อ่างเก็บน้ำอากาศยังสดชื่นเหมือนเดิมลมที่พัดผ่านน้ำมากระทบตัวผม ทำให้รู้สึกเย็นสบายกว่าลมทั่วไป ทำให้ผมสมองโล่ง
ยังมีคู่หนุ่มสาวมานั่งเล่นพอดรักกันเหมือนเดิมทำให้ผมนึกถึงคำพูดของไอ้เ้าบ่าว 'คนเรากว่าจะรักกันมันยากมากนะกว่าจะเจอกัน กว่าจะสารภาพรัก แล้วยังไม่รวมเื่หลังจากที่เป็แฟนกันอีก'ผมเริ่มเข้าใจแล้วครับ มันไม่ใช่แค่อยากรักใครก็รักได้มันต้องดูว่าคนที่เรารักจะรักเราตอบหรือป่าว แล้วเขารักเราคนเดียวไหมรับได้หรือป่าวถ้าเขารักคนอื่นเหมือนกันกลับที่รักเราซึ่งตอนนี้ผมกำลังเจอปัญหาเื่ความรักอยู่
ผมคิดทบทวนไปทบทวนมาวนไปอยู่หลายหัวข้อในหัวของผม
- ทำไมไอ้เ้าบ่าวถึงต้องไปเจอปริม มันมีเหตุผลอะไร
- แล้วมันทำไมไม่พูดความจริง ที่มันออกไปเจอปริม
- หรือมันกับปริมอาจจะยังรู้สึกดีต่อกัน
- ถ้าทั้งสองคนกลับไปคบกัน แล้วผมกับมันจะยังไงต่อ
- ผมควรเดินออกมาหรือสู้เพื่อคนที่ผมรัก
- ใช่ ตอนนี้ผมรักมันไปแล้ว
- แล้วถ้าเดินออกมาจากชีวิตมัน ผมจะยังไงต่อดี
- เข้าไปอยู่หอในกับพวกไอ้เกมส์ดีไหม
- หรือจะลาออกกลับไปอยู่บ้านเลยดีกว่า ยังไงแม่ก็ไม่บังคับแต่งงานแล้ว
ผมคิดไปนั่งมองน้ำไปจนเวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เสียงที่ผมคุ้นเคย ก็ดังขึ้น
"ไอ้ตูมตาม ...ไอ้ตูมตาม" ไอ้เ้าบ่าวลุกลี้ลุกลนวิ่งเข้ามาหาผม "มึงเป็อะไรของมึงวะรออยู่ห้องก็ไม่กลัยซักที โทรหามึงก็ไม่รับ"
"โทรศัพท์กูอยู่ในรถ"ผมตอบไปด้วยท่าทางเฉยชา
"แล้วมึงไม่บอกกูหน่อยวะว่ามึงจะไปไหน กูเป็ห่วง"
เ้าบ่าวตระโกนเสียงดังทำให้คนที่อยู่รอบๆหันมามองหลายคน
"กูต้องบอกมึงทุกเื่หรอวะมึงยังบอกกูไม่ครบทุกเื่เลย" ผมพูดเบาๆ พยายามทำทุกอย่างให้เป็ปกติเพื่อไม่ให้เป็เป้าสายตา
"..." ไอ้เ้าบ้าวหน้าเสียนิดหน่อยแต่มือมันกำลังจะยื่นมาจับมือผม แต่ผมปัดทิ้งครับ ไม่อยากทะเลาะกันตรงนี้อายคนอื่นเขา
"กูกำลังจะกลับแล้วมีอะไรไปคุยกันที่ห้อง" แล้วผมก็เดินหนี มาขึ้นรถ เหลือบมองโทรศัพท์ สายไม่ได้รับจากไอ้เ้าบ่าว54 สาย
ผมเดินมาถึงห้อง นั่งลงบนโซฟามีไอ้เ้าบ่าวเดินตามหลังมาติดๆ
"หิวไหมไปกับน้องๆสนุกไหม" ไอ้เ้าบ่าวนั่งลงบนโซฟาเช่นกัน พยายามเอาแขนกอดคอผมและเป็คนเริ่มถามคำถามผมครับ
"อิ่มแล้วกินชาบูมาเยอะเลย"
"มึงเป็อะไรไอ้ตัวแสบ โกรธกูหรอ" ครั้งนี้มันพยายามผลักหัวผมเข้าหามันพร้อมพยายามจะจุ๊บหน้าผากผม
