กำเนิดจอมราชันสะท้านภพ Re

    บทที่ 43 รบตระกูลกู่(1)

            อ่าวชิงไห่...แผ่นดินหนึ่งเดียวของโลกมนุษย์ที่อยู่ติดกับทะเลไร้ขอบเขตภายในอ่าวไห่ชิงนั้นยังเต็มไปด้วยความลี้ลับและอันตรายที่ไม่อาจคาดคิด นอกจากนี้ชื่อของอ่าวไห่ชิงนั้นปกคลุมไปทั่วถึงหนึ่งร้อยแปดหมู่เกาะและในทั้งหนึ่งร้อยแปดหมู่เกาะนั้นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดและกุมอำนาจทั้งหมดของอ่าวไห่ชิงไว้ก็คือหมู่เกาะไป๋กู่!

            ในอดีตว่ากันว่าอ่าวไห่ชิงนั้นมีเพียงหนึ่งร้อยเจ็ดเกาะเท่านั้นแต่ในสงครามของยุครกร้างได้มีผู้ฝึกตนจำนวนมากที่ต้องทิ้งชีวิตไว้ในทะเลไร้ขอบเขตเลือดและกระดูกนับล้านได้จมลึกลงไปสู่ใต้ทะเลและในเวลาต่อมาคลื่นทะเลก็ค่อยๆพัดเอากระดูกเหล่านั้นมากองรวมกันจนเกิดเป็นหมู่เกาะวิญญาณร้ายและไอแห่งความตายได้ก่อรวมกันและทำให้ทะเลวิญญาณในอาณาเขตหมู่เกาะนี้หนาแน่นจนน่ากลัวเป็นอย่างมาก

            ตระกูลกู่คือตระกูลเก่าแก่ที่ครอบครองหมู่เกาะนี้มานานหลายหมื่นปีมีตำนานเล่าว่าบรรพบุรุษของตระกูลกู่คนหนึ่งได้พลัดหลงเข้ามาที่นี่และประสบโชควาสนาเข้ากับวิญญาณร้ายของผู้ฝึกตนที่หลงเหลือจากยุครกร้างเขาขายวิญญาณให้กับมันเพื่อแลกกับความแข็งแกร่งและออกกวาดล้างชนเผ่าพื้นเมืองจนหมดและก่อตั้งตระกูลกู่ขึ้นภายหลังเมื่อบรรพบุรุษสิ้นไปตำราทักษะและคัมภีร์บ่มเพาะจึงตกทอดมาสู่ลูกหลานของตระกูลกู่และพวกเขายังถือเอาวิญญาณร้ายเป็นดั่งเทพที่คอยปกป้องตระกูลอีกด้วย

            ความแข็งแกร่งที่ได้รับมาทำให้ภายในเวลาไม่กี่ปีตระกูลกู่ก็ออกกวาดล้างและสยบทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดหมู่เกราะขึ้นปกครองอ่างไห่ชิงเอาไว้ได้สำเร็จ!ความยิ่งใหญ่นั้นสืบทอดมานานหลายหมื่นปีจนกระทั่งบัดนี้...อำนาจและบารมีของตระกูลกู่หนึ่งในสี่ขุมอำนาจใหญ่ของโลกได้ถูกท้าทายโดยรุ่นเยาว์คนหนึ่งที่มาจากนิกายเสื่อมถอยจนแทบจะล่มสลาย!

            เป็นเวลาหลายเดือนนับจากเกิดเรื่องประมุขกู่ระดมคนและใช้ทรัพยากรทุกอย่างเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของบุตรชายนายน้อยผู้เคยยืนอยู่ในจุดสูงสุดวันนี้กลับตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาและหมดสิ้นซึ่งอนาคตไป!ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะยังถูกจัดอยู่ในลำดับต้นๆของรุ่นเยาว์แต่มันก็เท่านั้นระฆังโบราณที่สลายไปแล้วจะไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้อีก!และถึงแม้จะมีทางมันก็เป็นเส้นทางที่ยากยิ่งกว่าปืนป่ายขึ้นสวรรค์!นับจากนี้ไปเพดานของกู่โบ่ที่เย่ฉียัดเยียดความอัปยศให้จะทำให้เขาไม่สามารถแข็งแกร่งไปได้มากกว่าผู้ฝึกตนเจ็ดระฆังเงินอีกต่อไป!

