ตอนที่ 56เสี่ยวถาน ถานเอ๋อ
หลังจากสตรีในชุดแดงเดินหายลับไป เจียงหวู่เฉินก็เหมือนตื่นจากภวังค์หันไปกล่าวกับน้องสาวข้างตัวว่า
“เสี่ยวไป๋พวกเราก็ตามพวกศิษย์พี่ใหญ่ไปกันเถอะ”
เด็กหญิงได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย”ตามไปทำไมกัน?”
“เราไปดูซูเฟิงหน่อยว่ามันเป็นอย่างไรมั่ง”
เสี่ยวไปเบะปากเล็กน้อยกล่าวว่า “จะไปสนใจลูกเต่านั่นทำไม? เดี๋ยวพวกศิษย์พี่ก็จัดการเองแหละหวู่เฉินเกอเกอพวกเราไปเดินเที่ยวกันเถอะ มีของน่าเล่นเยอะแยะเลย เสี่ยวไป๋อยากไปกับท่าน”
เสี่ยวไป๋น้อยได้โอกาสก็ชักชวนเด็กหนุ่มไปเที่ยวเล่นตั้งแต่มาถึงเมืองฮกหยงนางนั้นอยากไปเดินเที่ยวเล่นกับพี่ชายแค่สองคนแต่โอกาสนั้นหาได้ยาก บัดนี้มีโอกาสย่อมไม่มีทางปล่อยหลุดไป
เจียงหวู่เฉินไม่เห็นด้วยคิดว่าเวลานี้ควรจะไปรวมตัวกับพวกศิษย์พี่ใหญ่ก่อนค่อยว่ากันแต่เสี่ยวไป๋ใช้สายตาน่าสงสารออดอ้อนมัน บอกว่านางอุตส่าตั้งใจฝึกปรือจนสามารถผ่านเข้ารอบเวทีพสุธาได้อยากเดินเที่ยวเล่นกับมันเป็นรางวัลจนเด็กหนุ่มใจอ่อน
“ตกลงแต่ไม่อาจนานนัก เดี๋ยวพวกศิษย์พี่ใหญ่จะเป็นห่วง”
“เย้เย้หวู่เฉินเกอเกอดีที่สุด!”เด็กหญิงน้อยกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กๆ พลางกอดแขนเด็กหนุ่มแน่น ตั้งแต่เล็กจนถึงบัดนี้นางไม่เคยเปลี่ยน
พวกมันสองพี่น้องเดินเที่ยวเล่นไปในเมืองเนื่องจากงานประลองวันสุดท้ายของรอบเวทีบาดาลยังไม่เสร็จสิ้นทุกคู่คนส่วนมากจึงไปรวมตัวดูการประลอง ทำให้เมืองในตอนนี้กลับไม่คับคั่งเต็มไปด้วยผู้คนทำให้สามารถเดินเล่นได้สะดวกมากกว่าปกติ
หลังจากเดินเล่นได้ครึ่งชั่วยามเด็กหญิงน้อยสองมือเต็มไปด้วยขนม นางกัดซ้ายทีขวาทีอย่างมีความสุขทันใดนั้นพวกมันก็เดินไปเห็นสตรีชุดแดงที่เอาชนะซูเฟิงได้นางยืนดูอ่านตำราเก่าๆอยู่ที่ร้านตำราแห่งหนึ่ง
เจียงหวู่เฉินรู้สึกคุ้นหน้านางเป็นอย่างมาก แต่กลับนึกไม่ออกว่าเคยเห็นนางที่ไหนสตรีหน้าตางดงามเยี่ยงนี้ทำไมมันกลับจำไม่ได้ ชั่งน่าแปลกยิ่งนักในขณะที่ทั้งสองเดินผ่านร้านหนังสืออยู่ห่างกลับนางแค่เอื้อม
เจียงหวู่เฉินกลับหยุดลง เสี่ยวไป๋ที่กำลังเพลิดเพลินกับการกินก็หยุดลงด้วยความสงสัยเด็กหนุ่มพูดขึ้นมาว่า