"มึงว่าเรายังสมควรจะอยู่ด้วยกันไหมวะ"ผมพูดพร้อมน้ำตาเริ่มซึมออกมาทางหางตา"มึงยังอยากอยู่กับกูไหมวะ มึงลำบากไหมที่กูอยู่กับมึงตอนนี้กูออกไปอยู่ด้านนอกคนเดียวได้นะ หรือกูเข้าไปอยู่ในโรงงานก็ได้เพื่อนๆกูอยู่หลายคน มึงยังเต็มใจให้ก็อยู่ด้วยป่าววะ"
ผมพยายามพูดสิ่งที่ผมอัดอั้นอยู่เต็มอกออกไปให้หมด
"มึงไปอยู่ด้านในมึงไม่กลัวผีหลอกหราาา"ไอ้เ้าบ่าวทำหน้ากวนตรีนใส่
"กูพูดจริง"
"กูก็พูดจริงกูอยากให้มึงอยู่กับกูเหมือนที่กูเคยบอก อยากให้มึงอยู่กับกูทั้งวันนี้และตลอดไปเลย"
"แล้วแฟนมึงล่ะจะเอาไง"
"ก็มึงไง แฟนกูหรือจะให้เรียกว่าคุณเมียดีครับ"
"กูหมายถึงแฟนมึงที่เป็ผู้หญิง"
"ถ้ามึงหมายถึงปริมล่ะก็ก็บอกมึงว่าไง"
"กูไม่รู้"
"วันนี้กูออกไปเจอเพื่อนเพื่อนจริงๆ กูยอมรับว่าปริมตั้งใจมาขอกูคืนดี แต่วันนี้กูออกไปเจอเขาเพราะ้าให้ทุกอย่างมันชัดเจน กูกล้าบอกคนอื่นอย่าไม่อายนะโว้ยว่าเราเป็แฟนกัน แล้วกูก็รักมึงมาก รีกแรกและรักเดียวของกูและก็ปฏิเสธเขาไปแล้วด้วย"
"ให้มันจริงอย่างที่มึงพูดเหอะ"
"จริงสิคัปไม่ร้องไหนน้า" เ้าบ่าวใช้มือสองมือจับที่หัวของผมแล้วใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากปลายตาของผม และจุ๊บปากผมไปอีกหนึ่งทีแค่จุ๊บนะครับ ไม่ได้แลกลิ้น
"..."
"ฮึบ ฮึบไว้ห้ามร้อง" ผมเริ่มยิ้มออกมา
"เออกูจะไปอาบน้ำแล้ว ดึกแล้ว" ผมตัดบทเปลี่ยนเื่
"กูก็ยังไม่ได้อาบกูอาบพร้อมมึงได้ป่าววะ" ไอ้เ้าบ่าวอ้อนผมอีกแล้วสงสัยคืนนี้ต้องเสียตัวอีกแล้ว ฮื้อออออ
หลังจากวันนั้นปริมก็ไม่เคยเข่ามาในชีวิตขิงผมสองคนอีกเลย หรือเข้ามาแล้วผมไม่รู้หรือป่าวแต่ผมไม่อยากให้มันเป็เื่ใหญ่หรือเื่ที่เอามาทะเลาะกันอีกแล้วครับผมกับเ้าบ่าว ต่างคนก็ต่างทำงาน ต่างคนก็ต่างเหนื่อย ถึงจะอยู่ด้วยกันแต่ถ้ามีใครสักคนจะนอกใจ ผมเชื่อว่ายังไงเขาก็ทำแต่สิ่งที่ผมทำได้คือความเชื่อใจครับ
เมื่อผมเลือกแล้วก็ต้องมีความสุขกับมันต้องเชื่อใจกันละกัน ถึงแม้ในอนาคตเื่ของผมและมันจะจบลงจริงๆผมก็อยากเก็บไว้เป็ความทรงจำที่ดีๆ เก็บไว้
