เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 38

    “แหม เห็นสาวปุ๊บ ทิ้งเจ้านายปั๊บเลยนะเจ้าดำ!!” ภามเอ่ยแซวคู่หูสี่ขาของตัวเองขำๆฮี้~เจ้าดำร้องออกมาเหมือนขัดใจ ก่อนจะเดินกลับมายืนข้างๆ ภาม ม้าตัวสีขาวมองเจ้าดำเดินจากมายืนข้างๆ คนตรงหน้า ขยับเท้าไปมาอย่างสับสนว่าควรเดินตามไปดีหรือไม่ ภามมองการกระทำนั้น ก่อนจะยื่นผลไม้ที่เมื่อครู่หยิบติดมือมาออกไปให้ มันมองมาอย่างลังเล ไม่กล้าเดินเข้ามา จนในที่สุดภามก็วางผลไม้ลงบนพื้นตรงหน้า ก่อนจะเดินกลับไปกระโดดขึ้นหลังเจ้าดำ ควบกลับไปทางทิศเดิมที่วิ่งมาในตอนแรก หมายจะกลับไปเก็บผลไม้จากต้นนั้นกลับบ้านด้วย หลังจากควบม้าเดินจากมา เจ้าดำหันกลับไปมองด้านหลังอยู่เป็นพักๆ เหมือนตัดใจไม่ลง สักพักภามก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังตามมาด้านหลัง เขาจึงหันกลับไปมอง และพบว่าม้าสีขาวตัวนั้นเดินตามพวกเขามาห่างๆ “เนื้อหอมเหมือนกันนี่เจ้าดำ” ภามแซวเจ้าดำอีกครั้ง พร้อมกับตบแผงคอมันเบาๆ เจ้าดำยืดหัวของมันขึ้นเหมือนภาคภูมิใจกับคำกล่าวนั้น ทำให้ภามขำออกมาเสียงดัง ก่อนจะบังคับบังเหียนตรงไปเบื้องหน้า ปล่อยให้ม้าขาวตัวนั้นเดินตามมาเงียบๆ ไม่นานเขาก็ควบม้ากลับมาถึงบริเวณกลุ่มต้นไม้ที่มีผลสีสวยเต็มต้นอีกครั้ง ภามก้าวลงจากหลังม้า และเดินตรงไปใต้ต้นไม้ ส่วนเจ้าดำ เมื่อเห็นเจ้านายลงจากหลังมันแล้ว ก็รีบเดินกลับไปยืนอยู่ข้างๆ ม้าสีขาวที่เดินตามมาอย่างพยายามผูกมิตร ภามมองการกระทำนั้นขำๆ ก่อนจะหันกลับมาเก็บผลไม้ โดยไม่ได้หันไปสนใจม้าสองตัวนั้นอีก เขาใช้เวลาไม่นาน ก็เก็บผลไม้ได้จนเต็มถุงผ้าที่พาดอยู่บนหลังเจ้าดำทั้งสองข้าง ม้าสีขาวยืนอยู่บริเวณนั้นอยู่นาน เมื่อเห็นว่าภามไม่ได้มีท่าทางดุร้าย และเป็นภัยต่อมัน ก็เริ่มวางใจมากขึ้น และลดท่าทางระแวดระวังลง กล้าขยับตัวเข้ามาใกล้ภามมากขึ้นอีกเล็กน้อย ภามเองก็ปล่อยให้ทุกอย่างค่อยๆ เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่บังคับ หรือเดินเข้าไปหา เมื่อเก็บผลไม้จนพอใจแล้ว ภามก็กลับขึ้นไปนั่งบนหลังเจ้าดำ เตะท้องมาเบาๆ ให้เจ้าดำออกเดิน เขาบังคับบังเหียนไปในทิศทางกลับบ้าน ครั้งนี้เจ้าดำไม่ได้หันกลับไปมองด้านหลังอีก เหมือนมั่นใจว่าม้าสีขาวตัวนั้นต้องเดินตามมาแน่ๆ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เจ้าดำวิ่งเหยาะๆ ไปตามทิศทางที่ภามบังคับ โดยมีม้าสีขาวก้าวตามมาไม่ห่าง ให้เวลาไม่นานก็ออกจากเขตป่า เข้าสู่เขตที่ดินโล่งกว้าง ภามปล่อยบังเหียน และพลิกตัวกลับไปนอนหงาย ไขว้เท้า มองท้องฟ้ายามเย็นอยู่บนหลังเจ้าดำ โดยที่เจ้าดำก็เดินช้าลงเหมือนกลัวเจ้านายตกจากหลังมันลงไปบนพื้น มันค่อยๆ เดินตรงกลับไปที่คอกอย่างรู้หน้าที่ เมื่อฝีเท้าม้าหยุดลง สายตาของภามก็พบกับกิ่ง และใบของต้นไม้ใหญ่เข้ามาแทนที่ภาพท้องฟ้า เขาจึงพลิกตัวลงมายืนบนพื้น ลูบแผงคอเจ้าดำเบาๆ แทนการชมเชย “ว้าวว!! ม้าสีขาวสวยจังเลย” เสียงเล็กๆ แฝงไว้ด้วยความตื่นเต้น ดังมาจากหลังคอกม้า“แอนเน่ เจ้ามาทำอะไรที่นี่คนเดียวอีกแล้ว” ภามหันไปถาม“ข้าจะมาเล่นกับเจ้าดำเจ้าค่ะ แต่หามันไม่เจอ เลยไปเข้าไปหาในคอก” แอนเน่ตอบ ก่อนจะเดินออกจากคอกมาหาภามกับเจ้าดำที่ยืนอยู่ข้างรั้ว“เจ้านี่นะ คราวที่แล้วตกลงมาจากหลังม้า ยังไม่เข็ดอีกรึ” ภามบ่นอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะลูบหัวแอนเน่ที่เดินเข้ามาหาเบาๆ“ม้าตัวนั้นสวยจังเลยเจ้าค่ะ ข้าขอลูบมันหน่อยได้หรือไม่” แอนเน่ถามพร้อมกับชี้ไปที่ม้าสีขาวที่เดินอยู่ด้านหลังไม่ไกล“...เจ้าลองเข้าไปดูสิ” ภามสังเกตว่าม้าขาวตัวนี้ไม่ได้มีท่าทีดุร้าย จึงกล่าวอนุญาตให้แอนเน่ลองเดินเข้าไปหามัน แอนเน่เดินเข้าไปหาม้าสีขาวสวยอย่างช้าๆ จนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของมัน แอนเน่ก็เอื้อมมือออกไปเหนือศีรษะ หมายจะลูบหัวม้าขาวตัวนี้ แต่เนื่องจากตัวเธอเตี้ยเกินไป ชูมือขึ้นสุดแล้วยังเอื้อมไม่ถึงแผงคอของมันด้วยซ้ำ ม้าสีขาวมองเด็กหญิงตัวเล็กตรงหน้า มันยืนนิ่งอยู่สักพักเหมือนชั่งใจ ก่อนจะยอมก้มหัวของมันลงมาหา แอนเน่ยิ้มอย่างดีใจลูบหัวของมันเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโอบหัวของมันไว้ในอ้อมกอดเล็กๆ ของเธอ “ม้าสีขาว!!!” เสียงของอามินดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะวิ่งตรงไปหาม้า และน้องสาวที่กอดมันอยู่ โดยลืมทักทายภามไปเสียสนิท“ท่านภาม ไปได้ม้าตัวนี้มาจากที่ใดกันขอรับ สีสวย ลักษณะก็ดีมาก” อลันที่เดินมากับอามินถามขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาในรั้วกั้นคอกม้าด้วยอีกคน“เจอในป่าน่ะ ดูเหมือนมันจะเดินตามเจ้าดำกลับมา” ภามตอบ หลังจากนั้นภามก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในป่าให้ทุกคนฟัง พร้อมกับค่อยๆ ยกถุงผ้าที่ใส่ผลไม้ไว้จนเต็มลงจากหลังเจ้าดำ โดยมีอลันที่คอยช่วยอีกแรง “เจ้าตัวนี้ชื่ออะไรหรือขอรับ” อามินที่กำลังเล่นกับม้าขาวหันมาเอ่ยถามภาม“มันก็ชื่อ... ชื่อว่า เจ้าขาว ละกัน” ภามคิดอยู่สักพัก ก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“...” สายตาสามคู่มองมาที่ภามอย่างหมดคำพูดอามินกับแอนเน่หันไปเล่นกับม้าต่อ อลันก็หันกลับไปยกผลไม้ต่อ“ทำไม ชื่อนี้ไม่ดีรึ?” ภามยังถามต่ออย่างไม่เข้าใจ ซึ่งไม่มีเสียงใดตอบกลับมา หลังจากภามกับอลันช่วยกันขนผลไม้ทั้งสองถุงไปไว้ในโกดังแล้ว ก็เดินกลับมาตามเด็กๆ ที่คอกม้าให้เข้าบ้านไปเตรียมทานมื้อเย็น โดยที่หัวข้อสนทนาในเย็นวันนี้คงหนีไม่พ้นเรื่อง ‘เจ้าขาว’ ม้าสีขาวสวย สมาชิกตัวใหม่ของบ้าน ภามที่เห็นว่าตอนนี้เขามีม้าสองตัวแล้ว อีกทั้งพืชผลที่เขาปลูกในรอบนี้ก็มีจำนวนมากขึ้น จึงคุยกับอลันว่าเขาจะทำเกวียนอันใหม่ให้มีหลังคา และมีขนาดใหญ่กว่าเดิม โดยใช้เทียมม้าสองตัวเลยก็ได้ ดังนั้นหลังมื้ออาหาร ภามกับอลันจึงนั่งออกแบบเกวียนอันใหม่ที่ต้องการ พร้อมกับตกลงกันว่าจะไปตัดไม้มาเพิ่ม และลงมือทำเกวียนกันในวันพรุ่งนี้ หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้วทั้งสองจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน