ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่235 ความเดือดดาลขององค์ชายใหญ่ 3

   กลุ่มคนดินแดนเบื้องบนที่เหลืออีก9คนพวกเขาต่างมอง เด็กหนุ่มด้วยความดูถูกดูแคลน ไม่ช้าเด็กหนุ่มคงจะยอมก้มหัวให้องค์ชายใหญ่เป็นแน่ ถ้ำสวรรค์ที่องค์ชายใหญ่สำแดงออกมาต่อให้เป็นพวกเขาฝ่าออกไปก็อาจจะบาดเจ็บเอาได้



แต่สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เด็กหนุ่มไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย เตรียมที่จะก้าวเดินเข้าไปภายใน ถ้ำสวรรค์อย่างไม่ลังเล จนคนดินแดนเบื้องบนบางคนถึงกับหน้ามืดทะมึนไม่คิดเด็กหนุ่มจะโอหังได้ถึงเพียงนี้ ยอมตายดีกว่าที่จะยอมก้มหัว



   สตรีศักดิ์สิทธิ์ เยว่ชิงเซียน จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิง พวกนางส่ายหัวออกมาน้อยๆ เมื่อเห็นดวงตาของเด็กหนุ่มมีแต่ความดื้อรั้น ก่อนพวกนางจะเอ่ยพูดเตือนเด็กหนุ่มออกไปอีกครั้ง "เจ้า จะยอมตายเพียงเพื่อศักดิ์ศรีอันน้อยนิดของเจ้างั้นหรือ"



อี้เฉินส่ายหัว "ศักดิ์ศรี งั้นหรือน่าขำสิ้นดี ข้าไม่แม้จะสนใจมัน แต่ที่ข้ายอมไม่ได้ คือพวกเจ้าที่ดูถูกดูแคลนคนดินแดนเบื้องล่างอย่างพวกเรามากกว่า"



เมื่อหลายๆ คนได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน มองดูเด็กหนุ่มย่างกรายเข้าไปภายใน ถ้ำสวรรค์แบกรับความมุ่งมั่นของคนดินแดนเบื้องล่างไว้



   องค์ชายใหญ่ถึงกับหน้าเขียวคล้ำ ขนาดตัวเขาบีบเด็กหนุ่มให้ไปถึงทางตัน เด็กหนุ่มก็ไม่มีท่าทีว่าจะก้มหัวให้กับเขาแม้แต่น้อย มันทำให้ตัวเขาเดือดดาลเป็นอย่างมาก ตัวเขาเป็นถึงองค์ชายใหญ่แห่งราชวงศ์ชิง ไม่คิดว่าจะมีสามัญชนคนธรรมดา กล้าแข็งข้อเช่นนี้ ดวงตาของเขาฉายแววบ้าคลั่งส่งปราณพลังเข้าไปภายใน ถ้ำสวรรค์อีกหลายเท่าคิดขัดขวางอี้เฉินไว้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน



คนอื่นๆ ที่เห็นองค์ชายใหญ่ ส่งปราณพลังเข้าไปภายใน ถ้ำสวรรค์อีกหลายเท่า ต่างพากันถอนหายใจยาวออกมา หากเด็กหนุ่มเข้าไปคงได้ร่างแหลกเละเป็นแน่ แต่ก็ต้องยอมรับพวกเขาดูถูกดูแคลนคนดินแดนเบื้องล่างไปมากจริงๆ ไม่คิดจะมีคนเช่นนี้หลงเหลืออยู่ภายในดินแดนเบื้องล่างไม่หวาดกลัวต่อฟ้าดินและความตาย



   อี้เฉินที่ก้าวเดินเข้าไปภายในถ้ำสวรรค์ ร่างของเขาก็เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา ตัวของเขาเหมือนถูกอากาศด้านบนกดทับลงมาอย่างรุนแรง คล้ายกลับเดินฝ่าน้ำตกที่สูงเสียดฟ้าตกลงมาใส่ร่างเขาอยู่ตลอดเวลา จนกายาของเขาสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง เท้าที่เหยียบย่ำไปตามพื้นเบื้องล่างเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ถูกเท้าของอี้เฉินประทับไว้เป็นทางยาว แต่อี้เฉินก็ไม่คิดยอมแพ้ แบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดไปพร้อมกับการก้าวเดินของเขา



กลุ่มขององค์หญิงเมิ่งอี้ และคนอื่นๆ ต่างกำหมัดจนแน่นมองดูแผ่นหลังอี้เฉินเดินเข้าไปภายในถ้ำสวรรค์ ด้วยความเจ็บปวด พวกเขาต่างรู้ดีอี้เฉินไม่ได้ทำเพื่อพวกเขาเพียงกลุ่มเดียว แต่ทำเพื่อคนดินแดนเบื้องล่างทั้งหมด เพื่อให้คน ดินแดนเบื้องบนมองพวกเขาใหม่ แต่บางทีมันก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้