ถ้าพูดถึงเื่การใช้ชีวิตของผมและมันก็ปกติเหมือนคู่รักอื่นๆทั่วไปทำงานจันทร์ถึงศุกร์เพื่อรอวันเสาร์อาทิตย์ ส่วนใหญ่วันหยุดก็จะนอนเกลือกกลิ้งอยู่ห้อง วันหยุดยาวๆถึงจะไปเที่ยวด้วยกันบ้าง ส่วนใหญ่ก็ไปหาไอ้เท่ห์ ไอ้อั้มไอ้บอล ไอ้วิทย์ แต่่นี้เจอกันไปค่อยครบแก้งครับ มักจะขาด 1-2 คน หรือบางทีพวกมันเจอกัน ผมก็ไม่ได้ไปติดงานผมบ้าง ติดงานไอ้เ้าบ่าวบ้าง
ส่วนเื่เมา นี่ไม่เคยขาดถ้าไม่เจอเพื่อนก็กิน เจอเพื่อนก็กิน กินกันสองคนก็กิน กินร้านบ้าง กินที่ห้องบ้างเมาเละ หลังๆรู้สึกว่าเมาทีไร เสียตัวทุกทีเลย
กลุ่มไลน์ : แก้งหกสับปะหงี
PrawitNaja : ไงเสี่ยเท่ห์เพื่อนรักได้ข่าวว่าออกรถใหม่นิ
SnowBall : รถใหม่ป้ายแดง7 ที่นั่ง
PrawitNaja : เบอะนุ่มไหมวะ
ToomtanZa : เห้ยจริงหรอ ยินดีด้วยว่ะเพื่อน
SnowBall : สงสัยต้องจัดซักทริปแล้วแหละ
PrawitNaja : รถเพื่อนเท่ห์คนเดียวไปครบหกคนเลยว่ะ
KabtanCool : ต้องจัดสักทริปเอาที่สมาชิกแบบครบๆอะ
ToomtamZa : ว่าไง @AunAumจัดไหม
AumAum : ได้เสมอ
SnowBall : ปีใหม่พอดีมีใครติดธุระไหม
ตำรวจจอมจุ้น : เพื่อเพื่อน ได้เสมอ
AumAum : @ตำรวจจอมจุ้นเพื่อเพื่อนหรือเพื่อเมีย มึงอะ
ToomtamZa : พวกมึงห้ามแซว กูเขิน
SnowBall : ไปทะเลมั๊ย
ToomtamZa : ต้องทะเลแล้วแหละ
KabtanCool : ปีใหม่นี้นะใครเบี้ยวกูแช่งนะโว้ย
เมื่อวันหยุดสิ้นปี ใกล้มาถึง ... ทั้งไอ้เ้าบ่าวและไอ้เท่ห์เข้าเวรกันหนักมาก ั้แ่วันที่ 25 ซึ่งทั้ง 2 คนมันบอกว่าจะออกเวรพร้อมกันวันที่29 เช้าพอดี
มันบอกว่ามีหน้าที่ต้องบริการตามจุดตรวจต่าง ๆเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ่ปีใหม่ถ้าอยากหยุดยาวก็ต้องโหมงานหนัก่ก่อนปีใหม่
ส่วนผม จะได้หยุด 30 31 1 2 ทั้งหมด 4 วัน แต่ผมขอลาวันที่ 29ครึ่งวันบ่ายด้วย
่เวลาที่เ้าบ่าวเข้าเวร ผมไปกลับด้วยรถตัวเอง ไม่อยากให้คุณตำรวจต้องลำบากเข้าเวรเหนื่อยแล้ว ยังมาต้องคอยรับส่งผมอีก
พวกผมนัดเจอกันวันที่ 30 เพราะสมาชิกส่วนใหญ่เริ่มหยุดวันนี้
โดยไอ้บอลกับไอ้วิทย์จะขับรถไปที่บ้านพักไอ้เท่ห์เลยวันทิ้งรถไว้บ้านไอ่เท่ห์ แล้วมารถคันเดียวกับไอ้เท่ห์เพื่อจะมารับผมกับไอ้เ้าบ่าว
ส่วนไอ้อั้มจะไปอยู่บ้านไอ้เท่ห์ั้แ่วันที่ 20เนื่องจากไอ้อั้มทำงานบริษัทญี่ปุ่น่ปีใหม่เขาจะหยุดนานเพราะพวกคนญี่ปุ่นเขาก็บินกับประเทศเหมือนกันได้ข่าวว่าโบนัสพึ่งออก ตอนนี้ท่าทางจะเป็คนรวยๆ