“แม่นางพวกเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า?”สตรีชุดแดงสะดุ้งเบาๆเนื่องจากนางกำลังมีสมาธิอยู่กับตำราตรงหน้าหันมามองเจียงหวู่เฉินอย่างงงๆ เด็กหนุ่มคิดว่านางอาจจะได้ยินไม่ชัดจึงย้ำอีกที
“แม่นางข้ารู้สึกว่าท่านคุ้นหน้าคุ้นตานัก พวกเราหรือว่าเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน?”เสี่ยวไป๋ได้ยินก็แข็งค้างขนมในมือตกลงบนพื้นแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย...นี่พี่ชายนางกำลังใช้มุขนั้นจีบสาว แถมยังกล้าจีบต่อหน้านาง
สตรีชุดแดงไม่กล่าวอันใดจ้องไปที่ดวงตาเด็กหนุ่มเห็นมันทำสีหน้าจริงจังจริงใจ ก็เบนสายตาหลบพูดต่อว่าออกมาเบาดุจยุง
“คนเสแสร้ง...” ก่อนจะวางตำราลงและเดินจากไป
เจียงหวู่เฉินงุนงง ทำไมนางถึงต่อว่ามัน? มันเสแสร้งอันใด? มันไม่เข้าใจ แต่เหมือนได้สติขึ้นมา เสียงเมื่อครู่นั้นชั่งคุ้นหูนักหรือว่า? พูดเสร็จมันก็รีบวิ่งตามสตรีชุดแดงไปทิ้งน้องสาวให้ยืนงงอยู่คนเดียว
โอกาสที่จะได้อยู่สองต่อสองกับพี่ชายสุดที่รักของนางนั้นมีไม่มากแต่พี่ชายของนางระหว่างเดินเที่ยวเล่นกับนาง กลับ...จีบสาวอื่นต่อหน้านางแถมยังทิ้งนางไว้ ส่วนตัวเองวิ่งตามพัวพันหญิงอื่นต่อ...’ฮึ่ม ชั่งน่าแค้นใจนัก’ เด็กหญิงขยี้เท้าอย่างขุ่นเคืองก่อนจะวิ่งตามพี่ชายไป
เจียงหวู่เฉินวิ่งตามสตรีชุดแดงไปร้องเรียก “แม่นางท่านนี้โปรดรอก่อน” แต่นางกลับไม่สน ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเด็กหนุ่มเลยวิ่งอ้อมไปดักหน้านาง
“แม่นางท่านนี้ข้าเข้าใจแล้วทำไมข้าถึงคุ้นหน้าท่านนัก ที่แท้ท่านเป็นน้องสาวของสหายข้า สหายข้าชื่อเสี่ยวถาน มันใช่เป็นพี่ชายของเจ้าหรือไม่?”
สตรีชุดแดงตะลึงงันมองไปที่เด็กหนุ่มเห็นมันทำสีหน้าเป็นจริงเป็นจังถึงกลับสร้างความขุ่นเคืองให้นางยิ่ง
“น่าไม่อาย! เจียงหวู่เฉินถ้าท่านมีความสุขกับการทำเป็นซื่อก็เชิญไปทำที่อื่นข้าเคยบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าไม่ต้องมายุ่งกับข้าอีก!”
ทันใดนั้นมันได้มองหน้าสตรีชุดแดงชัดๆประติดประต่อคำพูดของนางก็นึกได้มารดามันเถอะทำไมมันถึงได้โง่ขนาดนี้ ที่แท้กลับเป็นมัน
“ท่านท่าน... ที่แท้ท่านคือเสี่ยวถาน ท่านกลับเป็นผู้หญิง?”
