“คุณชาย เหยา ข้าเพิ่งจำได้ว่าข้ามีบางเื่ที่ต้องไปทำ ข้าขอตัวลา!!”
“คุณชาย เหยา ขอบคุณสำหรับน้ำใจของท่านในวันนี้ ไว้โอกาสหน้าพวกเราค่อยมาดื่มด้วยกันอีกครั้ง!!”
………………..
ขณะนั้น เหล่ารุ่นเยาว์จำนวนมากก็กล่าวคำอำลาต่อ เหยาเฟิง พร้อมกับรีบออกไปจำนวนไม่น้อยทีเดียว
ใบหน้าของ เหยาเฟิง เปลี่ยนเป็สีขาวซีดสลับม่วง ไม่นานมันก็แทบจะกลายเป็สีดำราวกับก้นหม้อ มันใช้ความอดทนอย่างมากในเวลานี้ ทุกคนที่กำลังจากไปนั้นล้วนเป็เพราะ หวังชง ทั้งหมด
ความพยายามทั้งหมดของมันในการจัดการชุมนุมนี้ขึ้นมาพังทลายลงด้วยเวลาอันสั้น ทุกอย่างพังครืนลงเพราะสองพี่น้องตระกูล หวัง
แม้ว่าเหล่ารุ่นเยาว์คนอื่นๆ จะกล่าวว่าไว้ค่อยมาพบกันอีกครั้งก็ตาม แต่ เหยาเฟิง กลับรู้สึกว่าพวกเขากำลังจะตีตัวออกหากมันเสียมากกว่า
“หวังชง ในเมื่อพวกเ้าสองพี่น้องไม่อยากออกไปจากที่นี่ ก็ไม่ต้องออก!! พวกเ้า!! จับพวกมันมาให้ข้า!! ข้าอยากจะรู้นักว่าตระกูล หวัง จะพูดอย่างไรเกี่ยวกับเื่นี้!!”
เหยาเฟิง ตวาดลั่นออกมาด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธ
***** ปัง *****
เสียงเปิดประตูดังลั่นพร้อมกับองครักษ์ตระกูล เหยา สองคนที่อยู่หน้าประตูวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกมันไม่ได้กล่าวอะไรออกมาแม้แต่นิดเดียวเมื่อวิ่งเข้ามาภายในห้อง ฝ่ามือทั้งสองข้างของพวกมันทั้งคู่กางออกจนดูคล้ายกับกรงเล็บของอินทรี ขณะที่พวกมันถลาเข้าหา หวังชง และ หวังเสี่ยวเหยา ราวกับสายลม
ทั้งสองเคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียว ด้วยความรวดเร็ว และการเคลื่อนไหวของพวกมันในตอนนี้ มันเป็รูปแบบของกองทหารราบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย
กรงเล็บของพวกมันที่กำลังใช้ออกมานั้นเป็กระบวนท่าที่ใช้จับกระดูกสะบัก หากว่า หวังชง และน้องสาวของเขาถูกจับตัวได้แล้วนั้น มันย่อมใช่เื่ง่ายที่พวกเขาจะก้าวผ่านความเ็ปขึ้นมาได้แน่
“น้องสาว!! ลงมือ!!”