ส่วนผมโบนัสก็พึ่งออกเหมือนกันแต่ด้วยความที่ว่าเ้าของเป็คนไทยเลยมีให้แค่ 2-3 เดือนแล้วแต่การประเมิน ผมก็ได้มา 2 เดือนนิดๆ ไม่มากไม่น้อยพอจะซื้อของขวัญให้คุณตำรวจได้นิดหน่อย
วันที่ 30 ธันวาคม ่สายๆ รถป้ายแดงสำหรอบครอบครัว 7ที่นั่งที่ไอ้เท่ห์ซื้อใหม่มาจอดที่แฟลตตำรวจของไอ้เ้าบ่าวพอดี
ผมกับไอ้เ้าบ่าวแต่งตัวพร้อมเที่ยวมากซึ่งเพื่อนๆในรถผมเดาว่ามีความสุขไม่แพ้พวกผม
ด้วยการที่รับผมสองคนเป็ที่สุดท้าย เลยทำให้ผมกับไอ้เ้าบ่าวต้องนั่งหลังสุดซึ่งจะแคบๆกว่าที่อื่นหน่อย
เบาะกลางเป็ไอ้บอลกับไอ้วิทย์ คือสบายสุดแล้ว
ส่วนไอ้อั้ม นั่งให้กำลังใจไอ้เท่ห์อยู่หน้ารถ
ที่พักของผมใกล้กับทางด่วนที่จะขึ้นไปทะเลพอดีเหมาะสมกับการเดินทางครับ วันนี้บนทางด่วนรถจะเยอะหน่อย เพราะเป็วันหยุดยาวแล้วทางด่วนก็เปิดบริการให้ใช้ฟรีด้วย
สำหรับผม ทุกครั้งที่มาเที่ยวกับเพื่อนสิ่งที่ผมชอบที่สุดคือระหว่างการเดินทางนี่แหละ ขับรถไป ฟังเพลงไป คุยกันไปแก๊งผมจะไม่ค่อยมีพวกชอบหลับในรถหรอกครับถือว่าเป็เวลาสำคัญที่ได้อยู่ด้วยกันแหละ
นี่แหละนะที่มีคนเคยบอกผมว่า 'ได้ไปเที่ยวที่ไหนไมาสำคัญหรอกสำคัญที่ได้ไปเที่ยวกับใคร มากกว่า'
เออออ แล้วใครบอกว่ะ?
ตอนแรกผมก็คิดว่าไอ้วิทย์ไอ้บอลคงตั้งป้อมจะแซวผมกับไอ้เ้าบ่าวเต็มที่แต่ไม่เลย มันสองคนยิ้มและยินดีกับผมกับไอ้เ้าบ่าวด้วยซ้ำ ที่ตกลงเป็แฟนกัน
ใช้เวลาไม่เกินสามชั่วโมงก็ถึงที่พัก ซึ่งไอ้อั้มเป็คนจองไว้มันเลือกเป็บ้านพลูวิลล่า ริมชายหาด นอกระเบียงเป็กลิ่นทะเล ที่ลมพัดมาตลอดในรั้วบ้านมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถโดดเล่นได้ มาถึงที่พัก รออะไรล่ะครับตั้งวงสิ ไม่ใช่นับเลขนะ กินเบียร์นี่แหละครับ เหมือนชีวิตทุกวันนี้อยู่ได้เพราะเบียร์จริงๆ
วันนี้แม้กระทั่งพอครัวใหญ่แฟนผมก็ไม่ทำนะครับกับข้าวใช้วิธีซื้อสำเร็จเอา ปิ้งย่างเนี่ยอย่าพูดถึง ต้องเบียร์อย่างเดียวเท่านั้น
"มึงไม่โชว์ฝีมือทำกับข้าวให้เพื่อนๆ อดกหน่อยหรอ"ผมพูดกับไอ้เ้าบ่าว
"ไม่วะ ซื้อแดกเหอะ กูก็อยากกินเบียร์บ้าง นานๆจะได้เที่ยวกับแฟน"
"อี๋ มึงก็อยู่กับกูทุกวันมานี่ก็แค่เปลี่ยนแปลงบรรยากาศป่ะ"
"บรรยากาศแบบนี้ เขาทำอะไรกันบ้างวะ"ไอ้เ้าบ่าวมองหน้าผมแล้วทำสายตาเ้าเล่ห์
"โดดน้ำไง มึงดูเพื่อนเท่ห์มึงโน้นั้แ่มายังไม่ขึ้นจากน้ำเลย"
"อ่อ หรือมึงหิว ฝีมือทำกับข้าวกู"
"ป่าว แค่ถามเฉยๆ"
....