พอได้ยินคำเด็กหนุ่มเสี่ยวถานก็เค้นเสียงดังเหอะเจียงหวู่เฉินพอรู้ความจริงพอนึกย้อนไปก็มีภาพเหตุการน์ที่ทั้งสองร่วมมือกันที่คฤหาสอ้าวซ่ง ภาพที่ทั้งสองคนล้มลงจูบกันก็ปรากฏขึ้นมามันหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย
“เสี่ยวถานที่แท้ท่านกลับเป็นสตรี งั้นตอนนั้นที่พวกเรา...” หลังจากได้ยินคำเด็กหนุ่มพร้อมเห็นท่าทางกระดากอายของมันสตรีชุดแดงก็รู้ทันทีว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ นางพอนึกย้อนไปถึงเหตุการน์น่าอับอายนั่นพวงแก้มงามพลางขึ้นสีขึ้นมาน้อยๆ
“มิ...มิอนุญาตให้ท่านพูดถึงเรื่องในวันนั้นทางที่ดีก็ลืมมันไปซะ!”เจียงหวู่เฉินเห็นท่าทางของนางก็รู้สึกผิดขึ้นมา ตอนแรกมันคิดว่าอีกฝ่ายเป็นบุรุษย่อมไม่เป็นอันใดมากทั้งคู่ถือว่าเสียหายเท่าเทียม แต่พอนางเป็นสตรีกลับเป็นอีกเรื่องนึง
“เสี่ยวถานข้าขอโทษข้าไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้น...”
“ข้าไม่ใช่พึ่งบอกท่านหรอกรึว่าห้ามท่านพูดถึงเรื่องวันนั้นอีก!”
“ถูกแล้ว...” ระหว่างทั้งสองนั้นเกิดความเงียบขึ้นมาทั้งสองต่างกระดากอายแต่ไม่รู้จะพูดอันใดต่อทันใดนั้นเสี่ยวไป๋ที่ยืนอยู่ข้างหลังหวู่เฉินตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ก็พูดขึ้นมา
“ตอนนั้นพวกท่านทั้งสองทำอันใดกัน?”
“ไม่ได้ทำอันใด!” ทั้งคู่กลับผสานเสียงปฏิเสธอย่างพร้อมเพรียงเสี่ยวไป๋มองทั้งคู่ด้วยสายตาพยายามจับผิดเจียงหวู่เฉินไอเบาๆสองคลาก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่อง
“เสี่ยวไป๋เสี่ยวถาน พวกเจ้ายังไม่รู้จักกัน นี่เสี่ยวไป๋นางเป็นน้องสาวของข้า ส่วนนี่เสี่ยวถานนางเป็น...สหายของข้าพวกเจ้าควรสนิทกันไว้!”
เสี่ยวถานมองสำรวจไปที่เด็กหญิงตัวน้อยท่าทางอายุสิบสามปีหน้าตาและท่าทางของเสี่ยวไป๋นั้นน่ารักเป็นอย่างมาก เสี่ยวถานถึงกลับนึกเอ็นดูไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีน้องสาวน่ารักขนาดนี้?
เสี่ยวไป๋จ้องเสี่ยวถานด้วยสายตาจับผิด “พี่สาวท่านนี้ท่านเป็นอันใดกับเกอเกอข้า!”
“ย่อมต้องเป็น...สหาย” เสี่ยวถานงุนงงเล็กน้อยไม่ทราบเด็กหญิงผู้นี้ทำไมทำท่าทางเหมือนภรรยาหลวงตามหึงหวงสามียามกะทันหันเลยกล่าวตะกุกตะกักเล็กน้อย
“ท่านไม่ได้กำลังชมชอบเกอเกอข้าพเจ้า?”
เสี่ยวถานสะดุ้งรีบปฏิเสธพัลวัน“ย่อมไม่ใช่! พวกเราเป็นเพียงสหายจริงๆ...” หวู่เฉินได้ยินคำน้องสาวเลยว่ากล่าวตักเตือน
“เสี่ยวไป๋อย่าได้เสียมารยาท”
เด็กหญิงน้อยได้ยินก็ยิ้มออกมา“อย่างงั้นก็ประเสริฐพวกเราอาจจะพอสนิทกันได้!”