เมื่อััได้ถึงอันตราย หวังชง ก็ะโออกมาในทันที
หวังชง ได้ทำข้อตกลงกับน้องสาวของเขาเอาไว้ เขาจะไม่อนุญาตให้นางลงมือก่อนจะได้รับอนุญาตจากเขา แม้ในขณะที่เขาจัดการกับ หม่าโจว เขาก็ยังไม่ได้ให้นางเคลื่อนไหว แต่ทว่าในตอนนี้เขาก็ไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว
ในขณะที่องครักษ์ทั้งสองคนของตระกูล เหยา กำลังใกล้เข้ามานั้น เมื่อเสียงของ หวังชง ดังขึ้น หวังเสี่ยวเหยา ก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที
***** กร๊อบ *****
ไม่มีใครรู้ว่านางใช้วิธีใด แต่เสียงที่ดังขึ้นมานั้นมันเป็เสียงของกระดูกที่หักออกอย่างไม่ต้องสงสัย องครักษ์คนหนึ่งของตระกูล เหยา กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป พร้อมกับที่ทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นโดยที่แขนข้างหนึ่งบิดเบี้ยวจนผิดรูป
อย่างไรก็ตาม ชะตากรรมขององครักษ์อีกคนหนึ่งกลับน่าสังเวชมากกว่า มันกระอักเืออกมากองใหญ่ขณะลอยคว้างไปในอากาศราวกับว่าวขาดป่าน ก่อนจะกระแทกกับผนังจนทะลุออกไปด้านนอกเป็รูโหว่ขนาดใหญ่
การต่อสู้จบลงภายในชั่วพริบตา บุตรสาวคนเล็กของตระกูล หวัง ยังคงยืนอยู่กับที่ ในมือของนางข้างหนึ่งยังคงกำน่องไก่เอาไว้แน่น
ทั่วทั้งห้องจมลงไปกับความเงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงของสุนัขตัวใดที่ดังขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว
ใบหน้าของ เหยาเฟิง เต็มไปด้วยความตกตะลึง ในขณะที่คนอื่นๆ ก็ไม่ได้มีสีหน้าที่ดีกว่ามันมากนัก ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าภายในร่างกายเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงคนนี้จะมีพลังมหาศาลเช่นนั้นได้
องครักษ์ทั้งสองที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีของตระกูล เหยา กลับพ่ายแพ้ให้กับนางอย่างสมบูรณ์ในเวลาอันสั้น
***** ตึ่ก ตึ่ก ตึ่ก *****
แขกสองถึงสามคนที่อยู่ใกล้กับ หวังเสี่ยวเหยา รีบวิ่งถอยออกมาด้วยดวงตาที่เผยให้เห็นถึงความหวาดกลัวอย่างชัดเจน
“น่ากลัวเกินไปแล้ว!! ทำไมนางถึงได้มีความแข็งแกร่งจนน่ากลัวเช่นนี้ได้!?”
“หากว่าหมัดนั่นชกมาที่ข้า ข้าคงไม่รอดแหง!! ทำไมเด็กสาวที่มีอายุราวสิบปีถึงได้มีความน่ากลัวแบบนี้กัน!?”
“องครักษ์ของตระกูล เหยา ต่างก็เป็นักรบที่แข็งแกร่ง!! หากว่าข้าไม่ได้เห็นด้วยตาของตัวเองเช่นนี้ข้าคงไม่เชื่อแน่!!”
………………..
ทุกคนภายในห้องต่างตื่นตะลึงอย่างมาก เมืองหลวงนั้นมีผู้คนมากมายเดินทางเข้าออกอยู่ตลอดเวลา มันจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่จะเกิดการต่อสู้ขึ้นตามท้องถนน แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเ่าั้ก็ยังไม่อาจเทียบได้กับความแข็งแกร่งของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่แสดงออกมาในเวลานี้
“ใครกล้าทำร้ายพี่ชายของข้า ข้าจะตีมันผู้นั้นให้ตายอย่างน่าอนาถ!!”
บุตรสาวเล็กแห่งตระกูล หวัง ยังคงยืนอยู่จุดเดิมด้วยดวงตากลมโต แม้ว่านางจะมีร่างกายขนาดเล็กและดูอ่อนแอก็ตาม แต่ในเวลานี้มีใครบ้างที่กล้าพอจะท้าทายความแข็งแกร่งของนาง!?
“เยี่ยมจริงๆ!!”
