ตูม!!!
ร่างของเทียนฟางลอยไปกระแทกกับต้นไม้ต้นหนึ่งเป็น ทิวรั่วซานที่ใช้พลังฝ่ามือเข้าจู่โจมในขณะที่เทียวฟางกำลังต่อสู้พัวพันกับโจรคนอื่นๆ
เทียนฟางค่อยๆ พยุงกายขึ้นก่อนจะกระอักโลหิตออกมา
"สิ่งหนึ่งที่ข้าจำต้องบอกต่อเจ้าเด็กน้อย...เกี่ยวกับขอบเขตของพลังลมปราณ ตัวเจ้าในตอนนี้ ไม่ไหวหรอก" ทิวรั่วซานเอ่ยขึ้นช้าๆ ใบหน้านั้นแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม
"ขอบเขตลมปราณนั้นแบ่งเป็นขอบเขตก่อกายา ขอบเขตกำเนิดลมปราณ ขอบเขตผสานลมปราณ 3 ขอบเขตนี้ เป็นขอบเขตขั้นต้นของผู้ฝึกตน แต่ละขอบเขตล้วนแล้วแต่มี 9 ระดับด้วยกันทั้งสิ้น แล้วรู้อะไรหรือไม่ว่าการก้าวผ่านแต่ละระดับนั้นช่างยากเย็นนักเมื่อก้าวผ่านจำเป็นต้องปรับสมดุลพลังให้เสถียรก่อน จึงจะสามารถใช้พลังยุทธ์ได้แต่เท่าที่ข้าดูเจ้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง หลงระเริงในพลังแบบนั้น...มันน่ากลัวนะเด็กน้อย"
เทียนฟางตกตะลึง เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย เขาที่หลงตื่นเต้นไปกับพลังที่ได้มากลับทำให้เขาต้องตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว "แล้วเช่นไรต่อให้เป็นแบบนั้น ข้าก็สามารถสังหารพวกเจ้าได้อยู่ดี" เทียนฟางยันกายลุกขึ้น ก่อนจะเช็ดเลือดที่มุมปาก สายตาที่มีแววประกายของความกล้าหาญนั้นสะท้อนเข้าไปในตาของทิวรั่วซาน
เด็กน้อยผู้อยู่เบื้องหน้าช่างดูสูงส่งยิ่งนักแม้เขาจะไม่อยากยอมรับก็ตาม แม้จะเป็นเด็กแต่ความรู้สึกอันยิ่งใหญ่นั้นช่างดูลึกลับและทรงพลัง
"ข้าจะไม่มีวันยอมตายในที่แบบนี้เป็นอันขาด!!! " เทียนฟางกู่เสียงตะโกนก่อนจะกระโจนเข้าไปหาโจรด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
'สิบสองคน ไม่สิ..สิบสามคนรวมเจ้าตัวหัวหน้า' เทียนฟางคิด
จงดูให้ดีพลังของข้า วันนี้ไม่เจ้าตายข้าก็ตาย!!! " เทียนฟางพลันชี้กระบี่ขึ้นบนฟ้าประกายแสงจันทร์คล้ายหม่นสลัว ดวงตาของเทียนฟางพลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด ฉายแววอำมหิตออกมา
"เพลงกระบี่โลหิตสังหารกระบวนท่าที่ 6 ผลาญโลหิต!!! "
ทันใดนั้นเองร่างกายของเทียนฟางก็ระเบิดพลังออกมาเกิดจนอากาศรอบๆ กระจายเป็นวงกว้าง โลหิตหลั่งไหลออกมาจากร่างของเทียนฟางก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นหมอกสีโลหิตกระจายไปครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่เหล่าโจรจะรู้สึกตัว ความเจ็บปวดก็ปรากฏขึ้นอย่างทันทีทันใด เลือดในกายของโจรต่างค่อย ๆ ไหลออกจากร่าง โจรบางคนเริ่มแห้งเหี่ยวคล้ายกับว่า ร่างของมันบัดนี้ปราศจากซึ่งเลือดแม้เพียงหยด
'กระบี่โลหิตสังหารทุกต่อต้าน สะพัดกลิ่นโลหิตทั่วแดนนรกสวรรค์ บัญญัติมารฟ้า มิอาจขัดขืน' ทิวรั่วซานเอ่ยคำกล่าวนั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะตั้งสติได้ เขาจึงกางม่านพลังออกมาครอบคลุมร่างของตนก่อนที่จะโดนหมอกโลหิตเข้าเกาะกุม จากนั้นจึงตะโกนบอกโจรที่เหลือ
"ใช้พลังของพวกเจ้ากางม่านพลังซะ!!! ห้ามผู้ใดลงมือเด็ดขาด โจรที่เหลือพลันรีบกางม่านพลัง เมื่อได้ยินคำสั่ง" เหงื่อผุดขึ้นมาทั่วร่างของทิวรั่วซาน เกือบไปแล้ว...ถ้าเขาพลาดพลั้งสังหารเด็กในเบื้องหน้าไปก่อนหน้านี้ จุดจบของเขาคงไม่ใช่แค่ตายแล้ว
เวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป หมอกสีโลหิตค่อยๆ จางลง ก่อนจะย้อนกลับเข้าไปในตัวของเทียนฟาง มีโจรไม่น้อยที่แม้จะกลางม่านพลังไว้แต่ก็ไม่อาจที่จะป้องกันหมอกโลหิตนี้ได้ ต่างทอดร่างลงบนพื้นดินในค่ำคืนที่แสงจันทร์สาดส่อง คนที่ตายส่วนใหญ่เป็นโจรที่อยู่ในระดับก่อกายาขั้นที่ 1 และระดับที่ 2 บางส่วน ตั้งแต่เริ่มจนถึงบัดนี้โจรทั้ง 20 ชีวิตหากนับรวมถึงทิวรั่วซาน บัดนี้ลงเหลือเพียง 3 คนเท่านั้น
'ช่างสมกับเป็นเพลงกระบี่ในตํานานเพียงพริบตาสิบกว่าชีวิตต้องดับลง ทั้งยังสามารถเพิ่มพูนพลังให้กับตนเองได้อีกด้วย' ทิวรั่วซานเอ่ยออกมาด้วยความเลื่อมใสสีหน้าแววตานั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีอย่างน่าประหลาด
ก่อนจะจดจ้องไปยังเทียนฟางที่บัดนี้ยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงใบหน้านั้นซีดเซียวจนเกือบจะเหมือนกระดาษ เทียนฟางไอก่อนจะกระอักเลือดออกมา เขาไม่คิดเลยทั้งที่มีโอกาสที่จะแข็งแกร่งแล้ว หากแต่กลับต้องมาจบชีวิตลงในวันนี้ สวรรค์ช่างเล่นตลกนัก
เทียนฟางหลับตาถอนหายใจ ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร เขาในตอนนี้ทําได้เพียงยอมรับความตายเท่านั้น แต่ก่อนที่เทียนฟางจะได้กล่าวอะไรออกไปเป็นครั้งสุดท้าย เสียงของทิวรั่วซานกับโจรอีกสองคนก็ดังขึ้น
"คารวะท่านประมุขน้อย"