ตอนที่หนึ่งร้อยสิบสอง เหมืองร้างเวลากลางคืน
ดันเจี้ยนเหมืองร้างเวลากลางคืนนั้น
คือเหมืองร้างหลายชั้นที่อ้างว่ามีแร่เงินหายากแต่ได้เกิดอุบัติบ่อยครั้งจนคนงานต้องทิ้งงานไป
ได้ปล่อยให้เหมืองเป็นเหมืองร้างมาหลายปี
แม้ผมจะงงว่าทำไมคนโลภอย่างดยุกอูลริกถึงได้ยอมละทิ้งเหมืองเงินได้?
“ให้คนทำงานต่อคนงานจะเสียชีวิต”
เหตุผลเช่นนั้นน่ะใช้กับคนทั่วไปได้แต่กับใช้กับดยุกหมูอ้วนที่มีเส้นสายกับคาร์ดินัลที่สามารถเรียกมือปราบมารและกองทัพอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้ทันทีไม่ได้หรอกนะ
“เข้าไปขุดแล้วจะมีคนตาย”
สำหรับขุนนางชั่วช้าสารเลวแล้วน่ะ
ไม่ต่างกับคำว่า
“ไปขุดได้แร่เงินมาฟรีๆ”เลยแม้แต่น้อย
“เอาพวกไพร่ทาส นักโทษประหารนักโทษสงครามไปขุดเหมืองสิ เท่านี้ต้องให้สอน บุฮิ บุฮิ บุฮิ”
นั่นคือสิ่งที่ขุนนางโฉดชั่วมืออาชีพอย่างดยุกอูลริกคงจะตอบคำถามนั้น
พอผมพยายามตั้งสมาธิทบทวนความทรงจำที่ตกค้างอยู่กับเอกสารต่างๆจำได้คร่าวๆว่า
ไม่มีค่าควรแก่การใส่ใจเท่าไรสำหรับดยุกอูลริกที่ปิดตรงนี้ก็ไปเปิดที่อื่นได้อีกหลายที่
ตามสถานะของดยุกที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดิน
ส่วนตามความคิดของคนเล่นเกมส์จะรู้สึกว่าได้แร่เงินที่ตกอยู่ในถ้ำนั้นมีคุณค่ามากได้อาวุธเงิน ได้เสื้อเกราะศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่รู้ว่ามาตกอยู่ในถ้ำได้อย่างไรตั้งแต่แรก
มุกเดียวกับเดอะลอร์ดออฟเดอะริง
ที่อาวุธชั้นดีและเกราะชั้นดีในระดับที่หายสาบสูญไปไม่สามารถหาได้ในยุคปัจจุบันโดนโทรลนั่งทับเอาไว้ในถ้ำนั่นเอง
ทำเอาผมนึกถึงแนวคิดเรื่องการบุกคฤหาสน์แวมไพร์ที่จะมีอาวุธเงินชั้นดีและอุปกรณ์ปราบแวมไพร์ตกอยู่ตามคฤหาสน์แวมไพร์
รู้สึกตาม Lore แก้ตัวว่า
“แดรคคูล่าได้จงใจเอาอาวุธของบรรดานักล่าแวมไพร์โชว์ให้เห็นในคฤหาสน์เพื่อเป็นการขู่ให้คนที่บุกมาหวาดกลัว”
อารมณ์น่าจะประมาณท่านข่านหรือหลี่ซื่อหมินที่พอรบชนะและจับตัวฝั่งตรงข้ามได้จะบอกว่าให้คนที่แพ้นั้นเต้นให้ดูหน่อย
คือการแสดงพลังอำนาจนั่นเอง
ว่าทางเทคนิคอาวุธเงินชิ้นหนึ่งก็เรียกว่าทำให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดีไปได้ทั้งปีแล้วอาชีพนักผจญภัยคืออาชีพที่อันตราย ความเสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนมหาศาลมากสำหรับชาวบ้านตาดำดำ
