ตามที่ได้ทราบการรายงาน จากนายทหารมีสิ่งหนึ่งที่ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส เป็กังวลมากที่สุดก็คือ ใครกันนะที่กล้าลงมือทำอะไรอย่างนี้ เพื่ออะไรกัน ทั้งๆ ที่ศูนย์วิจัยแห่งนี้มันคือความหวังของมนุษย์ที่เหลืออยู่ แต่ที่แน่นๆ งานวิจัยนี้จะต้องไม่ตกไปในมือของคนชั่ว
มันเป็สิ่งเดียวที่ด็อกเตอร์ จะไม่ยอม หรือว่าข้อมูลรั่วไหลกันแน่ ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส คิด พลางหันไปมอง อเล็กซ์ ผู้ช่วยคนสนิท และสั่งการทันที
"อเล็กซ์ ทำลายข้อมูลการวิจัยให้หมดทุกอย่าง เอาไปเฉพาะส่วนที่สำคัญ แล้วก็ปลุกพวกเธอซะ! เราจะเอาร่างโคลนต้นแบบไปแค่หนึ่งคนเท่านั้น ที่เหลือให้ปลุกพวกเธอให้หมด"
"แต่ว่าพวกเธอยังไม่สมบูรณ์นะครับด็อกเตอร์" อเล็กหันไปถามด็อกเตอร์เพื่อความแน่ใจอีกครั้งหนึ่ง
"ใช่ผมแน่ใจปลุกเธอซะ!"
ทำไมเขาจะไม่รู้ละว่าสิ่งที่อเล็กซ์เป็ห่วงก็คือ พวกเธอจะไม่สามารถรอดชีวิต เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่พวกเธอจะตื่น โอกาสที่จะรอดมีน้อยเต็มที แต่ผมมั่นใจว่าจะต้องมีปาฏิหารเกิดขึ้นสัก 10-20 คนก็ยังดีที่มีชีวิตรอด
อเล็กซ์ได้ทำการป้อนข้อมูลลงไปในคอมพิวเตอร์และทำการปลดล็อกรหัสผ่าน หน้าจอแสดผลของข้อมูล เริ่มเข้าสู่กระบวนการนับถอยหลัง และตั้งระบบให้สมองกลควบคุมการทำงานต่อจากนี้ไป
"ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายใน 30 นาทีครับ "อเล็กซ์กล่าว
"ไปกันได้แล้ว" ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส กล่าวพร้อมกับเดินนำด็อกเตอร์และคนอื่นๆ ออกไปพร้อมกับทหารที่ทำหน้าที่ นำทางเพื่อคุ้มกันพวกนักวิจัยไปยังด่านฟ้า
ทางด้านโทมัสและจิมต่างก็กำลังยิงปะทะกับพวกศพและค่อยๆ ถอยร่นเข้าไปข้างในเรื่อยๆ เพื่อซื้อเวลาในการอพยบคน เสียงะเิดังขึ้นต่อเนื่องตลอดระยะทางที่พวกเขาผ่านมา โทมัสและจิมต่างก็เจอศึกหนักไม่ต่างกัน ที่ด่านฟ้าการอพยบเป็ไปด้วยดี ทหารทุกนายมารวมตัวกัน ที่ด่านฟ้าจนครบแล้วรวมทั้งโทมัสและจิม
"ไปๆ นำฮอขึ้นได้"
โทมัสสั่งการถ้าช้าไปกว่านี้อาจจะไม่มีใครสามารถรอดไปจากขุมนรกขุมนี้ก็ได้ เพราะพื้นที่บนด่านฟ้าเริ่มเต็มไปด้วยพวกอมยุษย์ที่ตามกันมาเป็โขยงจนเต็มด่านฟ้าไปหมด แน่นอนว่ายังมีคนที่ติดอยู่ข้างในไม่สามารถหนีออกไปได้
ไม่ว่าจะเป็ด็อกเตอร์สาขาอื่นๆผู้ช่วย พลเรือน คนสวนและอื่นๆมากมาย ที่เราไม่สามารถพาพวกเค้ามาด้วยได้ ใช่เราทิ้งพวกเค้าให้เผชิญกับชะตากรรมที่โหดร้าย และต้องเอาชีวิตรอดกันเอง บ้างครั้งการเสียสละก็เป็สิ่งที่จำเป็เพื่อปกป้องคนที่มีค่ามากกว่า เพื่อความหวังที่เหลืออยู่
หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานศูนย์วิจัยก็เต็มไปด้วยพวกผีดิบ ระบบไฟฟ้าทั้งหมดถูกตัดขาด ภายในศูนย์วิจัยถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด อากาสข้างในเต็มไปด้วยกลิ่นไอของคราวเื และกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งปนเปกันไปหมด เสียงร้องโหยโหนด้วยความเ็ปดังขึ้นเป็ระยะๆ เพียงไม่นานทุกอย่างก็อยู่ในความเงียบสงบ ไม่เหลือแม้แต่สิ่งมีชีวิต
ภายในห้องวิจัยมนุษย์หลอดแก้ว ระบบเริ่มนับถอยหลังจนเวลาครบสามสิบนาทีแล้ว กิ๊ก! เสียงปลดล็อกของวงจรที่เชื่อมต่อดังขึ้น น้ำในหลอดแก้วค่อยๆ ถูกระบายออกจนหมด มนุษย์หลอดแก้ว 299 ชีวิตกำลังที่จะลืมตาตื่นขึ้น
เวลาผ่านไป 5 นาที 10 นาที แต่ก็ไร้สัญญานการเต้นของหัวใจ ร่างทดลองต่างนอนแน่นิ่งไม่ไหวตึง เป็อันรู้กันว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตฟื้นขึ้นมาสักคนหรืุ์จะถึงคราวอวสานกันแน่ ระบบสมองกลอัจฉริยะได้ทำการส่งข้อความเข้าที่แล็ปท็อปของ ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส เพื่อแจ้งข้อมูลการทดลอง เป็ข้อความสั้นๆ ใจความมีว่า
