่าๆ ๆข้าอยากจะเห็น่เวลาแห่งการต่อสู้ในอีกไม่กี่อึดใจนี้แล้ว” ชายคนหนึ่งพูด และหลายๆ คนเริ่มนึกได้ต่างก็พากันยิ้มแก้มปริและเตรียมพร้อมสำหรับส่งเสียงเชียร์ให้เด็กหนุ่มนั่น
เมื่อได้ชัยไผ่กำลังจะเดินไปพักผ่อน แต่ก็ถูกกรรมการเรียกเช่นเคยคู่ต่อสู้รอบชิงเดินออกมาพร้อมกับพลังที่ฟื้นฟูเต็มเปี่ยม
แบล็คชายตามองไผ่ครู่หนึ่งแล้วยิ้ม
“เก่งเหมือนกันนี่ที่ผ่านมาถึงรอบชิงได้แต่เมื่อเป็คู่ต่อสู้ของข้า ขอบอกว่าไม่มีออมมืออีกแล้วนะ ข้าต้องรีบจบการแข่ง จะได้ไปทำธุระต่อเสียที”แบล็คพูดแล้วชักดาบระดับสูงของเขาออกมาเตรียมพร้อม
ส่วนไผ่ก็จับดาบเกล็ดทิวาอย่างมั่นคง
“คิดว่าดาบกระจกเปราะ ๆนั่นจะต่อต้านดาบของฉันได้งั้นเหรอ แต่ก็เอาเหอะ” แบล็คพูดแล้วยืนรอกรรมการให้สัญญาณ
“เก่งจริงก็ทำลายให้ได้ดิ”ไผ่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงธรรมดา
คณะกรรมการให้สัญญาณเริ่มแบล็คก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เขาย่อตัวลงแล้วชี้ปลายดาบมายังไผ่
วิชาประจำตระกูล ร่ำวิหคกระบวนท่าที่ 1 กาจิกเหยื่อ
ปลายดาบพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วนับสิบครั้งเป็วิชาที่ยอดเยี่ยมซึ่งถูกขัดเกลามาอย่างดี
ไผ่บิดด้ามดาบลงพื้น พลันมือควงดาบเป็วงรีปัดกระบวนท่าโจมตีของแบล็คได้อย่าหมดจดเสียงเคร้งๆ ๆ ปะทะกันนับสิบรอบในเสี้ยววิทำให้ผู้ชมต่างต้องกลืนน้ำลายด้วยความหวาดเสียว
แบล็คเมื่อโดนตั้งรับกระบวนท่าแรกได้อย่างหมดจดสีหน้าออกแววใเล็กน้อยเรี่ยวแรงมหาศาลเหนืุ์ทำให้มือเริ่มชาด้าน
“เ้าเป็เผ่าั์รึ ไม่สิเผ่าั์ไม่น่าจะตัวเล็กแบบนี้แล้วมันเผ่าอะไร แวมไพรเหรอ ทำไมไม่มีเขี้ยว เผ่าเอลฟ์ หูมันก็ไม่ได้ยาวนี่บ้าจริง” ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้นเสียงเอ่ยกระบวนท่าของไผ่ได้เริ่มขึ้น
ท่าดาบพื้นฐาน อินทรีล้วงไส้
ไผ่ะโแล้วฟันดาบไปยังศีรษะของแบล็คฝ่ายแบล็คยกดาบขึ้นกัน แต่ว่าเมื่อดาบปะทะกัน แบล็ครู้สึกว่าแรงที่ไผ่เหวี่ยงดาบมันน้อยนิดแต่แล้วดาบที่ฟันลงมาก็เคลื่อนผ่านดาบของแบล็คอย่างรวดเร็ว
ฉั๊วะ!!