   เพียงไม่กี่ลมหายใจที่อี้เฉินก้าวเดินเข้าไป กายาของเขาก็เริ่มมีเลือดไหลซึมออกมา ปากเองก็เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด กระดูกทั่วร่างลั่นไปทั้งตัว จนคนที่อยู่รอบๆ ได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน ขาทั้งสองข้างของอี้เฉินสั่นเทิ้มจวนจะล้มลงไปทุกที จนตัวเขาถึงกับต้องเอามือมาดันขาตัวเองเอาไว้ไม่ให้ล้มลงกับพื้นเบื้องล่าง ก้าวเดินต่อไปช้าๆ ด้วยความไม่ยอมแพ้



ตามทางเดินที่อี้เฉินเดินผ่านอาบย้อมไปด้วยคราบเลือด เสียงกระดูกแตกหักยิ่งดังลั่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนคนที่เฝ้ามองดู มองเด็กหนุ่มในยามนี้ด้วยความสงสาร เยว่ชิงเซียนที่ปั้นหน้าเย็นชาในยามก่อน แต่บัดนี้ใบหน้าที่เย็นชาของนางถูกละลายไปจนสิ้น นางเริ่มรู้สึกสงสารในตัวของเด็กหนุ่มอย่างจับใจ



   องค์ชายใหญ่ ที่เห็นอี้เฉิน ใกล้จะเดินสุดเส้นทางถ้ำสวรรค์ ตัวเขาถึงกับเดือดดาล ไม่คิดเด็กหนุ่มจะต้านทานแรงกดดันได้มากถึงเพียงนี้ หากไม่ทำอะไรสักอย่างตัวเขาคงเสียหน้าอย่างมากเป็นแน่ เขาระเบิดปราณพลังขับเคลื่อน ถ้ำสวรรค์เต็มกำลัง จนทำให้ภายในถ้ำสวรรค์ เต็มไปด้วยแรงกดดันที่มากขึ้นไปหลายเท่าตัว



คนอื่นๆ ที่เห็นถ้ำสวรรค์ภายในเพิ่มแรงกดดันไปอีกหลายเท่า ต่างพากันส่ายหัว "ไอ้เด็กหนุ่มนั้นตายแน่"



จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิง เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนางรู้สึกว่าองค์ชายใหญ่ทำเกินไป "ท่านทำเกินไปหรือเปล่าองค์ชายใหญ่ พวกเขามีค่าให้ท่านลงมือด้วยงั้นหรือ อีกอย่างดินแดนแห่งนี้ก็จะไร้การฝึกฝนในอีกไม่ช้า ไม่จำเป็นให้พวกเราต้องลงมือเสียด้วยซ้ำ พวกเขาก็จะล่มสลายไปเอง"



องค์ชายใหญ่ เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "เจ้าคิดจะมาขัดขวางข้างั้นหรือ หงส์เหมิง"



"องค์ชายใหญ่ ท่านก็อย่าลืมท่านยังไม่ได้มีอำนาจในราชบัลลังก์" ก่อนนางจะถอยกลับไปไม่เอ่ยพูดสิ่งใดออกมาอีก



องค์ชายใหญ่ ได้ยินถึงกับหนังตากระตุกน้อยๆ กับคำพูดของนาง แล้วกลับมาท่าทีเงียบขรึม อีกครั้ง



...ในเสี้ยววินาที ที่อี้เฉินได้รับแรงกดดันที่มากขึ้นมาอีกหลายเท่า จากการที่องค์ชายใหญ่ที่ขับเคลื่อนถ้ำสวรรค์เต็มกำลัง ทำให้ขาทั้ง2ข้างของเขาคุกเข่าลงกับพื้นในทันที


อี้เฉินร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด "อ๊ากๆ เจ้า เจ้า ข้าเกือบจะเดินถึงประตูทางออกอยู่แล้วเชียว เหตุใดเจ้าทำเช่นนี้ ไม่อายบ้างหรือไง"

ในยามนี้เหมือนเขาแบกภูเขาลูกย่อมๆ ไว้บนหัว กระดูกในกายาเต็มไปด้วยเสียงแตกร้าวดังออกมาไม่หยุด เลือดค่อยๆ หลั่งไหลออกมาจากภายในกายาของเขาเป็นสายธาร ผมสีขาวของเขาเริ่มถูกสีแดงแต่งแต้ม พื้นเบื้องล่างที่เขานั่งคุกเข่าเต็มไปด้วยเลือดกองใหญ่ไหลนองพื้น