หัวใจของ หวังชง พองโตขึ้นด้วยความสุขขณะเขาลอบยกหัวแม่มือไปทางน้องสาวของเขา สมแล้วที่นาง “เป็ลูกหลานยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งตระกูล หวัง” แม้ว่าปกติแล้วนางจะไม่ได้ใส่ใจที่จะฝึกฝนก็ตาม แต่ความแข็งแกร่งของนางก็สมกับเป็พร์ที่เกินกว่าใครจะเทียบได้
การตอบโต้ของนางไม่ได้ใช้ทักษะใดๆ ทั้งสิ้น เพียงใช้พลัง และความเร็วที่เหนือกว่าในการจัดการกับองครักษ์ทั้งสองคนของตระกูล เหยา เท่านั้น
“เหยาเฟิง ขออภัยด้วย มันคงยังไม่พอที่เ้าจะจัดการกับพวกเราสองพี่น้องได้!!”
หวังชง กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง นี่เปรียบได้กับการราดน้ำมันลงบนกองไฟอย่างชัดเจน
“บัดซบ!! จัดการพวกมันซะ!!”
เหยาเฟิง ตวาดลั่นออกมาด้วยความโกรธ เห็นได้ชัดว่าการยั่วยุของ หวังชง นั้นได้ผลดีอย่างมาก
สำหรับตระกูล เหยา ที่สูงส่งแล้วนั้น การที่คนของพวกมันพ่ายแพ้ให้กับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เช่นนี้ ชื่อเสียงของพวกมันจะต้องพังทลายลงอย่างไม่ต้องสงสัย หากว่าเื่นี้แพร่กระจายออกไปภายนอก แม้ว่าการชุมนุมจะล้มเหลวไปแล้วก็ตาม แต่ เหยาเฟิง ก็จำเป็ต้องจับตัวสองพี่น้องตระกูล หวัง เอาไว้เพื่อศักดิ์ศรีของตระกูล เหยา
หลังจากนั้นมันค่อยเดินทางไปยังตระกูล หวัง เพื่อรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในภายหลัง
***** ปัง *****
ทันทีที่ เหยาเฟิง ยกฝ่ามือของเขาขึ้น เสียงของประตูที่ถูกเปิดอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับที่ผู้ฝึกยุทธ์สี่คนของตระกูล เหยา วิ่งเข้ามาภายในห้อง จากภายนอกแล้วสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าระดับการบ่มเพาะพลังของพวกมันทั้งสี่คนนี้ แข็งแกร่งกว่าองครักษ์สองคนแรกที่ถูก หวังเสี่ยวเหยา อัดลงไปกอง
หากว่าพวกมันยังไม่สามารถเอาชนะได้ ตระกูล เหยา ก็คงไม่มีหน้าออกไปสู่ภายนอกอีกต่อไป
ในเวลาเดียวกันนั้น หวังชง ก็ไม่ได้นั่งรอความตายโดยไม่ได้ทำอะไรแต่อย่างใด ทันทีที่ เหยาเฟิง เรียกผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสี่คนเข้ามานั้น หวังชง ก็ชี้ไปที่ เหยาเฟิง พร้อมกับะโออกมาอย่างรวดเร็ว
“น้องสาว จับมันไว้!!”
“ตีงูให้ตายต้องตีที่หัว การจับโจรก็ต้องจับที่หัวหน้าของพวกมัน!!” หวังชง ไม่ลืมจุดประสงค์ของเขาที่มาที่นี่ การเอาชนะองครักษ์ทั้งหมดของตระกูล เหยา จะมีความหมายอะไร!? แม้แต่การที่เขาสามารถเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดได้มันก็ยังไม่มีความหมาย การจัดการกับ เหยาเฟิง ถือเป็สิ่งที่สำคัญที่สุด
ในเมื่อ เหยาเฟิง เคลื่อนไหวอย่างชัดเจนเช่นนี้ มันก็ไม่มีความจำเป็อีกต่อไปที่ หวังชง จะต้องเกรงใจอีกต่อไป
***** โครมมมมม *****
บุตรสาวคนเล็กของตระกูล หวัง แสดงให้เห็นถึงพลัง และความเร็วของนางออกมาทันที ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสี่คนของตระกูล เหยา หยุดนางเอาไว้ได้เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นก่อนจะถูกกระแทกจนกระเด็นออกไป
บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง ะโข้ามโต๊ะออกไปเพื่อเผชิญหน้ากับ เหยาเฟิง โดยตรง
“ไม่เลว!!”