เืสีแดงฉานไหลออกมาจากาแตรงอกของแบล็คการโจมตีของไผ่โดนเขาอย่างจัง สีหน้าแบล็คฉายแววสงสัย ทั้งที่สามารถรับได้ เืตรงอกไหลออกมาเป็ทางยาวแต่ชั่วเวลาอึดใจ เืของแบล็กก็ค่อยๆ หยุดไหลเพราะการฟื้นฟูของแบล็ค
แบล็คจับดาบของตนแน่นขึ้นแล้วพุ่งเข้าห้ำหั่นใช้กระบวนท่าดาบประจำตระกูลท่าต่างๆส่วนไผ่ก็ตั้งรับได้อย่างหมดจด แล้วสวนกลับได้ทุกครั้ง
แบล็คถอยหลังมาตั้งหลักแล้วมองด้วยสีหน้าหงุดหงิดที่วิชาดาบของตนไม่สามารถทำอะไรไผ่ได้
“ข้าจะเอาจริงแล้วนะตายไปก็อย่าว่ากันล่ะ” แบล็คพูดด้วยน้ำเสียงเ็าจิตสังหารพลันพุ่งกระจายเต็มพื้นที่ทำเอาคนดูที่อยู่ใกล้ๆรีบถอยออกให้ห่างจากความอึดอัดน่ากลัว
“อุ๊ย เกินปุยมุ้ย เกราะเวท” ไผ่พูดด้วยรอยยิ้มแล้วเรียกใช้งานเกราะเวท
แสงสีดำปกคลุมไปทั่วร่างไผ่สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าคนดูฝ่ายแบล็คเองดูใกับภาพที่เห็น
“เด็กนี่มันใช้เวทประสานได้” แบล็คลอบตระหนกไม่ใช่ความสามารถที่ใครจะทำได้ง่าย ขนาดตัวเขายังต้องฝึกฝนอย่างหนักและใช้ยาเสริมหลายประเภท ต้องสูญเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่แต่เด็กคนนี้กลับสามารถดึงพลังเวทมาคลุมร่างกายได้อย่างง่ายดายมันเป็ไปไม่ได้เลยสำหรับผู้ไม่บรรลุนิติภาวะ
แบล๊คเร่งเร้าพลังเวทจนถึงขีดสุดเพื่อตัดสินในการต่อสู้ครั้งนี้ทันที
วิชาดาบท่าลับ วิหคไร้ใจ
แบล็คหายไปจากครรลองสายตาของผู้ชมแล้วไปโผล่ด้านหลังของไผ่ดาบที่อัดพลังเวทเต็มเปี่ยมฟาดเข้ากลางหลังอย่างจัง แต่เกราะเวทระดับ 5 ดาวที่ไผ่เรียกใช้นั้นมีอานุภาพสูงกว่า การโจมตีของแบล็คจึงถูกเกราะสะท้อนกลับพลังมหาศาลกระแทกเขาอย่างรุนแรงจนล้มลงกลางเวทีด้วยอาการมึน งง
แบล็กลุกขึ้นแล้วใช้เวทประสานการต่อสู้การฟาดฟันดาบของแบล็คกับไผ่นั้นสร้างแรงสั่นะเืให้กับผืนดินจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เวทียกเว้นนานะที่ตื่นขึ้นเพราะแรงสั่นะเืนั้นแล้วก็ลุกมายืนะโส่งเสียงเชียร์ไผ่แจ้วๆผู้หวังดีกลัวว่าเด็กตัวเล็กจะเป็อันตรายจึงเข้าไปพาออกมาข้างนอกแต่ไม่ทันที่จะได้จับตัวนานะ ลูกตบที่เหวี่ยงจากมืออันน้อยนิดของเธอก็ได้ทำให้คนๆนั้นสลบทั้งยืนไปโดยปริยาย จากนั้นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธออีก
