สายวันต่อมา...
ปริญขับรถไปยังตำหนักพ่อหมอที่เพื่อนสาวได้บอกไว้ ใบหน้าของเขาดูมุ่งมั่นตั้งใจอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็เพราะก่อนออกจากคอนโด เด็กหนุ่มได้เห็นข่าวดาราน้องใหม่พึ่งได้เป็พรีเซ็นเตอร์แบรนด์ดัง หรือนักแสดงที่เขาเกลียดขี้หน้าก็พึ่งจะป่าวประกาศถึงบทบาทนักแสดงนำหนังเื่ใหม่
มือเรียวกำพวงมาลัยด้วยอารมณ์ร้อน...
ปริญลองมาทุกวิธี เขาเรียนร้อง เรียนเต้น เรียนการแสดงทุกๆครั้งที่มีเวลาว่าง หากสิ่งที่ทำมาเ่าั้ไม่อาจเป็ผล เด็กหนุ่มก็คงต้องพึ่งเื่ที่เขาไม่เคยเชื่อเลยสักครั้ง!
“บ้านหลังนี้สินะ”
ใช้เวลาขับรถออกมาจากตัวเมืองพอสมควร ในที่สุดดาราหนุ่มก็มาถึงตำหนักของพ่อหมอปริศนา บ้านไม้เรือนไทยทรงสูงตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าเพียงหลังเดียว แค่เห็นครั้งแรกปริญก็รู้สึกได้ถึงความวังเวง สถานที่แห่งนี้ไม่ต่างจากหนังผีที่เขาเคยเล่นเป็ตัวประกอบเลยสักนิด แต่อย่างน้อยก็มีรถยนต์คนอื่นจอดอยู่สองสามคันให้อุ่นใจบ้าง
“ไหนๆก็มาแล้ว เอาเถอะ”
เสียงหวานปลอบใจตัวเอง ก่อนจะสวมแว่นดำปกปิดใบหน้าราวกับว่ากลัวจะมีใครจำได้ ซึ่งปริญก็รู้ตัวมาตลอดว่าคนส่วนใหญ่แทบจะไม่มีใครจำเขาได้เลย แต่ถึงแม้จะจำได้ว่าเห็นเด็กหนุ่มคนนี้เคยโลดแล่นอยู่ในหน้าจอทีวี ผู้คนก็ไม่ได้ใส่ใจหรือสนใจเขาขนาดนั้น
“ไอ้น้อง ได้นัดคิวไว้หรือเปล่า”
“….เอ่อ”
เมื่อร่างเล็กเดินมาถึงบันไดใต้ถุน เสียงของลุงคนหนึ่งก็ดังขึ้น ปริญหันไปสบสายตาก่อนจะยกมือไหว้ตามมารยาท เขาไม่รู้ว่าการพบเจอพ่อหมอสักคนจะต้องจองคิวเหมือนเข้าร้านอาหารหรูขนาดนั้น แต่สุดท้ายก็กล่าวทักทายและพูดความจริงออกไป
“ยังครับลุง เพื่อนผมแนะนำมา”
“คิวพ่อหมอพยัคฆ์ว่างอีกเดือนหน้า เอ็งค่อยมาใหม่แล้วกัน”
“ฮ่ะ? เดือนหน้า”
“ก็เออน่ะสิ รู้แล้วก็ออกไปได้แล้ว”
“ด…เดี๋ยวสิลุง ผมขับรถมาตั้งไกลนะ”
“ไกลแค่ไหนข้าก็ไม่สน พ่อหมอรับคิวไม่เกินวันละสามคนเท่านั้น”
“ต…แต่”
ปริญอ้ำอึ้ง
เขาไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้ในสถานที่แห่งนี้ ขนาดเป็ดารามาหลายปียังไม่เคยมีใครอยากเข้าพบจนต้องรอคิวไปเป็เดือนๆ ด้วยความหัวรั้นและไม่ยอมคนั้แ่แรก ทำให้ร่างเล็กยืนกรานและพยายามจะขึ้นไปบนบ้านเรือนไทยนั้นให้ได้!
“เฮ้ย ทำอะไรของเอ็งวะ!”
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อรอใครหรอก”
“เฮ้ยๆๆๆ!!!”
ลุงผู้เป็ลูกศิษย์ของพ่อหมอวิ่งตามหลัง แต่ด้วยอายุไขจึงทำให้ไม่ทันเด็กหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ เสียงฝีเท้ากระทบกับบันไดไม้เรียกความสนใจของคนที่อยู่บนบ้านเป็อย่างมาก เมื่อร่างเล็กขึ้นมาถึงข้างบนเขาก็เจอกับสายตาคมเข้มจ้องมองอย่างแน่นิ่ง
“ขอโทษครับพ่อหมอ ไอ้เด็กคนนี้มันไม่ยอมฟังผม” ลุงคนเดิมกล่าวพร้อมกับหอบเหนื่อย
“…..ไม่เป็ไร ข้าสักเสร็จพอดี”
ร่างสูงวางเข็มสักลงบนโต๊ะ ก่อนที่ชายผู้รับหมึกนั้นจะค่อยๆลุกขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ เมื่อทุกคนจากไปบนบ้านไม้เรือนไทยชั้นสองก็เหลือเพียงชายต่างวัยสองคน ดวงตากลมโตจ้องมองชายตรงหน้าด้วยความสงสัย รูปลักษณ์ของหมอผีที่ทำหน้าที่ให้โลกอีกใบช่างต่างไปจากความคิดโดยสิ้นเชิง
ชายตรงหน้าไม่ได้แก่หัวล้านเหมือนกับในละครทุกๆเื่ เท่าที่จ้องมองน่าจะอายุเพียงสามสิบกลางๆ ร่างกายั้แ่หัวจรดเท้าสูงใหญ่บึกบึน เนื่องด้วยไม่ได้สวมเสื้อผ้า้าเลยทำให้ปริญเห็นสัดส่วนมัดกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ชัดเจน รอยสักโบราณลากยาวั้แ่ลำคอหนาลงมาทั่วร่าง ผิวสีแทนเข้มทำให้ใบหน้าคมคายและหนวดเคราดูเกรงขามมากขึ้นไปอีก
“เอ็งจะมองข้าอีกนานมั้ย”
“…..ข…ขอโทษครับ”