เหยาเฟิง ยืนขึ้นด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย็นะเื มันโกรธแค้นโดยสมบูรณ์จากการกระทำของ หวังชง และ หวังเสี่ยวเหยา ระลอกคลื่นกวาดผ่านออกมาจากเสื้อคลุมยาวที่สวมอยู่บนร่างกายของมัน พร้อมกับเสียงกึกก้องดังขึ้นมาภายในห้องราวกับคลื่นกระทบฝั่ง
แม้แต่ หวังชง ที่ยืนอยู่ห่างออกมาที่ทางเข้านั้น เขาก็ยังสามารถััได้ถึงแรงกดดันที่แข็งแกร่งจนต้องก้าวถอยหลังออกไปโดยไม่รู้ตัว ด้วยความตื่นตระหนกถึงพลังของ เหยาเฟิง
***** ตูมมมม *****
เกือบจะในเวลาเดียวกันนั้น หมัดของ หวังเสี่ยวเหยา และ เหยาเฟิง ได้เข้าปะทะกันอย่างโเี้
***** ครืนนนนน *****
คลื่นพลังที่เกิดจากการปะทะของทั้งสองคนแพร่กระจายออกมาโดยรอบ พร้อมกับที่ เหยาเฟิง ก้าวถอยหลังออกไปกว่าสามก้าว
ในขณะเดียวกันนั้น หวังเสี่ยวเหยา กลับถอยออกมาเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น
“หึ!! พวกเ้าสองพี่น้องคิดว่าที่นี่คือที่ไหนกัน!? คิดหรือว่าจะไม่มีใครสามารถทำอะไรพวกเ้าได้!!”
เหยาเฟิง คำรามลั่นออกมาด้วยความโกรธ ความแค้นที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในหัวใจของมันแทบทำให้ตนบ้าคลั่ง ในตอนนี้คนที่อยู่ภายในห้องล้วนแล้วแต่ถือหางมันทั้งสิ้น ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็ต้องแสร้งทำเป็สุภาพอีกต่อไป
“พวกเ้าทุกคนเข้าไปพร้อมกับข้า หากว่าจับสองพี่น้องนี่ได้ทุกคนจะได้รับรางวัลทองหนึ่งพันจิน พร้อมกับชุดเกราะ!!”
ก่อนที่คำกล่าวของมันจะสิ้นเสียงลงนั้น ร่างของ เหยาเฟิง ก็ได้พุ่งทะยานออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่คำกล่าวของมันได้ดึงความสนใจของทุกคนเป็อย่างดี เหล่าทุกผู้คนจึงต่างพุ่งทะยานออกไปด้วยเช่นกัน
แม้แต่รุ่นเยาว์คนอื่นๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าร่วมกับปัญหาในครั้งนี้ พวกเขาก็ยังก้าวออกไปด้านหน้าพร้อมกับคนอื่นๆ ในเวลานี้
ภายในอาณาจักรต้าถังนั้น ‘จิ่วกง’ เป็บุคคลที่ทุกคนต่างรู้จักดี อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้พวกเขาต่างก็ไม่มีทางเลือกมากนัก หลังจากทั้งหมดแล้วตระกูลของพวกเขาต่างก็มีความเกี่ยวพันธ์กับตระกูล เหยา อย่างใกล้ชิด
หากว่า เหยาเฟิง ต้องหมดสิ้นศักดิ์ศรีแล้วนั้น มันย่อมไม่ใช่เื่ที่ดีสำหรับพวกเขาอย่างแน่นอน
“แบบนี้ไม่ดีแน่!!”