ไผ่กับแบล็คต่อสู้กันอย่างดุเดือดพลังเวทประสานของทั้งคู่ทำให้เวทีเกิดหลุมและติดไฟหลายจุด สลักเวทถูกใช้งานเมื่อสิ้นเวลาดีเลย์หลายครั้งเหล่าผู้ชมที่ดูตอนนี้พวกเขาลุ้นกันแทบหยุดหายใจกับการประลองตรงหน้าพายุคลั่งที่ออกมาจากดาบใสเล่มนั้นอานุภาพมันไม่ได้ธรรมดายิ่งใบดาบที่ใสดั่งกระจกแบบนั้นแม้ฟาดฟันกับอาวุธระดับสูงของแบล็คก็หาได้หักสะบั้นไม่ดูดีๆ แล้วฝ่ายไล่ต้อนก็คือไผ่เสียมากกว่า
การโจมตีของแบล็คถือว่าสุดยอดในหมู่กิลด์ระดับสูงแต่การรับมือได้ทุกกระบวนท่าและสวนกลับทุกครั้งนั้นเป็ฝีมือที่เหนือกว่าวิชาแปลกประหลาดของไผ่ถูกใช้ออกมาท่าดาบที่พลิกแพลงได้อย่างหลากหลายและสวนกลับได้อย่างแม่นยำจนตอนนี้แบล็คอาบเืของตัวเองไปทั้งตัวไผ่สามารถไล่ต้อนแบล็คได้อย่างหมดจด ขนาดที่ว่าวิชาลับทั้ง 3 ของแบล็คถูกใช้ออกมา วิชาที่อันตรายที่สุด และหาดูได้ยากที่สุด ไผ่ก็รับมือได้
แบล็คใช้วิชาสุดท้ายซึ่งเป็ท่าไม้ตายโคตรก้นหีบประจำตระกูลที่สืบทอดกันมาวิชาศักดิ์สิทธิ์ วิหคกลืนอสูร พลังเวทเฮือกสุดท้ายใช้เพื่อการนี้ดาบของแบล็คเปล่งแสงสีแดงเจิดจ้า พลันพื้นเวทีก็เริ่มหลอมละลายเสื้อผ้าของแบล็คถูกเผาไหม้ วิชานี้ต้องใช้เวลาร่ายเวทอยู่่หนึ่ง
ไผ่ไม่ได้เข้าไปโจมตีปล่อยให้แบล็คร่ายเวทมนตร์จนเสร็จสิ้นดาบเกร็ดทิวาชูขึ้น้า พลังเวทสีดำก่อเกิดลูกบอลขนาดใหญ่ และค่อยๆ ขยายขึ้นมันคือบอลเวทธรรมดาๆ
ทั้งคู่ปลดปล่อยพลังเข้าปะทะกันพื้นเวทีถึงกับถูกทำลายลมพายุไฟพัดกระหน่ำจนคนดูหลายคนโดนลูกหลงต้องส่งตัวเข้าไปรักษาอย่างเร่งด่วน
คณะกรรมการหนีไปอยู่ในห้องผนึกเวทั้แ่ตอนต่อสู้เริ่มขึ้นแล้วแต่ถึงอย่างนั้น ห้องผนึกเวทก็ไม่อาจต้านทานพลังของทั้งคู่ได้ผู้าุโจึงใช้เวทบาเรียป้องกัน
เมื่อการปะทะครั้งสุดท้ายได้จบลงฝุ่นควันเริ่มกระจายเผยให้เห็นไผ่ยืนอยู่อย่างมั่นคงไร้ซึ่งาแส่วนแบล็คนอนอยู่กับพื้นแน่นิ่งพร้อมกับรอยยิ้มอันภาคภูมินี่เป็การเดิมพันแบบทุ่มสุดตัวของแบล็ค เขาจึงสลบไปโดยปริยายคณะกรรมการก็รู้หน้าที่ประกาศให้กิลด์โครบิลอสได้รับชัยชนะครั้งนี้ไปส่วนผู้ชมบางส่วนที่เหลืออยู่ก็ส่งเสียงเฮดังสนั่นด้วยการะโอย่างสุดเสียงแม้หลายคนจะาเ็แต่ก็ยังคงรอยยิ้มและความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
โครบิลอส โครบิลอส ถูกเชียร์เต็มสนามและเหล่าผู้คนต้องใอีกครั้งเมื่อเด็กหนุ่มประกาศบางอย่าง
“กรรมการอยู่ไหน” ไผ่เอ่ย
ครู่หนึ่งกรรมการรีบเปิดประตูออกมาจากห้องผนึกเวทมนตร์
“ข้าอยู่นี่ มีอะไร”
“ถ้ารอบต่อไปผมแพ้กิลด์โครบิลอสจะติดที่โหล่อยู่ไหม อ่า หมายถึงอันดับสุดท้ายจนต้องโดนยึดทรัพย์สินน่ะ”ไผ่เอ่ย
