ตอนที่สองร้อยสาม Obliterator 4
อย่างที่กล่าวในยุคอวกาศนี้นั้นหากเรายังติดตามนิยายไซไฟมาตลอดก็จะพอรู้ดีว่ามันยังมีความลึกลับอีกมากมายนัก
Black stone monolith
ก้อนหินรูปสีดำ
ที่หากคนที่อ่านนิยายไซไฟมาพอสมควรจะรู้ว่ามันคือก้อนหินลึกลับในความลึกลับ
ที่เรามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าระดับเดินทางระหว่างดาวแล้วเราก็ยังไขปริศนาของก้อนหินพวกนี้ไม่ได้
แต่ที่แน่ใจได้อย่างหนึ่งหรือสองสามอย่างคือ
มันไม่ได้มาจากปีศาจ
เพราะแม้แต่ปีศาจก็หวาดกลัวก้อนหินสีดำพวกนี้ปานโวลเดอมอร์
เป็น Boogeymanสิ่งที่สร้างความหวาดกลัวต่อสิ่งที่สร้างความหวาดกลัวอย่างปีศาจเอง
จักรวาลนี้มีความลับอีกมากนัก
หมายความว่าเวลาเจอก้อนหินสีดำพวกนี้ผมจะปิดตาย กักกัน guarantee จักรวาลในส่วนนั้นๆไม่ให้ใครเข้ามาหรือออกไปได้โดยไม่มีการตรวจสอบ
หากคนที่พอจะจำกันได้ก้อนหินสีดำวพกนี้ไปปรากฏในเรื่องgame of throne มหาศึกชิงบัลลังก์เช่นกัน
ว่ามีหินสีดำที่เก่าแก่อยู่ใต้วิหารซิทาเดลสถานที่เรียนรู้ที่สำคัญที่สุดของเราเมสเตอร์และมีก้อนหินสีดำอีกหลายก่อนที่ดินแดนไกลโพ้นทางตะวันออกที่ไม่ทราบว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร
ว่าพวกไวท์วอล์กเกอร์ซอมบี้หิมะทั้งหลายหรือแม้แต่การเมืองที่ขุนนางแต่ละตระกูลเข่นฆ่ากัน
อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยหากมีหินสีดำเข้ามาเกี่ยวข้อง
มันคือตัวแทนของปริศนาลึกลับในจักรวาล
อีกประการหนึ่งคือหินนี้เกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการณ์ของมนุษยชาติอย่างเห็นได้ชัด
ในหลายอารยธรรมบูชาก้อนหินสีดำนี้อย่างเทพเจ้า
คนที่ไปใกล้หินสีดำก้อนนี้บางทีก็มีพลังจิตหรือความสามารถบางอย่างปรากฏขึ้นมา
หรือการที่วิวัฒนาการของมนุษยชาติเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วก็มาจากหินสีดำทำอะไรบางอย่างต่อบรรพบุรุษของมนุษยชาติ
แน่นอนของที่อันตรายแบบนั้นผมก็เอามาเป็นกล่องใส่ของที่ผนึกปีศาจได้นั่นเอง
เพราะอาจจะเป็นอย่างเดียวที่รับประกันได้ว่าพอมีหินสีดำเข้ามาเกี่ยวข้องปีศาจจะไม่สามารถทำอะไรได้นั่นเอง
Blackstone knife
มีดหินสีดำ
ก็คืออุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ผมเอาไว้ปักใส่หนังสือที่มีหน้าตาเป็นมนุษย์
หรือจะเรียกว่าหนังสือที่เป็นมนุษย์จะดีกว่าเพราะข้างในมีอวัยวะภายในที่หัวใจยังเต้นอยู่และเส้นเลือดกับน้ำหมึกคืออย่างเดียวกัน
ตัวอักษรสลักตามผิวหนัง
และด้วยความอัจฉริยะของคนสร้างทำให้ต่อให้อยู่ในสถานที่ที่ไร้เวทย์คนที่กลายเป็นหนังสือก็จะยังมีชีวิตอยู่ต่อไป
ปึก
มีดสีดำปักเข้าที่กึ่งกลางของหนังสือ
กรี๊ซซซ
ใบหน้าที่ปรากฏบนหนังสือกลายเป็นใบหน้าคนกรีดร้องน้ำตาไหลเป็นสายเลือดก่อนที่จะค่อยๆเงียบเสียงและสลายไปในที่สุด