ตอนที่ผมได้อยู่กับไอ้เ้าบ่าวแบบนี้ ผมรู้สึกดีมากมันเป็ได้ทั้งเพื่อน ทั้งแฟน ทั้งคนที่คอยดูแล เอาใจใส่ ปกป้องรวมถึงให้กำลังใจในเวลาที่้า ผมคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกมันเป็แฟน
ไอ้อั้มบอก เราจะนอนที่นี่กัน 2 คืนนะ แผนก็คือ อยู่ที่นี่กินเบียร์ทั้งวันทั้งคืน
หูยยยยยย เพื่อนอั้มนี่รู้ใจผมจริงๆ
วันที่ 31 ใกล้เวลาเที่ยงคืน เ้าบ่าวชวนผมออกห่างมาจากเพื่อนๆเพื่อมานั่งริมชายหาดกัน 2 คน ซึ่งเพื่อนๆผมมันก็เข้าใจแหละมั้ง หรือไม่ก็เมาไม่รู้เื่ห่าไรเลย
เ้าบ่าวมันซื้อไฟเย็นมาจุดเล่น ผมก็ทำการถ่ายรูปลงโซเชี่ยลต่างๆนาๆ
"เป็ไงบ้างวะ เป็แฟนกับกู" เ้าบ่าวเอ่ยถามผมขึ้นมา
"ก็ดีนะ เกิดมากูไม่เคยคิดเลย ว่าจะได้แฟนเป็ผู้ชาย"
"กูบอกแล้วไง ให้มึงตัดเื่ผู้หญิงผู้ชายออกไปก่อนแล้วมึงจะเห็นความดีในตัวกู"
"เออ กูรู้แล้ว จริงๆกูอยากจะขอบคุณมึงมากกว่าที่คอยดูและช่วยเหลือกูในทุกๆเื่ ที่สำคัญไม่นอกใจกูด้วย"
"กูรักมึงมานานกว่าที่มึงคิด ถ้ากูนอกใจกูก็โง่เต็มทีแล้ว"เ้าบ่าวพูด
"ถึงกูพึ่งจะรักมึง แต่มึงควรรู้ไว้นะว่ากูก็รักมึงไม่น้อยกว่ามึงรักกูเลย" ผมตอบ ทำหน้าหล่อๆ ด้วยท่าทางจริงจัง
"เออ พูดดีกับเขาก็เป็นะมึง แต่ปีใหม่กูไม่ได้เตรียมของขวัญมาให้มึงเลยว่ะ"
"แค่ที่มึงทำให้กูทั้งปีมันก็เป็ของขวัญชิ้นที่ดีที่สุดให้กูแล้ว" ผมพูดออกไป"แต่กูมีของขวัญมาให้มึงนะ"
ผมยิ้มพร้อมหยิบสร้อยข้อมือหินสีน้ำตาลออกมา
มันเป็ชิ้นเดียวกับที่ผมทำของมันหล่นแล้วโดนรถเหยียบพังตอนที่ไปยิงปืนด้วยกัน
"อะไรวะ" ไอ้เ้าบ่าวถามผม
"ก็สร้อยข้อมือที่พ่อมึงซื้อให้ไงกูเก็บลูกปัดหินไว้แล้วเอาไปซ่อมให้มึงอะ พอดีว่ามันมีลูกปัดเสียอยู่ 2 เม็ดพี่เขาเลยใส่ปี่เซียะแทนให้ ทองแท้เลยน้าาาา หลายบาทอยู่เหมือนกัน"
"เออ ขอบคุณมากนะโว้ย เท่านี้ สิ่งที่กูรักมากๆ 2อย่างก็มาอยู่รวมกันแล้ว"
"อะไรวะ"
"ก็ของจากพ่อกู กับของจากมึงไง"
ผมเขินจนน่าแดง
"เออ แต่กูมีอีกอย่างจะขอมึงว่ะ"
"บอกมาดิ"
"ลูกปัดหินที่เสียอะ กูขอนะกูให้พี่เขาใส่กรอบมาเป็จี้ห้อยคอกูแล้ว เพื่อเป็หลักฐานว่ามึงจะอยู่กับกูตลอดไง"
“ทุกอย่างในตัวกู มันเป็ของมึงอยู่แล้ว ไม่ต้องถามหรอก”
เสียงนาฬิกาข้อมือดังบอกเวลาเที่ยงคืนพอดีเสียงพลุเฉลิมฉลองจากหลายๆที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ผมเอาหัวซบไหล่ใหญ่ไปของคุณตำรวจ ซึ่งอีกฝ่ายก็เต็มใจเป็สัญญาณว่าเราจะเริ่มต้นปีใหม่และสิ่งใหม่ๆไปด้วยกัน
นี่แหละครับ คำพูดที่มีคนเคยบอกว่าถ้าเราวิ่งหาความรักความรักจะยิ่งวิ่งหนีเรา หรือถ้าเราวิ่งหนีความรักมันจะยิ่งวิ่นตามเรา ตอนนี้ผมอยู่ของผมเฉยๆ กลับมีสิ่งที่หลายๆคนเรียกว่าความรักวิ่งวนอยู่รอบตัวผมตลอด
แล้วเพื่อนๆล่ะครับ ขอให้ทุกๆคนเจอความรักดีๆ อย่างที่ผมเจอนะครับ