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงตอนนี้อย่างน้อยกิลด์เ้าก็ได้อันดับหนึ่งของกิลด์ขนาดเล็ก” กรรมการเอ่ย ไผ่พยักหน้า
“ฮะแอ่ม ปุกาศ ปุกาศ การประลองวันพรุ่งนี้ผมขอสละสิทธิ์ ผมจะเปิดร้านและอีกอย่างหนึ่งที่อยากประกาศตรงนี้ก็คือ วันพรุ่งนี้ อาวุธทุกชิ้นในร้านยกเว้นดาบเกล็ดทิวาเล่มนี้ทุกอย่างลดครึ่งราคา และสิ้นสุดตอนตะวันตกดิน คำเตือน อาวุธมีจำกัด ย้ำอาวุธมีจำกัด” เสียงของไผ่ประกาศทำเอาผู้ฟังถึงกับเงียบกริบ
“อะ อาวุธ โฮ้ว!!!ข้าจะไปซื้อวันพรุ่งนี้เลยโว้ย อยากจะได้อาวุธดีๆ มานานแล้ว ยิ่งมันลดครึ่งราคาอีกใครไม่ไปก็โง่แล้ว” เสียงชายคนหนึ่งะโลั่นแล้วก็เกิดเสียงเฮและเสียงพูดคุยถึงสถานที่ ชื่อกิลด์ และอะไรต่างๆ นานาตามมา
ไผ่เดินไปหานานาเธอก็ะโกอดแล้วไต่ขึ้นไปนั่งบนหลังของไผ่แล้วแย้มยิ้มร้องเพลงดีใจ
“พี่ชายนานะว่าเรารีบกลับเถอะ นานะหิว และอยากนอนแล้วด้วย” เสียงอ้อนของนานะกับการทำท่าน่ารักน่าชังของเธอทำเอาผู้หญิงหลายๆคนถึงกับเคลิ้มไปเกือบจะหลอมละลายลงกับพื้น
“อื้อ กลับกันเถอะเดี๋ยวพี่ไปเอาอาวุธที่อยู่ในโซนพักก่อนนะ แล้วเราก็หาซื้ออะไรทานกันเนาะ” ไผ่ลูบผมนานะ เธอก็พยักหน้าหงึกๆ แล้วชูแขนสองข้างร้องเย้ แจ้วๆ
เมื่อไปเอาห่อผ้าที่มีอาวุธต่างๆอยู่ในนั้นจากเรย์ล่าแล้ว ไผ่ก็ขอตัวกลับก่อน ส่วนพวกเรย์ล่าเธอคงอยู่เก็บงานต่อ เรย์ล่าเดินมาแล้วจับไหล่ของไผ่พร้อมกับพูดด้วยความเป็ห่วง
“ดีแล้วค่ะที่ไผ่สละสิทธิ์ การแข่งขันกับมหากิลด์นั้นไม่ใช่เื่ที่จะเอาชนะได้ง่ายๆอีกอย่างแม้เราจะชนะ แต่ด้วยระบบอำนาจของเรามีน้อยนิด ไม่สิไม่มีเลยต่างหากปัญหาใหญ่คงตามมาแน่นอนค่ะถ้าหากพวกมหากิลด์เกิดไม่พอใจขึ้นมาการกุเื่เพื่อล้มกิลด์ระดับเล็กของเราก็ไม่ใช่เื่ยากขอโทษด้วยนะคะไผ่ที่เรย์ล่าพูดแบบนี้” เรย์ล่ากล่าวด้วยความสัตย์จริงกับกิลด์ระดับสูงยังพอได้ แต่มหากิลด์นั้นเป็ระดับที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยว
“ผมก็คิดคล้ายๆกับคุณเรย์ล่าแหละครับ สถานะของกิลด์เราในตอนนี้ ไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะทำอะไรพวกนั้นได้ถ้าจะทำจริงๆก็ต้องใช้ส้นตีน อะแฮ่ม ใช้กำลังแหละมั้งครับ" ไผ่กล่าวทีเล่นทีจริง
“ระเื่นั้นมันจะเป็ไปได้ยังไงกันล่ะคะ” เรย์ล่าพูดอย่างทำตัวไม่ถูกเธอแอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน เพราะแววตาของไผ่ตอนพูดไม่ใช่แววตาของคนโป้ปด