หัวใจของ หวังชง สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างรุนแรง ราวกับว่ามันกำลังจมดิ่งไปใต้น้ำก็ว่าได้
เขาวางแผนทุกอย่างโดยละเอียด แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังว่า เหยาเฟิง จะแข็งแกร่งกว่าเขาคิดเอาไว้ แม้ว่ามันยังไม่ได้มีความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับในอนาคตก็ตาม แต่ เหยาเฟิง ก็ยังคงเป็คนที่มีความสามารถในการต่อสู้ที่น่ากลัวอยู่ไม่น้อย
น้องสาวของเขาไม่อาจเอาชนะมันได้ในตอนนี้
หากว่าเขาไม่สามารถจับ เหยาเฟิง ได้แล้วนั้น แผนการทั้งหมดของเขาจะต้องพังทลายลง
ในเวลานี้ หัวใจของเขาอัดแน่นไปด้วยความกดดันที่รุนแรง
หวังชง รู้ดีว่าแผนการของเขามีช่องโหว่ขนาดใหญ่ หากว่าเขายังไม่สามารถแก้สถานการณ์ในตอนนี้ได้แล้วนั้น ความพยายามทั้งหมดของเขาจะต้องสูญเปล่าทันที
“คุณชาย เหยา พวกเราจะช่วยท่านเอง!!”
คำกล่าวนี้ดังขึ้นมาจากทุกทิศทาง พร้อมกับที่เหล่ารุ่นเยาว์โดยรอบพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันนั้น เสียงฝีเท้าด้านนอกห้องก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่ เหยา กวงยี่ สั่งให้ประจำเอาไว้ภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล เมื่อพวกมันได้ยินเสียงอึกทึกดังขึ้นก็รีบวิ่งมายังต้นเสียงทันที
“พี่ชาย!!”
หวังเสี่ยวเหยา ะโขึ้นด้วยความตกตะลึง นี่เป็ครั้งแรกที่นางเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากเช่นนี้ แม้ว่านางจะมีความแข็งแกร่งแต่กำเนิดก็ตาม แต่นางก็ยังควงเป็เพียงเด็กผู้หญิงที่มีอายุเพียงสิบขวบปีเท่านั้น
นางไม่เคยเผชิญสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
“น้องสาว อย่าใ!! ฟังที่ข้าบอกให้ดี!!”
ภายใต้ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เสียงของ หวังชง กลับเงียบสงบอย่างมาก นั่นทำให้ความกังวลของ หวังเสี่ยวเหยา ลดลงในพริบตา
“พยัคฆ์ท่องธารา!!”
เมื่อสิ้นเสียงของ หวังชง บุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูลหวังก็ย่อตัวต่ำลงก่อนจะกระโจนออกไป
“อ๊ากกกก...!!”
ทันทีที่ หวังเสี่ยวเหยา กระโจนออกไปนั้น เหล่าคนโดยรอบที่นางกระโจนผ่านก็กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป หลังจากที่ถูกนางเตะอัดจนกระแทกเข้ากับผนัง
....................
“มาๆ น้องหวัง ให้ข้าดื่มให้เ้าหนึ่งจอก!!”
ชั้นล่างของโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลที่ถูกตกแต่งอย่างงดงาม สองผู้ยิ่งใหญ่กำลังนั่งหันหน้าเข้าหากันภายใต้ความรื่นเริงโดยรอบ
ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าชะตากรรมของสองตระกูลใหญ่ของอาณาจักรต้าถังจะถูกตัดสินที่นี่
เหยา กวงยี่ สวมเสื้อคลุมหลวมๆ เขานั่งในท่าที่ดูแสดงถึงความเคารพออกมาพร้อมกับรินเหล้าลงไปในถ้วยให้ หวังหยาน อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ได้กล่าวถึงเื่ที่นัดพบในวันนี้ออกมา
“พี่ชายเหยา ทีท่านเรียกข้ามาพบในวันนี้.......!!”
“ฮ่าๆ ...!! น้องหวัง อย่าเพิ่งพูดอะไรออกมาเลย พวกเราสองคนต่างก็เป็แม่ทัพรักษาชายแดน ไม่ใช่ทุกวันที่พวกเราจะสามารถพบกันได้ มาดื่มกันก่อนเถอะ!!”