            เดิมทีกู่โบ่นั้นคือผู้สืบทอดที่มีพรสวรรค์ในรอบร้อยปีของตระกูลดังนั้นความแค้นครั้งนี้แน่นอนว่าตระกูลกู่จะไม่ปล่อยไว้!อย่างไรก็ตามเมื่อข่าวของนิกายมังกรนพเก้าเริ่มกระจายออกไปรวมกับนิกายหลัวช่วนที่ตัดสัมพันธ์ทิ้งจึงทำให้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้และต้องอดกลั้นเฝ้ารออย่างเงียบๆภายใต้ความอัปยศ!เมื่อเรื่องดำเนินมาเช่นนี้แผนการแก้แค้นของตระกูลกู่จึงต้องถูกวางเอาไว้และรอคอยต่อไปอย่างอดทน!

            อย่างไรก็ตามในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งและผู้คนในหมู่เกาะไป๋กู่ใช้ชีวิตกันตามปกติ...ในยามสนธยาท้องฟ้ากลับเกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนกระจายออกไปทั้งหมู่เกาะ!รอบแยกของอากาศขนาดใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกลับกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันได้ทะลักออกมาจนสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนกองกำลังนับหมื่นคนปรากฏตัวขึ้นเหนือน่านฟ้าของเกาะหลักก่อนที่จะตั้งทัพอยู่บนชายหาดของเกาะหลักอันเป็นที่ตั้งของตระกูลกู่!

            ผู้ฝึกตนนับหมื่นคนที่สวมใส่เสื้อเกาะอ่อนเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันยืนเรียงแถวราวกับเป็นทหารเดนตายที่ถูกฝึกมาเพื่อเข่นฆ่าอย่างโหดเหี้ยม!ที่หน้าอกของพวกเขามีสัญลักษณ์ของมังกรกำลังกู่ร้องคำรามอันเป็นตัวแทนของนามนิกายมังกรนพเก้าในเวลาเดียวกันการปรากฏตัวขึ้นของนิกายมังกรนพเก้าก็สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งหมู่เกาะ

            การเคลื่อนพลของเย่ฉีในครั้งนี้ไม่ได้เป็นความลับใดๆและด้วยเวลาเพียงไม่นานสายตาจากขุมอำนาจบนโลกนี้ก็ล้วนจับจ้องมายังหมู่เกาะไป๋กู่เหนือขึ้นไปบนท้องฟ้าด้านหน้าของเกาะหลักเย่ฉีเสี่ยวเฮยและหลี่หลิงเทียนรวมไปถึงสามผู้อาวุโสกำลังลอยตัวอยู่จ้องมองไปยังที่ตั้งของตระกูลกู่ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่จ้องมองเย่ฉีสะบัดมือเบาๆครั้งหนึ่งทำให้ภายในทะเลเกิดเป็นคลื่นลมปั่นป่วนอย่างกะทันหัน

            สายน้ำม้วนตลบเป็นเกลียวคลื่นขนาดใหญ่ก่อนจะเกิดเป็นมังกรสีเลือดพุ่งทะทานขึ้นมาบนฟากฟ้าม้วนขดกู่ร้องคำรามกลายเป็นสัญลักษณ์ของนิกายขนาดใหญ่ที่ดูน่าเกรงขามแผ่กลิ่นอายโบราณมาเพียงมองดูก็ทำให้ผู้คนสั่นสะท้านไปถึงวิญญาณ! ในอนาคตหลังจากนี้มันจะถูกเรียกว่าตราประทับทัณฑ์มังกร!สถานที่ใดที่เกิดตราประทับนี้บนท้องฟ้า...สถานที่แห่งนั้นจะถูกลบให้หายออกไปจากโลกโดยการกวาดล้างของมังกรนพเก้า!

            ภายในตำหนักตระกูลกู่ในตอนนี้เต็มไปด้วยเต็มไปด้วยบุคคลสำคัญของตระกูลมารวมตัวกันด้วยความตึงเครียดความจริงแล้วกองกำลังตระกูลกู่นั้นมีมากกว่าล้านคนซึ่งมากกว่านิกายมังกรนพเก้าเป็นร้อยเท่า!ทว่าในโลกแห่งการฝึกตนปริมาณเป็นได้เพียงมดเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง!ใบหน้าของประมุขกู่เต็มไปด้วยความเดือดดาลจนเขียวคล้ำนี่เป็นครั้งแรกที่มีใครบางคนหาญกล้าท้าทายตระกูลกู่และยังเป็นผู้ที่ยัดเยียดความอัปยศให้กับเขามาแล้วครั้งหนึ่งอีกด้วย!

            อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าผู้อาวุโสระดับสูงของตระกูลจะสามารถหยุดพวกกู่หยาเอาไว้ได้แต่อย่าลืมว่ากระทั่งตัวเขาเองที่ร่วมมือกับเจ้านิกายหลัวช่วนก็ยังไม่สามารถต้านทานเสี่ยวเฮยได้!

            ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากปะทะกันเข้าจริงๆถึงแม้ว่าตระกูลกู่จะสามารถกวาดล้างศิษย์หมื่นกว่าคนของนิกายมังกรนพเก้าได้แต่สุดท้ายเมื่อเขาพ่ายแพ้ให้กับเสี่ยวเฮยตระกู่ก็จะไม่มีผู้ใดหยุดเขาได้อีก…อาศัยเพียงเขาคนเดียวก็สามารถบดขยี้สมาชิกนับล้านของตระกูลกู่ได้อย่างง่ายดาย!

            ทว่าด้วยความเคียดแค้นและถูกหยามเกียรติเช่นนี้เขาจะยอมได้อย่างไรประมุขกู่ขบกรามแน่นด้วยโทสะก่อนจะคำรามออกมาราวกับสายฟ้าฟาด

            “ดี! ในเมื่อพวกมันอยากรบข้าก็จะรบ!ข้าจะแสดงให้สารเลวพวกนั้นได้เห็นว่าตระกูลกู่ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันจะมาท้าทายได้!กู่เลี่ยรับคำสั่ง!”

            “กู่เลี่ยน้อมรับคำสั่งท่านประมุข!”

            ชายชราคนหนึ่งก้าวออกมาด้านหนึ่งพร้อมกับขานรับคำของประมุขกู่รูปร่างของเขาผอมแห้งและมีกลิ่นอายที่เหมือนกับวิญญาณร้ายอย่างมาก

            “รายงานท่านบรรพบุรุษ...ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปิดใช้ค่ายกลอัญเชิญวิญญาณ!”

            “ท่านแน่ใจหรือ?”

            ใบหน้าของกู่เลี่ยและคนภายในห้องโถงซีดลงในทันทีเมื่อได้ยินคำสั่งของประมุขกู่ค่ายกลอัญเชิญวิญญาณเป็นไพ่ตายของตระกูลกู่ที่ทรงพลังอย่างมาก!แต่ในขณะเดียวกันการจะเปิดใช้ค่ายกลนี้ก็ต้องสังเวยด้วยชีวิตจำนวนมากและยังต้องมีร่างภาชนะอีกด้วย!

            “แน่ใจ? เจ้าพวกโง่! เพื่อตระกูลแล้วต้องมีคนยอมเสียสละ!หากวันนี้ไม่เปิดใช้ค่ายกลแม้แต่ท่านบรรพบุรุษมาเองก็ยังมีความเสี่ยงอยู่มาก!ไม่ต้องคิดสิ่งใดแล้วเพราะตอนนี้เราจะทุ่มทุกสิ่งเพื่อบดขยี้นิกายบัดซบนั่นให้สิ้นซาก!”

            ไม่มีใครกล่าวสิ่งใดอีกนอกจากกู่เลี่ยที่ไปดำเนินการคนอื่นๆล้วนติดตามประมุขออกไปด้านนอกเพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูแน่นอนว่าความจริงและประมุขกู่คิดว่าเพียงบรรพบุรุษก็น่าจะพอที่จะต่อต้านการรุกรานนี้แต่อย่างไรก็ตามด้วยความแค้นที่ฝังลึกเขาจึงยอมสละชีวิตของตระกูลนับหมื่นคนเพื่อเส้นสังเวยและทั้งหมดก็เพื่อใช้โอกาสนี้บุกไปถล่มนิกายมังกรนพเก้า!

            ที่ริมชายหาดกองกำลังนิกายมังกรนพเก้ายังคงไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆยี่ฉียังคงลอยนิ่งอยู่เช่นนั้นและจ้องมองไปยังเบื้องหน้าด้วยความสงบการมาครั้งนี้ของเขาก็เพื่อทวงคืนความแค้นให้กับเหล่าศิษย์ที่ดับสิ้นไปเขาคือตัวตนอันยิ่งใหญ่และเต็มเปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรีของราชันไม่จำเป็นต้องลอบกัดไม่จำเป็นต้องวางกลยุทธ์! เพื่อผลักดันให้นิกายกลับไปยืนอยู่ในจุดสูงสุดการรบครั้งนี้จะต้องดำเนินอย่างตรงไปตรงมา!

            ในโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดที่น่ายกย่องและน่าหวาดกลัวในเวลาเดียวกันเท่ากับการใช้กำลังที่แข็งแกร่งกว่าดุร้ายกว่า และทรงพลังยิ่งกว่าในการบดขยี้ศัตรู!

            เขาจะบดขยี้ตระกูลกู่ด้วยกำลังของตัวเอง!ใช้สองมือเป็นอาวุธและใช้ร่างกายเป็นโล่!การรบครั้งนี้จะถูกอาบย้อมไปด้วยโลหิตและบุกฝ่าไปด้วยวิธีที่เรียบง่าย...ฆ่าทุกสิ่งที่ขวางหน้า!