"ผลการทดลอง รอดชีวิต 0 เสียชีวิต 299 " จากสมองกลอัจฉริยะ แร็ปเตอร์
อีกด้านนึงของทวีปทหารของเจมส์ คาวส์ ได้กลับมารายงานให้หัวหน้าได้ทราบ จากข้อมูลที่ได้รับมา มันจะเป็ไปได้อย่างไรกันที่จะไม่เจออาวุธ ที่เจมส์ คาวส์ คาดหวังไว้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ลูกน้องรายงานว่ามีห้องวิจัยอยู่ห้องหนึ่งที่ปิดตายไม่สามารถเข้าไปได้แต่เท่าที่ได้ตรวจสอบดูรอบๆ ไม่พบสิ่งมีชีวิตได้ๆ เลย หรือข้อมูลที่ได้มาอาจจะผิดพลาดกันแน่ เมื่อคิดได้ดังนั้นใบหน้าเหี่ยวย่นก็แสยะยิ้มที่มุมปาก เห้ยย.......พร้อมกับถอนหายใจ ด้วยความเบื่อหน่าย
"ขอโทษจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็แบบนี้เลย" เสียงพึมพำที่พอจะจับใจความได้ลอยมากับอากาศ ปากก็พูดว่าขอโทษแต่แววตาเต็มไปด้วยความโเี้เ็า ไรซึ่งความเมตตาไดๆ
แอเรียที่ 7 ศูนย์บรรชาการกองกำลังป้องกันตนเองแห่งชาติ ณ ห้องโถงใหญ่ ในที่ประชุม ผู้นำกลุ่มแต่ละแอเรียมารวมตัวกัน ต่างก็ถกเถียงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามันเกิดจากอะไร เราจึงเสียศูนย์วิจัยที่ใหญ่ที่สุดไปแบบนี้ และผลการค้นคว้าทดลองละจะศูนย์เปล่าหรอ นี่มันไม่คุ้มค่ากับที่พวกเขาได้ลงทุนไปเลย
"ขออนุญาตครับท่าน ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส ได้เดินท่างมาถึงแล้วครับท่าน" ทหารนายหนึ่งได้เข้ามารายงานให้กับผู้นำได้ทราบ
"เข้ามาได้" เสียงทรงอำนาจเอ่ยปากอนุญาต พร้อมกับพยักหน้าเป็การตกลงอีกทีนึง
ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส ได้เดินเข้ามาในที่ประชุม ทุกสายตาต่างจับจ้องไปกับการมาถึงของด็อกเตอร์ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทุกขณะจนทำให้ด็อกเตอร์รู้สึกอึดอัดไม่น้อยเลย กับการที่จะต้องเข้ามาอธิบายเื่ราวต่าง ๆ ต่อพวกคนใหญ่คนโตของแต่ละแอเรีย มันเป็เื่ที่เค้าไม่ถนัดเอาเสียเลย
"นั่งก่อนซิครับด็อกเตอร์" ผู้นำแอเรียที่ 7 พูดขึ้นและถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับด็อกเตอร์ทันที
"ก็อย่างที่ทุกท่านได้ทราบกันนั่นและครับ ตามรายงานเลย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจุดประสงค์ของคนที่ทำมันคืออะไรกันแน่ ที่ทำลายศูนย์วิจัยของผม แล้วก็มีอีกเื่ที่ท่านทุกคนจะต้องทราบ ผลการทดลองล้มเหลว มนุษย์หลอดแก้ว กว่า 200 ไม่ตอบสนองต่อสัญญาณชีพ...มันเป็ผลมาจากการที่ผมเป็คนตัดสินใจที่จะปลุก พวกเธอก่อนเวลา และผมจะรับผิดชอบเอง ผมได้นำร่างโคลนต้นแบบมาด้วยหนึ่งคน กำลังอยู่ในกระบวนการทางเคมี และรอที่จะลืมตาขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ เมื่อมีเธออยู่ทุกท่านไม่ต้องกลัวว่ามันจะล้มเหลวผมสามารถ สร้างพวกเธอขึ้นมาได้อีกหลายคน โดยใช้ดีเอ็นเอของเธอ"
หลังจากที่ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส พูดจบ ภายในห้องประชุมก็ถูกปกคลุมด้วยความเงียบ หัวหน้าแต่ละแอเรียต่างก็กำลังคิดถึงสิ่งที่ด็อกเตอร์เป็คนพูดออกมา ว่าจะเอายังไงกันต่อไปดี ต่างก็วิตกกังวลกันไปต่าง ๆ นา ๆ เพราะมันคือความหวังของพวกเขาในที่นี้
"ผมสนับสนุนโครงการของคุณต่อด็อกเตอร์ " หัวหน้าแอเรียที่ 8 ได้แสดงความคิดเห็นต่อด็อกเตอร์
"ผมด้วย" ตามมาด้วยแอเรียที่ 7
"ผมก็ด้วย" แอเรียที่ 6 และ 5 และแอเรียอื่นๆ ที่สนับสนุนงานวิจัยของด็อกเตอร์ต่อไป รวมทั้งความช่วยเหลือและเงินทุนต่างๆ