ก่อนที่ หวังหยาน จะได้กล่าวออกมาได้จนจบนั้น เหยา กวงยี่ ก็ได้กล่าวขัดขึ้นมาก่อน แม้ว่าพวกเขาทั้งสองคนจะเป็แม่ทัพเช่นกันก็ตาม แต่ดูเหมือนว่า เหยา กวงยี่ นั้นจะเป็แม่ทัพที่เน้นการวางแผนมากกว่าการใช้กำลัง
หวังหยาน ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากของเขาขยับไปมา แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้กล่าวสิ่งที่้าออกมาแต่อย่างใด
หวังหยาน เป็แม่ทัพแบบดั้งเดิม เขาเป็ผู้บัญชาการที่ตรงไปตรงมาไม่มีแผนการแอบแฝงมากมายนัก การที่ เหยา กวงยี่ ได้เชิญเขามาเช่นนี้ แต่เดิมแล้วเขาคิดว่า เหยา กวงยี่ จะเสนอให้เขาเข้าร่วมกับฝ่ายของตน
ก่อนที่ หวังหยาน จะมาที่นี่นั้น เขาได้ตัดสินใจเอาไว้อย่างหนักแน่นแล้วว่า ตราบใดที่ เหยา กวงยี่ กล่าวถึงจุดมุ่งหมายในการนัดพบออกมา เขาจะปฏิเสธออกไปทันทีเพื่อเป็การแสดงจุดยืนที่มั่นคงของเขา
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะดื่มไปสองถึงสามจอกแล้วก็ตาม เหยา กวงยี่ ก็ยังไม่ได้กล่าวจุดประสงค์ของเขาออกมาแต่อย่างใด นั่นทำให้ หวังหยาน ไม่รู้ว่าเขาควรจะกล่าวอะไรออกมา ตามเหตุ และผลแล้วนั้น แม้ว่า เหยา กวงยี่ จะไม่ได้เสนอการร่วมมือให้กับเขาก็ตาม แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้มันก็ยังทำให้เขาคิดว่ามีความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
มันทำให้ หวังหยาน รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำผิดอยู่หรือไม่ หากว่า เหยา กวงยี่ ไม่ได้นัดพบกับเขาเพื่อเสนอการร่วมมือ
แม้ว่าจะััได้ถึงความผิดปกติอยู่ก็ตาม แต่ หวังหยาน ก็ยังปรารถนาที่จะรู้ให้ได้ว่า เหยา กวงยี่ นัดเขามาพบเพื่อสิ่งใด
ไม่ว่าจะเป็ตระกูล หวัง หรือตระกูล เหยา ก็ตาม ทั้งสองตระกูลต่างก็เป็กำลังสำคัญของอาณาจักรต้าถัง หากว่าทั้งสองตระกูลสามารถร่วมมือกันได้แล้วนั้น มันยิ่งทำให้อาณาจักรต้าถังเข้มแข็ง และเป็ปึกแผ่นมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็เช่นไรก็ตาม หวังหยาน ก็ยังเชื่อมั่นว่า “บุรุษทำงานอย่างโปร่งใส ขณะที่คนหน้าซื่อใจคดทำงานในที่มืด!!” ตราบใดก็ตามที่เขายังทำทุกอย่างให้โปร่งใส และถูกต้องแล้วนั้น เขาก็ไม่จำเป็ต้องกลัวแผนการร้ายของ เหยา กวงยี่ ที่วางไว้สำหรับเขาแต่อย่างใด
“พี่ชายเหยา ดื่ม!!”
หวังหยาน กล่าวพลางยกจอกเหล้าขึ้นดื่ม
***** ครืนนนนน *****
ขณะที่ทั้งสองคนยกจอกเหล้าขึ้นดื่มนั้น พื้นพลันสั่นะเืขึ้นมาพร้อมกับเงาร่างคนจำนวนมากซึ่งกำลังปะทะกัน
......................