            รอเพียงไม่นานตระกูลกู่ก็เคลื่อนไหวผู้ฝึกตนระดับสูงนับร้อยติดตามประมุขกู่พุ่งขึ้นมาบนท้องฟ้าหยุดอยู่ด้านหน้าของเย่ฉีห่างออกไปหนึ่งลี้ขณะเดียวกันพื้นดินก็สั่นสะเทือนคลื่นทะเลม้วนสาดราวกับแผ่นดินไหวกองกำลังนับแสนคนของตระกูลกู่เคลื่อนทัพมาหยุดอยู่ด้านล่างของเหล่าคนระดับสูงสายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยประกายสังหารที่จ้องมองไปยังนิกายมังกรนพเก้าราวกับราชสีห์ที่กำลังจ้องเหยื่อ!

            การปรากฏตัวของผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนอกจากศิษย์เจ็ดร้อยคนที่เคยติดตามเย่ฉีนั้นคนอื่นๆ ล้วนกดดันขึ้นมาทันทีร่างกายของบางคนเริ่มสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นจำนวนของศัตรูเบื้องหน้า!ช่วยไม่ได้ที่นิกายมังกรนพเก้านั้นตกต่ำและก่อนหน้าที่เย่ฉีจะปรากฏตัวก็มีศิษย์อยู่เพียงไม่กี่พันคนเท่านั้นหลังจากการประกาศศักดิ์ดาของเย่ฉีก็เริ่มคนมาสมัครเข้านิกายมากขึ้นการที่สามารถรวบรวมผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดมาได้หนึ่งหมื่นคนก็นับว่าดีมากแล้วในจำนวนนั้นยังมีกว่าครึ่งที่เป็นศิษย์ใหม่ทั้งหมด!

            เย่ฉีเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีทว่าสำหรับเขาแล้ววีรบุรุษจะถือกำเนิดขึ้นมาผ่านโลหิตและซากศพ!หากไม่เผชิญหน้ากับความตายแล้วจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร? ตัวอย่างเช่นศิษย์ดั้งเดิมทั้งเจ็ดร้อยคนนั้นในเวลานี้สายตาของพวกเขายังคงไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อยนอกจากไร้ความกดดันใดๆสายตาของพวกเขายังเต็มไปด้วยความกระหายในการต่อสู้และแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะพุ่งออกไปปะทะกับศัตรูแล้วด้วยซ้ำ!

            การรบครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องพูดคุยใดๆสำหรับฝั่งของตระกูลกู่นั้นอาจจะมีบางอย่างที่ต้องการพูดแต่ทว่าเย่ฉีกลับไม่แม้แต่จะมองไปเสียด้วยซ้ำ!การจะปลุกปั้นศิษย์ชั้นยอดนั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญคือวิธีการ!หากเขาสั่งให้ศิษย์ของนิกายทั้งหนึ่งหมื่นคนบุกเข้าไปโจมตีแล้วใครจะกล้า? การต่อสู้กับระดับสูงเย่ฉีทิ้งไว้ให้เป็นหน้าที่ของพวกกู่หยาและเสี่ยวเฮยรับมือสำหรับสนามรบของเขาแล้วแน่นอนว่าคือเบื้องล่าง!

            ทันทีที่เย่ฉีพุ่งลงถึงพื้นก็เกิดเสียงปะทะดังตูม! กองกำลังของตระกูลกู่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าล้มระเนระนาดเป็นแถวสายตาของศิษย์เดนตายทั้งเจ็ดร้อยคนกลายเป็นสีแดงฉานด้วยความบ้าคลั่งทันทีเลือดลมของพวกเขาเดือดพล่านอีกครั้งราวกับย้อนกลับไปอยู่ในสนามรบเมื่อสามเดือนก่อน!

            “เพื่อให้ดวงวิญญาณของเหล่าพี่น้องได้จากไปอย่างสงบ...จงติดตามข้าและใช้โลหิตของศัตรูอาบย้อมผืนแผ่นดินเป็นการเส้นสังเวย!”

            เมื่อเย่ฉีกล่าวจบท่ามกลางความงุนงงของคนนับแสนฝั่งตระกูลกู่เสียงที่ดุร้ายและทรงพลังจากคนเจ็ดร้อยคนก็ดังก้องออกมาด้วยความบ้าคลั่ง!ด้วยเสียงตอบรับของคนเพียงเจ็ดร้อยคนเท่านั้นกลับทำให้คนนับแสนที่ยืนประจันหน้าอยู่ต้องขนลุกซู่!

            “ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดจอมราชันสะท้านภพ Re ที่คุณอ่าน