คนเป็นนักผจญภัยหากขยันสามารถเมาหัวราน้ำในผับบาร์ได้ทุกวันแบบพี่โคแนนยอดคนเถื่อน
ในขณะที่ชาวบ้านที่ทำนาต้องทานขนมปังแข็งกับน้ำองุ่นไปตามอัตภาพ
แคว้ก กรี๊ซ
ค้างคาวดูดเลือดที่ออกมาจากถ้ำมืดได้กัดพี่กล้ามที่เดินนำหน้า
ย๊าก
Strength Resistance
ต่อต้านด้วยกำลัง
พี่กล้ามได้เบ่งกล้ามกระแทกการโจมตีของค้างคาวกลับไปจนบรรดาค้างคาวกระเด็นกระแทกกับผนังจนเสียชีวิต
ปุบ แปะ แปะ
ที่ยังไม่เสียชีวิตก็โดนเท้าของพี่กล้ามเหยียบย่ำจนเสียชีวิตไปตามเพื่อนก่อนหน้านั้น
วูบ
แสงสีขาวนวลจากเทียนศักดิ์สิทธิ์
Holy Candle
ทำให้เงาดำที่เริ่มมากเกาะซากค้างคาวหลังจากที่โดนฆ่าตายไปแล้วถอยห่างออกจากซากค้างคาว
หากเราปล่อยให้สัตว์อสูรตายในที่แห่งนี้อาจจะคืนชีพมาเป็นสัตว์ประหลาด ผีหลอกวิญญาณหลอนอีกครั้งได้
ความจริงแสงเทียนศักดิ์สิทธิ์สามารถที่จะไล่พวกผีวิญญาณต่างๆในเหมืองร้างได้
แต่ค้างดาวดูดเลือดดันนับเป็นหนึ่งใน”สิ่งมีชีวิต”แต่อยู่ในสายธาตุความมืดนั่นเอง
เกมส์มักจะชอบมีศัตรูบางตัวอย่างนี้ที่จะทำให้ดักทางเราถ้าหากจะเตรียมแต่การต่อสู้กับวิญญาณมาเพียงอย่างเดียว
ค้างคาวดูดเลือดเห็นตัวเล็กอย่างๆนั้นแต่โจมตีได้รวดเร็ว
สามารถใช้เสียงรบกวนการร่ายเวทยบ์ของจอมเวทย์หรือนักบวชได้และมีจำนวนมากที่สามารถเข้ามาโจมตีได้
แม้พลังโจมตีจะน้อยแต่จำนวนที่มากโจมตีจอมเวทย์ที่อ่อนแอทางด้านกายภาพก็นับว่าน่ากลัวอย่างยิ่ง
แต่กระนั้นสิ่งที่เหมือนสร้างมาเพื่อจัดการจอมเวทย์กับนักบวชโดยเฉพาะพ่ายแพ้ต่อพลังกล้ามของพี่กล้ามไปอีกครั้ง
แน่นอนพี่กล้ามก็มีสิ่งที่ตนเองแพ้ทางอย่างการโจมตีระยะไกลด้วยเวทย์หรือเวทย์หยุดการเคลื่อนไหวต่างๆ
แต่การจัดปาร์ตี้ที่เราเห็นว่าซ้ำกันแล้วเบื่อน่ะเพราะที่จริงมันสมดุลแล้ว มีโจรไปตรวจสอบกับดัก มีนักบวชคอยรักษามีพี่กล้ามคอยยืนรับมือรับเท้า และมีทหารหรือนักสู้คอยวางแผนการรบและการจัดทีม
มันแสดงแนวคิดของนักการทหารบางอย่างว่าการจัดกองทัพต้องมีความยืดหยุ่นและหลากหลายสามารถรองรับได้ทุกสถานการณ์ที่ต้องเจอ
“บุฮิ บุฮิ บุฮิ หาลังสมบัติให้ทั่วๆน่าจะอยู่แถวนี้”
ผมที่นั่งอยู่บนไหล่ของพี่กล้ามสี่คนคอยสั่งการปาร์ตี้ของผม
โดยพี่กล้ามทั้งสี่นั้นได้ถือเทียนศักดิ์สิทธิ์ไว้คนละแท่งเพื่อป้องกันพวกวิญญาณมาโจมตีผมอีกทางหนึ่ง