“อย่าถือสาคนหล่อเลยครับเอาเป็ว่าผมขอตัวกลับก่อนนะครับ จะได้มีเวลาเตรียมร้านก่อนที่จะถึงวันพรุ่งนี้”ไผ่พูดขออนุญาตเรย์ล่าบอกให้ไผ่พักผ่อนก่อน ไผ่ตอบรับแล้วเดินออกไปจากโซนการเก็บงานหลังจากนี้เป็เพียงการขนของแค่ไม่กี่อย่าง และเหมือนจะลืมบุคคลหนึ่งคนไปเสียแล้วคนที่ตอนนี้ตอนสาหัสไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วย เขาคนนั้นคือเบบับ
ไผ่เดินออกมาแล้วเลือกซื้อของกินสำเร็จรูปซื้อแล้วก็กินจนเกลี้ยงผ่านมา 20กว่าร้านแล้วไม่มีท่าทีว่าเ้าไผ่กับนานะน้อยจะอิ่มกับของพวกนั้นเลยเงินก็หมดไปหลายสิบเหรียญเงิน ก็ยังจะแวะนั่งทานอาหารข้างทางต่อ
ไผ่กินไป 14 ชาม ส่วนนานะ 24เ้าของร้านที่ดูอยู่ถึงกับพูดอะไรไม่ออกกับกระเพาะความของไผ่กับนานะมือที่ถือทัพพีก็สั่นไม่หยุด
“ทั้งหมดนี่เท่าไหร่ครับคุณเ้าของร้าน”ไผ่กินเสร็จแล้วเรียกเก็บเงินเ้าของร้านเดินออกมาด้วยท่าทีที่ยังคงทึ่งอยู่
“ข้าคิดแค่ 9 เหรียญเงินพอ” เ้าของร้านตอบ ไผ่ก็ยื่นให้ไป 9 เหรียญเงินแล้วเดินออกมาเพื่อกลับไปยังกิลด์
“อืมวันนี้รู้สึกว่าเราได้กินของอร่อยๆ เยอะแยะไปหมดเลยเนาะนานนะ” ไผ่ถามนานะที่ยังนั่งบนไหล่กระดิกเท้าเป็จังหวะอยู่อย่างนั้นด้วยความร่าเริงของเธอ
“ช่ายแล้วพี่ชาย อร่อยมากๆๆ เลย นานนะชอบ อิ่มด้วยแหละ” นานะพูดแล้วก็ฮัมเพลงของเธอต่อไปรอยยิ้มของเด็กน้อยสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับไผ่ได้
เมื่อผ่านซอยต่างๆ ไปมากมายก่อนที่จะถึงกิลด์นั้นไผ่สังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่ง พวกเขาช่วยกันดึงคนจำนวน 5 คนที่ถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กอย่างทารุณ
“เร็วๆ สิพวกแกยืดเยื้ออยู่ได้ อยากโดนฟาดอีกหรือไงห๊ะ” ชายร่างั์คนหนึ่งะโด่ากลุ่มคนที่ถูกล่ามนั้น
พวกเขาไม่พูดจาใดๆ ตอบโต้ได้แต่เดินไร้เรี่ยวแรงโดยไม่แม้แต่จะสนใจด้วยซ้ำ
“เงียบอย่างงั้นก็ดีข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำลาย ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงร้านค้าทาสแล้วเม็ดเงินใกล้เข้ามาแล้วโว้ย ฮ่าๆ ไม่เสียแรงที่ซื้อพวกแกมา” ชายร่างั์ยังพูดต่อแต่แล้วมันก็สบตากับไผ่น้อยพอดี
“หึ ไอ้หนูมาเดินอะไรดึกๆ ดื่นๆ แถวนี้ล่ะ จะไปไหนก็รีบไปซะ ข้าไม่มีอารมณ์มาเล่นด้วยกับแก”ชายร่างั์หันมาตะคอกใส่ไผ่ด้วยน้ำเสียงดุดัน
“อยากเสือกอ่ะ มีไรปะลุง”เสียงเล็กๆ เรียบนิ่งไร้อารมณ์เอ่ยออกมาจากปากไผ่มันทำให้คิ้วของชายร่างั์กระตุก
..............................