   หลายๆ คนที่เห็นมองว่าเด็กหนุ่มจบเห่แล้ว แต่ก็ไม่คิดเด็กหนุ่มจะเดินไปได้ไกลถึงเพียงนี้ แต่บางคนก็ไม่ละสายตาจากเด็กหนุ่ม โดยเฉพาะเมิ่งอี้ เยว่ชิงเซียน เมื่อพวกนางเห็นเด็กหนุ่มพยายามที่จะยันร่างขึ้นมา พวกนางทั้งสองกำหมัดจนแน่น อีกคนเสียดายในพลังของเด็กหนุ่ม ส่วนอีกคนเสียดายที่จะเห็นมิตรสหายที่ต้องมาตายตก



   แต่ในทันใดเด็กหนุ่มก็ระเบิดปราณพลังออกมา ทำให้พวกเขาหลายๆ คนประหลาดใจ ไม่คิดเด็กหนุ่มใช้ปราณพลังของตัวเองต้านทานพลังขององค์ชายใหญ่เอาไว้ได้ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยันร่างขึ้นมาทีละน้อย เดินโซเซไปทิศทางด้านหน้าเรื่อยๆ โดยไม่มีท่าทีหันกลับมาร้องขอชีวิตแม้แต่น้อย



เมิ่งอี้ที่เห็นนางถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา มองดูแผ่นหลังของเด็กหนุ่มเดินไปเหยียบขอบประตูทางออกได้สำเร็จ "เขาทำได้จริงๆ เยี่ยฉินเจ้าดูสิ เขาสามารถไปถึงประตูทางออกได้"



  เยี่ยฉินนางถึงกับเบิกตากว้างไม่คิดอี้เฉินยังจะยันร่างขึ้นมาเดินได้อีก "องค์หญิงท่านหยุดเขย่าตัวข้าได้แล้วข้าเองก็เห็นเช่นเดียวกับท่าน"

แม้แต่เยี่ยฉุน กับ เทียนซินที่เห็นยังตกตะลึงกับอี้เฉินไม่น้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี ที่ไปทำให้คนดินแดนเบื้องบนโกรธแค้น มองว่าเด็กหนุ่มในภายภาคหน้าจะไม่มีที่ยืนในแผ่นดินเบื้องล่างอีกต่อไป



เยว่ชิงเซียนนางเอ่ยพูด เตือนองค์ชายใหญ่ในทันที "องค์ชายใหญ่ ท่านพอแค่นี้เถอะ ปล่อยพวกเขาไปตามที่ท่านรับปากเถอะมิเช่นนั้น ผู้คนจะพูดจา ครหาในตัวท่านเอาได้"



   องค์ชายใหญ่ที่ได้ยินน้ำเสียงหญิงสาวที่คุ้นเคยเตือนสติ เขาจึงลดโทสะลง ก่อนจะปลดถ้ำสวรรค์ที่เขาสำแดงออกมาทิ้ง มองใบหน้าเด็กหนุ่มด้วยหางตา "เจ้ากับพวกพ้องของเจ้าจงไปเสีย แต่อีกไม่นานข้ามั่นใจตัวเจ้าต้องมาก้มหัวให้พวกข้าดินแดนเบื้องบนอย่างแน่นอน อีกไม่นานดินแดนเบื้องล่างแห่งนี้จะไม่มี การฝึกฝนอีกต่อไป ซึ่งหมายความว่าพวกเจ้าต้องขึ้นไปยังดินแดนด้านบน ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าจะไม่สามารถเลื่อนขั้นพลังได้"



อี้เฉินกับคนอื่นๆ ที่ได้ยินทำให้พวกเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน 'เพราะเหตุนี้เองปราณพลังฟ้าดินของที่นี่จึงเบาบางลง ไม่คิดดินแดนเบื้องล่างจะเข้าสู่ยุคเสื่อมถอยของการฝึกตน' ก่อนเมิ่งอี้ กับพวกจะพยุงร่างของอี้เฉินเดินออกไปภายนอกวังวิหารแห่งนี้



   องค์ชายใหญ่ที่เห็นกลุ่มของพวกอี้เฉินออกไปภายนอกแล้ว เขาส่งปราณจิตไปหา ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพในทันที "ซูเซ่อ เจ้าออกไปฆ่าสังหารมันซะ หากเจ้าทำสำเร็จข้าจะมอบโอสถระดับสูงให้แก่เจ้า"



ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพพยักหน้ารับในทันที ก่อนเขาจะเลียริมฝีปากออกมา แล้วเตรียมที่จะตามพวกอี้เฉินออกไป คนพวกนั้นไม่คณามือตัวเขาอย่างแน่นอน ไม่มีอะไรให้ต้องหวาดกลัวแม้แต่น้อย

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน